สุวิระ ทรงเมตตา หารือปัญหาต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นจากข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทุกมิติ ทั้งทางน้ำที่น้ำตื้นเขิน ขาดการขุดลอก ท่าเรือไม่เพียงพอ และการผูกขาด รวมถึงระบบรางที่ยังใช้ไม่เต็มศักยภาพจากอุปสรรคด้านกฎหมายและเครื่องมือ ขณะที่การขนส่งทางถนนเผชิญต้นทุนสูงจากระบบถนนที่ไม่สมบูรณ์ คอขวด และขาดสถานีบริการ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขเพื่อพัฒนาศูนย์ขนถ่ายสินค้าตามแนวชายแดนและผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์อาเซียน
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผม พลตำรวจโท สุวิระ ทรงเมตตา รักษาราชการแทนที่ปรึกษา สบ ๑๐ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจที่ได้เสนอแผนการขับเคลื่อน การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ขึ้นมา เพราะตรงนี้เป็นหัวใจที่สำคัญในการพัฒนา เศรษฐกิจของชาติครับ ผมขอนำเสนอเพื่อที่จะชี้ให้เห็นถึงว่าทิศทางการแก้ไขปัญหาต้นทุน โลจิสติกส์สูงของประเทศไทยนั้น จุดอยู่ตรงไหนที่จะต้องแก้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งผมจะนำเสนอ ทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งการขนส่งทางน้ำ การขนส่งในระบบรางและการขนส่งในระบบถนน ตามที่ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านคุรุจิต นาครทรรพ ได้พูดไว้นะครับว่าการขนส่งทางน้ำนั้น ประหยัดที่สุด รองลงมาคือระบบรางและแพงขึ้นก็คือระบบถนนนะครับแต่ละจุดนั้น แต่ละอย่างนั้นมีอุปสรรคอย่างไรนะครับ การขนส่งทางน้ำเป็นการขนส่งที่ต้นทุนต่ำที่สุด ขนส่งได้ครั้งละมากที่สุดและมีความปลอดภัยสูงที่สุด และช่วยเหลือบรรเทาการคับคั่ง การจราจรบนถนนได้ดีที่สุดครับ แต่มีข้อจำกัดก็คือว่าในประเทศไทยนั้นมีท่าเรือในการขึ้น และลงสินค้าน้อยครับและมีขีดจำกัด นอกจากนี้แล้วก็ยังมีออกกฎหมาย ออกกฎระเบียบมาว่า ห้ามสร้างเพิ่ม การจะสร้างเพิ่มก็ต้องมีมาตรการต่าง ๆ มากมาย จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ไม่สามารถสร้างได้ในจุดที่สำคัญ ๆ ที่มีน้ำลึกเพียงพอ ตรงนี้เป็นจุดที่เป็นอุปสรรคครับ และมีผู้ที่เป็นเจ้าของท่าอยู่ตามลำน้ำเจ้าพระยาหรือว่าลำน้ำที่สำคัญ ๆ นี่อยู่ไม่กี่แห่งครับ และเป็นธุรกิจที่ผูกขาด ค่าผ่านหน้าท่าแพงมากครับ ตันหนึ่ง ๒๐๐ ๓๐๐ ๔๐๐ ครับ ตรงนี้ ละครับเป็นต้นทุนที่อาจจะแพงมากกว่าค่าขนส่งระยะทาง ๒๐๐-๓๐๐ กิโลเมตรเสียอีก ทั้ง ๆ ที่แค่ผ่านหน้าท่าเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่เป็นเจ้าของบริษัทท่าเรือต่าง ๆ เหล่านี้รวยทุกคน กำไรมากทุกคนครับขณะนี้ เพราะฉะนั้นท่านต้องแก้จุดนี้ด้วยครับ อันดับแรกนะครับ
ประการที่ ๒ การขนส่งทางเรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามลำน้ำนั้น ขณะนี้ลำน้ำ เจ้าพระยาหรือลำน้ำอื่น ๆ ที่ใช้ขนส่งทางเรือหรือท่าเรือชายฝั่งก็ตามน้ำตื้นเขินครับ น้ำตื้นเขิน ก็จะสามารถบรรทุกได้ลดลงทุกปี ๆ ท้ายสุดขนส่งเรือก็ทำไม่ได้ แล้วก็ไม่มีใครจะซ่อม ไม่มีใครที่จะไปขุดลอกครับ ตรงนี้คือปัญหาที่สำคัญเลยทำให้ค่าขนส่งทางน้ำถูกจริงครับ แต่ไม่มีใครใช้เพราะใช้ไม่ได้ใน ๒ เรื่องดังกล่าว ขอให้ท่านดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้ด้วยครับ
มาดูเรื่องที่ ๒ ระบบการขนส่งในระบบราง เป็นการขนส่งได้ครั้งละมาก ๆ และไม่รบกวนการจราจรบนท้องถนน และไม่เกิดอันตรายกับประชาชนบนท้องถนน เพราะว่า รถบรรทุกหรือรถเทรลเลอร์ (Trailer) นั้นเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนนั้นก็มีผู้ที่บาดเจ็บ เป็นจำนวนมากหรือเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าวิ่งในระบบรางแล้วจะปลอดภัย เพราะระบบราง ไม่ได้ไปมีรถอื่นมายุ่งเกี่ยวด้วย แต่ระบบรางของประเทศไทยมีระบบรางอยู่ทั่วประเทศ แต่ใช้งาน วันละไม่กี่นาทีใน ๒๔ ชั่วโมงนี้ลองไปนับได้เลยว่ามีรถวิ่งบนราง ณ จุด ๆ หนึ่ง ณ จุดที่เขาผ่านนี่ ไม่กี่นาทีตรงนี้แหละครับถือว่าเป็นการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจอย่างร้ายแรง และเป็นแอสเซส (Assess) ที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเป็นทรัพย์สินที่ก่อให้เกิดมูลค่าไม่สมกับทุนที่ลงไปครับ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรก็ตามให้รางนั้นมีรถวิ่งบนรางให้มาก ๆ วันละจากหลายนาที เป็นหลายชั่วโมง หรือใช้ยิ่งมากยิ่งดีครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้อาจจะต้องเกี่ยวข้องกับการรถไฟ ทำอย่างไรถึงจะทำให้การรถไฟนั้นตื่นในเรื่องนี้ แล้วก็ทำในเรื่องนี้ได้ แต่จากการคุยกับ การรถไฟก็น่าเห็นใจนะครับว่าการรถไฟบอกว่าอยากทำครับ แต่หัวรถจักรไม่มีครับ จะซื้อ ก็ต้องขออนุมัติทางรัฐบาลก็ติดขัด จะให้เอกชนซื้อก็ติด พ.ร.บ. ร่วมทุนหรือเปล่าไม่แน่ใจ พอบอกว่าจะขนสินค้าให้มาก ๆ เขาบอกว่าแคร่ไม่มีครับ แคร่หรือว่าสาแหรกที่ใช้ขนนั่นนะครับ นี่ก็ติดขัดอีกเหมือนกัน เอกชนจะซื้อให้ได้ไหมก็ติดขัดอีกเหมือนกันครับ นี่ติดขัดเรื่องระเบียบ เรื่องกฎนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านกำลังนี่ผมว่าจะสามารถ เมื่อท่านเป็นสำนักงานหรือ เป็นศูนย์กลางในการแก้ไขเรื่องนี้ เป็นคณะกรรมการแก้ไขเรื่องนี้ผมคิดว่าเรื่องที่ผมพูดมา ทั้งหมดนี่จะแก้ไขได้ในคณะกรรมการที่ท่านตั้งมาก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับ พอมาดูระบบรางอื่น ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าสถานีขนส่งขนถ่ายมีไม่เพียงพอครับ ตั้งแต่ภาคอีสานหรือภาคเหนือ ที่ไหนก็ตามที่อยู่ห่างไกลทะเลจะต้องขนส่งสินค้าลงมายังทะเล ซึ่งค่าขนส่งในการส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่เป็นสินค้าของเกษตรกรนั้น คิดง่าย ๆ เลยครับว่าค่าขนส่งนั้น ๑ กิโลเมตรต่อตัน เพราะฉะนั้นระยะทาง ๗๐๐ กิโลเมตร หมายความว่าใน ๑ ตันของสินค้า ที่เกษตรกรผลิตได้จะต้องจ่ายค่าขนส่งประมาณ ๗๐๐-๑,๐๐๐ บาทต่อตัน และสินค้า คงไม่เหลือมูลค่าอะไรครับ เพราะหายไปกับค่าขนส่งหมด เพราะฉะนั้นต้องทำตรงนี้ให้ได้ต้องลดลงให้ได้ ทีนี้จะลดลงได้ทำอย่างไร บอกว่าจะขนส่ง ระบบรางปรากฏว่าสถานีขนส่งต้นทางไม่มี หรือมีแต่ว่าเป็นสถานีสำหรับคนไม่ใช่สถานี สำหรับขนถ่ายสินค้า หรือมีที่แต่ไม่มีอุปกรณ์ไม่มีเครื่องมือที่จะใช้โหลด (Load) และอันโหลด (Unload) ก็คือใช้บรรทุกสินค้าขึ้นรถไฟก็ยังขาดแคลนครับ และที่สำคัญคิดว่าหลายท่าน ในที่นี้ยังไม่ทราบว่าเรามีรถไฟ รถไฟวิ่งไปถึงท่าเรือแหลมฉบัง แต่ท่านทราบไหมว่า สถานีปลายทางนั้นไม่ใช่ของรถไฟเป็นของการนิคม และตอนนี้ทราบว่ามีปัญหากันอยู่ว่า การนิคมจะให้ใช้หรือจะไม่ให้ใช้ ตรงนี้ก็คือเรียกว่ามีแต่ว่าไม่ครบ ทำอย่างไรถึงการรถไฟมี แล้วมีให้มันครบ และตรงนี้ถ้าครบมันก็จะบริหารจัดการได้ ทุกวันนี้บอกว่าใครจะขนสินค้า ทางโบกี้ (Bogie) รถไฟไปลงที่แหลมฉบังบอกว่าเอาไปลงได้แต่ขนลงจากรถอย่างไรยังไม่รู้ เพราะไม่มีเครื่องมือขน เพราะไม่มีสถานีปลายทางอันนั้นคือปัญหาที่เกิดขึ้น
ในเรื่องที่ ๓ การขนส่งทางถนน การขนส่งทางถนนยอมรับว่าต้นทุนสูง แต่จำเป็นต้องใช้ ณ วันนี้เพราะไม่มีทางเลือก แต่การขนส่งทางถนนก็มีปัญหาที่เกิดค่าใช้จ่ายสูง ดังนี้ครับ
ประการที่ ๑ การให้บริการจากภาครัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นอุปสรรคครับ ตอนนี้ใครมีบริษัทขนส่งคงทราบว่าจะต่อทะเบียนรถขนส่งยากแค่ไหน ช้าแค่ไหน ต้องมี ค่าบริการพิเศษหรือเปล่า ลองไปถามผู้ประกอบการขนส่ง ดำเนินการออนไลน์ (Online) ได้ไหม ยกเว้นถ้าตรวจสภาพรถจะอำนวยความสะดวกเป็นพิเศษไม่ได้ต้องมาตรวจจริงเพื่อให้ได้รถ สภาพแข็งแรงวิ่งบนท้องถนนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เบรกแตกแล้วก็ยังวิ่งบนท้องถนนเกิดอุบัติเหตุ อยู่ทุกวันนี้ สิ่งไหนควรบริการเป็นพิเศษที่อำนวยความสะดวกรวดเร็วก็ควรอำนวยความสะดวก รวดเร็วไม่ต้องว่าสิ่งไหนควรทำให้เร็วกลับทำให้มันช้า แต่สิ่งไหนควรที่จะพิถีพิถันกลับทำให้ มันเร็ว ตรงนี้เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบบการขนส่งครับ
ประการที่ ๒ ในเรื่องของการขนส่งทางถนนก็คือว่าทุกวันนี้ถ้าใครไปคุยกับ ผู้ประกอบการขนส่งท่านจะทราบว่ามีการขาดแคลนบุคลากรในธุรกิจขนส่งสูงมาก เพราะฉะนั้นบอกว่าเราจะเป็นฮับ (Hub) ของโลจิสติกส์แห่งอาเซียน (ASEAN) จะมีต้นทุน โลจิสติกส์ถูกที่สุดเป็นไปไม่ได้ แค่คนขับรถบรรทุก ขับรถเทรลเลอร์ (Trailer) ตอนนี้ เงินเดือน ๓๕,๐๐๐ บาทยังไม่มีคนมาสมัครเลย ยังไม่พอเลย ในขณะที่เราดูว่า ส่วนราชการที่ไหนบ้างจะทำหน้าที่ผลิตคนว่างงานคนตกงานมาขับรถเทรลเลอร์ (Trailer) เงินเดือน ๓๕,๐๐๐ บาท ๔๐,๐๐๐ บาท ไม่มี มีแต่ก็ได้น้อย เพราะฉะนั้นตรงนี้ง่าย ๆ เอง ผลิตบุคลากรทางด้านการขับรถ อันที่ ๒ บุคลากรทางด้านผู้ประกอบการขนส่งไม่มี ผู้เชี่ยวชาญหรือว่าเป็นวิชาชีพทางด้านโลจิสติกส์อย่างแท้จริง ขาดแคลนมาก เพราะฉะนั้น ตรงนี้เป็นเรื่องของการเตรียมบุคลากรนะครับ
ประการที่ ๓ ในเรื่องขนส่งทางถนน การพัฒนาถนนและโครงข่ายถนนมี ๒ อย่าง ไม่อ้อมและไม่เป็นคอขวด ยกตัวอย่างง่าย ๆ ตอนนี้ถ้าท่านจะขนสินค้าจาก ภาคอีสาน เอาหนองคายจะลงที่ท่าเรือแหลมฉบังท่านไม่มีถนนไฮเวย์ (Highway) วิ่งถึงท่าเรือ ท่านต้องเข้าสู่ถนนทางเชื่อมระหว่างจังหวัด ๒ เลน ตรงแถว ๆ สระบุรีอ้อมมาทางนครนายก และถึงจะออกไปทางกบินทร์บุรีและถึงจะออกมาทาง ๓๓๑ อ้อมครับ เส้นเล็กถนน ๒ เลน เกิดอุบัติเหตุง่ายครับ ทำไมเราไม่มีถนนแบบไฮเวย์ (Highway) ลัดตรงเลย อันนี้คือพูดถึง โครงข่ายถนนยกตัวอย่างแค่อันเดียวนะครับจากภาคเหนือเหมือนกันจะออกไปทางภาค ตะวันออกท่าเรือน้ำลึก เพราะท่าเรือน้ำลึกอยู่ภาคตะวันออกทั้งหมด แต่เราก็ไม่มีโครงข่ายถนน แบบนี้ต้องมาถึงอ้อมน้อยต้องไปที่สายวงแหวนรอบนอกแล้วถึงออกไปมอเตอร์เวย์ (Motorway) รถก็มาติดกันบริเวณนี้เพราะวิ่งอ้อมไปอ้อมมาตรงนี้เป็นต้นทุนโลจิสติกส์ที่แพง และแฝงอยู่ เพราะฉะนั้นแค่ทำโครงข่ายถนนให้มันลัดก็จะดีขึ้นนะครับ อีกส่วนหนึ่งคอขวด ของถนน ถนนที่มาจากภาคอีสานก็จะมีคอขวดแถวสระบุรี เราต้องทำไม่ให้มันมีคอขวด คอขวดที่ผมพูดอย่างเมื่อกี้ที่ผมพูดนั้นตรงนครนายกก็ถือเป็นคอขวด เพราะว่าจาก ๘ เลน มาเหลือ ๒ เลน แน่นอนครับเป็นคอขวด เพราะฉะนั้นตรงนี้โครงข่ายถนนต้องช่วยด้วยนะครับ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งครับ ถนนของเรา สามารถรองรับน้ำหนักได้มากแต่เราไปสร้างสะพานที่รองรับน้ำหนักได้น้อย หมายความว่า เรามีถนนเป็นพันกิโลเมตรนี่นะครับ สะพานแค่ไม่กี่กิโลเมตรเป็นตัวบล็อกไม่สามารถให้ รถบรรทุกน้ำหนักมากวิ่งได้ เมื่อรถบรรทุกน้ำหนักมากไม่สามารถวิ่งได้ต้องบรรทุกทีละน้อย ๆ ต้นทุนต่อตันก็จะแพงในการขนส่งในขณะที่ถนนรองรับได้มาก แต่สะพานรองรับได้น้อย เพราะฉะนั้นต่อไปมันจะต้องออกแบบให้เป็นมาตรฐานเดียวกันก็คือว่าสะพานกับถนน ต้องรองรับน้ำหนักได้เหมือนกันจะได้ไม่สูญเปล่าในการทำถนนครับ เพราะฉะนั้นแล้วก็ ควรทำถนนที่รับน้ำหนักได้เท่าสะพานจะได้ประหยัดงบประมาณด้วยครับ ในเรื่องของสถานี บริการขนถ่ายสินค้าต้นทางและปลายทางจะขนส่งทางรถเพื่อบริการประชาชน ต้นทางไม่มี สถานีขนถ่ายนะครับ ปลายทางก็ไม่มี กลางทางจุดแวะพักรถสำหรับรถบรรทุกก็ไม่มี ตรงนี้ เป็นจุดที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากก็เพราะว่าไม่มีที่พักคนขับรถบรรทุก ก็เลยทำให้เขานี่ลากยาว พอลากยาวเสร็จเขาก็หลับกลางทางก็เกิดอุบัติเหตุครับ และสถานีบริเวณขนส่งสินค้า ปลายทางที่บริเวณชายแดนอันนี้สำคัญนะครับ เป็นยุทธศาสตร์เราต้องรีบทำ ถ้าไม่รีบทำ คนอื่นเขาทำก่อนศูนย์กลางจะไปอยู่ที่เขาไม่ใช่อยู่ที่เราครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ ทางด้านตะวันออกประเทศเพื่อนบ้านของเราก็คือตรงแถว ๆ จังหวัดตราดที่ติดกับกัมพูชา ตรงตะวันออกอีกที่หนึ่งก็คือตรงสระแก้วที่ติดกัมพูชาเช่นเดียวกัน ทางตะวันออกเฉียงเหนือ อุบลราชธานีตรงช่องเม็ก ตรงนครพนม ตรงมุกดาหาร ตรงหนองคาย ภาคเหนือก็มี ที่เชียงรายไม่ว่าจะที่เชียงแสนหรือเชียงของ แล้วก็จังหวัดตากที่แม่สอด ภาคตะวันตก ก็ที่กาญจนบุรี ภาคใต้ก็มีบริเวณภาคใต้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราต้องรีบทำเสียก่อน ขณะนี้เรามี ที่หลวงหรือที่ราชการเอามาทำเสียเลยครับ เป็นศูนย์กลางเสียเลย ขณะนี้ยังไม่มีรองรับนะครับ
และประการต่อไปท่าเรือบริเวณท่าเรือน้ำลึกครับ ขณะนี้ท่าเรือน้ำลึก ไม่เอื้ออำนวยต่อการขนถ่ายสินค้าทางการเกษตร ท่านทราบไหมครับว่าท่าเรือแหลมฉบัง หรือท่าเรือมาบตาพุดก็ตามเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าคอนเทนเนอร์ (Container) เป็นหลัก แต่ประเทศไทยเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ประชาชน ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม แต่ไม่มีท่าเรือที่อำนวยความสะดวกแก่การขนถ่ายสินค้าการเกษตรอย่างเพียงพอ เน้นเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ถ้าจะขนเกษตรกรรมต้องไปท่าเอกชน และถ้าขนจาก ท่าเอกชนหรือขนท่าแหลมฉบังก็ตามมันแพงครับ และบอกว่าไม่ได้ทำระบบไว้เพื่อป้องกัน มลภาวะ ป้องกันการฟุ้งกระจายของสินค้าเกษตรก็เลยไม่แนะนำให้ไปใช้ขนส่งสินค้าประเภท บาวด์ (Bound) สินค้าเกษตรลงที่ท่าเรือแหลมฉบัง ต้องไปท่าเรือเอกชนบริเวณรอบท่าเรือ เอกชนก็แพงอีก ค่าผ่านท่าตันหนึ่ง ๓๐๐-๔๐๐ บาท นี่แหละครับ คือต้นทุนโลจิสติกส์ที่แฝงอยู่ คนที่เป็นเจ้าของท่าท่านเช็ก (Check) เลยครับ มีบริษัทใดบ้าง รวยทุกบริษัท กำไรมาก ทุกบริษัทและคืนทุนภายใน ๒-๓ ปี ในการสร้างท่าเรือน้ำลึกถึงมีคนอยากสร้างกันมาก และกฎหมายก็ออกมาอีกว่าสร้างใหม่ไม่ได้ คนเก่าก็เลยยิ่งรวยไปใหญ่เลยนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ฝากท่านแก้ไขด้วย ถ้าแก้ไขตรงนี้ผมมั่นใจว่าต้นทุนโลจิสติกส์ในประเทศไทย จะราคาถูกลงและจะแข่งขันได้ และประเทศไทยจะก้าวเข้าไปสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งอาเซียน (ASEAN) ได้ผมก็หวังว่าเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน และโลจิสติกส์ที่ทางคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรม และบริการจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรมครับ