ถวิลวดี บุรีกุล ชื่นชมและขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ให้ความสำคัญกับแผนปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยเน้นว่าระบบโลจิสติกส์มีบทบาทเกินกว่าการค้า ขยายไปถึงการพัฒนาสังคม ความมั่นคงของประชาชน และการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน จึงเสนอให้มีการรวมตัวแทนจากภาคประชาชน นักวิชาการด้านเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในคณะกรรมการ เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาจะดำเนินไปเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล สมาชิกหมายเลข ๖๑ ดิฉันจะใช้เวลาไม่มากในการที่จะอภิปรายเพื่อที่จะขอบคุณ กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะนี้ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องที่ควรจะมีมานานแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ มาก ดิฉันคิดว่าเรื่อง แผนการขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์นี้จะเป็น การขับเคลื่อนสังคมประเทศไทยให้ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต แล้วก็การที่ประเทศ จะเป็นประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไปนะคะ ดิฉันมีประเด็นเพียงเล็กน้อย ที่จะเพิ่มเติมจากสิ่งที่หลายท่านได้อภิปรายกันไปแล้ว
ประเด็นแรกก็คือความสำคัญมากของระบบโลจิสติกส์ ดิฉันอยากจะให้ ความสำคัญของโลจิสติกส์ที่ไปไกลกว่าเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจ การสร้างความมั่นคง ทางด้านเงินหรือว่าด้านรายได้ที่จะเข้ามายังประเทศของเรา ดิฉันคิดว่าเรื่องของโลจิสติกส์ ไม่มีไม่ได้อย่างไรก็ต้องมี เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนดีขึ้น ดิฉันมองเป็นเรื่องของการพัฒนาทางสังคม ความอยู่รอดของประชาชน ความเป็นความตาย ของคนก็ขึ้นอยู่กับโลจิสติกส์นี้ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการที่จะมองเรื่องของการพัฒนา โลจิสติกส์ก็คงไม่ใช่มองแค่จะส่งของไปขายยังตลาดหรือว่าถึงมือผู้บริโภคหรอกนะคะ แต่ว่ามันรวมถึงการส่งยาไปยังคนด้อยโอกาสที่อยู่ห่างไกลหรือว่าส่งอวัยวะหรือว่าส่งผู้ป่วย อะไรอย่างนั้น ดิฉันก็คิดว่าตรงนั้นก็ต้องมีโลจิสติกส์อีกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการคิด โลจิสติกส์เพื่อที่จะเอากำไรเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ภาครัฐก็คงต้องลงทุนมากขึ้น เพื่อที่จะให้เกิดโลจิสติกส์ในอีกรูปแบบหนึ่งนะคะก็อาจจะเดินหน้าไปด้วยกัน แต่ว่าในเรื่อง บางเรื่องที่จะเอาโลจิสติกส์ระบบนี้มาใช้เพื่อที่จะเสริมสร้างความมั่นคงทางสังคมดิฉันคิดว่า มีความสำคัญอยู่นะคะ เพราะว่าประชาชนมีสุขภาพดีเป็นเรื่องของเศรษฐกิจของการพัฒนา เช่นเดียวกันไม่ใช่เพียงมีเงินในกระเป๋าแต่สุดท้ายสุขภาพไม่ดี เพราะท่านไปท่องเที่ยวอยู่ ที่ห่างไกลและสุดท้ายเกิดปัญหาขึ้นมาจะเอาอย่างไรถึงจะเอาตัวท่านมาส่งได้มันก็ต้องใช้ โลจิสติกส์อีกเหมือนกันนะคะ นอกจากนี้สิ่งที่ควรจะเป็นดิฉันอยากจะเสนอเพิ่มเติมเล็กน้อย ในรายงานฉบับนี้ก็คือเรื่องของภารกิจหรืออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ แล้วก็สำนักงาน ที่จะมีขึ้นตามข้อเสนอของท่านนะคะ คือเรื่องของมาตรฐานขั้นต่ำถึงแม้ว่าถ้ามีการออกแบบ มีฝ่ายที่จะดูแลเรื่องมาตรฐานแล้วก็ตาม แต่ว่ามาตรฐานขั้นต่ำและจรรยาบรรณของคนที่ ปฏิบัติหน้าที่โลจิสติกส์นี้มีความสำคัญมาก เพราะมิเช่นนั้นท่านจะออกแบบเรื่องนี้เป็นไป เพื่อประโยชน์เฉพาะพวก เฉพาะกลุ่ม แต่ว่าไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะก็เป็นไปได้ เมื่อเป็นเช่นนี้การเลือกหรือการแต่งตั้งคณะกรรมการและสัดส่วนโครงสร้างของ คณะกรรมการก็มีความสำคัญ ในที่นี้ท่านให้เป็นภาครัฐ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ภาคเอกชน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ดิฉันมองไม่เห็นภาคประชาชนแล้วก็ในส่วนของนักวิชาการ นอกจากนี้ เรื่องของโลจิสติกส์ไม่ได้มีแค่เรื่องของการส่งของ รับของหรือว่าเรื่องของการออกแบบ ในหลาย ๆ เรื่องที่ดิฉันพูดถึงนั้น พูดถึงเรื่องของอาร์แอนด์ดี (R&D) รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลอปเมนต์ (Research and Development) เรื่องของนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งตรงนี้เราต้องการคนที่มี ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี เราคงไม่ต้องการซื้อของมาตลอดเวลา เราคงไม่อยากที่จะเสียเงิน มากมายในการที่จะซื้อสิ่งต่าง ๆ มาเพื่อพัฒนาโลจิสติกส์ของเรา เราคงอยากจะพัฒนาได้ ด้วยตนเองด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องการพัฒนาเรื่องของการวิจัยก็มีความสำคัญ ทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีก็มีความสำคัญ ดิฉันอยากจะให้ความสำคัญกับตรงนั้นด้วย เพราะมิฉะนั้นเราก็จะเป็นประเทศที่ซื้อสิ่งต่าง ๆ เข้ามาเพื่อพัฒนาโลจิสติกส์ของเรานะคะ เพราะฉะนั้นน่าจะมองไปทางนี้ด้วย มองคนให้มีความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ทางด้านวิศวกรรม นักวิชาการที่มีความรู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะน่าจะได้มีบทบาท เข้ามาในการเป็นคณะกรรมการด้วย และนอกจากนี้สิ่งที่สำคัญก็คือเรื่องของสิ่งแวดล้อม และทรัพยากร เพราะบางครั้งพัฒนาโลจิสติกส์เลยลืมสิ่งที่จะเกิดผลกระทบต่อสังคม ต่อทรัพยากร ต่อสิ่งแวดล้อม และการประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก็มีความสำคัญ ไม่ใช่แค่ ทำการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมทางด้านสังคม แต่ว่าผลกระทบทางด้าน ความขัดแย้งก็จำเป็นที่จะต้องพิจารณาด้วยคอนฟลิกต์ อิมแพกต์ แอสเซสเมนต์ (Conflict Impact Assessment) ก็อาจจะต้องประเมินด้วยนะคะว่าถ้าทำแล้วมันจะดีขึ้นหรือไม่ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญทางด้านสังคม ดิฉันคิดว่าก็น่าจะเชิญเขามาอยู่ในคณะกรรมการของท่านด้วย ด้วยเหตุนี้ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ช้าไม่ได้ อยากจะให้เดินหน้าโดยเร็วแล้วก็ต้องขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณค่ะ