สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖๒ · ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๙

ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนุนสิทธิของบุคคลที่พิการ และนำเสนอแผนปฏิรูป 6 ขั้นตอน โดยมีหัวข้อ 6 ประการ ได้แก่ การคัดกรอง การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ การผลิตและพัฒนาบุคลากร การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การจัดสรรงบประมาณรายหัว และการใช้แนวทางประชารัฐ เพื่อให้การศึกษาพิการมีความสมบูรณ์แบบและเท่าเทียมกับคนปกติ นอกจากนี้ยังเสนอการปฏิรูปการศึกษาแบบอินคลูซิฟเอดูเคชัน โดยมี 5 ระยะ เพื่อให้สถานศึกษาทุกแห่งมีการจัดการศึกษาแบบอินคลูซิฟเอดูเคชัน และแหล่งที่มาของงบประมาณจากทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ กรรมการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ เป็นประธานอนุกรรมาธิการ ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานกับคณะทำงานชุดผู้พิการ เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าสหประชาชาติก็ได้มีคอนเวนชัน ออน เดอะ ไรต์ ออฟ เพอร์ชัน วิท ดิสอะบิลิตี (Convention on the Rights of Persons with Disabilities) ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ กระผมเองซึ่งได้สัมผัสกับสิ่งนี้มา แต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก แต่พอถูกเชิญมาร่วมงานนี้ ก็รู้สึกว่าพร้อมที่จะช่วยทำ ท่านคงทราบดีว่าประชากร ๗๐ ล้านคนของเราเมื่อกี้ท่านต่อพงศ์ รายงานว่ามีถึง ๔๐๐,๐๐๐ คนเกือบ ๕๐๐,๐๐๐ คนเป็นบุคคลที่พิการตั้ง ๙ ลักษณะด้วยกัน ใน ๙ ลักษณะนี้ก็จะเห็นว่ากลุ่มที่พิการมากที่สุดคือพิการทางด้านการเรียนรู้ และพิการ ทางด้านบกพร่องทางร่างกายเป็นกลุ่มใหญ่ ท่านคงทราบดีว่าบุคคลเหล่านี้เป็นประชากรของชาติไทย ถ้าดูในบริบทของโลกจะเห็นว่าเรามีบุคลากรที่พิการ แต่ทำงานได้อย่างเยี่ยมยอด ยกตัวอย่าง เช่นโปรเฟสเซอร์ (Professor) สตีเฟน ฮอว์คิง ซึ่งเป็นคนพิการพูดไม่ได้ ควรจะสิ้นอายุไป เมื่ออายุ ๓๐ แต่จนปัจจุบันจะ ๗๐ กว่าไปแล้วสามารถเป็นนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและฟิสิกส์ที่สำคัญของโลก หรือนักวิ่งที่วิ่งเร็วกว่าคนธรรมดา แต่ว่าขาไม่มีใช้ขาเทียม เป็นเหล็กนี่นะครับ เป็นวัสดุอัลลอย (Alloy) ออสการ์ ก็เป็นคนหนึ่ง แต่อาจจะมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ก็ไม่ใช่ตัวอย่างของบุคคลทั่วไป คนอื่นมีอีกเยอะแยะอยู่ในกลุ่มที่น่าจะให้ความสำคัญนะครับ กระผมเองจึงพร้อมที่จะรายงานให้ทุกท่านเป็นสไลด์ (Slide) ซึ่งทางฝ่ายคณะเลขานุการ ได้จัดเตรียมมานะครับ วิธีการปฏิรูปตามความต้องการของคณะกรรมการชุดนี้จะมีอยู่ ทั้งหมด ๖ ขั้นตอนนะครับ สไลด์ (Slide) แผ่นนี้ซึ่งเจ้าหน้าที่คงจะฉายให้ท่านดูนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

ก็คือ ๑. เรื่องการปฏิรูป กฎหมายนโยบายที่เกี่ยวข้อง ๒. ปฏิรูปการบูรณาการของหน่วยงานต่าง ๆ ๓. ปฏิรูปเพื่อรองรับ การศึกษาเฉพาะคนพิการและบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ๔. ปฏิรูปเพื่อรองรับ การศึกษาแบบเรียนรวม ๕. ปฏิรูปเพื่อรองรับการศึกษาตลอดชีวิต ตามสไลด์ (Slide) ที่ฉายอยู่ และสุดท้ายข้อเสนอการปฏิรูปแบบควิกวิน (Quick Win) สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ

ข้อ ๑ แนวทางการปฏิรูปกฎหมายนโยบายที่เกี่ยวข้อง

๑.๑ เป็นการปรับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ เช่นการกำหนดให้มีการจัดการศึกษาตามความต้องการจำเป็นพิเศษของผู้เรียน

๑.๒ พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พุทธศักราช ๒๕๕๑ เช่น จัดให้มีศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู การศึกษาพิเศษ การสนับสนุนการเรียนรวม เรื่องนี้จริง ๆ แล้วทุกสถาบัน ผมเองเป็นอธิการบดีของ มหาวิทยาลัยอยู่ เราก็พยายามเตรียมการด้านนี้แต่เราก็ทราบดีว่าเด็กกลุ่มนี้ที่จะเข้าสู่ระบบ ของเรามีอยู่แค่ ๒,๙๐๐ คนเองจากเกือบ ๕๐๐,๐๐๐ คน อาชีวะยิ่งน้อยไปอีกน้อยมากเลย อันนี้เป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น ควรจะอยู่อาชีวะเยอะ ๆ หรือเข้าศูนย์อะไรลดลงไปนะครับ

ข้อ ๒ การปฏิรูปการบูรณาการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ทั้ง ๙ แบบ

๒.๑ การพัฒนาและเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพรายบุคคล ข้อมูลการเปรียบ ประเมินคัดกรองตั้งแต่แรกเกิด หรือ เบิร์ท ดีเฟกต์ รีจิสเทรชัน (Birth Defect Registration)

๒.๒ การดูแลคนพิการและบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษหลังวัย ๑๘ ปี อันนี้คือวัยทำงานนะครับ หลายท่านก็เก่งที่จะทำงานได้ดี

๒.๓ จัดระบบการส่งต่อหรือการจ้างงานคนพิการและบุคคลที่มีความต้องการ จำเป็นพิเศษ

๒.๔ การเตรียมความพร้อมด้านอาชีพและด้านสังคม อันนี้ก็ยังบกพร่องอยู่ ซึ่งต้องปฏิรูป

ข้อ ๓ การปฏิรูปเพื่อรองรับการศึกษาเฉพาะคนพิการและบุคคลที่มีความพร้อม การจำเป็นพิเศษ ได้แก่

๓.๑ การศึกษาของบุคคลที่บกพร่องทางการได้ยิน อาทิ การจัดการเรียนการสอน การสอนภาษามือให้กับครอบครัว การจัดบริการล่ามภาษามือและการพัฒนาบุคลากร ทางการศึกษา อันนี้คือชั้นเรียนต่าง ๆ

๓.๒ การศึกษาของบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาออทิสติก การเรียนรู้จิตใจและพฤติกรรม อาทิ การเรียนรวม ในภาษาอังกฤษเราเรียกว่าอินคลูซิฟ เอดูเคชัน (Inclusive Education) ห้องคู่ขนาน อันนี้อาจจะเป็นกลุ่มของอินทีเกรเตด เอดูเคชัน (Integrated Education) เดิม หรือการเรียนสอนเสริม

ข้อ ๔ การปฏิรูปเพื่อรองรับการศึกษาแบบเรียนรวม อันนี้เป็นข้อที่ทาง คณะกรรมาธิการชุดนี้เสนออย่างมากเลยนะครับ คือจัดเป็นแบบที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า อินคลูซิฟเอดูเคชัน(Inclusive Education) การจัดการเรียนร่วมระหว่างเด็กปกติกับ เด็กที่พิการ อันนี้เรียนร่วมและสามารถจัดการศึกษาได้หลายรูปแบบ มี ๒ ส่วน คือการเรียนร่วม บางเวลาซึ่งทำอยู่แล้ว อันนี้เรารู้จักกันในชื่ออินทีเกรชัน (Integration) อินทีเกรชันเอดูเคชัน (Integration Education) เป็นการจัดให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษเรียนในโรงเรียน ตามปกติซึ่งเราเห็นอยู่ทั่วไป โดยการจัดให้อยู่ในชั้นปกติบางเวลา เช่น วิชาดนตรี วิชาพลศึกษา เป็นต้น อันนี้เป็นเรื่องที่หลัก ๆ เลยการเรียนร่วมเต็มเวลาเป็น เมนสตรีม (Main Stream) ของอินคลูซิฟเอดูเคชัน(Inclusive Education) เป็นการจัดให้เด็กมีความต้องการพิเศษ ได้มีโอกาสเรียนชั้นเดียวกับเด็กปกติตลอดเวลาที่เด็กอยู่ในโรงเรียนตั้งแต่เช้าถึงเย็นที่อยู่ โรงเรียนต้องมีครู หรือผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือนักวิชาชีพบางประการ เช่น ภาษาล่าม ภาษามือ ต้องช่วยอาจารย์ในชั้นเรียนมากขึ้นให้เด็กเหล่านี้เป็นเด็กปกติเช่นเดียวกับเด็กอื่น ๆ

ข้อ ๕ ปฏิรูปเพื่อรองรับการศึกษาตลอดชีวิต

๕.๑ คือส่งเสริมให้ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนโดยภาคประชาชนทั่วประเทศจัดให้มีขึ้น

๕.๒ ส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับผู้สูงอายุ อาทิ ด้านอาชีพและด้านสุขภาพ อันนี้เพื่อให้เขาได้ครองชีวิตอย่างมีความเป็นปกติทั้งทำงานได้แล้วก็สามารถเลี้ยงชีพตนได้

ข้อ ๖ ของการปฏิรูปคือการทำควิกวิน (Quick Win) มีทั้งหมด ๖ ระดับด้วยกัน

๖.๑ คือการคัดกรอง การคัดกรองต้องเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีเกียรติทุกท่านว่าระบบการคัดกรองเด็กอายุตั้งแต่เกิดจนกระทั่งถึง ก่อนเข้าชั้นเรียน ป. ๑ เรามีระบบคัดกรองที่มีคุณภาพจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วก็ เป็นรูปแบบที่ กทม. นำมาใช้ในการคัดกรองโรงเรียนของ กทม. ด้วย สิ่งนี้เป็นตัวช่วยสำคัญ เพราะจะทำให้เด็กจะถูกแยกออกไปให้ชัดเจนว่าเขาพิการแบบไหน ต้องการความช่วยเหลือ ต้องการอะไรในชั้นเรียนเป็นพิเศษไม่อยากให้เขามีความแตกต่างจากเด็กทั่วไป ระบบนี้ ค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพสมควรที่จะพัฒนาต่อไป

๖.๒ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เมื่อกี้ท่านต่อพงศ์ก็บอกไปแล้วว่าในปัจจุบันท่านต่อพงศ์ ท่านวิริยะที่นั่งอยู่นี้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างดีมากเลย มีความสามารถเท่าเทียมกับ พวกเราซึ่งเป็นคนปกติ เราอยากเห็นบุคคลที่เป็นทรัพยากรของชาติลักษณะนี้อยู่ในสังคม ถึงแม้เขาจะพิการก็ตาม ตามที่ผมยกตัวอย่างว่าสตีเฟน ฮอว์คิง เป็นโปรเฟสเซอร์(Professor) ที่อังกฤษ หรือใคร ก็แล้วแต่ที่สำคัญ ๆ หรือหลาย ๓๐ ปีก่อนทุกคนอาจจะเคยเห็นดารา หรือนักแสดงเดินโชว์ เดินแบบสวยงาม แต่สุดท้ายเขากระโดดโชว์ ปรากฏว่าเขาไม่มีขาสักข้างหนึ่ง สวย ทุกอย่างพร้อม แต่ขาเทียม อันนี้เป็นต้นนะครับ

๖.๓ ผลิตและพัฒนาบุคลากร อันนี้ก็ได้เกริ่นไปบ้างแล้วว่าควรจะมีอาจารย์พิเศษ นักวิชาชีพพิเศษ ครูพิเศษต่าง ๆ ที่อยู่ประจำชั้นเรียนเพื่อช่วยหรือประจำโรงเรียนนะครับ อันนี้ก็ต้องเพิ่มขึ้น

๖.๔ จัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมก็จะเห็นว่าทุกมหาวิทยาลัย ทุกโรงเรียน ตอนนี้ก็ทำทางขึ้นทางลงพร้อมกับตัวอักษรนูนในลิฟต์ ในอะไรยังไม่พอนะครับ มันต้องทำเพิ่มขึ้น ให้พอเพียงกับกลุ่มคนพิการทั้ง ๙ แบบ เพราะว่าเขาคือคนไทยคนหนึ่ง

๖.๕ จัดสรรงบประมาณรายหัว อันนี้ก็ต้องเจรจากับทางกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐบาลต่อไป

๖.๖ ใช้แนวทางประชารัฐ

ทั้งหมดนั้นเป็นขั้นตอนหรือแนวทางการปฏิรูป ส่วนกลไกการดำเนินการ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ

ข้อ ๑ กลไกการดำเนินการมุ่งเน้นใช้กลไกในการทำงานเชิงพื้นที่ในทุกระบบ เห็นไหมครับ ผมคนปกติแต่ยังอ่านบกพร่องจากหนังสือต้องขออภัยนะครับ อยากจะให้เราให้ ความสำคัญตรงส่วนนี้มากขึ้น ข้อนี้โดยการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคประชาชน ครอบครัว ชุมชน ซึ่งเราทราบดีว่าครอบครัวมักจะไม่ค่อยเปิดเผยลูก บุตรหลานตนเอง ดังนั้นการจัดการร่วม แบบอินคลูซิฟเอดูเคชัน(Inclusive Education) มันต้องเป็นทุกภาคส่วนมาช่วยกัน

ข้อ ๒ ใช้กลไกการจัดการศึกษาในระดับจังหวัด อำเภอ ให้มีบทบาทหน้าที่ ที่จะบ่งชี้ว่าคนพิการและบุคคลที่มีความจำเป็นพิเศษควรได้รับบริการทางการศึกษา และได้รับระบบการสนับสนุนทางการศึกษาโดยคนพิการและบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ควรได้รับบริการทางการศึกษาแม้จะไม่ได้รับการวินิจฉัยทางแพทย์ อันนี้ก็สอดรับกับยูเอ็นซีอาร์พีดี (UNCRPD) ที่อ่านไปแล้วว่าเป็นคอนเวนชัน (Convention) ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของคนพิการ ทั้งโลกนะครับ

ข้อ ๓ กำหนดเวลาการปฏิรูป

ระยะที่ ๑ แผน ๑ ปี ธันวาคม ๒๕๕๙ จนถึงพฤศจิกายน ๒๕๖๐ ๑ ปี จะดำเนินการปฏิรูปตามข้อกำหนดการปฏิรูปเร็วหรือควิกวิน (Quick Win)

ระยะที่ ๒ แผน ๒ ปี อันนี้ก็คือปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบ และผลักดันให้นำไปปฏิบัติโดยนำไปบรรจุในแผนงานปกติของรัฐบาล

ระยะที่ ๓ เป็นแผน ๓ ปี ก็มี ๒ ขั้นตอน ๑. มีการดำเนินการจัดตั้งและปรับเปลี่ยน โครงสร้างตามที่กฎหมายกำหนด ๒. มีสถานศึกษาแบบเรียนรวมอินคลูซิฟเอดูเคชัน (Inclusive Education) อย่างพอเพียงต่อความต้องการของคนพิการและบุคคลที่มี ความต้องการจำเป็นพิเศษ

ระยะที่ ๔ แผนระยะยาว ก็คือดำเนินการให้สถานศึกษาทุกแห่งมีการจัด การศึกษาแบบอินคลูซิฟเอดูเคชัน (Inclusive Education) อย่างเพียงพอต่อความต้องการ ของทุกคน

ระยะที่ ๕ แหล่งที่มาของงบประมาณ ก็แน่นอนครับ ๑. งบประมาณจากทุกกระทรวง ที่เกี่ยวข้อง ณ ปัจจุบันก็มีอยู่ ๔-๕ กระทรวง ตั้งแต่กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เป็นต้น ๒. งบประมาณบูรณาการตามความร่วมมือจากกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการปฏิรูป

รายละเอียดผมคิดว่าท่านศาสตราจารย์วิริยะและท่านต่อพงศ์คงพร้อมที่จะ ตอบในคำถามที่ท่านมีนะครับ ผมขอขอบคุณและรายงานจบเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณนะครับ