อนุสิษฐ คุณากร หารือการปฏิรูปประเทศผ่านการทบทวนข้อมูลสถิติ 21 สาขา โดยเสนอให้จัดตั้งกลุ่มสารสนเทศในทุกหน่วยงานเพื่อขับเคลื่อนการวางแผนและบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันการปฏิรูปข้อมูลตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่ห้าของยุทธศาสตร์ชาติ เน้นการปรับโครงสร้างคณะกรรมการ พัฒนาองค์ความรู้ของผู้บริหารข้อมูล การสร้างมาตรฐานข้อมูลสากล และการบูรณาการข้อมูลเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและโปร่งใส สนับสนุนการพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีทันสมัย
กราบเรียนท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านสมาชิกครับ ในช่วงของการกําหนดระยะเวลาที่ คณะกรรมาธิการได้วางกรอบไว้ซึ่งเป็นการวางกรอบที่สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยการกําหนดระยะเวลาในช่วง ๒ ปีแรกเป็นเรื่องของการตรวจสอบ เรื่องของการศึกษา ชุดข้อมูล ทั้งข้อมูลที่มีอยู่เดิม คือข้อมูลทางสถิติรายสาขาซึ่งมีอยู่ ๒๑ สาขา ต้องมีการ ทบทวนถึงความจําเป็นที่จะต้องนํามาใช้เป็นข้อมูลสถิติของประเทศในระยะต่อไป ซึ่งขณะนี้ สถานการณ์ได้มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางของประเทศ ได้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น มีการกําหนดยุทธศาสตร์ มีการกําหนดแนวทางในเรื่องของการที่จะปรับปรุงให้ประเทศไทย มีการพัฒนาที่เติบโตโดยอาศัยนวัตกรรม อาศัยเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัย
ข้อมูลอีกประการหนึ่งครับเป็นข้อมูลที่จะต้องมีการศึกษาประเมินวิเคราะห์ ความต้องการของประเทศที่แท้จริงว่าการใช้ข้อมูลทางสถิตินั้นจําเป็นที่จะต้องมีการศึกษา มีการตรวจสอบและมีการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ นั้นให้ครบถ้วน
ในช่วงปีแรกในประการที่ ๒ เรื่องการจัดตั้งกลุ่มสารสนเทศในทุกส่วนราชการ ซึ่งจริง ๆ แล้วในทุกส่วนราชการมีกลุ่มงานสารสนเทศอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ากลุ่มงานสารสนเทศนั้น อาจจะยังมีทิศทางในการทํางานยังไม่ครบถ้วน เป็นทิศทางในการทํางานในลักษณะ ของการแก้ไขปัญหาในกระทรวง ในกรมของตัวเอง แต่ในเชิงของงานทางสถิติที่เป็น ประโยชน์ต่อการวางแผน ต่อการบริหารราชการแผ่นดินหรือการให้บริการประชาชน ในเชิงข้อมูลสถิตินั้นยังมีการจัดทําข้อมูลในเรื่องเหล่านี้ค่อนข้างน้อยและประโยชน์ที่ได้รับ ในระยะเวลาที่ผ่านมาก็อย่างที่ทุกท่านทราบดีครับว่าข้อมูลสถิติของประเทศเรานั้นยังไม่ได้มี มาตรฐานสากลมากนัก ยังไม่มีผู้นําไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก
ในช่วงปีที่ ๑ และปีที่ ๒ ในประการที่ ๓ ครับ เรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติ ซึ่งการแก้ไขพระราชบัญญัตินั้นจะต้องสอดคล้องกับที่ท่านเบญจวรรณได้พูดมาตั้งแต่ต้นนะครับว่า มีหลายประการที่จะต้องมีการปรับปรุง มีการแก้ไขในเรื่องของโครงสร้างของคณะกรรมการก็ดี ในเรื่องของอนุกรรมการรายสาขา ๒๑ สาขาก็ดี จําเป็นที่จะต้องมีการทบทวนเปลี่ยนแปลง ภายใต้ชุดข้อมูลที่ทําการศึกษาประเมินวิเคราะห์เพิ่มเติมแค่ไหน เพียงใด ซึ่งก็ไปสอดคล้องกับ ตัวพระราชบัญญัติเมื่อปี ๒๕๔๐ ซึ่งจะต้องมีการทบทวน และในประการที่สําคัญครับ ในช่วงแรกนั้นซีไอโอ (CIO) เอง ซึ่งถือว่าเป็นหัวหน้าของกลุ่มงานสารสนเทศของกระทรวง และกรมต่าง ๆ นั้นจําเป็นที่จะต้องมีการทบทวนตัวเอง จําเป็นที่จะต้องมีการพัฒนา องค์ความรู้ของตัวเองในข้อมูลของเชิงสถิติ อันนี้เป็นการกําหนดระยะเวลาการปฏิรูปในช่วงแรก ในช่วงที่ ๒ เป็นเรื่องของการปฏิรูป ในปีที่ ๓ ถึงปีที่ ๕ หลังจากการปฏิรูปในช่วง ๒ ปีแรกแล้วเสร็จ สิ่งที่สําคัญเมื่อมีการประเมิน ในเรื่องของความต้องการข้อมูลแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อมาก็คือในเรื่องของข้อมูลสถิติ ในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินนั้นจําเป็นที่ทุกส่วนราชการจะต้องทําเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น ให้ได้ในช่วงปีที่ ๓ ถึงปีที่ ๕ จะต้องมีข้อมูลทางสถิติสําหรับเป็นข้อมูลที่ใช้ไปในลักษณะ เป็นมาตรฐานที่เป็นสากล สําหรับการเชื่อมโยงการทํางาน การวางแผนระหว่างประเทศ มีการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานภายในต่าง ๆ เพื่อใช้ข้อมูลสถิตินี้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ในช่วงปีที่ ๓ ถึงปีที่ ๕ ยังจะต้องมีการพัฒนาข้อมูลสถิติสําหรับ การบริการประชาชน ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องมีการเชื่อมโยง ต้องมีการบูรณาการ การเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ต้องเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็ว เป็นการลดระยะเวลาในการให้บริการ แก่ประชาชน ซึ่งจะเห็นได้ว่าข้อมูลสถิติหลายประการได้นํามาสู่การพัฒนาประเทศ ได้นํามาสู่ ในเรื่องของการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งถ้าข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ ทางกรรมาธิการก็เชื่อว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในระยะต่อไปก็คือผลที่เราคาดว่าจะได้รับนั้น ประเทศไทยเองจะมีระบบข้อมูลเชิงสถิติของประเทศ ทั้งประโยชน์ในเรื่องของการวางแผน ประโยชน์ในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน ประโยชน์ในเรื่องของการแก้ไขปัญหา ทั้งภายใต้กรอบของยุทธศาสตร์ก็ดี ภายใต้ของนโยบายประเทศไทย ๔.๐ ก็ดี หรือภายใต้ กรอบของรัฐธรรมนูญในด้านชุดนี้ก็ดี ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาในส่วนนี้ครบถ้วน ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้นก็จะนํามาสู่การประกอบในเรื่องของการบริหารงานและการพัฒนาประเทศ ในด้านต่าง ๆ ผลที่คาดว่าจะได้รับประการที่ ๒ ก็คือข้อมูลเหล่านี้จะถูกปรากฏต่อสังคม จะมีความโปร่งใส ประชาชนสามารถเข้าตรวจสอบการทํางานในลักษณะของข้อมูลเชิงสถิติได้ และประการสุดท้ายเกิดการเชื่อมโยงในการบริหารราชการแผ่นดินและการให้บริการ ประชาชนในทุกพื้นที่ ในทุกคน โดยมีการเข้าถึงอย่างสะดวกรวดเร็วภายใต้แผน ของการทํางานอย่างที่เรียนให้ทราบครับ ทั้งในส่วนของยุทธศาสตร์ชาติเอง ในส่วนของ นโยบายรัฐบาล ในส่วนของกรอบยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่จะต้องอาศัยข้อมูลทางสถิติครับ กระผมมีเรื่องนําเรียนแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ