กษิต ภิรมย์ หารือการทบทวนนโยบายการดูแลคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุอย่างเป็นองค์รวม โดยเน้นการจัดระบบสถิติ การแบ่งบทบาทระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น และการพัฒนาบุคลากรเพื่อสนับสนุนสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการศึกษาอย่างบูรณาการ พร้อมเสนอให้ใช้ศูนย์ฝึกของหน่วยงานร่วมกัน ส่งเสริมทักษะดิจิทัล และเชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของผู้เกษียณ รวมถึงเรียกร้องให้มีการประสานงานอย่างเป็นระบบระหว่างหน่วยงาน โดยเฉพาะกับกระทรวงการคลัง เพื่อให้การจัดทำระบบสวัสดิการสอดคล้องกับแผนพัฒนาแห่งชาติและพันธกรณีสากล
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. อันดับที่ ๗ ท่านประธานครับ ในเอกสารที่แจกต่อพวกเราแล้วก็สิ่งที่ทางกรรมาธิการได้ กล่าวถึงคืออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ แล้วก็ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์อินชอนของการ ประชุมของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ประเทศเกาหลี หรือพูดถึงยูเอ็นเอสแคป (UNESCAP) แล้วก็อื่น ๆ แล้วก็ยังคงไม่ได้พูดอีกตั้งหลายข้อมติ แล้วก็อนุสัญญาของสหประชาชาติ ที่เกี่ยวกับทั้งคนพิการ ผู้สูงอายุแล้วก็ผู้ด้อยโอกาส ทั้งชนกลุ่มน้อยชาวไทยพม่าพลัดถิ่น ตรงจังหวัดระนอง แล้วก็แรงงานต่างชาติโดยเฉพาะลูกหลานของเขา และมันก็ยังมีกรอบ ของการร่วมมือของประชาคมอาเซียน ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิในภาพรวมเกี่ยวกับ ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์แล้วก็ความมั่นคงในชีวิต เรื่องการศึกษาแค่เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง แล้วก็จะแยกเอาเรื่องการศึกษามาพิจารณาเป็นการเฉพาะโดยไม่คำนึงถึงสิทธิอื่น ๆ คงจะยากลำบากนะครับ แล้วก็ในการวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินงานของรัฐบาลไทยโดย คณะกรรมการของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ เขาก็ได้ให้ข้อคิดเห็นว่าเราต้อง ปรับปรุงอีกตั้ง ๔-๕ ประเด็น โดยเฉพาะเขาได้พูดไว้แน่ชัดที่ปรากฏในเอกสารว่าคนพิการ ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการดูแลคงไม่ใช่แค่เรื่องการศึกษานะครับ เรื่องของการดูแลโดยทั่ว ๆ ไป และเราก็ยังมีปัญหาของระบบการบริหารจัดการ เรื่องของครูแล้วก็บุคลากรที่จะดูแล คนพิการและมันก็อาจจะขยายไปจนถึงผู้ด้อยโอกาสแล้วก็ผู้สูงอายุด้วย เพราะฉะนั้น ผมอยากจะขอให้มีการทบทวนและพิจารณาใหม่ว่าต้องเอาเรื่องของสิทธิโดยองค์รวมศักดิ์ศรี แห่งความเป็นมนุษย์แล้วก็ความมั่นคงแห่งชีวิตนั้นเป็นตัวตั้งเสียก่อน แล้วก็ดูสิว่าในกรอบอันนี้ นอกจากเรื่องการศึกษาแล้วก็มีเรื่องของการดูแลประจำวัน ในคณะกรรมการของอนุสัญญา ก็ยังได้บอกว่าต้องมีการดูแลคนพิการแต่ละรายเป็นการเฉพาะ เราก็ยังไม่มีสถิติแล้วก็ไม่รู้ว่างานนี้ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่จะเข้าไปดูแลจนถึงที่บ้านของผู้พิการทุกคน มันไม่มีสถิติแล้วก็ไม่รู้ว่าใครรับผิดชอบ ทีนี้ประเด็นของผมก็คือว่าคนพิการเรื่องของการสาธารณสุขต้องเป็นเรื่องที่มาก่อนแม้กระทั่ง เรื่องการศึกษา ต้องมีสถิติให้แน่ชัด และมันก็ต้องแบ่งงานกันออกมาเป็น ๒ ส่วนคือส่วนกลาง รัฐบาลกลาง โดยเฉพาะสำนักงานสถิติแล้วก็สภาพัฒน์ แล้วก็จะเป็นท่านนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนั้นจะให้การสนับสนุนส่วนที่ ๒ คือทางฝ่ายท้องถิ่น ณ ที่นี้ก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดบวกกับนายก อบจ. ว่าจะไปกันอย่างไร ผมก็เห็นด้วยครับว่ามันเป็น เรื่องของท้องถิ่นคือผู้ว่าราชการจังหวัด นายก อบจ. ต้องรู้เสียก่อนว่าในแต่ละจังหวัดของตนนั้น ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุอยู่ที่ไหนแล้วก็มีจำนวนเท่าใด และ ณ วันนี้ได้รับการดูแล หรือว่าไม่ได้รับการดูแลมากน้อยแค่ไหน เอาตรงนั้นเป็นตัวตั้งเสียก่อน เพราะว่าจะไปเรียน หนังสือโดยที่สุขภาพยังไม่ดี แล้วไม่มีคนดูแลมันก็เหมือนกับหัวมังกุท้ายมังกรนะครับ เอาเรื่องที่ยังไม่สำคัญที่สุดเอามาเป็นตัวตั้ง เราต้องดูแลซึ่งคุณภาพชีวิตของเขาเสียก่อน และผมก็อยากจะขอเสนอให้กรรมการปฏิรูปการศึกษานั้นผมว่าทำงานอย่างใกล้ชิด กับทางด้านกรรมาธิการสังคมแล้วก็สาธารณสุข แล้วก็มาดูทั้งหมดเลยว่าในภาพรวมนั้น เราจะดูแลทั้งผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสแล้วก็ผู้พิการอย่างไร แล้วก็ใครรับผิดชอบทั้งส่วนกลาง แล้วก็ส่วนท้องถิ่น จะมีการจัดงบประมาณอย่างไร จะมีการพัฒนาบุคลากร จะเป็นที่คณะครุศาสตร์ หรือว่าคณะแพทย์ศาสตร์หรือว่าคณะพยาบาลศาสตร์ จะฝึกครูที่จะมาดูแลทั้งการเป็น คนพิการเป็นคนด้อยโอกาสช่วยตัวเองไม่ได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ความรู้เขาด้วย มันต้องรวมแทบจะอยู่ในบุคคลเดียวกันหรือว่าแต่ละสถานที่การศึกษาหรือว่าศูนย์ที่จะดูแลนั้น ก็ต้องหลากหลายด้วยผู้ชำนาญการทั้งทางด้านการศึกษาแล้วก็ดูแลคนพิการ และผู้ด้อยโอกาสหรือผู้สูงอายุด้วย อันนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าจะต้องดำเนินการเสียก่อน อยู่ดี ๆ จะยกแค่เรื่องของการเรียนรู้ออกมาโดยไม่ได้ดูภาพรวม แล้วก็การดูแลบุคคลเหล่านี้ไม่ให้ เขาถูกทอดทิ้งแล้วก็ยังตกอยู่ในสภาพของความเหลื่อมล้ำอยู่ อันนี้เป็นไปไม่ได้มันต้องเป็น เรื่องของนโยบายการพัฒนาสังคมเป็นสำคัญ สถิติสำคัญแผนพัฒนาชุด ๕ ปี ฉบับที่ ๑๒ ก็สำคัญและคงจะเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ในขณะเดียวกันเราก็มีพันธกรณีมากมายต่ออนุสัญญาของสหประชาชาติแล้วก็ข้อมติรีโซลูชัน (Resolution) ต่าง ๆ ของสหประชาชาติ แม้กระทั่งในถ้อยแถลงแล้วก็แถลงการณ์ร่วม ของผู้นำของอาเซียนทุก ๆ ปีก็จะมีประเด็นปัญหาทางด้านสังคมอยู่ แล้วก็ขาที่ ๓ ของประชาคมอาเซียนก็คือประชาคมทางด้านสังคมและวัฒนธรรมก็ได้มีการกล่าวถึงเรื่องนี้ อย่างมากมาย แล้วก็คงไม่ใช่เป็นประเด็นเดียวที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ ผมไม่สามารถที่จะไปด้วยได้ ถ้าเผื่อจะมองเรื่องของคนพิการ คนด้อยโอกาสและผู้สูงอายุเพียงแค่เรื่องของการให้ การศึกษานะครับ นั่นทิ้งตรงนั้นไว้
ส่วนเรื่องการศึกษานั้นก็จะเห็นว่ากระทรวงแรงงานก็มีศูนย์ฝึกอบรม กระทรวงมหาดไทยก็มี กระทรวงศึกษาธิการก็มี ทำไมไม่บูรณาการแล้วก็เอามันเสียที่เดียวว่า ถ้าเผื่อจะให้การศึกษากับคนพิการก็ ๑ หน่วยงานร่วมกับทางท้องถิ่น หน่วยงานกลาง ก็วางแผนสนับสนุนทางด้านงบประมาณฝึกบุคลากรท้องถิ่นก็นำไปปฏิบัติ เรื่องผู้สูงอายุก็เช่นกัน และผู้ด้อยโอกาสก็เช่นกันครับ ผมก็อยากจะถามว่าผู้ด้อยโอกาสก็มักจะอยู่ในถิ่นทุรกันดาร หรือว่าห่างไกลไปจากความเจริญก็ถามว่าแล้วได้มีการปรึกษาหารือกับโรงเรียนของ ตำรวจตระเวนชายแดนหรือไม่ เขาก็อยู่ในพื้นที่แล้วก็อยากจะรับฟังสักนิดหนึ่งว่าเขาได้ เจาะไปถึงและไปได้ทั่วหรือเปล่า แล้วก็จะเพิ่มงานให้เขาด้วยได้ไหม นอกจากให้การเรียนรู้ กับเด็กชาวเขาและพวกคนพิการว่าอย่างไร ผู้ด้อยโอกาสอื่น ๆ อย่างไรให้มันมีการบูรณาการ แล้วก็ประสานกันให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ส่วนประเด็นสุดท้ายในฐานะผู้ที่สูงวัยเกษียณอายุมาแล้ว คงไม่ต้องการ รับความช่วยเหลือ แต่ผมคิดว่าพวกเราที่นั่งอยู่ในนี้ส่วนใหญ่คงจะเป็นคุณครูแล้วก็เป็นผู้ให้ ความรู้ได้ ทำไมไม่ใช้ประโยชน์จากข้าราชการเกษียณอายุหรือนักธุรกิจเอกชนในการที่จะ เป็นครูผู้ฝึกสอนด้วย ก็เห็นว่ามีโรงเรียนเหล่านี้กระจัดกระจาย โรงเรียนผู้สูงอายุ โรงเรียนของศูนย์พัฒนาของกระทรวงพัฒนาสังคมและอื่น ๆ ก็ทำไมไม่เกณฑ์พวกเรา ไปเป็นครูละครับ แล้วก็คงไม่มีใครอยากจะได้ค่าจ้าง เพราะต่างก็ประสบความสำเร็จได้รับ อะไรต่าง ๆ จากสังคมไทยมามากมายในช่วงปลายของชีวิตก็สามารถที่จะเป็นผู้ให้ได้ แล้วก็มันคงไม่มีอะไรที่จะสำคัญเท่ากับการให้ความรู้เพิ่มทักษะในการที่จะเป็นพลเมือง
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็อยากจะขอฝากไว้นะครับว่า เราได้พูดกันมาก เรื่องเศรษฐกิจ ๔.๐ แล้วก็ชีวิตของทุกคนจะต้องใช้เครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ อันนี้ก็น่าจะเป็น อีกแผนที่สำคัญในการที่จะฝึกอบรมให้ผู้สูงอายุนั้นสามารถที่จะใช้กลไกดิจิทัล (Digital) ได้ เพราะว่าคงจะต้องพึ่งตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้รวมทั้งคนพิการด้วย อันนี้ก็น่าจะเป็น สิ่งที่จะต้องคิดแล้วก็คำนึงไว้ให้อยู่ในแผนรวมทั้งหมดเลยนะครับ
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าเราควรจะเรียนรู้จากประเทศที่เขาประสบความสำเร็จ ในการดูแลคนพิการ คนชรา แล้วก็ผู้ด้อยโอกาส ใกล้บ้านเราก็มีญี่ปุ่น ไกลไปหน่อยนะครับ ก็ประเทศในยุโรปทั้งหมด เราก็ส่งคณะผู้แทน คณะกรรมาธิการต่าง ๆ ก็เดินทาง หน่วยงานก็ไปกัน เป็นหมื่นเป็นแสนคน ทำไมเราไม่ขอความร่วมมือกับเขาอย่างเป็นกิจจะลักษณะนอกเหนือ จากหน่วยงานต่าง ๆ ของสหประชาชาติ แล้วก็หน่วยชำนาญการพิเศษ ทำกันให้มันเป็นแผน อย่างเป็นเรื่องเป็นราวที่จะดูแลซึ่งสิทธิความมั่นคงคุณภาพแห่งชีวิต ศักดิ์ศรีแห่งการเป็นมนุษย์ ดูในภาพรวมก่อนนะครับ
แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งผมขอทวงนิดหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราก็พูดกันว่า อยากจะมีระบบของสวัสดิการดูแล เราได้ลงมติกันไปเมื่อวันอังคารที่แล้วเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมา ก็มีข่าวว่ากระทรวงการคลังจะมอบให้เอกชนไปจัดทำระบบที่จะดูแลสวัสดิการ อันนี้เป็นการสะท้อนว่ามันไม่ได้มีการประสานงานกันในแม่น้ำ ๕ สาย แล้วก็หน่วยราชการ โดยเฉพาะกระทรวงการคลังอยากจะคิดทำอะไรขึ้นมาที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ เกี่ยวกับ ระบบการรักษาพยาบาลก็ดูเหมือนไม่ได้ปรึกษาหารือมาที่ สปท. ไม่ได้ปรึกษาหารือกับ กระทรวงสาธารณสุขแล้วก็อื่น ๆ อันนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานไว้ด้วย เราทำงานกันแบบนี้ ไม่ได้ ผมได้กล่าวมาหลายครั้งว่ามันจะต้องให้มีข้อมูลไหลไปไหลมาอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ น่าจะใช้ที่ประชุมรวมอันนี้เป็นที่จะให้มีการประสานการดำเนินการต่าง ๆ เราจะกำหนด การทำงานกันอยู่ที่กรรมาธิการ แล้วก็ขณะที่หน่วยงานของรัฐบาลนอก สปท. ก็คิดอ่านอะไร ต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลามาใหม่ ๆ และเราก็มักจะทราบกันตามข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วก็ สื่ออื่น ๆ ขอขอบคุณมากท่านประธานครับ