อลงกรณ์ ชูพัฒนาฐานข้อมูลชาติ-ยกระดับข้าราชการด้วยสถิติ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖๓ · ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙

อลงกรณ์ พลบุตร หารือการพัฒนาระบบฐานข้อมูลระดับชาติอย่างเป็นระบบ โดยเน้นความจำเป็นในการวิเคราะห์ข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์และใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ไบโอเมตริก ดีเอ็นเอ และบิ๊กดาต้า อย่างบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาการสืบค้นข้อมูลคนหาย ศพนิรนาม และสถิติการเสียชีวิตของกลุ่มเสี่ยง พร้อมเรียกร้องให้ปฏิรูปโครงสร้างข้อมูลภาครัฐที่ติดขัดจากการเชื่อมโยงข้ามหน่วยงาน และเสนอให้พัฒนาข้าราชการให้มีทักษะด้านสถิติและจิตสำนึกในการทำงานด้วยข้อมูลจริง โดยเน้นการทดสอบความสามารถก่อนแต่งตั้งผู้บริหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและการป้องกันปัญหาอย่างยั่งยืน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ต่อไปขอเชิญคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อํานวยสถาบัน นิติวิทยาศาสตร์ ขอเชิญครับ

คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ : เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แล้วก็ท่านกรรมาธิการ แล้วก็สมาชิกทุกท่าน ในหัวข้อนี้ก็ต้องเรียนว่าเป็นสิ่งที่อยากให้เกิดมา เป็น ๑๐ ปีแล้ว แต่ไม่ได้นึกว่าจะมาอยู่ในหัวข้อนี้ จึงขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง ถามว่าทําไม พูดเช่นนั้นก็คือเมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อนเคยพยายามผลักดันให้มีการทําการวิเคราะห์การตาย ผิดธรรมชาติ เพราะว่าโดยหลักการจะมีสิ่งที่ป้องกันได้ เพราะฉะนั้น ณ วันนี้เมื่อมันเกิดขึ้น ก็ต้องเรียนย้ําว่าอยากให้มันเกิดขึ้นจริง เพราะว่ากระบวนการทางสถิติเป็นเรื่องของการค้นหา ความจริง ที่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งทําให้เกิดความน่าเชื่อถือและความแม่นยํา คือถ้านําเสนอในแบบนี้มันก็ยิ่งชัดขึ้น แต่ประเด็นใหญ่ซึ่งก็อยู่ในแผนอันนี้เหมือนกันที่ดึง ไฮไลต์ (Highlight) ขึ้นมาก็คือว่ามันจะตั้งแต่หน่วย ตั้งคนหรือซื้อเครื่องมือเฉย ๆ นี้ไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วคือคนใช้ทุกระดับจะต้องมีกระบวนการในการสังเคราะห์แล้วก็วิเคราะห์ เพราะฉะนั้นในตัวอย่างที่ท่านกําลังทําขึ้นมานี้เป็นนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า เขากําลังทําอยู่เรื่องหนึ่งก็คือ สมช. ทําเรื่องไบโอเมตริก (Biometrics) ปรากฏว่าพอทําเรื่อง ข้อมูลไบโอเมตริก (Biometrics) นี่มันก็มุ่งกันไปที่ลายพิมพ์นิ้วมืออย่างเดียว เอาเข้าจริง ๆ แล้วไบโอเมตริก (Biometrics) มันจะมีทั้งดีเอ็นเอ (DNA) ด้วย รวมทั้ง เกี่ยวข้องกับหลายงานอะไรประมาณนี้ แล้วก็จะเห็นได้ว่ามีหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องของฺ บิ๊กดาต้า (Big Data) ซึ่งบิ๊กดาต้า (Big Data) ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเรื่องน้ํา หรือเรื่องอะไรก็ตาม ในตัวอย่างที่อยากจะนํามาให้เห็นว่าถ้าเรามองเรื่องเดียวแต่ไม่เอาไปใช้ เรื่องอื่น มันอาจจะมองไม่ครบ ยกตัวอย่างเช่นจากการที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้มีระเบียบ ในเรื่องของการติดตามเรื่องคนหายกับศพนิรนาม เราพบว่าศพนิรนามในพื้นที่ที่รับผิดชอบ มันมี ๔ ประเภท

ประเภทที่ ๑ เห็นเลยว่าถ้าเราทําสถิติดีเราจะไปทําเรื่องอื่นได้ นั่นก็คือเด็กค่ะ เราพบว่าจํานวนเด็กทารกที่ตายแรกคลอดเยอะ มันสะท้อนอะไร มันสะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิง ปัจจุบันคลอดแล้วทิ้ง กระบวนการยุติธรรมเราตามยากเนื่องจากมันเป็นอะไรที่ไม่มี เอกลักษณ์ชัดเจนด้วยตัวอะไรอีก

อย่างที่ ๒ คือที่เราพบก็คือเราพบคนต่างชาติค่ะ มีสถิติของการเสียชีวิต เพิ่มขึ้น และที่น่าสนใจคือไปเสียชีวิตใน ๒ เหตุ คืออุบัติเหตุจราจรกับงานก่อสร้าง มันทําให้ เราต้องใช้ต่อว่าสามารถดูต่อได้หรือว่าเขาไม่มีความรู้หรือว่าเขาไม่เคารพกฎหมายอะไร ประมาณนั้น นี่เป็นเพียงส่วนที่ทําให้คิดว่าถึงเวลาแล้ว ในส่วนที่ท่านทําแผนในเรื่อง การปฏิรูป ๓ ส่วน

ส่วนแรกเลยที่เป็นเรื่องการพัฒนาระบบฐานข้อมูล ประเด็นแรกของเรื่องนี้ ก็คือการตั้งศูนย์ข้อมูลกลางระดับชาติ ด้วยความเป็นห่วงเพราะว่าศูนย์ข้อมูลคือ ระบบราชการไทยจะติดที่อํานาจก็คือองค์กร ตั้งเอาไว้ที่กระทรวงไอซีที จะตั้งไว้ที่กรมนี้ หน่วยนี้แล้วจะมีคนยอมแชร์ข้อมูล ยอมส่งจะต้องออกอย่างไรเพราะมันจะมีระเบียบ และกฎหมายที่มันขัดกันไปขัดมาของเก่าอยู่มาก คืออยากให้แก้ได้ ไม่อยากให้รอตั้ง ๕ ปี ๑๐ ปีแล้วมันก็ล่มสลาย เอาแค่ตัวอย่างสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตามคนหาย เราคิดว่า เราสงสัยว่าเป็นชื่อคนนี้เราอยากได้ข้อมูลบัตรประชาชน นําเข้า ครม. ๓-๔ ครั้งไม่สําเร็จ หมายความว่าไม่ได้รับการแอ็กเซส (Assess) เข้าสู่กรมการปกครองด้วยข้อติดขัดอะไร หลายเรื่อง นี่คือตัวอย่างว่าฐานข้อมูลที่มีจะทําอย่างไรที่จะให้ใช้ประโยชน์ได้สูงสุดไม่ติดขัด เรื่องข้อกฎระเบียบ

เรื่องที่ ๒ ของระบบฐานข้อมูล การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ คือกรรมการที่เป็นคณะกรรมการสถิติแห่งชาติดูแล้วตอนแรก พอดีในกลุ่มของกรรมาธิการ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมก็เสนอเรื่องคณะกรรมการกําหนดนโยบายนิติวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ก็ติดอีก มันมีรัฐมนตรีเต็มไปหมดเลยอะไรประมาณนี้ จะขับเคลื่อนได้อย่างไร แต่เรื่องนั้น คงไม่ใหญ่เนื่องจากเราไม่ได้เห็นว่าคณะกรรมการนี้จะสามารถนําเอาสิ่งที่เราพบในข้อมูลสถิติ ทั้งประเทศไปกําหนดไปกํากับให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ทํางานในเชิงรุก ในเชิงมีประสิทธิภาพ ได้อย่างไรเพราะเขาไม่ได้อยู่ในกระทรวงเดียวกัน จริง ๆ แล้วถ้าเราดูจากสิ่งที่รัฐบาลขณะนี้ ผลักดันเศรษฐกิจ ๔.๐ มันคงไม่ใช่เป็นลักษณะแฟชั่น แต่มันคงไม่ต้องมี ๑ ๒ หรือ ๓ หรือ ๔ เลยถ้าเผื่อว่าทุก ๆ คนคิดถึงหลักสถิติมาตั้งแต่เริ่มการทํางานเพราะจริง ๆ มันเป็น หลักพื้นฐานเหมือนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ท่านได้รับสั่งไว้ว่า จะทําอะไรก็ให้เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มันเป็นกระบวนการที่ค้นหาความจริงส่วนหนึ่ง ก็เลย ออกจะห่วงว่าคณะกรรมการชุดนี้จะสามารถทําอย่างไรจะให้เขาไปกํากับแล้วก็ไปติดตามมัน ก็จะรวมไปถึงเรื่องการให้งบประมาณที่ให้มันตรงที่สุดกับหน่วยงานหรือให้ตรงกับงาน ที่มันจะแก้ปัญหาได้

ข้อเสนอในส่วนที่ ๒ เป็นเรื่องการปฏิรูประบบฐานข้อมูลในระดับกระทรวง ข้อนี้มีนิดเดียว หน้า ๓๔ ในเอกสารใหญ่ท่านพูดหัวข้อที่ ๔.๒ ว่าประเภทหนึ่งเป็นด้านสังคม แต่มันไม่มีคําว่าด้านกระบวนการยุติธรรม แต่ไปเห็นในเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ว่านี่เป็น ๑ ใน ๑๑ ด้านหรืออะไรสักอย่างหนึ่ง ถ้ามันไม่เขียนเอาไว้เกรงจะทําให้คน ก็ไม่นึกว่ากระบวนการยุติธรรมก็เป็นเรื่องสังคม คือมันไม่มีอะไรเขียนเอาไว้เลย เผอิญสนใจ ในงานเรื่องนี้มันเป็นมาตั้งแต่เริ่ม มันก็เลยทําให้เราอยากเห็นเน้นเรื่องกระบวนการยุติธรรม

ส่วนที่ ๓ การพัฒนาสมรรถนะบุคลากร อยากให้เน้นมาก ๆ แล้วไม่ต้องรอ จริง ๆ แล้วข้าราชการทุกคนควรจะมีจิตสํานึกที่ว่าเวลาเราทํางานใด ๆ อยู่บนฐานความจริง ก็คือมันจะต้องนึกถึงเรื่องสถิติ สายสาธารณสุขคงจะเป็นมานานแล้วมันจะได้รู้ว่าโรคกําลัง จะระบาดไปตรงไหนอะไรประมาณนี้ ทําอย่างไรที่ข้าราชการทุกคนจะต้องมี วันนี้เรามี มาตรการที่เรียกว่าแผนพัฒนารายบุคคลหรืออินดิวิดวล ดีเวลอปเมนต์ แพลน (Individual Development Plan) มันก็ไม่ถูกบังคับใช้ พอมันไม่ถูกบังคับใช้ส่วนหนึ่งที่มันเป็นความรู้ ในเชิงสถิติหรือความสามารถในการประมวลผลมันไม่ถูกนํามาใช้ ดังนั้นข้อเสนอในข้อนี้ อยากเสนอเพิ่มว่าข้าราชการทุกคนจะต้องมีทักษะเรื่องนี้ รวมทั้งผู้ที่ขึ้นเป็นผู้บริหาร เพราะเนื่องจากมันเป็นการมองแบบองค์รวม ไม่ใช่มองแบบท่านนั้น ๆ แต่ผู้บริหารทุกคน พูดง่าย ๆ คือหลักสูตรของ ก.พ. อาจจะเป็น นบส. หรืออะไรก็ตามแต่ ไม่ใช่อบรมเฉย ๆ นะ ทดสอบด้วยค่ะ ถ้าคนที่ขึ้นสู่ระดับบริหารไม่มีคุณสมบัติในการใช้สถิติเป็นพอ ๆ กับใช้ คอมพิวเตอร์ไม่เป็นก็ไม่ควรจะส่งเขาขึ้นเป็นผู้บริหาร มันก็จะไม่สามารถใช้สถิติได้ เพราะฉะนั้นข้อสรุปสุดท้ายก็คงขอบคุณที่ทําแล้วก็ไม่อยากเห็นแผนยาว ไอที (IT) ไม่สําคัญ ซอฟต์แวร์ (Software) ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ไม่สําคัญ สําคัญที่จิตสํานึกของคนปฏิบัติงาน โดยเฉพาะคือข้าราชการ เพราะงานสถิติเป็นงานการหาความจริงที่น่าเชื่อถือที่สุดและจะทํา ให้แก้ปัญหาโดยเป็นลักษณะของการป้องกัน ขอบพระคุณค่ะ

ต่อไปขอเชิญ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ประธาน กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อดีตสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา ขอเชิญครับ