คุรุจิต ตั้งข้อสังเกต ร่างกฎหมายสุขภาพ หวั่นทับซ้อน-กระทบการเงินรัฐ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖๑ · ๖ ธันวาคม ๒๕๕๙

คุรุจิต นาครทรรพ ตั้งข้อสังเกตต่อร่างกฎหมายการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพ โดยเฉพาะประเด็นการขยายอำนาจของคณะกรรมการใหม่ที่อาจทับซ้อนกับหน่วยงานเดิมและส่งผลต่อการเงินภาครัฐ พร้อมกังวลต่อข้อเสนอการรวมระบบประกันสุขภาพที่ขาดความชัดเจนในการหารือกับกระทรวงการคลัง และเรียกร้องให้ชี้แจงเจตนารมณ์ กลไกการดำเนินงานอย่างโปร่งใส รวมถึงเสนอแนวทางให้ภาคเอกชนและองค์กรไม่แสวงหากำไรมีส่วนร่วมในการบริหารแทนการผนวกรวมเข้าสู่โครงสร้างราชการเพียงอย่างเดียว

นายคุรุจิต นาครทรรพ

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผมก็จะอภิปรายในเรื่องการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพของ ประชาชน : สิทธิประโยชน์หลักด้านสุขภาพ ก็ด้วยความเกรงใจท่านประธานกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่งเลย เพราะผม ก็บอกท่านในวิป (Whip) และบอกว่าท่านไม่อภิปรายผม ผมก็จะไม่อภิปรายท่าน เพราะเห็น ชื่อเรื่องแล้วพร้อมจะยกมือให้อยู่แล้ว เรื่องสิทธิประโยชน์หลักด้านสุขภาพนะครับ แต่ว่ามีเวลาก็ได้มานั่งอ่านดูก็มีข้อสงสัยที่อยากจะให้ท่านช่วยแคลริฟาย (Clarify) เพื่อท่านสมาชิกและท่านผู้ฟังทางบ้านก็จะได้รับทราบไปด้วยนะครับ คือรายงานของท่าน เป็นรายงานที่ดีเรื่อง การปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพของประชาชน : สิทธิประโยชน์ หลักด้านสุขภาพ และท่านก็เท้าความว่าทําไมถึงต้องเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา แต่สิ่งที่กระผมขึ้นมา อภิปรายนี่เพราะอ่านดูแล้วมันมีการออกกฎหมายถึง ๒ ฉบับ แล้วก็มีการตั้งองค์กรเหมือนจะ เป็นตั้งองค์กรใหม่ เป็นตั้งคณะกรรมการใหม่ ซึ่งคณะกรรมการที่ท่านตั้งโดยเรียกว่า พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติก็ดี หรือพระราชบัญญัติ ชุดสิทธิประโยชน์หลักด้านสุขภาพก็ดีมันก็ให้อํานาจไปเสมือนกับว่าจะไปโอเวอร์รูล (Overrule) หรือว่าสั่งคณะกรรมการในกฎหมายฉบับอื่น ๆ หรือของหน่วยงานอื่น ที่ต่างกระทรวงกัน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องของคณะกรรมการประกันสังคมหรือ กองทุนประกันสังคม กองทุนประกันรถยนต์เพื่ออุบัติเหตุ ที่ผมอ่านแล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นมา ก็คือท่านให้อํานาจคณะกรรมการใน พ.ร.บ. ที่ท่านเสนอมีอํานาจในเรื่องเสนอมาตรการ ด้านการเงินการคลังที่เหมาะสม อ่านดูแล้วก็คล้าย ๆ ว่าถ้าหลักประกันสุขภาพไม่มีเงิน ท่านก็สามารถที่จะเก็บเงินขึ้นภาษีหรืออะไรได้ ซึ่งมันก็เป็นอํานาจค่อนข้างเบ็ดเสร็จ แล้วก็เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินอย่างแน่นอนเลย ซึ่งก็อดที่จะต้องถามท่านไม่ได้ว่า ในการร่าง ท่านได้ปรึกษาฝั่งกระทรวงการคลังหรือรับฟังความคิดด้วยหรือเปล่า เพราะว่า กฎหมายท่านมันเหมือนเป็นซูเปอร์บอร์ด (Super board) อีกแบบหนึ่ง ซึ่งเหมือนตั้งองค์กร ใหม่

แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็อยากจะขอคําอธิบายหรือยืนยันจากท่านว่าสิ่งที่ท่านเสนอ ไม่ใช่การยุบรวมกองทุนรักษาพยาบาลของข้าราชการ กองทุนไปรวมกับกองทุนประกันสังคม ไปรวมกับกองทุน ๓๐ บาทรักษาทุกโรคใช่ไหม ผมอ่านดูก็คิดว่าไม่ใช่ แต่ท่านเขียน ในอารัมภบทว่าปัจจุบันสถานการณ์ระบบประกันสุขภาพของประชาชนยังขาดความเท่าเทียมกัน จึงเห็นควรให้มีการพัฒนาสิทธิชุดสุขภาพหลัก แล้วท่านก็เล่าว่ามันมีกองทุนอยู่ ๓ กองทุน คือระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ ซึ่งดูแลคน ๔.๗ ล้านคน ใช้เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉลี่ย ๑๔,๐๐๐ บาทต่อคน ระบบประกันสังคมดูแลคนอยู่ ๑๑.๔ ล้านคน ค่าเฉลี่ยในเรื่อง ของสุขภาพก็เท่ากับ ๓,๑๖๐ บาทต่อหัว ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ดูแลคน ๔๘ ล้านคน ใช้เงิน ๓,๑๕๐ บาท ซึ่งมันก็เห็นว่ามันไม่เท่าเทียมกัน กองทุนราชการ อาจจะมากหน่อย กองทุนประกันสังคมมากกว่า ๓๐ บาทอยู่ อย่างนี้ต่อหัว ก็ไม่รู้ว่าการเท่าเทียมกัน ของท่านที่เอามาเฉลี่ยหารกันเพื่อทําให้กองทุนที่รวยอยู่แล้วจนลง และทําให้กองทุนที่จนแล้ว รวยขึ้นหรืออย่างไรก็อยากให้ท่านชี้แจงหน่อย ผมคิดว่าหลักประกันหลักผมเห็นด้วยแล้วก็คง ไม่คัดค้าน แต่ว่าองคาพยพกับกลไกในการไปทําให้เกิดชุดเขาเรียกอะไร สิทธิประโยชน์หลัก อะไรของท่านนี่มันจําเป็นต้องถึงกับออกกฎหมาย ๒ ฉบับหรือไม่ และกฎหมายท่านนอกจาก จะไปโอเวอร์รูล (Overrule) กฎหมายของประกันสังคมยังไปโอเวอร์รูล (Overrule) กฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขที่ผมเห็นว่าเขามีเรื่องเขตสุขภาพของเขาอยู่ ท่านก็บอกว่า ให้กรรมการที่ท่านจะตั้งใหม่นี้เป็นผู้ประกาศเขตสุขภาพ ทําไมไม่ให้กระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงหรือว่ารัฐมนตรีเขาเป็นคนประกาศเพราะคนประกาศมันน่าจะให้เจ้ากระทรวง เขารับผิดชอบไป เพราะฉะนั้นก็เหมือนกับดึงทุกอย่างมาอยู่ภายใต้อันนี้โดยข้อที่คิดว่าอยากจะมีสิทธิประโยชน์หลัก ให้คนอย่างเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นในหลักการผมก็เห็นด้วยแต่ดูรายละเอียดแล้วก็รู้สึกว่า ท่านจะเขียนกฎหมายแบบซูเปอร์บอร์ด โฮลดิง (Super board Holding) เลย แล้วก็มี อํานาจเบ็ดเสร็จ ซึ่งอํานาจเบ็ดเสร็จอย่างนี้ถ้าใช้ดีก็ดี ถ้าใช้โดยไปพาดพิงหน่วยงานอื่น ในที่สุดมันก็จะใช้ไม่ได้ เพราะกระทรวงการคลังเขาก็ใหญ่เหมือนกัน แล้วก็ประกันสังคม เขาก็มีสมาชิกเป็นล้าน เพราะฉะนั้นต้องชี้แจงให้ดีว่าเรานี้มีเจตนาเพื่ออะไร ผมก็ขอตั้ง ข้อสังเกตไว้แค่นี้แล้วก็อยากจะเสนอว่าในเรื่องของระบบสุขภาพสิทธิประโยชน์หลักอะไรนี้ บางทีก็มีภาคเอกชนหรือมูลนิธิไม่แสวงหากําไรเขาก็ช่วยทําอยู่ ท่านน่าจะดึงเขาเข้ามา ไม่ใช่ทุกคนใช้ระบบราชการไปพยายามโซลฟ์ (Solve) โดยตั้งซูเปอร์บอร์ด (Super board) หรืออะไรขึ้นมาก็ฝากไว้หวังว่าท่านจะรับข้อสังเกตไปช่วยชี้แจงด้วยหรือนําไปปรับปรุง กราบขอบพระคุณครับ