ธนิต โสรัตน์ หารือปัญหาโครงสร้างอุตสาหกรรมข้าวของประเทศที่เผชิญต้นทุนสูง ผลผลิตต่ำ ขาดแคลนแรงงาน และการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปอย่างองค์รวมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเน้นการพัฒนาเมืองข้าวต้นแบบอย่างไรซ์ซิตี้ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อยกระดับการผลิต การแปรรูป และการตลาดผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าอย่างครบวงจร รวมถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ การสร้างแบรนด์ท้องถิ่น และการรวมตัวของเกษตรกรในรูปแบบสหกรณ์ยุค 4.0 เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมข้าวสู่ความยั่งยืนและรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ไทยแลนด์ 4.0
เรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายธนิต โสรัตน์ ในฐานะเป็น เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจด้านการเกษตรใน คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจนะครับ
ในประเด็นที่ขออนุญาตนำเสนอก็คงเกี่ยวข้องกับเรื่องต้องทำความเข้าใจกัน ในเบื้องต้นนะครับ การศึกษาของอนุกรรมาธิการครั้งนี้เป็นการศึกษาเฉพาะการศึกษา เมืองข้าวต้นแบบ ไม่ได้ศึกษาลงลึกไปในข้าวทั้งระบบนะครับ แล้วก็เป็นการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยมีจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นจังหวัดที่นำร่อง ส่วนกรณีที่จังหวัดใดจะนำไปปฏิบัติขับเคลื่อน ก็ขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละจังหวัดนะครับ ในการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการก็ศึกษา ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนสิงหาคม ทั้งหมดมีการประชุม ๗ ครั้ง ลงพื้นที่ ๑ ครั้ง แล้วก็ในครั้งที่ ๘ นั้นก็เดือนนี้เองในการประชุมของคณะกรรมาธิการ เรื่องของข้าวคงต้องพูดกัน ในเรื่องของโครงสร้างข้าวทั้งระบบ ปัญหาของประเทศไทยก็คือว่าเราปิดข้าวด้วยต้นทุนที่สูง ขีดความสามารถในการแข่งขันของเราก็ลดน้อยถอยลง เรามีปัญหาตั้งแต่เรื่องผลผลิตต่อไร่ ของเราก็ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของอาเซียน (ASEAN) เกณฑ์เฉลี่ยของหลาย ๆ ประเทศ ในเรื่อง ของอุปทานข้าวในประเทศเราก็มีส่วนเกินปีหนึ่งประมาณ ๒.๕ ถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตันต่อเวลา ขณะเดียวกันความต้องการข้าวในตลาดโลกก็เปลี่ยนไป อุปทานข้าวหรือโกลบอลซัปพลาย (Global Supply) สูงกว่าปริมาณความต้องการข้าวของโลกนะครับ ในแง่ของการบริโภคข้าว ก็ลดน้อยถอยลงทั้งประเทศไทย แล้วก็หลาย ๆ ประเทศ ในเรื่องของไทยแล้วยังมีปัญหา ในเรื่องของการขาดกำลังแรงงานในภาคเกษตร เกษตรกรของเราส่วนใหญ่อายุมาก ปัญหา เกษตรมานาน ดินเสื่อมโทรม ปัญหาการเข้าถึงแหล่งน้ำ รวมถึงเรื่องการตลาด เรื่องของ การผูกขาด เรื่องของเกษตรกรขาดอำนาจในการต่อรอง ทั้งหมดนั้นก็เป็นปัญหา เชิงโครงสร้าง เรื่องของข้าวในหลายรัฐบาลตลอดเวลาก็แก้ปัญหามาโดยตลอด แต่ว่าเนื่องจากข้าวเกี่ยวข้อง กับเกษตรกรจำนวนมาก พื้นที่เกือบทั้งประเทศเป็นที่ปลูกข้าว ดังนั้นในเรื่องการแก้ปัญหาข้าว เป็นการแก้เฉพาะด้าน เฉพาะเวลา เฉพาะกิจ เมื่อมีปัญหาก็เข้ามาแก้เลยเห็นว่า เรื่องการจำนำข้าวก็มีมาโดยตลอด เรื่องของการโซนนิง (Zoning) ข้าว เรื่องของเกษตรกร แปลงใหญ่ต่าง ๆ พวกนี้
เรื่องถัดไปก็คือให้เห็นว่าข้าวการแข่งขันในตลาดโลกนั้นสูงมาก ข้อมูล ในเดือนธันวาคมล่าสุดก็ยังพบว่าข้าวของเราต้องแข่งขันด้านราคาโดยคู่ค้าสำคัญ ๆ เดี๋ยวนี้ อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ ก็ก้าวเข้ามาเป็นคู่แข่งสำคัญ เราก็ไม่ได้เป็นแชมป์ (Champ) ข้าว เหมือนในอดีต ที่อนุกรรมาธิการได้มีการศึกษาว่าแล้วอนาคตข้าวของไทยเราจะไปทางไหน ก็ออกมาสรุปสั้น ๆ ว่าข้าวในอนาคตนั้นก็คงเป็นเรื่องของข้าวส่วนเกินจะมีเซอร์พลัส (Surplus) ที่สูงเป็นเรื่องของโกลบอลโอเวอร์ซัปพลาย (Global Oversupply) เรื่องการแข่งขันข้าว ในอนาคตนั้นจะเป็นเรื่องของไพรซ์คอนเชียส (Price Conscious) คือการแข่งขันเชิงราคาที่สูง อนาคตขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยจะลดน้อยถอยลง ต้นทุนการผลิตของเรา จะสูงกว่า การแก้ปัญหาของข้าวนั้นจึงต้องเน้นในเรื่องของการแก้ปัญหาทั้งคลัสเตอร์ (Cluster) ทั้งแวลูเชน (Value Chain) ของข้าว และอนาคตข้าวของไทยเราคงไม่สามารถแยก เป็นส่วน ๆ ได้ แล้วก็เรายังมองถึงว่าการแก้ปัญหาข้าวนั้นคงต้องเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม
ประการสุดท้ายที่เราศึกษาไว้เราพบว่าข้าวถ้าจะผลักดันขับเคลื่อนไป ทั้งประเทศนั้นเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนได้ยาก ดังนั้นควรจะมีเรื่องของเมืองต้นแบบแล้วก็มีเมืองนำร่อง อันนั้นเป็นการศึกษาว่าอนาคตข้าวของไทยเราจะไปทางไหน ในด้านแผนการปฏิรูปเรียนมา แต่ต้นข้าวเกี่ยวข้องกับเกษตรกรชาวนาตั้งแต่ ๓.๓ ล้านครัวเรือน ถึง ๓.๕ ล้านครัวเรือน เกี่ยวข้องกับพื้นที่เกือบทั้งประเทศ ปัญหาของข้าวคือปัญหาความเหลื่อมล้ำเรื่องของปัญหา ความยากจนของเกษตรกรของเรา อนาคตข้าวของเรานั้นคงต้องพัฒนาให้หลุดออกจากข้าว แบบติดแบบดั้งเดิม หรือที่เรียกว่า ๑.๐ ให้ก้าวไปทันต่อการขับเคลื่อนประเทศที่จะมุ่งไปสู่ ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ดังนั้นความจำเป็นที่จะต้องมีเมืองต้นแบบ มีเมืองนำร่อง ซึ่งในกรณีนี้เราได้นำจังหวัดกาฬสินธุ์นั้นเป็นจังหวัดที่มีการนำร่อง ในเรื่องของคำปรารภ ก่อนที่จะนำเสนอในรายละเอียดก็อยากจะทำความเข้าใจกับท่านประธานและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติก็คือว่าเรื่องของการแก้ปัญหาข้าวครั้งนี้เป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน แนวคิด ก็คือว่าจะมีการใช้นวัตกรรม มีการใช้เทคโนโลยีมาขับเคลื่อนและเอาข้าวเชื่อมโยง กับภาคอุตสาหกรรม แล้วก็นำสภาพของพื้นที่เอาข้าวเข้าไปอยู่ในเศรษฐกิจพิเศษ แล้วก็ ให้มีการนำร่องแล้วก็เอาตัวเกษตรกร เราทำทั้งหมดนี้เพื่อเกษตรกร เอาเกษตรกรเข้ามาเป็น ศูนย์กลางของการพัฒนา กรอบแนวคิดในการปฏิรูปครั้งนี้ กรอบแนวคิดก็คือว่าให้เกิด เมืองข้าวต้นแบบที่เป็นไรซ์ซิตี้ (Rice City) ให้ได้ มีการนำร่องในจังหวัดที่มีความพร้อม เป็นการนำร่องโดยใช้การผลิตข้าวที่เป็นลักษณะข้าวคุณภาพ เพราะเรารู้ว่าการผลิตข้าว ในลักษณะข้าวที่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์หรือ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นั้นอนาคตจะแข่งขัน ได้ยาก
แนวคิดในข้อต่อไปคือว่าข้าวนั้นไม่สามารถอยู่โดด ๆ ได้ นอกจากปฏิรูปข้าว และแยกการผลิตออกไปอย่างเป็นปัจจุบัน คือแยกเกษตรกรออกไปแล้วก็ละเลยว่า กลุ่มของโรงสี อุตสาหกรรมแปรรูปต่าง ๆ นั้นเป็นอุตสาหกรรมทั้งหมด และเราแยก ๒ ส่วน นี้ต่างหากออกจากกันแก้ไม่ได้ เพราะที่สุดแล้วซัปพลาย (Supply) ก็ผลิตออกซัปพลาย (Supply) อย่างเดียวนะครับ ด้านอุตสาหกรรมก็จะเป็นอุตสาหกรรม แนวคิดเราคือทำอย่างไรให้ ๒ องค์ประกอบนี้ ที่ดูแล้วแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนี้ สามารถไปอยู่ด้วยกันได้ก็คือเป็นแนวคิดที่จะเชื่อมแวลูเชน (Value Chain) ของข้าวทั้งหมด แล้วก็เอานวัตกรรม เอาเทคโนโลยีนี้ใส่เข้าไปตั้งแต่เกษตรกร รวมกันไปถึงตลอดโซ่อุปทาน
แนวคิดอีกอันหนึ่งก็คือว่าเราจะต้องมีการจูงใจด้วยมาตรการทางภาษี เพราะว่าเราใช้จังหวัดเป็นตัวตั้ง เป็นโมเดล (Model) แนวคิดก็คือเรื่องของเศรษฐกิจพิเศษ เอาเข้ามาจัด และมองถึงประโยชน์ที่เกษตรกรชาวนาจะได้ อันนั้นเป็นไฮไลต์ (Highlight) ของเรื่องก็คือว่าชาวนานั้นก็เป็นทางเลือกให้เกษตรกรนั้นรวมตัวหรือจะเข้าไปในลักษณะ ของสหกรณ์ก็ดี วิสาหกิจชุมชนก็ดีหรือจะเป็นสถาบันเกษตรกรหรือจะเป็นลักษณะ บิสซิเนสแมตชิง (Business Matching) จอยต์เวนเจอร์ (Joint Venture) กับผู้ประกอบการ ในการที่จะเข้าถึง การเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม เราพูดถึงคำว่าแวลูเชน (Value Chain) ของอุตสาหกรรมที่เราพูดที่ตรงนี้ก็จะขอนำไปอธิบายในอีกครั้งหนึ่งนะครับ คราวนี้ ในแนวทางการปฏิรูปนี้เราก็คิดว่าองค์ประกอบหลักสำคัญ ๆ ควรจะมีอะไรบ้าง ก็มีทั้ง ๘ ด้าน ที่วางกันไว้ก็คือ
ในเรื่องของอันดับแรกก็เป็นเรื่องของการขับเคลื่อน โครงสร้างในคลัสเตอร์ (Cluster) หรือว่าโซ่แห่งคุณค่าทั้งระบบจะต้องเอาเข้ามาเกี่ยวข้องนะครับ
องค์ประกอบที่ ๒ ก็คือว่าใช้แนวทางในเรื่องของมาตรการจูงใจโดยการนำ เรื่องของเศรษฐกิจพิเศษเข้ามาใช้นะครับ
องค์ประกอบที่ ๓ จะเป็นเรื่องของการส่งเสริมให้มีการผลิตข้าวแปลงใหญ่ เชิงอุตสาหกรรมนะครับ
องค์ประกอบที่ ๔ ก็คือว่าทำอย่างไรเกษตรกรจะได้ประโยชน์มากที่สุด ก็คือว่าให้มีการรวมตัวของเกษตรกรซึ่งแนวคิดของเราองค์ประกอบที่สำคัญก็คือเรื่อง ของสหกรณ์ เรื่องของวิสาหกิจชุมชนนะครับ
องค์ประกอบที่ ๕ ทำอย่างไรจะใช้ประโยชน์ของพื้นที่ การสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยใช้อัตลักษณ์ของจังหวัด การสร้างแบรนด์ (Brand) ของจังหวัดนะครับ
องค์ประกอบที่ ๖ เป็นเรื่องว่าทำอย่างไรจะเชื่อมจากฟาร์ม ทู เทเบิล (Farm to Table) ให้ได้ จะทำให้เมืองข้าวนั้นจะเป็นศูนย์กลางค้าปลีกค้าส่งรวมถึงการส่งออกข้าว ครบวงจรนะครับ
องค์ประกอบที่ ๗ เป็นเรื่องของความพร้อมจากภาพของจังหวัด และ
องค์ประกอบที่ ๘ ทำอย่างไรถึงจะให้ข้าวไม่ตกยุคไปสู่อุตสาหกรรมไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ให้ได้ นั่นคือแนวคิด
ลงมาในรายละเอียดนะครับ ในรายละเอียดก็คือ
ในองค์ประกอบข้อแรกนั้นการขับเคลื่อนโซ่แห่งคุณค่าเราหมายความว่า แนวคิดนี้ที่จะเป็นต้นแบบนี้เราไม่ได้พูดถึงแค่สหกรณ์ แต่เราพูดถึงองค์ประกอบ เราพูดถึง แนวทางของคลัสเตอร์ (Cluster) ทั้งหมดของข้าวตั้งแต่เกษตรกร ชาวนา ตั้งแต่สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน โรงสีอุตสาหกรรมบรรจุข้าวถุงนะครับ อุตสาหกรรมแปรรูปข้าวขั้นต้น อุตสาหกรรมทำเส้นหมี่ แป้ง ข้าวเจ้าต่าง ๆ พวกนี้นะครับ รวมถึงอุตสาหกรรมใหม่ที่เกี่ยวกับ การแปรรูปข้าวที่เราเรียกว่าไรซ์ นิว เอนจิน อินดัสทรี (Rice New Engine Industry) เช่น ข้าวที่เอามาทำเป็นเครื่องดื่ม เป็นโลชัน (Lotion) เป็นบิสกิต (Biscuit) เป็นไทยสาเกหรือเป็น ไรซ์ไวน์ (Rice wine) เป็นเนย เป็นครีม (Cream) หรือจะเป็นเพาเดอร์ (Powder) เครื่องสำอาง รวมถึงไบโอพลาสติก (Bioplastic) ทั้งหมดนี้ก็จะเอาเข้ามาเป็นบูรณาการกัน เมืองข้าวที่พูดนี้ ยังรวมถึงเรื่องของพวกซัปพอร์ตอินดัสทรี (Support Industry) ที่เกี่ยวกับข้าวทั้งหมด พวกเครื่องจักร การเกษตร ปุ๋ยเคมีอะไรต่าง ๆ นี้ก็ต้องเข้ามาบูรณาการในเมืองต้นแบบ
ในองค์ประกอบข้อที่ ๒ ก็จะเป็นเรื่องแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพิเศษก็อาจจะดูโต่ง นะครับ พอพูดถึงเศรษฐกิจพิเศษนี้เราก็จะมองเห็นถึงชายแดน ก็มองไปเห็นถึงเรื่องของ อุตสาหกรรม เศรษฐกิจพิเศษก็อยู่ภายใต้กำกับของคณะกรรมการนโยบายพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษ ถึงแม้จะระบุไว้ว่าระยะแรกแต่จะไปเน้นถึงเรื่องชายแดน แต่เราก็พบว่า เศรษฐกิจพิเศษก็ไม่ได้มีการกีดกันว่าถ้าไม่ชายแดนแล้วทำไม่ได้นะครับ แนวคิด ของเศรษฐกิจพิเศษที่จะเข้ามาก็คือว่าให้เกิดมีการจูงใจให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในพื้นที่เพื่อจะเชื่อมโยงกับเกษตรกรได้ประโยชน์จากมาตรการทางภาษีต้องเข้าใจก่อน ข้าวแล้วก็อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับข้าวนั้นไม่ถือเป็นซูเปอร์คลัสเตอร์ (Super Cluster) บีโอไอ (BOI) ปัจจุบันการส่งเสริมก็ไม่ได้ให้การส่งเสริมในเรื่องของการลดหย่อนภาษีอาจจะ แค่ ๑ ปีหรือ ๒ ปี แต่ว่าถ้าอยู่ในเศรษฐกิจพิเศษก็จะได้การส่งเสริมประเภทเอ ๑ (A 1) ยกเว้นภาษีรายได้อย่างน้อยเป็นเวลา ๘ ปี คราวนี้แนวคิดที่จะเอาเศรษฐกิจพิเศษเข้ามา ที่ตรงนี้คงต้องมีมาตรการจูงใจต่าง ๆ รวมถึงอุตสาหกรรมที่จะได้ประโยชน์ก็จะสามารถ เข้ามาเป็น เฟิสต์ เอสเคิร์ฟ อินดัสทรี (First S-Curve Industry) ก็จะทำให้อุตสาหกรรมข้าว แล้วก็การผลิตข้าวของเรากลับฟื้นขึ้นมา
ในแนวคิดในองค์ประกอบข้อต่อไป ในเรื่องการส่งเสริมให้พื้นที่ต้นแบบ ให้เป็นพื้นที่ส่งเสริมการผลิตข้าวแปลงใหญ่ซึ่งรัฐบาลก็กำลังส่งเสริมอยู่ แต่ว่าการรวมนา แปลงใหญ่ถึงแม้จะเอาเกษตรกรเอามารวมกันมาก ๆ จะเป็นพันไร่หรืออะไรแล้วแต่ ถ้าเกษตรกร อ่อนแอถึงเอามารวมตัวกันก็คือมีคนอ่อนแอมากขึ้นแล้วมารวมตัวกันก็ยัง อ่อนแอต่อไป แนวคิดก็คือว่าเกษตรกรรวมตัวกันเองก็ได้ หรือไปเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม เช่น โรงสีที่เข้ามาในพื้นที่และโรงสีเหล่านี้ได้รับการยกเว้นภาษีรายได้เกิดการเชื่อมโยง เป็นลักษณะของพันธมิตรธุรกิจการร่วมทุนต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้สามารถที่จะมีการแบ่งปัน ผลประโยชน์ในอีกรูปแบบหนึ่ง นอกจากนี้แนวข้าวแปลงใหญ่ที่เราจะเน้นเรื่องของข้าว คุณภาพข้าวจีไอ (GI) อะไรต่าง ๆ พวกนี้
ในองค์ประกอบข้อที่ ๔ ก็ยังเป็นแนวคิดเพื่อเกษตรกรอยู่ก็คือเห็นว่าถ้าจะให้ เกษตรกรรวมตัวกันเป็นสถาบันเกษตรกร การใช้กรณีของสหกรณ์ก็น่าจะเป็นทางเลือก ที่เหมาะสม แล้วก็เกษตรกรรวมตัวกันสามารถที่จะเชื่อมกับอุตสาหกรรมโรงสี หรือเกษตรกร จะเป็นเรื่องของสหกรณ์เข้าไปรวมกันในลักษณะเป็นศูนย์ค้าปลีกค้าส่งข้าวหรือจะเป็น ผู้ส่งออกข้าว โดยมีมาตรการจูงใจทางด้านภาษี เพราะอยู่ในเศรษฐกิจพิเศษ แนวคิดคือ ทำอย่างไรให้เป็นโคออป ๔.๐ (Co-op 4.0) คือต้องยกระดับสหกรณ์จากพื้นฐานดั้งเดิม เกษตรกรรวมตัวกันแต่ถ้าขาดโนว์ฮาว (Knowhow) ขาดหลักการ ขาดความรู้ ขาดความเป็น มืออาชีพก็ไม่มีประโยชน์ ทำอย่างไรแนวคิดก็คือจะยกโคออป ๔.๐ (Co-op 4.0) ให้ได้ แล้วก็ ใส่สกิล (Skill) ใส่ทักษะ และสามารถให้เชื่อมโยงไปสู่ระบบค้าปลีก ค้าส่ง หรือการส่งออก อย่างเป็นมืออาชีพ ผมทำส่งออก รู้ไม่ใช่เรื่องที่คนไม่มืออาชีพทำได้ เกษตรกรจะต้องถูก บ่มเพาะ ในแนวคิดต้นแบบครั้งนี้จะมีการสร้างศูนย์บ่มเพาะในพื้นที่ในด้านต่าง ๆ ให้กับ เกษตรกรด้วย และจะมีเรื่องของการร่วมทุน หรือบิสซิเนสแมตชิง (Business Matching) หรือจอยต์เวนเจอร์ (Joint Venture) ร่วมกัน แต่เกษตรกรก็คงต้องรวมตัวกันเข้ามา
ในองค์ประกอบข้อที่ ๕ แนวคิดที่เราเห็นหลายประเทศประสบความสำเร็จ เช่น ญี่ปุ่นแต่ละจังหวัดนั้นก็จะมีจุดเด่นมีแบรนด์ (Brand) ของจังหวัด มีโพรวินเชียลแบรนด์ (Provincial Brand) ของตัวเองทำอย่างไรข้าวจะมีแบรนด์ (Brand) ของตัวเอง เราไปฝรั่งเศส เรารู้ที่บอร์โด (Bordeaux) หรือว่าที่ต่าง ๆ ของแต่ละแห่งก็จะมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ต้องมีการเซอร์ทิฟาย (Certify) ดังนั้นเรามีแนวคิดว่าข้าวที่มาปลูกในพื้นที่ที่ตรงนี้จะต้อง สร้างเอกลักษณ์ของจังหวัดให้ได้ต้องเป็นข้าวจีไอ (GI) หรือจะเป็นข้าวปลอดสารพิษและ มีจีไอพี (GIP) อะไรต่าง ๆ พวกนี้ ภาคอีสานมีข้าวคุณภาพมาก ข้าวพื้นบ้านไม่ว่าจะเป็นข้าวเขาวง ข้าวก่ำ อันนี้เป็นของกาฬสินธุ์ หลาย ๆ จังหวัดก็ยังมีข้าวหอมทุ่งหรือต่าง ๆ พวกนี้ ถ้าเราจะสร้างเป็นเอกลักษณ์แต่ต้องมีมาตรฐาน มีตราสัญลักษณ์อะไรต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ เรามองว่าถ้าเราจดสิทธิบัตรของจังหวัดได้ แล้วก็สร้างให้กาฬสินธุ์หรือเมืองต้นแบบข้าว จะเป็นที่ไหนก็แล้วแต่ให้เกิดเป็นแบรนด์ (Brand) ของจังหวัด มีการจดสิทธิบัตร มีการควบคุม มาตรฐาน ควบคุมคุณภาพของข้าว ข้าวเหล่านี้จะเป็นการเพิ่มมูลค่าข้าวได้ นี้ก็จะมีแนวทาง การส่งเสริมเป็นแอเรียเบส (Area-based) กรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ก็รู้กัน ที่เจนีวาอะไรต่าง ๆ พวกนี้เขาจะมีแบรนด์ (Brand) เรื่องของนาฬิกา เรื่องของไวน์ (Wine) เรื่องวิสกี้ (Whisky) อะไรต่าง ๆ พวกนี้
ในองค์ประกอบข้อที่ ๖ เราพูดถึงฟาร์ม ทู เทเบิล (Farm to Table) ในครั้งนี้ เรามองไปถึงตลาดและถ้าตลาดสหกรณ์หรือข้าวรวมตัวกัน แต่ไม่ได้เข้าใจเรื่องระบบ ค้าปลีกค้าส่งซึ่งซับซ้อนมากนะครับ ระบบค้าส่งค้าปลีกของเราก็อยู่ในไม่กี่ซอร์ซ (Source) บางค้าปลีกค้าส่งก็ทำธุรกิจข้าวด้วย เพราะฉะนั้นที่หวังว่าจะให้เขาเปิดพื้นที่ให้กับข้าว ถ้าเป็นลักษณะสงเคราะห์เล็ก ๆ น้อย ๆ คงได้ แต่ถ้าจะทำกันเป็นระยะยาวพื้นที่มีไม่มาก ในตลาดค้าปลีกค้าส่ง ดังนั้นแนวคิดก็คือว่าจะต้องมีการทำค้าปลีกค้าส่งให้มีความเข้มแข็ง อีคอมเมิร์ซ (E-commerce) แนวทางของเราพอข้าวมีปัญหาเราก็ช่วยกันที่สภา ที่ สปท. รัฐสภาก็มีคนเอาข้าวมาขาย แต่ว่าผมมา ๒ อาทิตย์กว่าไม่เห็นแล้ว ภาพมันต้องยาวตลอด คือทำแล้วถ้าจะให้ข้าวให้เกษตรกรไดเรกเซลส์ (Direct sales) ลงไปถึงคนซื้อมันต้อง เป็นระบบ ต้องผ่านโครงสร้าง ผ่านศูนย์กระจายสินค้า ผ่านระบบโลจิสติกส์ (Logistics) เพราะฉะนั้นเกษตรกรทำไม่ได้ สหกรณ์เล็ก ๆ ก็ทำไม่ได้ มันจะต้องเชื่อมโยงให้เกิด อุตสาหกรรม แต่อุตสาหกรรมถ้าไม่มีแรงจูงใจเขาก็ไม่มีเหตุผลว่าทำไมจะต้องลงในจังหวัด ต้นแบบ เพราะฉะนั้นจังหวัดต้นแบบที่มีสิทธิพิเศษนั้นมันมีเรื่องของการยกเว้นภาษีเวลา ๘ ปี และเป็นจูงใจมากถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นแนวคิดก็คือจะต้องเอาเกษตรกรเชื่อมโยง กับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและสามารถทำค้าปลีกค้าส่งและลงไปถึงในต่างประเทศ มีการโรดโชว์ (Roadshow) ในต่างประเทศต่าง ๆ ได้นะครับ อันนี้ก็เป็นรูปแบบแต่ว่า การรวมตัวเราก็ยังเน้นของตัวเกษตรกรเป็นใหญ่ เช่น เกษตรกรอาจจะตั้งบริษัท ประชารัฐ รักสามัคคี สหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชนก็ได้ต่าง ๆ พวกนี้
ในองค์ประกอบข้อที่ ๗ เรื่องความพร้อมศักยภาพของจังหวัดนั้นเป็นหัวใจสำคัญ ภูมิรัฐศาสตร์นั้นต้องเหมาะสม มีระบบชลประทาน เพราะว่าเราจะพูดถึงเกษตรด้วยนะครับ โครงสร้างพื้นฐานที่สะดวกสามารถเข้าถึงประตูเศรษฐกิจ เรื่องของเกตเวย์ (Gateway) มีพื้นที่ที่จะเข้าถึงความสะดวก ที่จะเข้าถึงตลาด ตัวจังหวัดเองตั้งแต่ภาครัฐ เอกชน กกร. ต้องผนึกกำลังกันและเอกชนต้องมีวิสัยทัศน์และการลงทุนของเอกชนนั้นเป็นหัวใจสำคัญ เพราะว่าที่เราพูดทั้งหมดนี้เราต้องการให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนไม่ใช่รัฐเป็นผู้ลงทุน
ในองค์ประกอบข้อสุดท้าย ทำอย่างไรข้าวที่มีอยู่มาเกือบ ๘๐๐ ปี อยู่ในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง ในน้ำมีปลาในนามีข้าว อันนี้ทำอย่างไรข้าวจะอยู่ กับเมืองไทย ขณะที่เพื่อนบ้านเราขีดความสามารถแข่งขันเหนือกว่าเรา ประเด็นคือจะต้อง ปฏิรูปข้าวอย่างไรให้ชาวนามีความเข้มแข็ง มีการเพิ่มรายได้ แล้วก็ไม่ต้องตกกระบวนการ ปฏิรูปครั้งใหญ่ของประเทศ ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) อยู่ในยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ของชาติ ทำอย่างไรเกษตรกร อุตสาหกรรมข้าว การผลิตข้าวจะไม่ตกยุคแล้วก็สามารถ ขับเคลื่อนไปกับการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี จึงเป็นที่มาของเรื่องไรซ์ซิตี้ (Rice City) เป็นการขับเคลื่อนเมืองต้นแบบ แล้วก็เราศึกษาว่างานครั้งนี้จะต้องไปเชื่อมกับยุทธศาสตร์ชาติ
ในการปฏิรูปก็เป็น ๓ ระยะไปอย่างรวดเร็วนะครับ
ระยะที่ ๑ ก็ ๓ เดือน ทำอย่างไร ก็ต้องหาจังหวัดที่มีความพร้อม อย่างที่บอก มีโครงสร้างของจังหวัดเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงต่าง ๆ ได้ ด้านพลังงาน อย่างกรณีของ กาฬสินธุ์นั้นเราศึกษาแล้วมีโรงงานไฟฟ้า ๘๙ กิโลวัตต์ พอระบบชลประทานมีเขื่อนลำปาว เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ มีระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ที่สอบถามผู้ประกอบการสามารถแข่งขัน ด้านต้นทุน สามารถเชื่อมโยงไปที่ชุมทางจิระซึ่งในอนาคตจะเป็นชุมทางทางคู่ของประเทศ สามารถเชื่อมโยงกับไอซีดี (ICD) ลาดกระบังส่งออกไปที่แหลมฉบังได้โดยที่ต้นทุนยังสามารถ แข่งขันได้
ระยะที่ ๒ นั้นเป็นระยะ ๖ เดือนหลังจากระยะแรกนะครับ จะต้อง มียุทธศาสตร์จังหวัด จะต้องมีการตั้งคณะทำงานเข้ามาเพื่อที่จะร่างกฎหมาย ร่างศึกษา ความเป็นไปได้ของโครงการต่าง ๆ ทั้งหมด และจะต้องกำหนดพื้นที่เป้าหมายเพื่อจะตั้ง เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งกรณีที่เราศึกษาเราพบว่าที่กาฬสินธุ์ ตำบลโคกดอนหัน อำเภอยางตลาดนั้น ทางจังหวัดเสนอมาเป็นที่ราชพัสดุประมาณ ๑,๕๐๐ ไร่ อยู่ติดกับจังหวัดประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตรเศษบนถนนอีสต์ เวสต์ คอริดอร์ (East West Corridor) ก็เป็นที่เหมาะ
เรื่องของในหน้าถัดไป จังหวัดกาฬสินธุ์ที่เป็นต้นแบบนี้เขาก็ได้ทำโครงการ เข้ามานะครับ มีทั้งเรื่องพัฒนาเกษตรกร เรื่องของศูนย์บริการจักรกลการเกษตร เรื่องของ การผลิตข้าวคุณภาพจะเป็นไพลอตโปรเจกต์ (Pilot Project) เรื่องอีโคฟาร์ม (Ego Farm) อะไรต่าง ๆ พวกนี้นะครับ แล้วก็ทางจังหวัดก็มีพร้อมที่จะตั้ง บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี กาฬสินธุ์เพื่อจะนำร่องโครงการพวกนี้นะครับ
ในด้านระยะที่ ๓ ระยะสุดท้ายก็คืออีก ๖ เดือนหลังจากระยะที่ ๒ ก็จะต้อง มีการขับเคลื่อนให้เป็นมติให้ได้ เพราะว่าเรื่องของเศรษฐกิจพิเศษนั้นจะต้องอาศัยมติ ครม. แล้วก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานนะครับ เริ่มต้นอาจจะมีกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย แต่ว่าพอเดินเรื่องแล้ว อย่างน้อยมีหน่วยราชการและ อีกกระทรวงหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๑๑-๑๒ หน่วยราชการที่จะต้องมาปฏิสัมพันธ์ เรื่องของ การสนับสนุนทางด้านจัดบีโอไอ (BOI) เพื่อที่จะได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เรื่องยกเว้นภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา จากปกติเกณฑ์ ๓ ปีให้เป็นไม่เกิน ๘ ปีนะครับ ให้ไปอยู่ในกลุ่มเอ ๒ (A ๒) ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์มากมายนะครับ หน่วยงานต่าง ๆ นี้ก็มีสภา สปท. วันนี้นะครับ มีเรื่องของตัวจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด กระทรวงมหาดไทย กรรมการนโยบายพัฒนา เศรษฐกิจพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี สสช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการข้าว กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นต้น กระทรวงอุตสาหกรรมก็มีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวง พาณิชย์ กรมการค้าภายใน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ บีโอไอ (BOI) ภาควิชาการ ที่พร้อมจะเข้ามา ก็คือมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์นะครับ และข้อที่สำคัญก็คือภาครัฐ เช่น ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน เป็นต้น ในข้อเสนอแนะนี้ก็คือเป็นการล้อที่พูดมาทั้งหมดก็คือขอให้รัฐบาล สนับสนุนนโยบายนำร่องเมืองข้าวจังหวัดกาฬสินธุ์ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพิเศษเพื่อเป็น การส่งเสริมการลงทุน การผลิตข้าวคุณภาพเชิงอุตสาหกรรม การนำร่องที่จังหวัดกาฬสินธุ์นี้ แล้วก็มีข้อเสนอแนะสั้น ๆ ก็คือขอให้ สปท. ให้ความเห็นชอบร่างการศึกษาเพื่อที่ทางจังหวัด แล้วก็ภาคเอกชนจะได้นำไปต่อยอด ทางจังหวัดตอนนี้ก็รอเรื่องนี้อยู่นะครับ ในเรื่องขอให้ มีการตั้งคณะทำงานในการผลักดันโครงการนี้ในการศึกษาความเป็นไปได้แล้วก็การทำ ดีเทลสตัดดี (Detail Study) ต่าง ๆ นี้ ในเบื้องต้นก็มี ๑๑ หน่วยงานนะครับ แล้วก็ขอให้ มีการผลักดันเรื่องนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ในส่วนของภาคเกษตร แล้วก็ขอให้มีมติคณะรัฐมนตรีในการจัดตั้งเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อการผลิตข้าวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องแล้วก็ให้เป็นต้นแบบของเศรษฐกิจพิเศษที่ก่อนหน้านี้ ก็ประกาศไปแล้ว ๑๐ แห่ง แล้วก็กำลังประกาศอีกแห่งหนึ่งนะครับ อีกแห่งหนึ่งนั้นไม่ได้ ติดชายแดน เศรษฐกิจพิเศษ ระเบียงตะวันออกหรือที่เรียกว่าเออีซี (AEC) นั้นก็เพิ่งประกาศไป แนวคิดของเราที่ตรงนี้เศรษฐกิจพิเศษนี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นภาคอุตสาหกรรม ทำอย่างไรเราจะ มีต้นแบบว่าภาคเกษตร เกษตรอุตสาหกรรมสามารถที่จะมีเขตอุตสาหกรรมได้และ ทำอย่างไรเรื่องของไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) พูดถึงอุตสาหกรรม พูดถึงการขับเคลื่อน ประเทศไทยทั้งนวัตกรรม เทคโนโลยี เป็นเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) ทำไมเกษตรกรข้าว จะเข้าไปเชื่อมโยงได้ ทำอย่างไรเรื่องของมาตรการภาษีบีโอไอ (BOI) ต่าง ๆ นั้นมีแต่ ภาคเอกชน ภาคของเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรมเท่านั้นที่จะได้ ภาคเกษตรได้อานิสงส์เรื่องนี้ น้อยมากนะครับ อันนี้เป็นแนวคิดนะครับ แล้วก็การดำเนินงานเรายังให้ความสำคัญ ของเกษตรกรที่จะได้ประโยชน์จากที่ตรงนี้ ไม่ว่าจะรูปแบบของสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน หรืออะไรต่าง ๆ พวกนี้ สุดท้ายก็เป็นภาพนิดเดียวที่เราไปดูงานในพื้นที่ เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม อันนี้รูปแรกนะครับก็จะเป็นท่านอำนวย ท่านรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ก็ได้นำคณะไปที่จังหวัดกาฬสินธุ์นะครับ รูปต่อไปจะเห็นว่าด้วยความสนใจทั้งห้องก็เป็น ๑๐๐ ภาครัฐ เอกชน จังหวัดข้างเคียงก็มากัน เราได้ไปดูเรื่องน้ำเป็นเรื่องใหญ่ก็ไปดูงานเรื่อง ของโครงการส่งน้ำเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ เราไปนั้นเป็นเดือนกรกฎาคมช่วงนั้น เป็นช่วงที่น้ำแห้งมากที่สุดแล้ว ปรากฏว่าที่กาฬสินธุ์ก็ยังทำนาปรังได้ น้ำจากเขื่อนลำปาวนั้น เลี้ยงได้ตลอดทั้งปี แล้วก็เราก็ยังได้ไปดูพื้นที่เห็นว่าเกษตรกรในพื้นที่ที่เราไปนั้นเกษตรกร ก็ให้ความสำคัญนะครับ เข้ามาสอบถามมาอะไรกันมากมาย เราได้ไปดูพื้นที่ที่จังหวัด เขาเตรียมไว้ที่จะเป็นแปลงที่จะทำเขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่ที่ยางตลาดเป็นที่ราชพัสดุ ของจังหวัดไว้เดิม ที่ตรงนี้ทางจังหวัดเตรียมไว้เป็นศูนย์ราชการ แต่ว่าส่วนราชการ ของกาฬสินธุ์ได้ย้ายไปแล้ว ที่ตรงนี้ถ้าจะมีความสนใจ ทางจังหวัดเขาสามารถประสานได้ ที่เขาบอกมา ในการนี้ก็ยังมีที่สำรองให้อีกที่หนึ่งประมาณ ๕๐๐ ไร่อยู่ที่ตำบลอีตุ้ย ในภาพ ก็จะเห็นว่าประชาชนที่เราไปดูแปลงที่ตรงนี้ประชาชนก็ให้ความสนใจนะครับ เราได้ไปดูโรงสี ก็น่าจะเป็นโรงสีต้นแบบได้ที่กาฬสินธุ์เป็นโรงสีขนาดใหญ่ ขณะที่ไม่มีเศรษฐกิจพิเศษ ก็มีเอกชนมาลงทุน แสดงให้เห็นว่าทางจังหวัดก็มีศักยภาพ โรงสีนั้นเป็นโรงสีที่เป็นต้นแบบ โรงสีขนาดใหญ่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์อะไรต่าง ๆ ก็จะเป็นรูปแบบที่นำเสนอนะครับ
สุดท้ายที่ตรงนี้แนวคิดนี้คือการใช้พื้นที่ต้นแบบขับเคลื่อนให้เกษตรกรชาวนา สามารถเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมได้ และทำทั้งคลัสเตอร์ (Cluster) ไม่ได้ทำเฉพาะโรงสี แต่ว่าทำไปตลอดคลัสเตอร์ (Cluster) เขาทั้งหมด การแปรรูปไปถึงโรงงานปุ๋ย ทำพันธุ์ข้าว หรือว่าโรงงานทำเครื่องจักรกลการเกษตร แล้วก็ทำไปจนถึงค้าปลีกค้าส่ง หรือการส่งออก มีต้นแบบ มีศูนย์บ่มเพาะอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์นั้นเป็นต้นแบบที่อยู่ในอีสาน ถ้าเรา พัฒนาต้นแบบที่อีสานได้ประสบความสำเร็จก็สามารถที่จะไปเชื่อมต่อเศรษฐกิจพิเศษ ที่เอามาใช้ที่ตรงนี้ต้องเป็นมติ ครม. นะครับ หลายท่านก็ไปติดไว้ไม่จำเป็นต้องอยู่ชายแดน ต้องย้ำไม่ต้องติดชายแดน กรณีของอีอีซี (EEC) เศรษฐกิจภาคตะวันออกที่ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยองก็ไม่ได้ติดชายแดน เพราะฉะนั้นแนวคิดก็คือว่าทำอย่างไรการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ เข้าสู่ทศวรรษใหม่ของด้านเศรษฐกิจ และข้าว ยังไม่ตกยุคไป ข้าวยังสามารถกลับเข้ามาเป็นเอสเคิร์ฟ อินดัสทรี (S-curve Industry) ชาวนาอยู่โดด ๆ ก็จะพัฒนาแบบนี้ เราพัฒนาอย่างนี้มา ๑๐๐ ปีแล้วนะครับ แนวคิดคือ ทำอย่างไรที่ถ้าจะแก้เหลื่อมล้ำชาวนาจริง ๆ คือต้องยกระดับชาวนาและเชื่อมโยงให้เขาคิด อย่างอุตสาหกรรม ให้เขาคิดแบบมืออาชีพ ขอบพระคุณครับ