สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖๓ · ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙

เพิ่มพงษ์ เชาวลิต เสนอแนะการปรับปรุงการเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนและพัฒนาประเทศ โดยเสนอแผนการจัดโครงสร้างและบทบาทของสํานักงานสถิติแห่งชาติ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการข้อมูลและประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ และการกระจายอำนาจในการจัดการข้อมูล โดยมีจังหวัดเป็นฐาน

นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ผม เพิ่มพงษ์ เชาวลิต สปท. หมายเลข ๑๑๐ ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าหัวข้อที่มีการพูดครั้งนี้ เป็นเรื่องที่สําคัญมาก ในเรื่องของข้อมูลสถิติต่าง ๆ เพราะจริง ๆ แล้วถ้าเราทําตรงนี้ได้สําเร็จ จะมีผลในเรื่องของการพัฒนาหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี หรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ หลายครั้งที่มีการวางแผนและผิดพลาดนี่ส่วนสําคัญมากที่สุดก็มาจาก เรื่องข้อมูลตรงนี้ แต่จริง ๆ แล้วในช่วงหลังถ้าสังเกตดูภาคส่วนต่าง ๆ รวมเฉพาะราชการ มีการให้ความสําคัญในเรื่องข้อมูลมากขึ้นนะครับ แต่ละหน่วยต่างมีการจัดตั้งหน่วยของตัวเอง เก็บรวบรวมข้อมูลตามรูปแบบต่าง ๆ กัน แต่สภาพปัญหาก็เป็นแบบที่คณะทํางานได้พูด สักครู่แล้วนะครับว่าสภาพของเราไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต่างคนต่างทํา กระจาย ไม่มีตัวรวม แล้วก็ยังเป็นอาณาจักรของใครของมันอยู่ อันนี้ก็เป็นสภาพที่ดํารงอยู่ของทุกเรื่องของระบบราชการ ซึ่งผมคิดว่าข้อมูลก็จะเป็นส่วน ๆ ทางนี้เหมือน ๆ กัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มิใช่ง่ายนะครับ แต่ถ้าทําได้สําเร็จจะมีผลอย่างมากและผมก็เห็นด้วยกับท่านกษิต ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับว่า ถ้าเราสามารถทําได้ดี ๆ จะเป็นการปฏิรูปในเรื่องของการทํางานได้อย่างมากนะครับ ผมคิดว่าถ้าเรามีหัวข้อในการเพิ่มเติมจากนี้ไปมันก็จะเป็นประโยชน์ ผมมีข้อเสนอแนะอยู่ ๕-๖ ข้อในการทําเรื่องนี้

เรื่องแรกคือเรื่องบทบาทของหน่วยงานกลางคือสํานักงานสถิติแห่งชาติเอง ถ้าจะทําในรูปแบบที่เรากําลังพูด ณ ขณะนี้ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอะไรต่ออะไร อีกมากมายนะครับ ตัวสํานักงานสถิติแห่งชาติเองผมมีข้อคิดเห็นอยู่ ๒-๓ เรื่องนะครับ

เรื่องแรกเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องชื่อของสํานักงานสถิติแห่งชาติเองนะครับ ท่านชิดชัยเมื่อสักครู่ได้พูดให้ผมว่าจริง ๆ ชื่อสํานักงานสถิติแห่งชาติมันไม่ค่อยสอดคล้อง ที่จริงตัวงานนี่คือทําหน้าที่ในการบริหารจัดการข้อมูลแล้วก็เรื่องของสถิติ ชื่อนี่มันจะสะท้อน บทบาทนะครับ ถ้าเรามองสถิติที่ผ่านมาทุกหน่วยจะมองเห็นมาถึงการเก็บตัวเลขเท่านั้นเอง แล้วก็ผลงานที่ออกมาของสถิติก็นาน ๆ จะมีสักครั้ง เก็บข้อมูลอาจจะมาก แต่ผลงานออกมา ค่อนข้างน้อย อันนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าถ้าเรากําลังจะพูดถึงเรื่องการจัดระบบในเรื่องของ ข้อมูลทั้งหมดนี่ตัวสํานักงานสถิติแห่งชาติคงจะต้องพิจารณา บทบาทใหม่ของสํานักงานสถิติแห่งชาติ จะมีอยู่ ๓ เรื่องหลัก ๆ ซึ่งผมคิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่มาก ก็คือการบริหารจัดการข้อมูล ที่จําเป็นในสาขาต่าง ๆ ที่ได้มีการพูดไปแล้ว จะบริหารจัดการอย่างไรตรงนี้จะเป็นเรื่องใหญ่มาก อันที่ ๒ คือประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ อันที่ ๓ คือการปฏิบัติเก็บข้อมูลเอง จัดการข้อมูลเองนะครับ ๓ ส่วนนี้บทบาทไหนหลัก บทบาทไหนรองตรงนี้จะเป็นเรื่องสําคัญ ในความเห็นของผมเองผมคิดว่าบทบาทที่ ๑ และ ๒ นี่จะเป็นเรื่องหลัก ๓. อาจจะเป็นเรื่องรอง ถ้าเป็นแบบนั้นการจัดโครงสร้างและบทบาทของสถิติแห่งชาตินี่จะสะท้อนในเรื่องอะไรบ้าง ผมว่าอันนี้เป็นเรื่องแรกที่ต้องพิจารณา เพราะถ้าหน่วยงานกลางไม่สามารถเดินตรงนี้ได้ อย่างอื่นก็คงไปได้ยากนะครับ

อันที่ ๒ คือเรื่องความสัมพันธ์ของ ๓ ส่วนซึ่งผมคิดว่าจําเป็นจะต้อง มีความเกี่ยวพันกัน คือแผนจัดการข้อมูล เทคโนโลยี และงบประมาณ ๓ เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ ค่อนข้างเกี่ยวพันกันมาก เพราะเท่าที่ผมดูเอกสารมาเรากําลังพูดถึงเรื่องการจัดการข้อมูล ทั้งระบบจะเป็นหลายสาขาอย่างที่มีการพูดกันมาแล้ว ตรงนี้มันควรจะต้องมีแผนแม่บท ออกมาเป็นขั้นเป็นตอนอันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ แต่อันที่ ๒ ที่ไม่น้อยคือเทคโนโลยี ในการจัดการข้อมูลต้องจ่ายตรง ผมคิดว่าขณะนี้ทุกกระทรวงมีเทคโนโลยีในการจัดการ ข้อมูลเกือบทั้งสิ้น แต่ว่าเทคโนโลยีเหล่านั้นมันไม่ได้เชื่อมกันต่างคนก็ต่างทํากันไป อันนี้ เราจะจัดการเรื่องเทคโนโลยีอย่างไร เพราะยุคสมัยนี้มันไม่ใช่เก็บข้อมูลที่เศษกระดาษ แต่มันใช้เทคโนโลยีอย่างสําคัญ และอันที่ ๓ เรื่องการจัดการโดยระบบงบประมาณ ซึ่งแน่นอนมันต้องมี ถ้า ๓ ส่วนนี้เดินไปได้ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างสูงในเรื่อง ของการดําเนินงานข้อมูลนะครับ

อันที่ ๓ ที่ผมขออนุญาตจะฝากเป็นข้อสังเกตก็คือเมื่อข้อ ๒ เสร็จแล้ว สภาพบังคับที่ให้ทุกส่วนราชการได้ดําเนินการตามนี้คืออะไร ผมคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ หลายครั้งที่เรามีการคิดกันแล้วแต่ว่าผลทางปฏิบัติไม่มีเพราะอํานาจของส่วนราชการ อาจจะมากกว่า หน่วยนี้อาจจะเห็นด้วย หน่วยนี้ไม่เห็นด้วย หน่วยนี้ให้ข้อมูล หน่วยนี้ ไม่ให้ข้อมูล มันก็จะกระจัดกระจายกันไป มันไม่สามารถเป็นระบบได้ เพราะฉะนั้น ในการศึกษาของเราเมื่อเราทําเรียบร้อยแล้วสภาพบังคับคืออะไร มีตัวบทกฎหมายอะไร ที่สามารถที่จะสั่งหรือให้ส่วนราชการได้ดําเนินการตามนี้ซึ่งผมว่าตรงนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ มันอาจจะมากกว่าคณะทํางานที่เราตั้ง คณะทํางานที่ตั้งก็เป็นแค่การประสานงาน คณะทํางานตั้งมากบางทีผลงานก็ค่อนข้างน้อยอันนี้ผมคิดว่าจะเป็นเรื่องหนึ่งที่สําคัญ เพราะฉะนั้นผมเสนอว่าอยากให้เขียนให้ชัดเจนถึงสภาพบังคับว่าเมื่อผลการศึกษาออกไปแล้ว หรือผลเสนอแนะออกไปแล้วจะมีผลอะไรนอกจากเป็นมติ ครม. แล้วจะเป็นกฎหมายอย่างไรบ้าง อํานาจของสถิติในบทบาทใหม่จะมีครอบคลุมตรงนี้หรือไม่ ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญนะครับ

อันที่ ๔ ผมคิดว่าเป็นเรื่องสําคัญอันหนึ่งก็คือการพูดถึงบทบาท สถาบันการศึกษาในเรื่องของการจัดการข้อมูล ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่มี ส่วนความสําคัญมากเหมือนกัน เท่าที่ทราบอย่างที่ผมทํางานด้านยาเสพติด ในอเมริกา บางอย่างเขามอบหมายให้มหาวิทยาลัยรับผิดชอบในเรื่องนี้เลย เช่น การเก็บตัวเลข การบําบัดรักษามอบมหาวิทยาลัยนี้จัดการ การทําข้อมูลอะไรต่าง ๆ มอบมหาวิทยาลัยนี้จัดการ ตรงนี้ผมคิดว่าจะเป็นบทบาทที่สําคัญอันหนึ่งเหมือนกันว่าการอาศัยบทบาท ของสถาบันการศึกษาซึ่งกระจายอยู่แล้วให้มีบทบาทเรื่องการจัดการข้อมูลหรือจัดเก็บ ก็ตามแต่ มันก็จะเป็นประโยชน์แล้วก็ข้อมูลอาจจะมีความถูกต้องมากขึ้นมากกว่า การใช้หน่วยราชการแต่เพียงอย่างเดียวนะครับ อันนี้ผมฝากเป็นข้อสังเกตอันหนึ่งในเรื่องของ การจัดการ

อันที่ ๕ ก็คือในเรื่องของการกระจายอํานาจการจัดการข้อมูล ตรงนี้ เป็นปัญหาใหญ่มาก หลักคิดอยู่ ๒ อย่างคือเราจะรวมอํานาจจัดการข้อมูลหรือกระจายอํานาจ จัดการข้อมูล อันนี้เป็นบรรทัดฐานที่เราจะชี้ทิศทางของการเก็บข้อมูลจะไปที่ไหน ถ้าเราคิด แบบรวมศูนย์อํานาจแสดงว่าข้อมูลทุกอย่างเก็บเข้าที่ส่วนกลางหมด อันนี้ก็จะดีในแง่ ความเป็นเอกภาพแต่การใช้ประโยชน์ได้อาจจะน้อย หรืออันหลังผมคิดว่าถ้าสอดคล้อง กับการปฏิรูปที่เรากําลังทําอยู่นี้การกระจายอํานาจข้อมูลโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน ผมคิดว่าตรงนี้ จะเป็นเรื่องสําคัญ เพราะขณะนี้ทั้งรัฐบาลหรือทิศทางในอนาคตการพูดถึงบทบาท ของจังหวัดหรือท้องถิ่นนี่มากขึ้น การให้จังหวัดทําแผนต่าง ๆ มากขึ้น แต่ผมคิดว่าถ้าจังหวัด หรือท้องถิ่นจะดําเนินงานได้อย่างเข้มแข็ง ผมว่าการจัดการข้อมูลเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก ต้องวางรากฐานการเก็บข้อมูลที่จังหวัดแล้วต่อยอดจากรากฐานมาที่ส่วนกลางจะทําให้การต่าง ๆ มันจะง่ายขึ้น ผมคิดว่าจะทําให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ผมว่าตรงนี้อยากจะให้มี การจัดการตรงนี้ขึ้นมาอย่างชัดเจนนะครับ

สุดท้ายอันหนึ่งก็คือเรื่องของการประมวลผลจากฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้ว ผมคิดว่าตรงนี้จะเป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์มากขึ้น ฐานข้อมูลบางอย่างที่หน่วยราชการ จัดเก็บบางทีเราอาจจะไม่ต้องไปหาข้อมูลด้วยซ้ํา เราอาจจะเอาฐานข้อมูลที่จัดเก็บนี้ ประมวลผลออกมาได้เลย อันนี้ผมยกตัวอย่างอย่างเล่น ๆ นะครับ ซึ่งในความเป็นจริงถ้าทํา ได้มันก็จะเป็นประโยชน์ อย่างการสํารวจทะเบียนสํามะโนครัวของประชากร บางทีถ้าเรา ใช้ฐานของกระทรวงมหาดไทยที่เก็บ ท.ร. ๑๔ แล้วคํานวณออกมา มันก็สามารถใช้ได้เลยโดยไม่จําเป็นต้องไปเก็บสอบถามกันรายครัวเรือน เพราะในขณะนี้ ทุกอย่างมันสามารถดําเนินการได้แล้ว หลายตัวเลขผมคิดว่าสามารถจัดการได้โดยฐานข้อมูลดิบ แล้วมาสู่ดาต้า (Data) และการใช้ประโยชน์จริง ๆ นะครับ ผมคิดว่าถ้าทําได้นี่มันจะ เกิดประโยชน์อย่างสูง อันนี้จะเป็นข้อสังเกตที่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมาก แล้วก็คิดว่าถ้าสามารถทําได้อย่างดีนี่มันก็จะเป็นผลงานของ สปท. ได้อย่างมาก ในการวางรากฐานในการปฏิรูปประเทศ แล้วก็การคิดถึงยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ในการดําเนินการตรงนี้นะครับ ขอขอบคุณครับ