เบญจวรรณ เสนอปฏิรูประบบสถิติชาติ ชูศูนย์ข้อมูลกลาง-พัฒนาบุคลากร

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖๓ · ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙

เบญจวรรณ สร่างนิทร หารือถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบสถิติและฐานข้อมูลภาครัฐอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาความไม่เป็นเอกภาพในการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งส่งผลต่อความแม่นยำของข้อมูลที่ใช้ในการวางแผนพัฒนาประเทศและอันดับความสามารถระดับนานาชาติ โดยเสนอให้สำนักงานสถิติแห่งชาติทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางกำกับมาตรฐานข้อมูล จัดตั้งคณะกรรมการสถิติแห่งชาติ ผลักดันการจัดตั้งกลุ่มงานสารสนเทศในทุกส่วนราชการ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งเชื่อมโยงโครงข่ายสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารงบประมาณและการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ

นางเบญจวรรณ สร่างนิทร กรรมาธิการ

ขอเรียนท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ดิฉัน เบญจวรรณ สร่างนิทร สปท. หมายเลข ๘๕ จะขอนําเรียนเสนอเรื่องการปฏิรูประบบสถิติแห่งชาติเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าการขับเคลื่อน หรือว่าการจะดําเนินการอะไรทั้งหลายข้อมูลสถิติเป็นวัตถุดิบที่สําคัญเป็นต้นน้ําแห่งการที่จะ นําพาไปสู่เรื่องต่าง ๆ เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์ของเรื่องนี้ไม่ว่าภาครัฐเองที่จะเป็นผู้กําหนด นโยบายและแผนการดําเนินงาน การติดตามการดําเนินงาน หรือภาคเอกชน ภาคประชาชน หรือสถาบันต่าง ๆ จะต้องมีตัวนี้ มาเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการต่าง ๆ ทีนี้สิ่งที่ทุกหน่วยงานดําเนินการอยู่ ณ ขณะนี้ มันเป็นความหลากหลาย เป็นความกระจัดกระจายอยู่ แต่สิ่งที่เราจะเดินร่วมกันต่อไป ข้างหน้านั้นจะต้องคํานึงถึงข้อมูลสถิติที่เป็นทางการ ซึ่งสํานักงานสถิติแห่งชาติเองนั้น คาดหวังอย่างมากในการที่จะมีออฟฟิเชียลสแททิสทิก (Official Statistic) เป็นเครื่องมือ ที่สําคัญอย่างยิ่งในการที่จะนําไปสู่การบริหารประเทศในอนาคต ยุคนี้เป็นยุคของข้อมูลนะคะ เราสามารถที่จะกําหนดทิศทาง กําหนดนโยบายอะไรต่าง ๆ เราก็ต้องอาศัยข้อมูลเป็นฐาน และข้อมูลนั้นไม่ใช่ข้อมูลเฉพาะแต่ละส่วนราชการมันหมายถึงข้อมูลของประเทศ และประเทศเราต้องเชื่อมสัมพันธ์กับต่างประเทศ เพราะฉะนั้นข้อมูลของเราก็ต้องสามารถ แลกเปลี่ยนกับระดับอินเตอร์ (Inter) หรือระดับสากลได้ นี่ก็คือที่มาเป็นเรื่องความสําคัญนะคะว่า ความสําคัญของตัวข้อมูลที่จะเป็นเรื่องต้นน้ําในการที่จะนําไปสู่เรื่องต่าง ๆ ทีนี้ในตัวสถิติเองนั้น มันก็มีข้อมูลสถิติหลายลักษณะเป็นสถิติที่ใช้ทั้งการบริหาร ตัวข้อมูลทะเบียนในแต่ละด้าน ไม่ว่าจะเป็นทะเบียนราษฎร์ ทะเบียนธุรกิจ ทะเบียนผู้เสียภาษี หรือแม้กระทั่งข้อมูลสําหรับ ผู้ปฏิบัติงาน อย่างข้อมูลการจัดเก็บ จํานวนครั้งในการปฏิบัติงาน หรือกิจกรรมอะไรต่าง ๆ

ข้อมูลสถิติอีกประเภทหนึ่งก็คือข้อมูลที่ใช้ในการพัฒนา เอาไปทําแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ติดตามการดําเนินงาน ประเมินผลการดําเนินงาน หรือแม้กระทั่งการบริการข้อมูลด้านต่าง ๆ ทั้งด้านการศึกษา ด้านเกษตร ด้านอุตสาหกรรม

อีกส่วนหนึ่งที่มองว่าเรื่องความสําคัญของตัวสถิติ คุณค่าของสถิติ หรือสารสนเทศนั้นจะต้องมีคุณภาพแล้วก็ครอบคลุมถึงความต้องการ นั่นก็คือสภาพของ สถานการณ์และแนวโน้มของเทคโนโลยีดิจิทัล (Technology Digital) ซึ่งถือว่า เป็นปัจจัยพื้นฐานสําคัญในการที่จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ในการที่ ประเทศเราเองเข้าสู่ประชาคมอาเซียนซึ่งก็จะต้องมียุทธศาสตร์การสร้างความสามารถ ในการแข่งขันระหว่างประเทศ สร้างโอกาสความเสมอภาค ความเท่าเทียมกัน นโยบาย ประชารัฐซึ่งจะต้องสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชนแล้วก็ประชาชน โมเดล (Model) ประเทศไทย ๔.๐ ซึ่งตรงนี้เราก็ยอมรับนะคะว่ามันเป็นเรื่องที่สําคัญมาก ๆ เป็นเรื่องที่เรา จะต้องตื่นตัวเพื่อที่จะพัฒนาประเทศเราให้เข้าไปสู่ยุค ๔.๐ ให้ได้ นอกจากนี้ก็เป็น สถานการณ์อื่น ๆ อย่างเช่น ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในเรื่องต่าง ๆ ลองมาดูระบบสถิติของบ้านเรา ณ ขณะนี้ จริง ๆ สํานักงานสถิติแห่งชาติ ถ้าใครพูดถึงสํานักงานสถิติแห่งชาตินั้น พวกเราหลายคนตั้งแต่เริ่มทํางานเราก็จะได้ยินชื่อ ของหน่วยงานนี้มาเนิ่นนานแล้ว นึกถึงสมัยก่อนที่เป็นเครื่องกระดาษที่จะต้องพันเข้าไป แล้วก็พอออกมาก็จะต้องมานั่งตรวจนะคะว่าข้อมูลเป็นแบบไหน อย่างไร ตรวจถูก ไม่ถูก ไปเก็บข้อมูลมาแล้วกระดาษก็ตั้งเป็นกองสูง ๆ เดี๋ยวนี้ทุกอย่างมันพัฒนาแล้ว ถามว่า สํานักงานสถิติแห่งชาติเกิดมาเมื่อไร เกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๖ ถ้านับถึงตอนนี้ปี ๒๕๕๙ ก็ ๕๐ กว่าปีแล้ว และตั้งแต่ตอนที่จัดตั้งสํานักงานสถิติแห่งชาตินั้นก็ได้มีการกําหนดว่า สํานักงานสถิติแห่งชาตินั้นทําหน้าที่ในฐานะหน่วยสถิติกลางของประเทศ ๕๐ กว่าปี บอกว่าสํานักงานสถิติแห่งชาติให้เป็นหน่วยงานกลางของประเทศ ณ วันนี้เราจากทุกหน่วย ราชการเรามองเห็นร่วมกันแค่ไหน เพียงไร และเราต้องการจะเห็นสิ่งตรงนี้เกิดขึ้น อย่างสมบูรณ์ อย่างบรรลุตามเป้าหมายแค่ไหน ในขณะที่สํานักงานสถิติแห่งชาตินั้นก็จะมี ภารกิจหลักในการดําเนินการไม่ว่าจะเป็นสํามะโนประชากร สํามะโนอุตสาหกรรมอะไรก็ตาม แต่หน่วยงานต่าง ๆ ก็มีภารกิจในการจัดเก็บสถิติข้อมูลของแต่ละหน่วยงานด้วยเช่นกัน นั่นคือสภาพของที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ อย่างเมื่อกี้ท่านประธานกรรมาธิการบอกว่าเรามีแผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทยนะคะ ตอนนี้เราก้าวเข้าสู่แผนแม่บทฉบับที่ ๒ ในแผนแม่บทฉบับที่ ๒ นั้นก็มีการกําหนดไว้ว่าสถิติ ของประเทศนั้นมันจะมีสาขาอะไรบ้าง มันก็มีทั้งหมดรวมทั้ง ๒๑ สาขานะคะ แล้วก็กลไก ในการบริหารงานก็กําหนดไว้ว่าจะมีทั้งคณะจัดระบบสถิติ ๓ ด้าน คือด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการ แล้วก็มีคณะอนุกรรมการสถิติรายสาขา ๒๑ ชุดนะคะ ๒๑ ชุดนั้นจะกระจายไปตาม กระทรวงต่าง ๆ แล้วก็มีปลัดกระทรวงเป็นประธานนะคะ ส่วนกลไกอื่นก็จะมีคณะกรรมการ สถิติกลุ่มจังหวัด ๑๘ กลุ่มจังหวัด คณะกรรมการสถิติจังหวัด แล้วก็อนุอื่น ๆ ซึ่งเป็นองค์กร ทางวิชาการ

สภาพปัญหานะคะ สภาพปัญหา เราได้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้วแล้วก็เป็นที่ ยอมรับ หรือแม้กระทั่งคุยกับใครทุกคนก็ยอมรับความเป็นจริงที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้นะคะว่า เราขาดความเป็นเอกภาพในเรื่องการทํางานด้านสถิติ มีการจัดเก็บข้อมูลโดยหลายหน่วยงาน ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าตัวฐานข้อมูลในการเก็บหรือระบบการจัดเก็บ แต่ละหน่วยนั้นก็จะมีความแตกต่างกันไปนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าข้อกําหนดหรือข้อมอบหมาย ที่แต่ละหน่วยงานนั้นมอบเป็นลักษณะไหน อย่างไร จึงมีความแตกต่าง แล้วก็เกิด ความยุ่งยากสับสนนะคะ เราจะได้ยินการพูดอยู่บ่อย ๆ นะคะบอกว่าถ้าถามราคาผักตลาดเกษตร ก็จะราคาหนึ่ง ถ้าถามราคาผักตลาดเกษตรเก็บโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถ้าถามราคาผักตลาดแถวดุสิตซึ่งเก็บโดยกระทรวงพาณิชย์ก็จะอีกราคาหนึ่ง อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ซึ่งก็จะมีลักษณะการจัดเก็บที่แตกต่างกันนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็นประเด็นที่จะมี การกล่าวขวัญกันอยู่ว่าตกลงข้อมูลที่ไหน เราจะเอาข้อมูลที่ไหนเป็นข้อมูลกลาง รูปแบบ การจัดเก็บข้อมูลก็ยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเชื่อมต่อ หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันนะคะ ในตัวบทบาทของสํานักงานสถิติแห่งชาติ บุคลากร ในสังกัดแม้จะมีสมรรถนะสูงในการผลิตข้อมูลสถิติ แต่ประสบการณ์ด้านบริหารจัดการ ระบบสถิติกับการจัดการที่จะได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นประเด็นสําคัญ สํานักงานสถิติจังหวัดเองนั้นจะต้องทําบทบาทในการเป็นหน่วยงานกลางด้านข้อมูล ในระดับจังหวัดค่ะ

ในด้านองค์ความรู้ด้านสถิติของหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่ อาจจะไม่ค่อยตระหนักถึงความรับผิดชอบของสํานักงานสถิติแห่งชาติ หรือการที่จะนําข้อมูล จากสํานักงานสถิติแห่งชาติไปใช้ ที่สําคัญผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานไม่เห็นภาพว่า ตัวข้อมูลสถิติของหน่วยงานตัวเองนั้นอยู่ตรงไหนนะคะ เมื่อมีการที่จะใช้ข้อมูลแต่ละครั้ง ก็จะมีการเรียกเก็บแต่ละครั้ง แต่ไม่มีการจัดเก็บระบบข้อมูล หรือไม่มีหน่วยที่เป็นทางการ หน่วยงานกลางขององค์กรที่จะรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ถ้าจะถามเรื่องนั้นก็จะไปถามสํานักนี้ จะถามเรื่องอะไรก็ไปถามแต่ละสํานัก ๆ แล้วก็ค่อยมารวบรวมเข้ามาด้วยกันนะคะ ซึ่งจริง ๆ ตรงนี้ถือว่าเป็นปัญหาที่สําคัญ ในการทําดัชนีชี้วัดระดับนานาชาตินะคะ ประเทศไทยมักจะ ประสบปัญหาเนื่องจากไม่มีหน่วยงานที่จะรับผิดชอบและตรวจสอบข้อมูลที่สถาบันจัดอันดับ นานาชาติได้นําไปใช้ จึงทําให้บางกรณีประเทศเรามีอันดับตกต่ํากว่าที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้นในการดําเนินการเรื่องนี้ก็มีกรอบแนวความคิดหลายประการดังนี้

ประการแรกก็คือร่างรัฐธรรมนูญที่ได้กล่าวเมื่อกี้บอกว่า โดยเฉพาะ มาตรา ๒๕๘ (ข) ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ให้มีการบูรณาการฐานข้อมูลของหน่วยงาน ของรัฐทุกหน่วยงานเข้าด้วยกันเพื่อให้เป็นระบบข้อมูล เพื่อการบริหารราชการแผ่นดิน และการบริการประชาชน

ประการที่ ๒ พระราชบัญญัติสถิติแห่งชาติก็ได้มีการกําหนดว่าให้สํานักงาน สถิติแห่งชาติเป็นหน่วยงานกลางของรัฐในการดําเนินการเกี่ยวกับหลักสถิติตามหลักวิชาการนะคะ

ประการที่ ๓ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ยิ่งถ้าเราจะทํายุทธศาสตร์ชาติ ในอนาคต ซึ่งตอนนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ เพราะฉะนั้นตัวข้อมูลที่จะต้องใช้ เพื่อการพยากรณ์ต่อไปในอนาคตยิ่งเป็นเรื่องที่สําคัญมาก ๆ ตัวแผนแม่บทสถิติซึ่งฉบับที่ ๒ ก็พูดถึงทั้งการพัฒนาข้อมูลแล้วก็การพัฒนาคน ที่สําคัญก็คือเรื่องการพัฒนาระบบข้อมูล ตามข้อเสนอขององค์การระหว่างประเทศ ตอนนี้เราเป็นภาคีของสมาชิกของยูเอ็น (UN) แล้วก็เป็นสมาชิกในองค์การระหว่างประเทศหลาย ๆ หน่วย อย่างเช่น ปารีส ๒๑ ของยูเอ็น (UN) สหประชาชาติ ของไอเอ็มเอฟ (IMF) ของการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ด้วยมาตรฐานของเอสดีเอ็มเอกซ์ (SDMX) นั่นก็คือสแททิสทิคัล ดาต้า แอนด์ เมตะดาต้า เอกซ์เชนจ์ (Statistical Data and Metadata Exchange) ต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล กับนานาชาติ ประเด็นในการปฏิรูปกรรมาธิการด้านบริหารราชการแผ่นดินได้พิจารณาเรื่องนี้ แล้วก็เห็นว่ามีประเด็นหลัก ๆ ที่ควรจะนําไปสู่การขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้บังเกิดผล

ประการแรกจะต้องพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางระดับชาติ นั่นก็คือข้อมูล ที่เรียกว่าสถิติทางการ ต้องมีการกําหนดข้อมูลกลางของระดับประเทศ โดยเรื่องนี้แน่นอน สํานักงานสถิติจะต้องเป็นเจ้าของเรื่อง จริง ๆ คณะกรรมการก็มีอยู่แล้วแต่เราก็มองเห็นว่า คณะกรรมการสถิติ ๓ ด้าน กับคณะกรรมการที่ปรึกษานั้นน่าจะออกมาเป็นคณะกรรมการ สถิติแห่งชาติ

ประการที่ ๒ ต้องพัฒนาระบบฐานข้อมูลในกระทรวง กรมต่าง ๆ

ประการที่ ๓ คือพัฒนาสมรรถนะของบุคลากร

ประการที่ ๔ ในการจัดทํางบประมาณแบบบูรณาการนั้นจะต้องให้กระทรวงดีอี (DE) เป็นเจ้าของเรื่อง ก็ขอนําเสนอข้อเสนอในการปฏิรูปเป็นรายเรื่องดังนี้ ประการแรก การพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางระดับชาติก็คงจะให้ความสําคัญกับศูนย์ข้อมูลกลาง ระดับชาติ โดยสํานักงานสถิติแห่งชาตินั้น มีภารกิจตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ ที่กําหนดให้เป็นหน่วยงานกลางที่จะเป็นผู้กําหนดมาตรฐานข้อมูลสถิติแห่งชาติ และสารสนเทศในระดับประเทศอยู่แล้ว และจัดทําระบบฐานข้อมูลกลางให้สอดคล้องกับ มาตรฐานสากลในระบบเอสดีเอ็มเอกซ์ (SDMX) แล้วก็ให้ถือเป็นมาตรฐานกลางด้านสถิติ และสารสนเทศภาครัฐ นี่ก็คือด้วยข้อกฎหมายสํานักงานสถิติแห่งชาติจะต้องดําเนินการ ในเรื่องนี้ ประการที่ ๒ ก็คือให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสถิติแห่งชาติ จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่มีอยู่แล้วเพียงแต่ปรับปรุงคณะกรรมการ ๒ คณะ คือคณะกรรมการจัดระบบสถิติ ประเทศไทย ๓ ด้าน กับคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการเป็นคณะกรรมการสถิติแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ แล้วก็มีบทบาทระดับนโยบาย แล้วก็ในเชิงวิชาการ เพื่อจะทําหน้าที่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ประการที่ ๒ ในเรื่องการพัฒนาระบบฐานข้อมูลในระดับกระทรวง กรมและจังหวัด แน่นอน โครงข่ายสารสนเทศของประเทศเป็นเรื่องที่สําคัญ เรื่องนี้รัฐบาลเองก็ให้ความสําคัญกับ รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่จะดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะสร้างโครงข่าย สารสนเทศจะทางสํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นองค์การมหาชนรับผิดชอบในเรื่องนี้อยู่ ประการที่ ๒ เราต้องยอมรับถ้าทุกท่านที่ทําหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐมา เรามองย้อนกลับ ไปดูในหน่วยงานของเราแต่ละแห่ง บางหน่วย บางกระทรวง หรือบางกรมจะมีกอง หรือสํานักสารสนเทศ หรือสํานักงานสถิติสารสนเทศ บางแห่ง บางกรม หรือบางหน่วยงาน มีกลุ่มงานสารสนเทศอยู่ในกองแผนงานหรืออยู่ในกองกลาง หรืออยู่ในสํานักงานเลขานุการกรม แต่บางหน่วยงานไม่มีหน่วยงานเหล่านี้เลย เมื่อไม่มีหน่วยงานเหล่านี้เลยนั่นก็หมายความว่า ไม่มีหน่วยงานกลางที่ทําหน้าที่เป็นศูนย์รวมในการรวบรวมที่เป็นข้อมูลกลางที่มี บุคคลภายนอกประสานมาแล้วสามารถที่จะสื่อข้อมูลของกรมนั้นให้กับหน่วยงานภายนอกได้ หรือแม้กระทั่งการติดต่อระหว่างกรมต่อกรม จะต้องไล่ถามเป็นรายกองหรือเป็นรายสํานัก เพราะฉะนั้นสภาพ ณ ขณะนี้ก็มีทั้ง ๑. ที่เป็นหน่วยงานระดับกองหรือสํานักที่ปรากฏตาม กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการแล้ว

ประการที่ ๒ ก็เป็นกลุ่มงานภายในที่ไม่ปรากฏ แต่ว่ามีการจัดตั้งเพื่อให้ทํา หน้าที่ตรงนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่กองนโยบาย กองแผนงานหรือว่ากองกลางอะไรก็ตาม ที่ไม่มีหน่วยงานทางนี้เลย ก็มีข้อเสนอว่าทุกส่วนราชการจะต้องจัดตั้งให้มีกลุ่มงานสารสนเทศ ของหน่วยงานนั้นเพื่อจะรับผิดชอบภารกิจในการที่จะจัดทําข้อมูลกลางของหน่วยงานต่าง ๆ เมื่อมีการจัดตั้งหรือกรณีที่เป็นกอง เป็นสํานัก หรือเป็นกลุ่มงานที่มีอยู่เดิมแล้วก็จะต้องทํา หน้าที่ในการที่จะทําหน้าที่เป็นหน่วยข้อมูลกลางของส่วนราชการด้วย

ประการต่อมาเมื่อมีหน่วยงานแล้วจะต้องมีการจัดอัตรากําลังเพื่อให้ ปฏิบัติงานในหน่วยงานนี้ นั่นก็คือจะต้องมีการเกลี่ยอัตรากําลังเพื่อจะให้มาทําหน้าที่นี้ เมื่อตอนที่เราเปลี่ยนระบบปี ๒๕๕๑ ก็มีประเด็นปัญหาว่าบางส่วนราชการนั้นมีตําแหน่ง นักสถิติกรมละ ๑ ตําแหน่ง ๒ ตําแหน่ง เมื่อมองเห็นจํานวนตําแหน่งแล้วเราก็มองเห็น ทางก้าวหน้าของตําแหน่งเหล่านี้ด้วยว่าถ้ามีตําแหน่งจํานวนไม่มากโอกาสทางก้าวหน้าก็จะมีไม่มาก เพราะฉะนั้นเมื่อปี ๒๕๕๑ ที่เราเปลี่ยนจากระบบซีมาเป็นระบบแท่งนั้นเราก็เปลี่ยนจาก ตําแหน่งนักสถิติให้เป็นสายงานหลักของแต่ละส่วนราชการ เพราะฉะนั้นโอกาสคนที่ทํา หน้าที่ตรงนี้จะมีความก้าวหน้าหรือมีโอกาสที่จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่อื่น ก็มีมากขึ้น เราก็เห็นควรว่าควรจะให้ส่วนราชการนั้นพิจารณาเกลี่ยตําแหน่งอย่างน้อย ๒ ตําแหน่งเพื่อปฏิบัติงานนี้ ในเรื่องนี้คือจะต้องทบทวนฐานข้อมูลในความรับผิดชอบของ แต่ละหน่วย

ประการต่อไปพัฒนาระบบฐานข้อมูลสถิติในระดับจังหวัดด้วยเพื่อที่จะทําให้ สํานักงานสถิติแห่งชาติเป็นศูนย์กลางข้อมูลในระดับจังหวัด ซึ่งในระดับจังหวัดเองนั้นก็มี คณะกรรมการสถิติจังหวัดซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่แล้ว

ในประการที่ ๓ ในเรื่องการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านสถิติ และสารสนเทศ ไม่ว่าแผนแม่บทสถิติเอง ไม่ว่าความคาดหวังของรัฐบาลในการที่ต้องการ ที่จะเปลี่ยนประเทศไทยเป็น ๔.๐ ที่สําคัญก็คือเราจะก้าวไปตรงนั้นได้ ตัวบุคลากร สมรรถนะ ของบุคลากรเป็นเรื่องที่สําคัญ เรามองเป็นวงรอบอย่างนี้ว่าบุคคลที่สําคัญในวงในสุด ก็คือซีไอโอ (CIO) ประจํากระทรวงหรือกรม ชีฟ อินฟอร์เมชัน ออฟฟิซเซอร์ (Chief Information Officer)

ลําดับถัดไปก็คือบุคลากรของสํานักงานสถิติซึ่งจะต้องทําหน้าที่ในการ ประสานข้อมูลกับหน่วยราชการต่าง ๆ เพราะฉะนั้นความเข้าใจ สิ่งที่จะเป็นองค์ความรู้ใน เรื่องจัดการระบบสถิติ หรือแม้กระทั่งตัวมาตรฐานกลางจะต้องมีความเข้มแข็ง

ต่อไปก็คือบุคลากรของกลุ่มที่ทําหน้าที่ในด้านสารสนเทศของส่วนราชการ นี่คือกลุ่มถัดไปที่จะต้องมีองค์ความรู้

แล้วท้ายที่สุดก็คือบุคลากรของภาครัฐโดยทั่วไป ซึ่งสมัยหนึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีข้อกําหนดว่าคนที่จะขึ้นระดับ ๖ ได้นั้นจะต้องมีความรู้ด้านไอที (IT) ก็จะมีการส่ง ข้าราชการไปอบรมทั้งภาครัฐหรือภาคเอกชนทั้งหลายเพื่อให้ได้ใบมาใบหนึ่งบอกว่า ได้ผ่านการอบรมด้านไอที (IT) แล้ว ฉะนั้นในยุคต่อไปคิดว่าจุดนี้เป็นเรื่องที่สําคัญมาก ๆ คือสถานการณ์หรือระดับของสมรรถนะของบุคลากรนั้นในแง่ความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่กําหนดไว้ ในเรื่องทักษะนั้นองค์ประกอบหนึ่งก็คือทักษะทางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ ซึ่งก็มีระดับกําหนดไว้ว่าระดับ ๑ เป็นอย่างไร ๒ ๓ ๔ ๕ เพราะฉะนั้นตรงนั้นคือ สิ่งที่จะต้องพัฒนาบุคลากรภาครัฐโดยรวมให้เป็นไปตามสมรรถนะที่กําหนดนะคะ

ในข้อเสนอต่อมาก็คือเรื่องการจัดทํางบประมาณแบบบูรณาการด้านสถิติ และสารสนเทศ ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาเวลาขอจัดตั้งงบประมาณของแต่ละหน่วยงานก็จะมี อนุที่จะกลั่นกรองในเรื่องนี้ซึ่งสํานักงบประมาณจะเป็นคนกลางที่จะดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เราคิดว่าคงจะต้องให้ทางกระทรวงดีอี (DE) แล้วก็สํานักงบประมาณมาเป็นผู้ดูแล ตรงส่วนนี้เพื่อจะให้ระบบงบประมาณของทุกส่วนราชการประสานสอดเนื่องเกี่ยวข้องกัน อันนี้ก็คือข้อเสนอโดยรวมในเรื่องการปฏิรูประบบสถิติแห่งชาติเพื่อการบริหารราชการแผ่นดิน และการบริการประชาชน เพราะถ้าดําเนินการตามข้อเสนอทั้งหมดที่ว่าระดับสูงสุดในการใช้ สารสนเทศของประเทศก็คือระบบพีม็อก (PMOC) นี่นะคะ ก็มีคนบอกว่าพีม็อก (PMOC) มันก็จะเหมือนกับ ๑๑๑๑ แต่ที่ทางสํานักงานสถิติแห่งชาติเองก็มีข้อเสนอเพราะว่ามันเป็น เรื่องระดับประเทศนะคะว่าให้ใช้พีม็อก (PMOC) ระดับถัดมาก็คือระดับม็อก (MOC) ก็คือ ระดับกระทรวง ระดับกระทรวงนั้นก็คือ ๒๑ ชุด แล้วก็มีปลัดกระทรวงเป็นประธาน จากม็อก (MOC) ลงมาก็เป็นระดับด็อก (DOC) ก็คือระดับกรม จากกรมลงไปก็จะเป็นของ ระดับในพื้นที่ ซึ่งก็จะมีทั้งกรณีที่เป็นข้อมูลกลางที่ทุกอย่างจากทุกส่วนราชการจะต้อง เข้าไปอยู่ในถังข้อมูลกลางของประเทศส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นข้อมูลเฉพาะ นี่ก็คือข้อเสนอโดยรวมที่จะนําเรียน

ต่อไปในเรื่องการกําหนดระยะเวลากับประโยชน์ที่จะได้ อยากเรียนเชิญ ท่านอนุสิษฐค่ะ