คณิต สุวรรณเนตร รายงานผลการดำเนินงานของกรรมาธิการด้านการสื่อสารมวลชนและสารสนเทศ โดยแบ่งการปฏิรูปสื่อออกเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ สื่อออนไลน์ สื่อวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ ก่อนเชิญที่ประชุมรับชมวิดีทัศน์นำเสนอข้อมูลเพิ่มเติม และได้หารือถึงปัญหาภัยคุกคามไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในหลายด้าน ทั้งระบบคมนาคม การเงิน พลังงาน สุขภาพ และการทหาร โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูปความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พร้อมเสนอร่าง พ.ร.บ. รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการตั้งคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติชั่วคราวภายใต้อำนาจพิเศษ เพื่อวางรากฐานการป้องกันและรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนมีกฎหมายรองรับเต็มรูปแบบ
กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร ประธาน กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชนแล้วก็ดูแลในเรื่องของ สารสนเทศด้วย ขอเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งรายงานนี้ที่ประชุมแห่งนี้ ได้มีมติเห็นชอบในกรอบแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๘ โดยคณะกรรมาธิการของกระผม ได้แบ่งออกเป็น ๓ กลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรกคือกลุ่มของสื่อออนไลน์ (Online) กลุ่มที่ ๒ คือสื่อวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม และสื่อสุดท้ายที่ ๓ คือสื่อสิ่งพิมพ์ ในลำดับต่อไป ผมขอกราบเรียนเชิญท่านประธานและท่านสมาชิกได้รับชมวิดีโอสัก ๓ นาที กระผมและ ท่านพิสิษฐ์จะได้นำเสนอในรายละเอียดต่อไป ขอเรียนเชิญครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
“............ : ประโยชน์ในการทำธุรกรรมหรือการติดต่อสื่อสารจึงก่อให้เกิด สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อภัยคุกคามและการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ที่สามารถ ส่งผลกระทบในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น สร้างความเสียหายทั้งในระดับบุคคลและระดับประเทศนับเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างต่อไปนี้ ระบบการให้บริการขนส่งสาธารณะทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ แฮกเกอร์ (Hacker) สามารถแทรกแซงระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจร มีการคมนาคมอื่น ๆ อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สถาบันการเงินการธนาคาร การที่แฮกเกอร์ (Hacker) ส่งคำสั่งเข้าไปเปลี่ยนแปลงข้อมูล ตัวเลขของตลาดหุ้น การซื้อขายล่วงหน้าหรือตัวเลขในสถาบันการเงินก่อให้เกิดความเสียหาย อย่างร้ายแรงต่อภาคเศรษฐกิจ ระบบกิจการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ แฮกเกอร์ (Hacker) เข้ามาทำลายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น การเจาะเข้าไปในเครือข่ายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และส่งคำสั่งเข้าไปในระบบการทำงานของมอเตอร์ควบคุมอุณหภูมิในโรงไฟฟ้าให้ทำงานมากขึ้น จนเสียหายและทำให้อุณหภูมิของน้ำที่ไหลเวียนในโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้ นำไปสู่การระเบิดของโรงไฟฟ้า ด้านสาธารณสุข เช่น กรณีที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาล ซึ่งถูกจารกรรมข้อมูล โดยการปล่อยไวรัสแรนซอมแวร์ (Ransomware) ซึ่งเป็นไวรัส ในการเข้ารหัสข้อมูลทิ้งไว้และทำให้ข้อมูลที่เหลืออยู่ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขให้ แฮกเกอร์ (Hacker) สามารถเรียกร้องผลประโยชน์จากโรงพยาบาลได้ ด้านยุทโธปกรณ์ ทางทหาร เช่น การแฮก (Hack) เข้าไปในระบบควบคุมของโดรน (Drone) ซึ่งบรรจุขีปนาวุธ นำวิถีอยู่ภายในทำให้เกิดการโจมตีของโดรน (Drone) ผิดเป้าหมายหรือคลาดเคลื่อน ไปจากที่กำหนด ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมหาศาล ด้วยเหตุนี้คณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชนมีความเห็นสอดคล้องกันว่าจำเป็นต้องมี การกำหนดกรอบแนวความคิดขอบเขตการใช้อำนาจให้มีความชัดเจนครอบคลุมในทุกมิติ ผ่านร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... เพื่อให้ประเทศไทย สามารถป้องกันหรือรับมือกับสถานการณ์ด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งส่งผลกระทบ ต่อความมั่นคงของชาติอันครอบคลุมถึงความมั่นคงทางการทหาร ความสงบเรียบร้อย ภายในประเทศ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ”
ในเรื่องของ การปฏิรูปสื่อออนไลน์ (Online) นี้เป็นเรื่องใหม่ ซึ่ง สปช. ไม่ได้ศึกษาไว้ และมีความจำเป็น เร่งด่วนที่จะต้องมีการปฏิรูป เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และ อินเทอร์เน็ต (Internet) ของประเทศอยู่ในภาวะอันตรายหรือมีความเสี่ยงสูงจากภัยคุกคาม จากการถูกโจมตี บุกรุก การจารกรรมข้อมูล และมีโอกาสไปถึงขั้นถูกทำลายให้เกิดความเสียหาย หรือไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และในปัจจุบันนี้ประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานกลาง ที่จะทำหน้าที่ในการสั่งการหรือประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ในการที่จะป้องกันแก้ไขหรือรับมือกับภัยต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ของประเทศ ซึ่งภัยดังกล่าวเกิดขึ้นภายในระยะเวลาอันรวดเร็วและสร้างความเสียหาย ด้านต่าง ๆ อย่างร้ายแรง จึงจำเป็นต้องมีหน่วยงานกลางขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ในการ กำหนดยุทธศาสตร์ กำหนดมาตรการและแนวทางในการดำเนินการเพื่อที่จะป้องกัน ปกป้อง รับมือ แก้ไขสถานการณ์ภัยคุกคามที่อาจจะส่งผลกระทบต่อบริการด้านเครือข่าย ของคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต (Internet) และโครงข่ายโทรคมนาคม การให้บริการ ดาวเทียม ระบบกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ระบบการบริการขนส่งทางอากาศ ทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งเป็นเครือข่ายในระดับประเทศทั้งนั้น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อ ความมั่นคงของชาติ ความมั่นคงทางด้านการทหาร ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ และความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ คณะกรรมาธิการจึงมีข้อสังเกตว่าก่อนที่จะมีการตรา ร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... ออกมาใช้บังคับจึงเห็นควรให้ นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินหรือหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. .... แต่งตั้งคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติเป็นการชั่วคราว ทำหน้าที่ไปพลางก่อน และเมื่อมีพระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้วก็จึงยกเลิกคณะกรรมการคณะนี้ และให้ คณะกรรมการตามพระราชบัญญัติรับกรอบแนวความคิด นโยบาย แผนยุทธศาสตร์ มาตรการ และแนวทางที่จะดำเนินการต่อไปเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ คณะกรรมาธิการ ด้านสื่อสารมวลชนได้ดำเนินการศึกษาร่าง พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้เสนอ ขณะนี้อยู่ในขั้นการพิจารณา ของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงและ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ทุกหน่วยมีความเห็นสอดคล้องกันว่าควรมีการแก้ไข หลักการของร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว และกำหนดกรอบความคิดขอบเขตการใช้อำนาจให้มีความชัดเจน ครอบคลุมทั้งทางด้านความมั่นคง โดยควรที่จะเพิ่มมาตรการเชิงรุกตอบโต้ในกรณีที่เกิด การปฏิบัติการโจมตีขนาดใหญ่ทั้งจากระดับบุคคล องค์กร รัฐต่อรัฐ ภัยพิบัติ และภัยสาธารณะ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ เพื่อให้สามารถยุติสถานการณ์ ภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงทีและพิจารณาเรื่องการใช้และเผยแพร่เนื้อหาที่มีลักษณะ สร้างผลกระทบในด้านการบ่อนทำลายประเทศ รัฐบาล และสถาบันหลักของประเทศ โดยกำหนดให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุน การดำเนินการและมีหน่วยงานด้านความมั่นคงเป็นผู้สนับสนุนและให้คำปรึกษา และควรแก้ไข เนื้อหาในร่าง พ.ร.บ. นี้เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการกรอบแนวความคิดและครอบคลุมทุก ๆ มิติ สำหรับรายละเอียดกระผมขออนุญาตท่านประธานมอบหมายให้ท่าน พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ท่านประธานอนุกรรมาธิการสื่อออนไลน์ได้เป็นผู้นำเสนอครับ กราบขอบคุณครับ