วันชัย สอนศิริ ตั้งคำถามเกี่ยวกับการบริหารจัดการของประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการบูรณาการและการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านกรรมาธิการได้เสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุม และต้องขออภัยสักนิดนะครับมาช้าติดประชุมคณะกรรมาธิการด้านการเมืองอยู่ ท่านประธานครับ ผมเองไม่ได้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องโลจิสติกส์นัก แต่อ่านเรื่องนี้แล้วบอกได้ตรง ๆ เลยว่าอยากสนับสนุนเต็มที่เต็มกำลัง เรื่องบางเรื่องท่านประธาน บ้านเมืองเรามันไม่มีอะไรที่มันเป็นระบบเป็นเรื่องเป็นราวเป็นชิ้นเป็นอัน ที่ควรจะเป็น ง่าย ๆ ครับ ท่านประธานบ้านผมอยู่จังหวัดชลบุรีเคยมีข่าวลงโซเชียล (Social) เยอะแยะมาก ถนนระหว่าง อบจ. กับเทศบาลทิ้งไว้แค่บางส่วนเท่านั้น ห่างกันไม่ถึง ๕๐๐ เมตร ชาวบ้าน วิ่งไปวิ่งมาดี พอมาถึงตรงนี้ติด วิ่งมาอีกด้านหนึ่งตรงนี้ติด บอกกันว่าอยู่คนละเขต คนละหน่วยงานของความรับผิดชอบจะเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ผมไม่รู้แหละ แต่ชี้ให้เห็นว่าการทำงานกันไปคนละทิศคนละทาง คนละงบประมาณ ทั้ง ๆ ที่เรื่องเดียวกัน คือเรื่องถนน แต่ปรากฏว่าการบูรณาการในการประสานงานร่วมกันไม่มี ผลกระทบก็เกิดกับ ประชาชน บางเรื่องเราเห็นตำตาเลยท่านประธานครับ ที่เราเคยได้ยินว่าถนนเจ็ดชั่วโคตร มันโคตรใครนัก และมันทิ้งไว้ทำไมเจ็ดชั่วโคตร แล้วก็ไม่มีใครทำอะไร ลึก ๆ เราอาจจะทราบว่า มีปัญหาผิดสัญญา ทิ้งงานโน่นนี่นั่นกัน แต่ทั้งหมดนี้ผมว่าไม่มีการบริหารจัดการกัน อย่างเป็นระบบ หรือถนนบางถนนผมไม่เข้าใจว่าสร้างมาทำไม สร้างมาจนกระทั่งชาวบ้าน บอกว่าสร้างให้ควายเดิน ไม่ค่อยได้เป็นประโยชน์อะไรกับใครเลย เพียงแต่มีงบประมาณ เท่านั้นเองท่านประธาน แล้วก็มาโกงมากินมาทุจริตจากงบประมาณนั้น หลายอย่างครับ ในบ้านเรา แม้แต่ในกระบวนการยุติธรรมที่ท่านวิรัชเป็นประธานอยู่ รวมทั้งผมเองก็เคยอยู่ใน คณะกรรมาธิการชุดนี้ สปช. บางเรื่องเราก็เห็นว่าเป็นงานที่มันซ้ำซ้อนกัน แล้วก็ไม่มีใคร เอามาทำกันอย่างเป็นระบบ พูดกันมาโดยตลอดเรื่องระบบไกล่เกลี่ยมันดีเหลือเกิน มันดีเป็นประโยชน์กับชาวบ้าน แต่ทุกหน่วยทุกองค์กรมีหมด แล้วก็ทะเลาะกัน ไป ๆ มา ๆ ประชาชนก็ไม่ได้ประโยชน์กันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เมื่อเห็นท่านได้มีข้อเสนอต่อเรื่องนี้ ผมจึงชอบใจครับที่ท่านได้ตั้งคณะที่เขาเรียกกันว่าสำนักงานโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน ด้านโลจิสติกส์แห่งชาติ นี่แหละครับเป็นสำนักงานระดับชาติหน่วยเดียวที่มีอำนาจเต็ม ด้านโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ อ่านแค่นี้ให้เลยครับถือว่าเป็นแนวคิด ที่ถือว่าเป็นการปฏิรูปใหม่ ใหญ่ อย่างนี้เรียกว่าปฏิรูปครับ เพราะระบบของเราไม่ว่าเรื่องน้ำ บางทีเราก็ไปคนละทิศคนละทาง ระบบเรื่องอากาศบางทีเราก็ไปกันคนละทิศคนละทาง ระบบถนนเราก็ไปกันคนละทิศคนละทาง แล้วก็มีหลายหน่วยที่ไม่มีใครบูรณาการอย่างเป็นระบบ พอท่านมาตั้งเรื่องนี้มีแนวคิดอย่างนี้ผมเชื่อว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการขนส่งเรื่องสินค้าอะไร อย่างเดียว แต่จะเป็นระบบอื่น ๆ ทั้งหมดบางเรื่องทำไมน้ำท่วม บางจังหวัดสร้างถนนหนทาง สร้างเขื่อนสร้างอะไรต่อมิอะไรเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำไม่ว่าจะเป็นถนนหนทางที่เป็น ข่าวทั้งหมดต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างคิด แต่ถ้าท่านทำอย่างนี้อย่างเป็นระบบอย่างน้อยที่สุด การขนส่งสินค้า การดำเนินการต่าง ๆ เรื่องการคมนาคม มันก็จะทำให้เห็นว่าเป็นระบบ เป็นภาพรวมกันทั้งประเทศ สร้างถนนตรงนี้น้ำท่วมตรงโน้น แต่ถ้ามีระบบแบบนี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่าจะเป็นการแก้ปัญหาทั้งหมดทั้งระบบ และที่สำคัญเท่าที่ผมอ่านข้อมูล จากท่านแล้วไม่ได้เป็นการตั้งสำนักงานขึ้นมาใหม่ ไม่ได้เป็นการเอาบุคลากรตั้งขึ้นมาเป็น องค์กรเป็นหน่วยงานเป็นอาณาจักรขึ้นมาใหม่ เป็นเรื่องดีมากเลยครับท่านประธาน เป็นเพียงแต่ว่าบุคลากรต่าง ๆ ที่มีความรู้ความสามารถที่เขาทำเรื่องนี้อยู่แล้ว และกระจัดกระจาย กันไปคนละทิศคนละทาง มีการบังคับบัญชา มีหน่วยงานต่าง ๆ มีองค์ความรู้ต่าง ๆ อยู่กันคนละที่คนละแห่ง แต่พอท่านมาตั้งสำนักงานแบบนี้เท่ากับว่าเอาคนที่มีความรู้ มีความสามารถ มีความรับผิดชอบต่าง ๆ เหล่านี้มาอยู่ที่เดียวกันเสีย มีการกำกับดูแลกันภาพรวมกันทั้งประเทศเสีย และอย่างนี้สมาชิกไม่สนับสนุนจะไป สนับสนุนเรื่องอะไร และเรื่องอย่างนี้ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องปัญหาต่าง ๆ ทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมอ่านแล้วปัญหาของประเทศมันเป็นอย่างนี้จริง ๆ เพราะฉะนั้น ผมจะไม่ทวนไปว่าปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นมันมีอะไรบ้าง แต่สิ่งที่มองไปในอนาคตครับ ท่านประธาน นี่เป็นการแก้ปัญหาในอนาคตอย่างเป็นระบบ และไม่กระทบทั้งงบประมาณ บุคลากร สำนักงานที่เรามักจะถูกตำหนิอยู่ตลอดเวลาครับท่านประธานและ สปท. เวลาคิดอะไร ขึ้นมาแล้วก็จะตั้งองค์กร ตั้งหน่วยงาน ตั้งงบประมาณขึ้นมาใหม่ และเราก็จะบอกว่าเรื่องอย่างนี้ ไม่ควรทำ แต่ผมไม่แน่ใจว่ากรรมาธิการเศรษฐกิจคิดเรื่องนี้ได้อย่างไร คิดแล้วไม่เปลือง งบประมาณ ไม่เปลืองบุคคล ไม่เปลืองบุคลากร แต่เขาเรียกว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน เขาเรียกว่าเชนจ์ (Change) เลยครับ เปลี่ยนแปลงเลยครับ อินโนเวชัน (Innovation) เลย ไอเดีย (Idea) หรือแนวคิดใหม่เลยครับ และสุดท้ายท่านประธาน นำมาซึ่งความสำเร็จคือ ฟรีดอม (Freedom) พอคนมันมีเสรีภาพก็คือหลุดพ้น ประเทศแก้ปัญหาได้อย่างดี ทั้งหมด ที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานนี้ตรงกับผ้ายันต์ของท่านเจ้าคุณธงชัยที่ท่านให้แนวคิดว่า เวลาเราจะทำอะไรมันต้องเปลี่ยนแปลงเป็นนวัตกรรมใหม่ มีแนวคิดใหม่ และนำมาซึ่งความสำเร็จ ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนต่อที่ประชุมว่าได้ขอท่านประธานได้ไปกราบท่านเจ้าคุณธงชัยแล้ว ท่านก็มอบผ้ายันต์ชุดนี้ ยันต์แห่งการเปลี่ยนแปลงนี้มา ๒๐๐ ผืน เจอสมาชิกถามผมอยู่เรื่อย คุณวันชัยผ้ายันต์อยู่ที่ไหน ก็กราบเรียนเลยครับ ท่านประธานได้เก็บไว้แต่เพียงผู้เดียวแล้วก็ ไม่ยอมมอบให้แก่ใคร อันนี้ผมก็โยนไปที่ท่านประธานเลยครับ เพราะฉะนั้นท่านสมาชิก ท่านใดอยากได้หรืออย่างไรก็ไปรับที่ท่านประธานก็แล้วกัน หรือว่าขออภัย จะอมหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ ขออภัยนะครับ ถอนคำพูดครับ แต่สุดท้ายครับผมสนับสนุนต่อท่านประธานและ คณะกรรมาธิการชุดนี้โดยไม่ต้องอธิบายขยายความอื่นใด แล้วก็ท่านสมาชิกทั้งหลายครับ ท่านสบายใจได้เลย ผมลองอ่านดูแล้วว่าท่านทำมานี้เป็นระบบที่ผมถือว่าใหม่จริง ๆ แล้วก็ น่าสนับสนุนผมเชียร์เต็มที่ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ