กษิต ภิรมย์ หารือเรื่องการปฏิรูปการเมือง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปพรรคการเมือง ระบบการเลือกตั้ง และการส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชาชน และเตรียมพร้อมให้ประเทศไทยและคนไทยเป็นประชาชนพลเมืองประชาธิปไตยเต็มใบ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. อันดับ ๗ ผมอยู่ในกรรมาธิการด้วย แล้วก็ขอใช้สิทธิพาดพิงนิดหนึ่งเกี่ยวกับการเมือง เพื่อจะได้ให้ความกระจ่างแล้วก็ร่วมกันคิดแล้วก็ร่วมกันขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง ประเด็นแรกคือเรื่องนี้เป็น ๑ ใน ๓ เรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการได้เสนอเข้ามา ที่สภาแล้ว
คืออันแรกเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปพรรคการเมืองแล้วก็เรื่องของการส่งเสริม วัฒนธรรมทางการเมือง ซึ่งหลาย ๆ ประเด็นเราได้เคยคุยกันมาหลายเดือนแล้วจนได้ให้ ความเห็นชอบต่อแผนแม่บทว่าด้วยการส่งเสริมวัฒนธรรมการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประมุข เพราะฉะนั้นในการพิจารณาเรื่องนี้ต้องย้อนไปแล้วก็ ทบทวนเสียนิดหนึ่งว่าได้มีการอภิปรายเห็นชอบแล้วต่อการปฏิรูประบบพรรคการเมืองแล้วก็ ส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองแล้วก็ที่เกี่ยวข้องด้วยคือระบบการเลือกตั้งแล้วก็ภารกิจของ สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง อันนี้เราจะได้ไม่มาพูดซ้ําไปซ้ํามา หรือเสมือนว่า เราไม่ได้เคยคุยกันเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ที่เกี่ยวกับนักการเมือง แล้วก็การที่ จะพัฒนาระบอบการเมืองของประเทศไทย นั่นเป็นประเด็นแรก
อันที่ ๒ ก็คือว่าการที่จะแก้ไขตรงพรรคการเมืองและนักการเมืองนั้นก็เป็น เรื่องที่จําเป็น แต่ว่าสิ่งที่มันจะสําคัญยิ่งกว่านั้นก็คือประชาชนต้องเข้มแข็งเพื่อเขาจะได้ ควบคุมนักการเมือง พรรคการเมือง ผู้ที่ใช้อํานาจรัฐต่าง ๆ ได้ เพราะฉะนั้นการส่งเสริม วัฒนธรรมทางการเมืองเป็นเรื่องเร่งด่วน ผมก็ได้พูดในสภานี้ว่าเรื่องไปถึงรัฐบาล คสช. แล้ว ยังไม่ได้มีการประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติก็ยังเป็นเอกสารรออยู่ ยังไม่มีการสั่งการใด ๆ อันนี้ แล้ว สปท. ก็จะพ้นไปอีก ๓-๔ เดือนก็หมดอายุแล้ว น่าจะขอความกรุณาท่านประธาน ประสานกับทางฝ่ายรัฐบาลว่าให้เรื่องการส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองซึ่งมีแผนแม่บทแล้ว ให้ได้รับการปฏิบัติการ ในขณะเดียวกันทางรัฐบาลก็ไม่ต่ออายุสภาพัฒนาการเมืองแล้วก็ไม่มี องค์กรกลางที่จะส่งเสริมการเรียนการสอนว่าด้วยวัฒนธรรมทางการเมืองก็จะต้อง มีการขับเคลื่อน คณะกรรมาธิการเราก็คงจะไม่ได้มีโอกาสที่จะเสนอพระราชบัญญัติว่าด้วย การจัดตั้งสถาบันทางการเมืองหรือว่าส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองในเร็ว ๆ วันนี้นะครับ ส่วนคราวนี้นอกเหนือจากให้ประชาชนมีความรู้แล้วระหว่างนี้ที่สามารถจะกระทําได้ คือเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงซึ่งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ยิ่งรู้มากว่ามีการจัดซื้อจัดจ้าง มีการตัดสินใจโยกย้ายบุคลากร มีนโยบายออกมา ยิ่งให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์และได้ร่วมตัดสินด้วย มันก็เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของ ประชาชน ไม่ต้องรอกฎหมายครับ เปิดกว้างให้ได้เข้าถึงซึ่งข้อมูลข่าวสารทั้งหลาย อันนี้ เป็นเรื่องที่สําคัญ แล้วก็เมื่อเปิดเผยข้อมูลประชาชนรู้คู่ขนานกันกับการที่จะได้เรียนรู้ เรื่องวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยเราก็จะเตรียมตัวที่จะให้ประเทศไทย และคนไทยเป็นประชาชนพลเมืองประชาธิปไตยเต็มใบนะครับ เหมือนกับที่เยอรมัน เกาหลีใต้ ไต้หวันเขาได้ผ่านมาแล้ว
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็ได้มีการพูดค้างไว้ว่าด้วยเสียงข้างมาก มันไม่ใช่แค่ ความสัมพันธ์ระหว่างเสียงข้างมากกับข้างน้อยในรัฐสภา แต่เราต้องมาทบทวนแล้วก็ต้อง ยืนหยัดว่าการที่ชนะการเลือกตั้งเป็นเสียงข้างมากนั้นเป็นการได้รับสิทธิในการบริหารประเทศ แต่เมื่อบริหารประเทศแล้วจะละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่าง ๆ ไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะใช้เสียงข้างมากที่จะอยู่เหนือกฎหมายต่าง ๆ ไม่ได้ นั่นมันเป็นประเด็นปัญหา ของประเทศไทยในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา เพราะว่ามีการอ้างใช้เสียงข้างมากแบบสุดโต่ง สุดซอยต่าง ๆ ซึ่งมันผิดหลักประชาธิปไตย อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราสามารถจะร่วมกันในการที่จะ ชี้แจงให้กับประชาชนเข้าใจได้ว่าเสียงข้างมากแค่เป็นสิทธิในการบริหารแล้วก็จะบริหาร ประเทศต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย และที่สําคัญเหนือไปกว่านั้นคือต้องอยู่ในกรอบของ จริยธรรมและศีลธรรม ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ ได้ทรงตรัสว่าจะปกครองแผ่นดินสยามด้วยธรรม อันนี้ก็เป็นสิ่งที่พวกเราต้องคอยพูดกันอยู่ตลอดเวลาว่าถ้าเผื่อทุกคนตั้งแต่นายกรัฐมนตรี มาถึงสมาชิก สปท. สนช. อะไรต่าง ๆ ว่าเราจะอยู่กับธรรมะ เราจะได้ไม่เป็นศรีธนญชัยว่า กฎหมายไม่ครอบคลุม กฎหมายไปไม่ถึง ศาลฎีกายังไม่ได้ตัดสิทธิ อันนี้บรรดาผู้นําทุกคนต้องพูดแล้วก็ประพฤติตนไปในทิศทางเดียวกัน สิ่งที่เรากําลังทําอยู่นั่น เป็นแค่เอกสาร เป็นแค่กฎเกณฑ์บนหน้ากระดาษ แต่ว่าเราทุกคนที่อยู่ในตําแหน่งที่เป็นผู้นํา ของประเทศนั้นสามารถที่จะเป็นแบบอย่างได้ ต้องพูด ต้องทํา ต้องคิด แล้วก็ต้องแสดง ออกไปในทิศทางที่ธรรมะกํากับ คู่ขนานกันกับการประพฤติอยู่ในกฎหมายของบ้านเมืองนะครับ อันนี้ก็อยากจะขอถือโอกาสนี้ร่วมชี้แจงด้วย ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ