วรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา หารือเรื่องการบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โดยวิพากษ์วิจารณ์การจัดสรรเงินในกองทุนและเสนอแนะว่าควรให้คนในชุมชนใกล้โรงไฟฟ้าใช้ไฟฟรีหรือลดราคาด้วยเปอร์เซ็นต์ตามระยะความใกล้ไกล นอกจากนี้ยังเสนอให้ใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการจัดเก็บเงินแทนการเก็บตามประเภทของเชื้อเพลิง และเสนอให้จ่ายเงินโดยตรงแก่ประชาชนโดยไม่ผ่านกองทุน
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกครับ ผม วรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา ผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ที่เรียกร้องให้มีการปรับปรุง การบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้านี่นะครับ แล้วก็เสนอว่าการเอาเงินเข้าไปในกองทุนมันก็จะ เกิดเรื่องผลประโยชน์มันไม่ถึงชาวบ้านจริง ๆ เสนอว่าคนที่อยู่ใกล้โรงไฟฟ้าที่สุดควรจะใช้ ไฟฟรีด้วยซ้ําหรือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์หรืออะไร ใครอยู่ใกล้ใช้ถูก ใครอยู่ไกลใช้แพง ถ้ารังเกียจ โรงไฟฟ้าหนัก คุณก็อยู่ไกล ๆ แล้วคุณก็ใช้ไฟแพงไป ทุกคนอยากใช้ไฟแต่รังเกียจโรงไฟฟ้า ซึ่งอันนี้มันเป็นไปได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง ฉะนั้นคนที่อยู่ใกล้แล้วคุณรู้สึกว่า คุณมีมลพิษ คุณก็เอาค่าไฟถูก ๆ ไป อันนี้จะเป็นการจัดผังเมืองโดยอัตโนมัตินั่นก็คือว่า ใครที่อยากจะใช้ไฟเยอะหรือได้สิทธิจากการใช้ไฟก็เข้ามาอยู่ใกล้ ๆ จะเป็นโรงงานหรืออะไร และที่ดินก็จะเปลี่ยนก็จะจัดผังด้วยตัวเอง แต่ว่าถ้าเกิดเป็นกองทุนที่ทํากันอยู่มีเอาเงินเข้าไป ส่วนกลาง บางกองทุนก็ดี บางกองทุนผมเห็นก็มีปัญหาก็จะมีเจ้าภาพ แล้วก็การบริหารกองทุน บางทีตามใจผู้รับเหมา คนมีอํานาจรู้จักกับผู้รับเหมาสร้างหลักกิโลเมตร โครงการก็บอก เป็นหลักกิโลเมตร ถ้าเป็นเรื่องไหนก็ทําไปอันนี้ผมสันนิษฐานเอานะครับ สิ่งเหล่านี้ ถ้าเกิดกองทุนยังมีอยู่ หมายถึงเอาเงินเข้าไปแล้วการจัดการ แล้วที่สําคัญก็คือว่าคนในชุมชน ทุกคนถ้าเกิดมีมลพิษจริง ถ้าเป็นข้อสมมุติฐานว่าโรงไฟฟ้าปล่อยมลพิษ ถ้ามีสมมุติฐานเช่นนั้น ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นสูดลมหายใจเท่ากันหมด แต่ถ้าเกิดเป็นเงินเอาเข้ากองทุนได้รับไม่เท่ากันครับ คนที่มีบทบาทน้อยที่สุดในชุมชนเงินไปไม่ถึงหรอก มันก็จะได้แต่หัวเบี้ยอยู่ในชุมชน ไม่กี่คนหรอกแถวนั้น ฉะนั้นผมก็ไม่ได้เสนอว่าจะหักดิบก็คือยกเลิกกองทุนไปที่ท่าน กรรมาธิการทํามา ผมก็ขอบพระคุณก็คือให้ประโยชน์กับผู้ที่อยู่แถบนั้นคือใช้ไฟฟรี ๑๐๐ บาท ไม่เกินนี้ ผมว่าหลักการใช่แต่ว่ายังไม่ตอบโจทย์ ตอบโจทย์จริง ๆ ควรจะเป็นลักษณะ ของเปอร์เซ็นต์แล้วตามระยะความใกล้ไกล
ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ท่านทํามาก็คือเรื่องการเอาเงินสมทบกองทุน ตามประเภทของเชื้อเพลิง ผมอยากจะให้เป็นหลักวิทยาศาสตร์ อย่าใช้อัตวิสัยคิด ผมถามว่า แสงแดดมันมีมลพิษตรงไหนครับ ถ้าโจทย์ตั้งขึ้นมาว่าการเอาเงินเข้ากองทุนเพื่อที่ไปชดเชย เพราะว่าโรงไฟฟ้าก่อมลพิษ แสงแดด ๑ สตางค์ หน่วยละ ๑ สตางค์ แสงแดดมีมลพิษ ตรงไหน ไปส่องตาใครครับ ไม่มีครับมันแหงนขึ้นข้างบนส่องตาพระอาทิตย์ แต่ท่านเก็บ ที่จริงผมเข้าใจดีว่าท่านกรรมาธิการมีความปรารถนาดีคืออยากจะคืนกําไรจากโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นผู้ลงทุนให้กับประชาชน แต่มีหลักการหลักการหนึ่งครับ หลักการก็คือว่าถ้าเกิด ก่อมลพิษเราถึงเก็บ ถ้าเกิดลม ลมนี้ยังอ้างได้ว่าเสียงดังน่ารําคาญ ทัศนียภาพอุจาด มองไปแล้วเห็นอะไรมาขวางนั่นก็ว่าไป อย่างนี้อาจจะเก็บได้บ้าง แต่อันอื่นท่านก็เก็บตามลักษณะของเชื้อเพลิง อย่างเช่นถ่านหินก็แพงหน่อย ส่วนก๊าซธรรมชาติผมก็สงสัยเหมือนกัน เราส่งเสริมให้คนใช้ก๊าซธรรมชาติไปใส่รถเอ็นจีวี (NGV) บอกว่ามันดีกว่าดีเซลกับเบนซิน แต่พอไปอยู่โรงไฟฟ้ากลายเป็นพิษเลย แก๊สหุงต้ม บิวเทน (Butane) เอาไปเผาเตาแก๊สอยู่ในบ้านหุงต้มทุกวันไม่ตาย แต่พอทําโรงไฟฟ้า บอกเดี๋ยวตาย นี่คือหลักคิดของคนในประเทศที่ใช้อัตวิสัยคิดไปทุกเรื่องโดยไม่ยึด หลักวิทยาศาสตร์ มันก็เลยทําให้การจัดเรื่องกองทุน เรื่องไฟฟ้า เรื่องพลังงานของประเทศ เราเพี้ยนไปหมด ทุกวันนี้เราก็ไปรุมแต่เรื่องแก๊สซึ่งแก๊สจะหมดอยู่แล้ว ถ่านหินเกิดไม่ได้ จะเอากองทุนนี้ไปผมก็เชื่อว่าเกิดไม่ได้ เพราะคนเชื่อไปแล้วว่าถ่านหินมันทําอย่างไรเผามันก็ เป็นพิษ ซึ่งเทคโนโลยีมันไปได้ไกลแล้วแต่คนก็ยังเชื่ออย่างนั้น ผมก็เลยคิดว่าเอาอย่างนี้ครับ ตรงไหนอยากได้ถ่านหินผมจะลดไฟให้ถูก ๆ ถูกมาก ๆ ด้วย ใช้ไฟฟรีไปเลย พื้นที่นั้นจะได้ ไปตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน ถ้าเกิดคุณอยากใช้แก๊สก็แพงขึ้นมาหน่อยเพราะแก๊สมันจะหมด ถ้าเป็นแสงแดดอันนี้สะอาดบริสุทธิ์ ตรงนั้นไฟแพงที่สุด ให้จัดตามอย่างนี้ความเห็นแก่ตัวของ มนุษย์มันจะได้น้อยลง คุณใช้ไฟคุณจําเป็นต้องจ่าย คุณอยากจะได้คุณภาพชีวิตที่ดี คุณก็จําเป็นต้องจ่าย ไม่ใช่ว่าคุณภาพดีต่อต้านหมด ที่บ้านติดแอร์คอนดิชัน (Air Condition) เยอะแยะไปหมดเลย ทําไมคุณต่อต้านคุณไม่เอาแสงแดดไปใช้ที่บ้านคุณ สิ่งเหล่านี้มีหมดแล้ว ก็จะมีคนหากินในอาชีพนี้อยู่ ซึ่งไม่ได้ตรงไปตรงมา สิ่งที่ท่านทํามาผมก็ขอบคุณนะครับ หลักการดีอะไรดีอยากให้ปรับสักนิดหนึ่งให้สอดคล้องกับเรื่องหลักการของท่านว่าถ้าเกิด มันก่อมลพิษถึงต้องจ่ายเงิน แล้วก็ถ้าใครอยู่ใกล้มลพิษคุณได้รับชดเชยมาก ๆ และโดยตรง อย่าไปผ่านกองทุนอะไรมาก กองทุนอาจจะมีอยู่บ้างเพื่อเป็นน้ํามันหล่อลื่น แต่ถ้าเป็นน้ํามัน เชื้อเพลิงขับเคลื่อนควรจะฉีดไปที่ประชาชนโดยตรง อย่างนี้จะยุติธรรมครับ ขอบคุณครับ