สุวัฒน์ จิราพันธุ์ หารือการปฏิรูปการพัฒนาผ่านการเน้นย้ำความสำคัญของระบบโลจิสติกส์ในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยเสนอให้จัดตั้งสำนักงานโลจิสติกส์เพื่อบูรณาการงานระหว่างหน่วยงาน ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ระบบศุลกากร และขับเคลื่อนให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียนและอนุภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการลดต้นทุนภาคเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถตามเกณฑ์ชี้วัดระดับโลก
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ สปท. หมายเลข ๑๗๕ หัวข้อการปฏิรูปเรื่องนี้ผมเห็นว่าเป็นหัวข้อที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะเป็นเรื่องวาระปฏิรูปด้านการพัฒนาและด้วยความเชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ แล้วก็ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี โดยเฉพาะในด้านการสร้างขีดความสามารถในการ แข่งขัน รวมถึงด้านความมั่นคงในด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของคนเป็นอย่างน้อย ขอแสดงความยินดีด้วยกับทางคณะกรรมาธิการที่สามารถผลักดันเรื่องนี้เข้ามาสู่การหารือ ในห้องประชุมใหญ่ของ สปท. ในวันนี้ อย่างที่คงจะทราบกันดีว่าเรื่องนี้ความจริงแล้วน่าจะนำเสนอ มาก่อนหน้านี้ แต่อย่างว่าล่ะครับมาช้าก็ดีกว่าไม่มา กระผมในฐานะหนึ่งในคณะอนุกรรมาธิการ ก็ได้เฝ้าติดตามเรื่องนี้มาตลอด แล้วก็ทราบดีว่าคณะอนุกรรมาธิการและรวมทั้งคณะทีมงาน ได้มีการหารืออย่างใกล้ชิด ต้องขอขอบพระคุณทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม รวมถึงท่านเลขาธิการสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็ได้มีการจัดไปพบปะหารือเพื่อที่จะเปรียบเทียบ แนวความคิดข้อเสนอเพื่อที่จะช่วยกันเติมเต็มในสิ่งที่ถึงแม้จะมีการดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งก็ปรากฏว่าสิ่งที่ในการพบปะนั้นก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ดังที่ออกมาเป็นข้อเสนอแนวทางอันนี้ สิ่งที่กระผมจะขอกล่าวถัดไปก็คือในเรื่องของคงจะมีการพูดกันเยอะเรื่องของโลจิสติกส์ คืออะไรนะครับ ความสำคัญเป็นอย่างไร ผมขอเอ่ยเล็ก ๆ น้อย ๆ จากรายงานการศึกษา ที่พอจะค้นคว้าหามาได้ก็คือ
อันแรกก็คืองานวิจัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นะครับ คือมีการศึกษา เมื่อประมาณระหว่างช่วงปี ๒๕๔๓ ถึงปี ๒๕๕๓ ก็ระบุนะครับว่าในอุตสาหกรรม ด้านโลจิสติกส์นั้น สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจถึงร้อยละ ๓ ของจีดีพี (GDP) หรือประมาณ ๑๐ พันล้านเหรียญสหรัฐ และรวมถึงการสร้างงานได้ถึง ๓.๕ ล้านคน ในด้านต่างประเทศนะครับ ผลงานวิจัยที่เมื่อกี้คงจะมีการพูดไปถึงบ้างแล้ว คือเรื่องของ โลจิสติกส์ เพอร์ฟอร์แมนซ์ อินเดกซ์ (Logistics Performance Index) หรือแอลพีไอ (LPI) แน่นอนครับอย่างที่ทางกรรมาธิการเองหรือผู้อภิปรายหลาย ๆ ท่านก่อนหน้านี้ก็บอกแล้วว่า ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาก็มีลำดับที่ลดลงจาก ๓๕ มาเป็น ๔๕ แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลงเลย ก็คือเราจะเป็นอันดับ ๓ อยู่ในอาเซียน (ASEAN) ตลอด ปัจจัยที่สำคัญที่เขาดูเรื่องแอลพีไอ (LPI) นั้นคืออะไรครับ เขาดูกันในเรื่องของคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ มาตรฐานการขนส่งทั้งระบบราง ระบบถนน ระบบขนส่งทางน้ำ ทั้งภายในและการเดินเรือสมุทร รวมทั้งระบบขนส่งทางอากาศ ตลอดจนถึงระบบไอซีที (ICT) ซึ่งวันนี้ก็เป็นที่น่ายินดีที่รัฐบาล ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้จึงได้มีการจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถัดไปเขาดูอะไรกันอีกครับในเรื่องแอลพีไอ (LPI) เขาดูในเรื่องของระบบศุลกากร ซึ่งอันนี้ ประเทศไทยเราก็ได้มีการจัดวางเนชันนัล ซิงเกิล วินโดว์ (National Single Window) ซึ่งอันนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้การบริหารจัดการผ่านแดนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถัดไปสิ่งที่เขาดู ในเรื่องแอลพีไอ (LPI) ก็คือเรื่องของการกำหนดระยะเวลาของการขนถ่ายสินค้า มีความสะดวก ตรงต่อเวลา อันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ท่านคงจะเห็นว่ามีบริษัทที่จะเป็นในการขนถ่ายสินค้า หลาย ๆ บริษัทต่างประเทศเขาสามารถมีธุรกิจที่ก้าวหน้าได้ก็ด้วยความตรงต่อเวลาและ ความง่ายสะดวก ตลอดไปจนถึงการดีแทรกต์ แอนด์ เทรด (Detract and Trade) ในการ ขนส่งสินค้าต่าง ๆ เหล่านั้น ที่สำคัญภายใต้ระบบนี้นะครับในเรื่องของโลจิสติกส์นั้น จำเป็นจะต้องเป็นระบบที่ไม่มีรอยต่อ ไม่มีรอยต่อในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน สิ่งเหล่านี้ล่ะครับคืออินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่เราได้ทำไปบ้างแล้ว และเราคงจะต้องเดินหน้ากันต่อไป คราวนี้มาลองดูนะครับความเป็นจริง ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าหลาย ๆ ส่วนหลายสิ่งที่ผ่านมานั้นหลายยุค หลายสมัยก็เป็นปัญหาสำคัญเชิงระบบในเรื่องของการกำกับดูแลที่ก่อให้เกิดต้นทุนซ้ำซ้อน หรือไม่ได้ใช้ประโยชน์จากต้นทุนที่มีทั้งแผนและโครงการ เพราะมีบ่อยครั้งที่มีการปฏิบัติ ไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ขาดการบูรณาการจากหน่วยราชการด้วยกันเอง และจาก ภาคเอกชนทั้งผู้ใช้บริการโลจิสติกส์และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ทำให้เกิดปัญหาที่พึงได้รับ การแก้ไขต่อไป ยกตัวอย่างอย่างเช่นกรณีของสินค้าเกษตรเน่าเสียง่ายไม่ว่าจะเป็นกรณี ของตลาดไทยหรือคลังจัดเก็บและบรรจุภัณฑ์สินค้าเกษตรเน่าเสียง่ายที่เชียงใหม่ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการตั้งใจที่จะให้มีทรักเทอร์มินัล (Truck Terminal) เพื่อจะรองรับสินค้า จากภูมิภาคต่าง ๆ ๓ ภูมิภาค โดยการถ่ายเทจากรถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่วิ่งเข้ามาเป็น ราวด์ฮอลล์ (Round Hall) แล้วก็เชื่อมทรักเทอร์มินัล (Truck Terminal) กับส่วนกลาง และหลังจากนั้นก็จะกระจายไปสู่รถกระจายสินค้าเล็ก ๆ ต่อไป แต่ปรากฏว่าการใช้งาน ไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือตามแผนไว้อย่างเต็มที่ อีกตัวหนึ่งนะครับท่านประธาน เรื่องของเขตปลอดอากรอันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถที่จะพัฒนาได้แม้ว่าตั้งใจจะทำให้เป็น เรื่องของศูนย์ขนส่งผ่านคอนเนคติงเซ็นเตอร์ (Connecting Center) ศูนย์จัดเก็บ อันนี้ ก็ยังเป็นส่วนหนึ่ง แล้วก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าถึงแม้เราจะมีหน่วยงานที่ดูแล แต่สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นในสังคมไทย ในระบบราชการไทยอยู่เสมอคือเรื่องของการบูรณาการ ด้วยเหตุผลนี้ละครับ จึงเห็นว่าข้อเสนอของคณะกรรมาธิการในเรื่องของการที่จะให้มีสำนักงาน ทางด้านโลจิสติกส์นั้นมีความสำคัญลองวกมานิดหนึ่งผมมีรายงานอีกอันหนึ่งที่เป็นเรื่องของ ยูเอ็นเอสแคป (UNESCAP) ตรงนี้เอง เขาได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับหลาย ๆ ประเทศ ในภูมิภาคเอเชีย ปรากฏว่าหลาย ๆ ประเทศที่ประสบปัญหาจะมีทั้งในเรื่องของการมี หน่วยงานเดียวในการดูแล มีหน่วยงานด้านนโยบายเพียงอย่างเดียวแต่ว่าขาดการบูรณาการ ทำให้การศึกษาของยูเอ็นเอสแคป (UNESCAP) ให้คำแนะนำกับประเทศสมาชิกว่าการมี หน่วยงานที่บูรณาการในระดับเดียวกันจะเป็นประโยชน์และจะเป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้ ประเทศกำลังพัฒนาช่วยในการลดต้นทุนของการค้าแล้วก็นำพาประเทศไปสู่การเพิ่มพูน ขีดความสามารถ
ในส่วนของสำนักงานโลจิสติกส์ตามข้อเสนอของกรรมาธิการนั้นนะครับ ท่านประธาน ผมก็มีความเชื่อมั่นว่าจะมีประโยชน์ในการประสานรอยต่อของการดำเนินงาน ของหน่วยงานต่าง ๆ ให้เป็นเนื้อเดียวกันในการผลักดันให้ประเทศไทยมีระบบโลจิสติกส์ ที่ตอบสนองต่อศักยภาพของการเป็นประเทศที่มีเขตเศรษฐกิจอันดับ ๒ ของอาเซียน เป็นประเทศที่ภูมิยุทธศาสตร์เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างประเทศต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำ โขง อนุภูมิภาคบิมสเทก (BIMSTEC) ตลอดจนเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงระหว่างสมาชิก ประเทศอาเซียน (ASEAN) ทั้งภาคพื้นดินหรือที่เรียก อินแลนด์อาเซียน (Inland ASEAN) และอาเซียน (ASEAN) หมู่เกาะ ออฟชอร์อาเซียน (Offshore ASEAN) ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญ ของการรวมตัว การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN) ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น กระผม จึงเชื่อมั่นว่าหากที่ประชุมให้ความเห็นชอบต่อข้อเสนอนี้ก็เชื่อมั่นว่าคงจะสามารถนำไปสู่ การดำเนินการ เพราะอย่างที่เรียนไว้แต่ต้นแล้วว่าในการดำเนินการของคณะทำงานนั้น ได้มีการหารือกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องแล้วก็จะเป็นการเสริมต่อว่าเป็นการเติมเต็มอย่างที่ ผมเรียนไว้แล้วแต่ต้นครับ ขอบพระคุณครับ