วลัยรัตน์ ชี้สามเหลี่ยมอาชญากรรมการเมือง ห้ามขาทั้งสามบรรจบ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖๓ · ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙

วลัยรัตน์ ศรีอรุณ แจ้งขั้นตอนการอภิปรายและเชิญผู้แทนกรุงเทพมหานครนำเสนอประเด็นด้วยสื่อนำเสนอ พร้อมอภิปรายประเด็นการเมืองในแผนปฏิรูปประเทศ โดยวิเคราะห์ลึกถึงปัญหาทางการเมืองผ่านการเปรียบเทียบกับทฤษฎีสามเหลี่ยมการเกิดอาชญากรรม ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยสามประการคือ โอกาส เจตนา และเหยื่อ โดยยกมาประยุกต์เข้ากับบริบทการเมืองในประเทศ ได้แก่ นายทุนพรรคการเมือง พรรคที่ถูกครอบงำ และ ส.ส. ที่ขาดอุดมการณ์ พร้อมเสนอให้ป้องกันไม่ให้ปัจจัยทั้งสามนี้มาบรรจบกันเพื่อยับยั้งอาชญากรรมทางการเมือง ทั้งยังชี้ให้เห็นว่าแผนการปฏิรูปบางประการอาจทำให้ปัญหาเดิมกลับมาอีกครั้ง พร้อมทั้งแจ้งว่ามีคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนอิสลามศรีอยุธยามูลนิธิ 146 คน เข้าร่วมรับฟังการประชุม และได้กล่าวต้อนรับก่อนเชิญวิทยากรขึ้นบรรยาย

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวจะเป็นการอภิปรายของสมาชิก ขณะนี้ดิฉันมีรายชื่ออยู่เพียง ท่านเดียวนะคะ ท่านสมาชิกที่ประสงค์จะอภิปรายกรุณาส่งรายชื่อด้วยนะคะ ท่านแรกคือ ท่าน พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน ท่านรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรียนเชิญค่ะ ท่านมีเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ด้วยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : กราบขอบพระคุณครับ กระผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน สมาชิก สปท. ลําดับ ๑๙๗ วันนี้เป็นแผนการปฏิรูปประเทศ ทางด้านการเมืองหัวข้อสําคัญมากครับ หัวข้อผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ก่อนที่จะเข้า เนื้อหาผมขออนุญาตแก้ข่าวนิดนะครับ มีสมาชิกหลายท่านพูดทํานองต่อว่ากระผมว่า อํานวยฝ่อเหี่ยวหายไปไหน คล้าย ๆ คนจะหมดอายุใกล้จะเกษียณจะหมดวาระ ขออนุญาตครับ อํานวยคงไม่เป็นมวยยก ๕ ฉากหนี เตะแล้วถอยคงจะชกจนระฆังยกสุดท้ายดังขึ้นอย่างเต็มที่ เพราะเราต้องชกเพื่อให้แฟนมวยติดใจโปรโมเตอร์ (Promoter) ให้ความสําคัญต้องจัดให้ชกอีก แปลว่าชกจนนาทีสุดท้าย ชกเพื่อชาติบ้านเมืองครับ หัวข้อวันนี้แม้ว่าผมจะป่วยอย่างไร ก็แล้วแต่ผมจะนั่งรถเข็นมาอภิปรายครับเพราะเป็นหัวข้อสําคัญ เมื่อสักครู่ท่านวิทยา แก้วภราดัย ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านบอกว่าท่านต้องรีบขึ้นข้างบนแล้วเพราะได้ข่าวว่า อํานวยยื่นอภิปราย วันนี้ผมก็ผิดปกติเหมือนกับท่านสมพงษ์ สระกวี ครับ เมื่อกี้ท่านชี้แจง นุ่มเนียนเป็นรําไทย ผมแปลกใจว่าทําไมท่านเปลี่ยนบุคลิกได้ขนาดนั้น ผมเองก็คงจะไม่เผ็ดร้อน เพราะเป็นการอภิปรายที่เห็นด้วย สนับสนุนอย่างยิ่ง แต่ที่ลุกขึ้นมาอภิปรายเรื่องนี้เพราะว่า ผมต้องการที่จะชี้ประเด็น ผมต้องการที่จะแต่งเติมเสริมแต่งในแผนการปฏิรูปให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ผมเชื่อว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ ในสภานี้คงยังไม่เคยพูดสิ่งนี้ ท่านสมพงษ์พร้อมที่จะจดก็จด เราต้องยอมรับครับว่าประเทศไทยของเรามาถึงวันนี้ได้ เพราะนักการเมืองแหละครับ เพราะนักการเมืองทําให้ประเทศของเราต้องมาถึงวันนี้ ต้องมีการทํารัฐประหาร ย้อนหลังไปนิดหนึ่งครับผมไม่ใช่ว่ารื้อฟื้น ไม่ใช่ว่าจะสร้าง ความแตกแยก แต่ในเมื่อเราจะพูดให้มันเห็นก็ต้องพูดสิ่งที่เราเห็นมาแล้ว เพื่อนสมาชิก คงได้ยินคําเหล่านี้นะครับ อภิปรายไปเถอะจะมีเหตุผลดีอย่างไรก็แล้วแต่ พยานหลักฐาน จะขนาดไหนก็แล้วแต่ เดี๋ยวยกมือก็แพ้ ท่านจําได้ไหมครับ คํานี้ดังออกไปจากสภา ดังออกไป ทั่วประเทศไทย เสียงข้างมากถูกต้องเสมอ ประชาธิปไตยต้องยอมรับเสียงข้างมากเท่านั้น คําเหล่านี้เราได้ยินกันชัดครับ ตรรกที่ผมพูดมาทั้งหมด ท้ายที่สุดได้นําไปใช้จริงครับ ใช้เสียงข้างมากพยายามทําหลายเรื่องหลายราว ใช้เสียงข้างมากจนกระทั่งสังคม เกิดความขัดแย้ง มีความพยายามที่จะออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม เริ่มต้นแค่กลางซอย ต่อยอดเป็นสุดซอย ประชาชนรับไม่ได้ สังคมรับไม่ได้ มีความพยายามที่จะแก้รัฐธรรมนูญ โดยใช้เสียงข้างมากใน ๓-๔ ประเด็นด้วยกัน ผมให้ดูประเด็นหนึ่งครับเพราะผมเอาไปสอน เด็กด้วยเรื่องนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งจะวินิจฉัยครับว่าการกระทําใด ๆ ที่จะเป็นการล้มล้าง เปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข ถ้าผู้ใดพบเห็นให้สามารถนําไปยื่นโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ศาลรับวินิจฉัยได้ เพราะประชาชนคนนั้น ๆ คนไหน ๆ เป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตย ใครจะทําลายอํานาจ อธิปไตย เจ้าของอํานาจย่อมมีสิทธิที่จะปกป้องอํานาจของตน มันเป็นหลักง่าย ๆ ครับ ศาลรัฐธรรมนูญจึงรับไว้พิจารณาได้ มีความพยายามแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ ห้ามศาลรัฐธรรมนูญรับจากประชาชนโดยตรง เรียกว่าสวนกับศาลเลยครับ ความรู้สึกของ ประชาชนก็เลยเหมือนท่อประปาแตกครับ ออกกันมาเต็มท้องถนน เกิดความขัดแย้ง อย่างรุนแรง จนกระทั่ง คสช. ต้องเข้าควบคุมสถานการณ์มันเป็นมรรคเป็นผลต่อเนื่อง จนกระทั่งผมต้องมาเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้วย ม. ๔๔ ที่ผมพูดตรงนี้ก็กําลัง แปลให้ฟังว่าตรรกที่พูดเมื่อสักครู่เสียงข้างมากถูกต้องเสมอจริงหรือไม่ครับ เสียงข้างมาก คือประชาธิปไตยใช่แล้วหรือ ขออนุญาตอย่างนี้ครับว่าจากความเสียหาย จากความสูญเสีย จากความขัดแย้งที่เสียงข้างมากที่เข้าใจผิดว่าถูกต้องเสมอนั่นแหละ ทําให้สังคมแตกแยก อย่างรุนแรง ดังนั้นบทพิสูจน์ในเรื่องนี้ก็ยืนยันแล้วว่าเสียงข้างมากไม่ใช่ประชาธิปไตย ไม่ใช่ถูกต้องเสมอ แต่เสียงข้างมากหรือจะข้างน้อยก็แล้วแต่ถ้าเป็นเสียงที่บริสุทธิ์ ของประชาชน ของคนไทยอย่างแท้จริงเท่านั้นล่ะครับที่จะถูกต้อง วันนี้ผมบอกว่านวัตกรรมใหม่ ที่ไม่เคยพูดในสภาแห่งนี้ ผมเปรียบเทียบให้เห็นทฤษฎีสามเหลี่ยมการเกิดอาชญากรรม กับทฤษฎีอาชญากรรมทางการเมือง เข้าใจยากสักนิดครับ ผมเลยต้องทําเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) มานําเสนอ การเกิดอาชญากรรมจะครั้งไหนคราวไหนก็แล้วแต่ครับ ตามทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรมนี้จะอธิบายสิ่งนั้น องค์ประกอบในการเกิดอาชญากรรม ๓ องค์ประกอบนี้จะต้องมาครบถึงจะเกิด

องค์ประกอบที่ ๑ ต้องมีโอกาสครับ อาชญากรจะก่อเหตุต้องมีโอกาส ให้ก่อครับ โอกาสจะต้องมีสถานที่ที่เหมาะสมที่จะก่อเหตุ เวลาที่เหมาะสมที่จะก่อเหตุ

อันที่ ๒ ด้านเหลี่ยมซ้ายมือคืออาชญากรจะต้องมีตัวคนร้ายครับ คนร้ายนั้น จะต้องมีเจตนาที่จะก่อเหตุ อันที่ ๓ คือเหยื่อ ผู้ถูกกระทําจะต้องไปให้เขาทํา เพื่อให้เข้าใจง่ายเข้า ผมยกตัวอย่าง เช่น คดีข่มขืนกระทําชําเราแล้วกัน มันจะต้องมีอาชญากรที่มีความกําหนัด มีความยาก มีความต้องการทางเพศ จะเมาเหล้าหรือไม่เมาก็แล้วแต่ จะผิดปกติทางเพศ หรือไม่ผิดปกติก็แล้วแต่ แต่มีเจตนาที่จะก่ออาชญากรรมขึ้น อันที่ ๒ ต้องมีสถานที่ให้เขาก่อ อาชญากรรมได้ ไม่ใช่ไปข่มขืนกันหน้าตู้ยามตํารวจนั่งมองอยู่ในตู้ ต้องเป็นที่เปลี่ยว ต้องเป็นที่มืด ต้องเป็นที่ปลอดคน

ประการที่ ๓ เหยื่อ ต้องมีผู้หญิง ถ้าเหยื่อมีส่วนร่วมด้วยก็เช่นว่า นุ่งสั้น เปิดอกยั่ว ทําให้เกิดอารมณ์มากยิ่งขึ้น เขาเรียกว่าเหยื่อมีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรม ๓ อย่างเจอกันเมื่อไรถูกข่มขืนทันทีครับ แต่ถ้าหากว่าแค่ ๒ อย่าง อาชญากรมีความกําหนัด ไปนั่งรออยู่ในที่เปลี่ยวแต่ผู้หญิงไม่ออกจากบ้าน ข่มขืนใคร เปรียบเทียบกันกับอาชญากรรม ในทางการเมืองครับ จะมี ๓ ขาเหมือนกันเป๊ะเลยครับ ขาที่ ๑ เท่ากับโอกาส สถานที่ และเวลาของสามเหลี่ยมอาชญากรรมก็คือนายทุนพรรคการเมืองครับ มีคนให้ทุน กับพรรคการเมือง คนยื่นน้อยครับเพิ่มเวลานิดก็คงไม่เป็นอะไรครับ มีคนให้ทุน กับพรรคการเมืองเป็นนายทุนพรรคการเมืองเข้าไปขี่พรรคการเมือง ไปซื้อ ส.ส. เข้าพรรค เพื่อให้พรรคใหญ่ขึ้น อันที่ ๒ ก็ตรงกันกับอาชญากร ก็คือพรรคการเมืองที่ถูกครอบงํา โดยนายทุน อันที่ ๓ เหยื่อ ก็คือ ส.ส. ที่ขาดอุดมการณ์ทางการเมือง ส.ส. ที่ซื้อได้ ส.ส. ที่ขายตัว ส.ส. ที่ต้องไปรอรับเช็คเพื่อไปตัดสูท เราต้องยอมรับสิ่งนี้ครับ ถ้า ๓ อย่างนี้เจอกัน เกิดอาชญากร เกิดอาชญากรรมทางการเมืองขึ้นทันทีครับ ผมกําลังจะอธิบายกับท่าน กรรมาธิการท่านจะต้องกําจัดขาทั้ง ๓ ขานี้ให้หมดสิ้นครับ ท่านต้องหักขาให้ครบทุกขาครับ ผมให้คะแนนเต็ม ๑๐๐ ครับถ้าท่านทําอย่างนั้นได้ แต่ถ้าหากว่าท่านไม่สามารถหักขาได้ ทั้งหมดหักบางขา เช่น ผู้หญิงไม่ออกไปอาชญากรกําลังนั่งรออยู่ เมาเที่ยงคืนรออยู่ที่ หัวสะพานเป็นที่มืดพร้อมที่จะข่มขืนได้ใต้สะพานแต่ผู้หญิงไม่ออกไปไม่เจอกันก็ข่มขืนไม่ได้ ท่านจะต้องไม่ให้ขา ๓ ขานี้มาเจอกัน มาบรรจบ มาพบกัน อาชญากรรมทางการเมืองก็จะไม่เกิด ดีที่สุดให้เต็มร้อยคือหักขา ๓ ขา ได้ลงมาคือหักบางขาหรืออย่าให้ขามาบรรจบกันทั้ง ๓ ขา ทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรม ทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรมทางการเมืองก็จะไม่เกิด

สุดท้ายท่านประธานครับสามเหลี่ยมอาชญากรรมที่ผมนํามาพูดในวันนี้ มันไม่ใช่ของใหม่ แต่ที่จะเอามาโยงกันได้แล้วอธิบายให้ท่านสมพงษ์กับท่านวิทยาเข้าใจได้ มันมีไม่กี่คนหรอก แล้วให้อธิบายใหม่ผมอาจจะพูดไม่เหมือนเดิม ฉะนั้นต้องรีบจดไว้ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้คณะ คสช. พบเห็นขาอาชญากรรม ๓ ขาทางการเมืองมาแล้ว ที่ผมยืนยันว่า พบเห็นเพราะว่านําไปบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พุทธศักราช ๒๕๕๗ ที่เราท่องกัน จนขึ้นใจบัญญัติ ๑๐ ประการ ในบัญญัติ ๑๐ ประการในมาตรา ๓๕ ของรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราวมีพูดไว้ว่าพรรคการเมืองจะต้องเป็นพรรคการเมืองของประชาชน ไม่ใช่ พรรคการเมืองของนายทุน นั่นคือขา ๑ ใน ๓ ขา อันที่ ๒ นักการเมืองจะต้องเป็น นักการเมืองของประชาชน จะต้องเป็นนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ที่จะทํางานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เป็นนักการเมืองของนายทุน ท่านคงจําตรงนี้ได้นะครับ แล้วก็บอกต่อไปว่า ส.ส. จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม ก็คือเหยื่อจะต้อง ไม่ขายตัว นายทุนพรรคจะต้องไม่มี พรรคการเมืองจะต้องเป็นพรรคของประชาชน ออกนโยบายมาเพื่อยังประโยชน์ให้กับประชาชน ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน นั่นแหละครับ คือขา ๓ ขาในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ฉบับชั่วคราวบอกว่าในการเขียนรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่จะต้องทําสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เป็นมรรคเป็นผล ดังนั้น เป็นเรื่องเก่าครับ แต่ผมนํามาเรียบเรียงและนํามาชี้ประเด็นให้เห็น ผมต้องขอบพระคุณ ผมศึกษาในแผนการปฏิรูปนี้มาโดยละเอียดแล้วค่อนข้างที่จะตอบโจทย์ ๓ ขาได้พอสมควร แต่เมื่อท่านเห็นขาชัดแล้วท่านจะไปเติมหักขาให้หักทั้ง ๓ ขา ผมให้ ๑๐๐ เต็ม หักเป็นบางขา หัก ๒ ขาผมให้ ๘๐ หักขาเดียวแต่อย่าให้ขาได้เจอกันอีก เหล่านี้นะครับ สามเหลี่ยม อย่ามาบรรจบกันผมให้ ๖๐ ท่านจะเลือก ๖๐ ๘๐ หรือ ๑๐๐ เต็ม ฝากกรรมาธิการ ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิไปพิจารณาด้วยครับ ด้วยความเคารพ กราบขอบพระคุณครับ

ขอบพระคุณค่ะ ขณะนี้มีคณะบุคคลที่ขออนุญาตเข้าฟังการประชุมนะคะ คือคณะคุณครูและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ของโรงเรียนอิสลามศรีอยุธยามูลนิธิ ๑๔๖ คน ยินดีต้อนรับนะคะ ต่อไปเรียนเชิญท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธานกรรมการบริหารสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เรียนเชิญค่ะ