พิสิษฐ์ เปาอินทร์ หารือร่างพระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยชี้จุดบกพร่องของร่างเดิมและเสนอให้ปรับปรุงให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการชี้ชัดกรอบแนวคิด กำหนดหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ และเพิ่มตัวแทนจากทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในคณะกรรมการ เพื่อเสริมความเข้มแข็งในการบริหารจัดการทั้งภาวะปกติและฉุกเฉิน พร้อมเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการชั่วคราวโดยเร็ว กำหนดกรอบนโยบายและบทลงโทษที่ชัดเจน เพื่อรองรับภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างทันท่วงที ก่อนส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กระผม พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ กรรมาธิการและประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูป ด้านสื่อออนไลน์ ขอนำเสนอรายงานผลการศึกษาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... เพื่อขออนุมัติกับสภาแห่งนี้ เพื่อส่งต่อไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา แผนการปฏิรูปด้านสื่อออนไลน์ที่ผ่านความเห็นชอบของสภาแห่งนี้ มี ๔ ด้าน ซึ่งปรากฏตามภาพนำเสนอ ร่าง พ.ร.บ. รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... เป็นกฎหมายที่อยู่ในแนวทางการปฏิรูปด้านกฎหมายของคณะกรรมาธิการอยู่แล้ว เดิมเรามี แนวความคิดที่จะยกร่างพระราชบัญญัตินี้เพื่อใช้บังคับ แต่ปรากฏว่าระหว่างที่ทำการศึกษา มีร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... เสนอโดยกระทรวงไอซีที ในขณะนั้นไปยังคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าว อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา เราจึงนำร่างกฎหมายที่ผ่านคณะรัฐมนตรีแล้ว มาศึกษาพบว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจากการที่ได้เชิญเจ้าของร่างมาให้ข้อมูล เราพบว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีความบกพร่องยังขาดความเติมเต็มอยู่หลายประการบวกกับเจ้าของร่าง คือสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ยอมรับครับว่าได้ร่าง กฎหมายเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล ๑๐ ฉบับภายในระยะเวลา ๓ เดือน เพราะฉะนั้นกฎหมาย ๑๐ ฉบับ ๓ เดือน เพราะฉะนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้จึงมีความบกพร่อง เราจึงทำการศึกษา อย่างจริงจังเราพบว่ารายงานผลการศึกษาและข้อสังเกตที่คณะกรรมาธิการจะเสนอ จะมีความเติมเต็มจุดที่บกพร่องของร่างดังกล่าวให้มีเนื้อหาที่ครอบคลุมในทุกมิติของความมั่นคง ในร่างกฎหมายเดิมถ้าอ่านดูดี ๆ ก็จะเน้นในเรื่องการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ในร่างข้อสังเกตที่คณะกรรมาธิการได้เสนอก็จะเติมเต็มในเรื่องมิติแห่งความมั่นคงทางทหาร ความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ ระบบสาธารณูปโภค ของประเทศ การเงิน การธนาคาร เป็นต้น คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตโดยสรุปเป็น หัวข้อใหญ่ ๆ ดังต่อไปนี้นะครับ คือ
๑. เห็นควรกำหนดกรอบแนวความคิดในร่างพระราชบัญญัติให้มีความชัดเจน มีความสอดคล้องกับแนวทางและแผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงานความมั่นคงในทุกมิติ เช่น ความมั่นคงทางทหาร ระบบสาธารณูปโภค การขนส่งสาธารณะ ระบบการเงินการธนาคาร เป็นต้น โดยให้เห็นถึงมาตรการในการป้องกัน มาตรการการตอบโต้เชิงรุก มาตรการในการ พัฒนาขีดความสามารถในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ
๒. ควรกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักในการกำกับดูแลการปฏิบัติการ และการควบคุมสถานการณ์ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ ทั้งในสภาวะปกติและเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงอย่างยิ่ง
๓. ควรแก้ไขรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติในส่วนที่หน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อเสนอแนะไว้ รายละเอียดตามผนวก ค ในรายงาน
๔. ควรเพิ่มเติมหน่วยงานด้านความมั่นคงทางทหาร ตำรวจ รวมทั้ง หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ของประเทศทั้งในระดับนโยบายและการปฏิบัติการ ทั้งนี้กรรมาธิการได้เสนอผลการศึกษา และข้อเสนอแนะในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในหมวดใหญ่ ๆ หลายด้าน ดังต่อไปนี้ คือ
๑. คำนิยาม กำหนดคำนิยามให้มีความหมายครอบคลุมในเรื่องการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้ครอบคลุมทุกมิติความมั่นคง และกำหนดคำนิยามของคำว่า ไซเบอร์ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น กรอบนโยบาย อย่างที่ได้กราบเรียนไปแล้วว่ากรอบนโยบาย ของคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้มีความครอบคลุมทุก ๆ ด้านทุกมิติ เรื่องโครงสร้างของคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของชาติ และสำนักงาน คณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ การสั่งการและการปฏิบัติการ บทกำหนดโทษ และบทเฉพาะกาล วิธีการและแนวทางการปฏิรูป คณะกรรมาธิการเห็นว่าเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีอยู่ทุกเวลาทุกวินาที ฉะนั้นเราจึงกำหนดระยะเวลาการปฏิรูปเร่งด่วน คือก่อนที่ร่างพระราชบัญญัตินี้จะมีผลบังคับใช้ เสนอแนะให้ท่านนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจ ทางการบริหารราชการแผ่นดินหรือหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติใช้อำนาจพิเศษ ตามมาตรา ๒๖๕ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งผ่านประชามติไปแล้ว จัดตั้งคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติทำหน้าที่ไปพลางก่อนนะครับ
๒. เสนอแนะรายงานผลการศึกษาและข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อขอความเห็นชอบต่อสภาแห่งนี้ และเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีเพื่อความเห็นชอบ และให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการรักษาความปลอดภัย ไซเบอร์แห่งชาติชั่วคราวเพื่อปฏิบัติหน้าที่โดยเร็ว
๓. ติดตามประเมินผลและประสานกับกระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการดำเนินการให้มีแผนยุทธศาสตร์ของประเทศว่าด้วยการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ วิธีดำเนินการและการปฏิบัติการให้เป็นรูปธรรมภายใน ระยะเวลาปฏิรูปที่กำหนดไว้ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
สำหรับรายละเอียดเนื้อหาเกี่ยวกับข้อสังเกตในร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... ผมขออนุญาตท่านประธานให้นายสมญา พัฒนวรพันธุ์ อนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านสื่อออนไลน์และเลขานุการได้เป็น ผู้นำเสนอต่อท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ