สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือประเด็นสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย โดยเน้นย้ำความสำคัญของการป้องกันโรคและการส่งเสริมสุขภาพผ่านการฟื้นฟูวิชาสุขศึกษาและพลศึกษาในโรงเรียน พร้อมเสนอการปรับระบบหลักประกันสุขภาพและประกันสังคมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเบิกจ่าย การเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับผู้มีรายได้สูง และการรวมผู้เชี่ยวชาญการแพทย์แผนไทยในคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและยาจากต่างประเทศอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ที่รักทุกท่าน ผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๓ ผมอ่านรายงาน ของท่านกรรมาธิการทั้งปึกนี้แล้วก็รู้สึกว่าหลังจากที่ผ่านไปแล้วใน ๑๐ ปีข้างหน้าคนไทย อาจจะไม่เจ็บป่วย ค่ารักษาพยาบาลจะลดจาก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงเหลือสัก ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็ชื่นชมนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมมีข้อเสนอบางประการนะครับ ขออนุญาตเปิดเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ต่อไปครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้นาน ๒,๕๖๐ กว่าปีแล้ว “อโรคยา ปรมาลาภา” ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ท่านประธานว่าจริงไหมครับ ไม่มีใครเถียงได้ ภาพต่อไปครับ ท่านเคยเห็นไหมครับ ท่านเคยเห็นทั่วไป เราจะไม่เห็นอยู่ คนเดียวก็คือตอนที่คุณแม่ตั้งท้องเรา นอกนั้นจะเห็นภาพเหล่านี้กําลังตั้งครรภ์ ต่อไปครับ เดี๋ยวท่านจะแปลกใจว่าสุรินทร์เองคิดอย่างไรเอาเรื่องอย่างนี้มา นี่คือเด็กอ่อนน่ารักมาก ผมเดาว่าเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เพราะผมไม่ได้ไปดูด้วยตนเอง เขาได้ไปถ่ายมาจาก โรงพยาบาลแห่งหนึ่งแถว ๆ อนุสาวรีย์นะครับ ต่อไปครับ อันนี้เป็นอย่างไรครับ ผมใกล้เคียงแล้ว เพราะอายุ ๗๐ ปี ทุกคนที่นี่วันหนึ่งต้องเป็นอย่างนี้หนีไม่พ้น ต่อไปครับ หมอพยาบาล ต้องช่วยกัน อันนี้ค่อนข้างวิกฤต ต้องให้ดูดเสมหะ ต้องร้อยแปดจิปาถะ อันนี้ก็มีตาม โรงพยาบาลให้เห็น คุณหมอที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ก็จะเห็นอย่างนี้มาชั่วชีวิต ก็จะเห็นต่อไป ถ้าเราไม่ทําอะไรให้มันดีขึ้น ต่อไปครับ อันนี้แน่นอนครับ หลับไม่ตื่นฟื้นไม่มีหนีไม่พ้น ท่านคงทราบคืออะไรครับ เกิดแก่เจ็บตายอย่างไรครับท่านหนีไม่พ้น ที่ท่านกําลังพูดไป พูดนิดเดียวของเรื่องเหล่านี้ ถ้าไม่จริงท่านแย้งได้ครับรวมทั้งท่านกรรมาธิการ พระพุทธองค์ ตรัสไว้ว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย “สรรพสัตว์ย่อมเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาของโลก วัฏสงสาร” ใช่ไหมครับ
- ๓๔/๑ ถ้าไม่ใช่ท่านก็คงไม่พูดเรื่องนี้ ต่อไปผมจะเอาเฉพาะเรื่องที่ท่านกําลังพูดมาเลยเป็นอย่างไรครับ ผมไปถ่ายมาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเมื่อวันเสาร์ วันอาทิตย์นี้ แล้วก็เมื่อเช้านี้ไปดูวันเสาร์ วันอาทิตย์ก็แน่น มันแน่นไม่พอ วันนี้ตอนเช้าท่านไปดูสิครับ จิ้งจกตกไม่ถึงพื้น ยิ่งโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ดัง ๆ ของรัฐ เพราะค่าใช้จ่ายถูก ต่อไปเป็นอย่างไรครับ วิกฤตไหมครับ ท่านจะมีโรงพยาบาลเท่าไรถึงจะดูแลคนป่วยได้มากขึ้น ผมอยากกราบเรียนว่าเรากําลังมาพูด ถึงค่าใช้จ่ายเมื่อปลายเหตุให้มันเจ็บเสียก่อน ให้มันป่วยเสียก่อน แล้วก็มาบอกว่า อ้ายนั่นแพงอ้ายนี่ถูก ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่าเมื่อผมตั้ง ประกันสังคมปี ๒๕๓๓ กับท่านอําพล สิงหโกวินท์ ไม่มีใครอยากมาอยู่กรมนี้เลย เพราะรู้ว่า อย่างไรก็ลําบาก ผมก็บากหน้าย้ายจากกระทรวงมหาดไทยไปอยู่ประกันสังคม แล้วก็ตั้ง ประกันสังคมจนบัดนี้มีเงินสดแล้วครับ หวานมากเลยทุกคนก็อยากจะไปเตาะแตะกับ ประกันสังคม ๑.๗ ล้านล้านบาท ดูแลคนตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย จนถึงเชิงตะกอน ค่าเผาศพ ผมอยากจะเน้นว่าเรื่องนี้มันต้องป้องกันมากกว่าแก้ การที่ท่านกําลังจะมาบอกว่าจะต้องรวม กองทุนร้อยแปดจิปาถะของท่านคือปลาย ๆ เหตุทั้งนั้น ต้องเริ่มต้นผมคิดว่าผู้นําประเทศ ของเราท่านคิดว่าถ้าคนไทยออกกําลังกาย โรคภัยไข้เจ็บจะเป็นอย่างไร ท่านนํา และคนก็ไป วิจารณ์ว่าเอาเวลาราชการร้อยแปดจิปาถะ ไม่ใช่ ท่านเหมือนกับจุดพลุขึ้นมาว่าให้ไปออก กําลังกายนะเย็นก็ได้ วันเสาร์ วันอาทิตย์ก็ได้ อย่างผมออกทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์ ไม่ได้ไปที่ไหน เดินในหมู่บ้านวันละประมาณ ๒ ชั่วโมง อันนี้ท่านกําลังเตะตระกร้อแล้วนี่สนุก ท่านดูต่อไปครับ เห็นไหมนี่ครับ ท่านไม่ต้องไปดูที่เมืองทองธานีขณะนี้ที่ขายรถยนต์ ต้องดูอย่างนี้ออกกําลังกาย แล้วหุ่นจะดีไหม สดสวย แข็งแรง ภาพต่อไปอันนี้มีที่สวนลุมพินี จตุจักรไม่ต้องใช้เงินมาก ให้เขาออกกําลังกาย ที่ผมเอาภาพเหล่านี้มาให้ท่านดูก็คือว่าผมอยากจะเห็น ท่านไปดูสมมุติฐานของเหตุ พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ว่าผลมาจากเหตุ ที่คนป่วยเยอะแยะ เพราะอะไรมันไม่ได้ออกกําลังกาย กินไม่เป็น กินอยู่หลับนอนไม่เป็น ผมเสนอข้อเสนอท่านเลย เดี๋ยวท่านประธานจะท้วงผมว่าเกินเวลา รายละเอียดท่านมีอยู่แล้ว และผมก็ดูแลเรื่องนี้ มาตลอด เรื่อง ๓ กองทุนเป็นปัญหาและผมอยากกราบเรียนว่าคนที่ทําบัตรทอง ชื่อหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เขาไปช่วยผมประกันสังคมตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ หัวแล่นมากเลย มาเสนอบัตรทองถูกใจเป๊ะของผู้บริหารยุคนั้นก็เกิดบัตรทอง ผมเคยไปแย้งบอกว่าทําไมไม่ใช้ โคเพย์ (Copay) ไม่เอา เพราะมันเป็นเรื่องของการเมืองเล็กน้อยโคเพย์ (Copay) นี่ก็คือคนจนจริง ๆ จะต้องไม่ตายอย่างเดียวดายจะต้องมีหมอดูแลก็ต้องดูแลเขา ไม่มีเงิน กลับบ้าน ให้เงินกลับบ้านอีกนะไปดูที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้เลย ถ้ารักษาแล้วหาย และไม่มีเงินกลับบ้านเขาส่งให้เสร็จเลยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ผมกล้ายืนยัน ข้อที่ ๑ ผมคิดว่าบัตรประชาชนมีเลข ๑๓ หลัก ทําไมเราไม่ใช้ระบบไอทีเน็ตเวิร์ค (IT Network) เข้าไปควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้นายสุรินทร์ เช้าไปโรงพยาบาลราชวิถี ป่วย ไอจริงไม่จริงไม่รู้ ไปถึงหมอก็บอกไอก่อนหมอก็ให้ยามาหนึ่งถุง รุ่งพรุ่งนี้เช้าสะดวกพอลงรถไปโรงพยาบาล พระมงกุฎก็ไปบอกหมออีกยังไอค้อกแค้ก ๆ หมอก็ให้มาอีกชุดหนึ่ง บางคนผมยืนยันเขาเอา ไปให้คนอื่นหรือเอาไปขายก็มีเขาเรียกว่า ฮอสพิทัลชอป (Hospital Shop) แต่ถ้าเราใช้ ระบบไอที (IT) เข้าไปเลย อ้าววันนี้สุรินทร์คุณไปโรงพยาบาลราชวิถีมาแล้วนะ และคุณจะป่วย เป็นโรคอะไรนี่วันนี้ เหมือนเดิม อ้าวกลับบ้านได้ก็ไม่กลับก็จะเชิญตํารวจหรือ รปภ. มาดูแล ว่าเมื่อวานคุณเพิ่งบอกกับหมอว่าป่วยอย่างนี้นะครับ ถ้าเราใช้ระบบไอที (IT) เข้าไปควบคุม ค่าใช้จ่ายปัญหาก็จะน้อยลง แต่ทําอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าทําอย่างนี้ปุ๊บโรงพยาบาลก็จ่ายยาไม่ได้อันนี้ก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานขอเวลาอีกนิดหนึ่งนะครับ ในโลกของการรักษาพยาบาล มันมี ๒ ระบบใหญ่ ๆ ที่เราใช้กันอยู่ขณะนี้คือระบบเบิกจ่ายตามที่จ่ายจริงราชการ ก็เป็นอย่างนั้น จะจ่ายตรง จ่ายไม่ตรงก็ตามใจเถอะ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า ฟี ฟอร์ เซอร์วิส (Fee for service) คือยาเท่าไร จ่ายเท่านั้น กับอีกประเภทหนึ่ง ประเภทที่ ๒ คือ เหมาจ่ายรายหัว ภาษาอังกฤษเรียกว่าเพอร์ แคพิตา เซอร์วิส (Per Capita Service) ประกันสังคมเราใช้อันนี้เพราะเราไม่ไหวที่จะมานั่งดูใบเสร็จ ปลอมไม่ปลอม ท่านประธาน ไม่ใช่นอกเรื่อง ในเรื่องนี้เลย ผมเคยแจ้งจับทันตแพทย์แล้วติดคุกแทบตายเมื่อผมเป็น เลขาธิการประกันสังคม แกทําฟันตอนนั้นให้ ๒๐๐ บาท วันหนึ่งเป็นร้อยรายอยู่ภาคอีสาน เป็นร้อยรายคือมาถึงก็เอาใบเสร็จไป ๒๐๐ บาท แล้วแกจะเอาเท่าไร เราไม่รู้ ก็มีคนร้อง พอร้องมาเราไปสอบผลก็คือโอ้โฮสุดยอดของทันตแพทย์ผู้นี้เลยก็เป็นปัญหา เขาเรียกว่า ขอโทษนะครับ ทํานองแพทย์พาณิชย์
ข้อ ๒ ต้องเน้นการป้องกันปัญหาสุขภาพให้ประชาชนเข้าถึงเรื่องของสุขภาพ การออกกําลังที่พูดเมื่อกี้นี้คือแก้ที่ต้นเหตุหรือเรียกว่าดูแลสุขภาพโดยองค์รวม ท่านประธาน กรรมาธิการก็คงจะรู้ว่าเราพูดกันมานานแล้ว ทั่วโลกก็พูดแต่ทําไม่ได้เลย ซึ่งจริง ๆ ทําไม่ยากหรอก โฮลิสติก เฮลท์ แคร์ (Holistic Health Care) แต่ที่มันทําให้ผมน้ําตาร่วงมาจนถึงวันนี้ เมื่อตอนผมเป็นเด็ก ๆ ท่านประธานครับ วิชาสุขศึกษาเช้าขึ้นคุณครูตรวจก่อนแล้ว หู คอ จมูก เป็นอย่างไร วิชาต่อไปที่เราเลิกไปเลยไม่รู้ไปไหน วิชาอนามัยส่วนบุคคล โรงเรียน ไม่มีแล้ว ๓ วิชาที่หายไปคือวิชาพลศึกษา เมื่อสมัยก่อน ๓ วิชานี้ ท่านประธานขออนุญาตนิด ได้ไหมครับ มันมีความสําคัญมากต่อการทําให้สุขภาพแข็งแรง ถามว่า ๓ วิชานี้มันหายไปไหน ต้องไปเก่งคณิตศาสตร์ไปดูไลน์ (Line) ร้อยแปดจิปาถะ ตาสั้นเข้าไปอีก ผมอยากจะเห็น กลับมาดูแลสุขภาพของประชาชนให้เขามีชีวิตกินอยู่หลับนอนมีคุณภาพ ในรายงานนี้ก็ไม่มี ท่านก็จะตั้งกรรมการขึ้นมาดูแล เมื่อคนมันไม่มีวิชา ๓ วิชาในดีเอ็นเอ (DNA) มันก็ยังต้อง เจ็บป่วยเป็นเบืออย่างที่ผมเอารูปมาให้ท่านดูนะครับ
ข้อ ๓ ต้องให้ประชาชนที่จ่ายเงินเพิ่มหลักประกันสุขภาพมีสิทธิได้รับ ประโยชน์เพิ่มเติม ผมอยากจะกราบเรียนว่าบัตรทองคือประชาชนทุกคนมีสิทธิเหมือนกัน เพราะเราเสียภาษีเท่ากัน ราชการก็เสียภาษีมากกว่าด้วยซ้ําใน ๗๐ ล้านคน ประกันสังคมเรา คิดเงินเดือนไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท เกิน ๑๕,๐๐๐ บาทเราคิดแค่ ๑๕,๐๐๐บาท คิดเป็น เปอร์เซ็นต์แล้วเขาต้องจ่ายเงินให้กับกองทุนประกันสังคม ๗๕๐ บาททุกคน นายจ้าง ๗๕๐ บาท สรุปนายจ้างกับลูกจ้าง รัฐบาลว่าอีกทีหนึ่งผมไม่อยากพูดถึงยังติดค้างอยู่เยอะ หลายหมื่นล้านบาท ๑,๕๐๐ บาทต่อเดือนต่อคน กับผู้ใช้แรงงานมีเท่าไรท่านเห็นไหม ๑๑ ล้านคนที่ท่านว่า แต่เขาต้องดูแลตั้งแต่เกิดแก่เจ็บตายจนเผา ค่าเผา พิการดูแลอีกตลอดชีวิต ร้อยแปดจิถาปะ ผ่าตัดไต ผ่าตัดศีรษะ ผ่าตัดเปลี่ยนไตเขาจ่ายเพิ่ม อันนี้เขาจ่ายเงิน เหมือนกับท่านมีอะไร ท่านไปซื้อประกันชีวิตร้อยแปดประกันสุขภาพ เขาก็มีสิทธิที่จะได้รับ ทุกกองทุน แล้วท่านบอกว่ามันไม่ไหวถ้าเอามารวมกันอย่างที่เคยคิด ผมคิดว่าต้องคิดให้ดี เหมือนราชการเมื่อผมเป็นกรรมการให้สมาคมข้าราชการพลเรือนเราก็ไปต่อสู้ อยู่ ๆ จะลดนั่นลดนี่ร้อยแปดจิปาถะของราชการไทย ก่อนที่เราจะรับราชการเราก็รู้อยู่แล้วว่า รัฐจะให้อะไรบ้าง พอถึงเวลาจะตัดเลย มันก็โหดไป แต่ถ้าบอกว่าตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๖๐ ต่อไปนี้เราจะทําอย่างนี้กับราชการก็ไม่ว่ากัน ผมเลยกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมาธิการว่าอยากเสนอเรื่องนี้ให้รอบคอบ
ข้อ ๔ คณะกรรมการที่ท่านออกแบบมันเยอะมาก ประชุมสักปีละครั้งก็คงจะ ลําบาก ท่านนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และกรรมการเยอะแยะมาก อยู่ในรายงาน ผมอยากจะเสนอว่าท่านลืมเลขาธิการประกันสังคม ไม่มี ขณะที่ท่านมีอื่น ๆ ผมไม่รู้ถ้ามีก็ไม่เป็นอะไร ผมอ่านแว็บ ๆ นี้มีไหม ถ้ามีแล้วท่านไม่ต้องตอบนะครับ แต่ถ้าไม่มี ขอเพิ่ม ท่านดูแลกองทุนคน ๑๑ ล้านคน เพราะผมจิตวิญญาณ เลขาธิการประกันสังคม กล่าวไว้นะครับว่าอยากจะเห็นว่ามันจะครบลูป (Loop) การดูแล
เรื่องสุดท้ายที่ผมเสนอ เรานี้ไปเชื่อฝรั่งมังค่าเป็นนั่นเป็นนี่ต้องยานี่ยานั่นนะครับ ร้อยแปดจิปาถะปีหนึ่งนี้เราเสียค่าใช้จ่ายให้ยาออกไปต่างประเทศเป็นหมื่นล้านบาทหรือไม่ จริงครับ ถ้าเอากันจริง ๆ อาจจะถึงใกล้แสนล้านด้วยซ้ํา ไม่รวมอุปกรณ์ทางการแพทย์นะครับ เราไม่หันมาให้ความสําคัญจริง ๆ กับการแพทย์แผนไทย มันน่าจะต้องมีนะครับ และกรรมการชุดนี้ผมไม่รู้ว่ามีไหมนะครับ แต่มีปลัดกระทรวงรวมทั้งรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ถ้ามีแพทย์แผนไทยเข้ามาด้วยนี้มันจะช่วยได้เยอะ ภูมิปัญญาไทยนะครับ เหมือนเขาไปคิดค้นแล้วตํารับยาแผนไทยนี้มีประมาณ ๑,๒๐๐ ตํารับ ขณะนี้ทําไปแล้วไม่เกิน ๒๐๐ ตํารับ และคนที่ทําได้มากที่สุดก็คือโรงพยาบาลเอกชน แห่งหนึ่งแถว ๆ ริมคลองประปา ใช่หรือไม่ใช่ท่านประธานก็คงจะรู้เพราะว่าผมไม่ใช่หมอ ถามว่าที่ผมพูดเรื่องนี้ทําไมปัจจุบันนี้ไม่ต้องอะไรกันบนเวทีนี้ก็แพทย์แผนปัจจุบันทั้งนั้น ผมไม่อยากให้ท่านลืมแพทย์แผนไทยไปดูโรงพยาบาลจักรพงษ์ที่จังหวัดปราจีนบุรีผมไปซื้อ ยาสระผมผ่านไปนะครับ เดี๋ยวนี้ยาสระผมก็ไม่ซื้อยี่ห้อจากเมืองนอกเลยนะต้องใช้ของ จักรพงษ์ที่ปราจีนบุรี ผมกราบเรียนท่านประธานใช้เวลาเกินไปเกือบ ๕ นาทีนี้ ก็ด้วยความรู้สึกว่าผมเห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการว่าคุณภาพชีวิต สุขภาพของคนไทย วันพรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ แต่ผมเสนอมาอีกมุมมองหนึ่งว่าอยากให้เกิดความรอบคอบ บางประการมากขึ้นเท่านั้นเองก็กราบเรียนด้วยความเคารพครับที่ใช้เวลาเกินไป ๕ นาที ๑๓ วินาทีครับ ขอบคุณครับ