คุรุจิต นาครทรรพ ชี้ปัญหาความไม่สมดุลในระบบขนส่งของไทยที่พึ่งพารถบรรทุกสูงถึง 79 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงานสูง ขณะที่การขนส่งทางเรือและรถไฟถูกใช้น้อยทั้งที่ประหยัดกว่า จึงเสนอส่งเสริมระบบรางและปรับโครงสร้างการขนส่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสนับสนุนเกษตรกรกับผู้ส่งออก พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาจัดตั้งสำนักงานโลจิสติกส์แห่งชาติในรูปแบบทิงก์แทงก์ เพื่อวางกรอบนโยบายอย่างมีทิศทาง โปร่งใส และเชื่อมโยงข้อมูลภาคผนวกต่าง ๆ อย่างชัดเจน รวมถึงทบทวนคณะกรรมการการค้าชายแดนเพื่อแก้ปัญหาข้อบกพร่องในระบบโลจิสติกส์และการวางแผนระดับชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ สำหรับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เรื่อง แผนการขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน และโลจิสติกส์ ผมก็อยากจะเริ่มโดยขออนุญาตฉายสไลด์ (Slide) ในมุมมองในเรื่องพลังงาน สักนิดหนึ่งว่าโลจิสติกส์ก็เกี่ยวกับพลังงาน พลังงานก็เกี่ยวกับโลจิสติกส์
ขอสไลด์ (Slide) แรกเลยนะครับ สไลด์ (Slide) นี้ก็เป็นสถิติที่ผมมีอยู่นะครับว่า การใช้พลังงานของภาคขนส่งในประเทศไทย ถ้าเราเปรียบเทียบเฉพาะโหมด (Mode) ที่เราคุ้นเคยก็คือรถบรรทุก รถไฟ แล้วก็เรือที่ล่องตามแม่น้ำที่อยู่ในบล็อกขวาบนนี้นะครับ ท่านก็จะเห็นว่าการขนส่งที่มีประสิทธิภาพมากในเรื่องของการประหยัดพลังงานก็คือการใช้เรือ ใช้เรือแล้วขนส่งสินค้าได้มาก ใช้น้ำมันนิดเดียวคือน้ำมัน ๑ ลิตร ขนสินค้าได้ ๒๑๗ ตันกิโลเมตร รถไฟ ๘๕.๕ ตันกิโลเมตร รถบรรทุก ๒๕ ตันกิโลเมตร สรุปก็คือการขนส่งทางเรือ ประหยัดพลังงาน ๘ เท่าของรถบรรทุก และรถไฟก็ประหยัด ๓ เท่าของรถบรรทุก โดยประมาณ ทีนี้สไลด์ (Slide) ข้างล่างก็ให้ดูว่าแต่การขนส่งในประเทศไทยเราก็ไม่น่าแปลกใจว่า ต้นทุนสินค้าเราถึงได้แพงเพราะเราขนส่งทางบกเสียเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ และใน ๘๐ เปอร์เซ็นต์นี้ ๗๙ เปอร์เซ็นต์เป็นการขนส่งโดยรถบรรทุก ๑ เปอร์เซ็นต์โดยรถไฟ และเรือ ๕ เปอร์เซ็นต์ไม่ถึงดีด้วยที่เหลือก็เป็นการขนส่งทางอากาศนะครับ
สไลด์ (Slide) ต่อไปก็อยากให้ดูเปรียบเทียบสถิตินี้อาจจะเก่าหน่อยแต่ผมคิดว่า ก็คงไม่แตกต่างจากปัจจุบันนักนะครับ สีแดงคือขนส่งโดยรถบรรทุก สีฟ้าคือขนส่งโดยเรือสีดำ คือรถไฟ แล้วก็สีเขียวคือเครื่องบิน ประเทศไทยเราขนส่งสินค้าและคนโดยรถ เรามักจะนิยม สร้างถนนและมักจะนิยมผลิตรถอีโคคาร์ (Eco car) รถใหม่ ๆ และเราก็ได้งบซ่อมถนน เราก็ได้ภาษีรถยนต์แต่มันไม่เป็นผลดีกับประเทศเลยในแง่ของต้นทุนการใช้พลังงาน แล้วก็ ต้นทุนสินค้าดูประเทศที่เจริญแล้วอย่างญี่ปุ่น อย่างสหรัฐอเมริกา หรืออียู (EU) สิครับ สัดส่วนการใช้รถนี่เขาลดน้อยลงแล้วเขาใช้รางมากขึ้น ซึ่งผมก็คิดว่าอันนี้ก็เป็นเป้าหมายของ กรรมาธิการเศรษฐกิจครับ
สไลด์ (Slide) ถัดไปก็เป็นการเปรียบเทียบในอาเซียน (ASEAN) ก็อีกเช่นกัน ขอย้อนกลับไปครับ อันนี้ในอาเซียน (ASEAN) หรือเปล่าครับ ขออีกสไลด์ (Slide) หนึ่งครับ มีไหมครับ มี ๓ ไม่เป็นไรครับ
สไลด์ (Slide) สุดท้ายอันนี้ก็มาจากแผนอนุรักษ์พลังงาน ๒๐ ปีที่อนุมัติ ในรัฐบาลนี้ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานใน ๒๐ ปี ข้างหน้าถึงปี ๒๕๗๙ ตัวเล็ก ๆ อาจจะอ่านไม่ค่อยเห็นนะครับ แต่ว่าที่วงแดง ๆ ให้เห็นนี่ก็คือว่า การประหยัดพลังงานในภาคขนส่งคิดเป็น ๕๘ เปอร์เซ็นต์ของเป้าหมายการประหยัดพลังงาน ในอนาคต ถ้าเราคิดจะลดสัดส่วนการใช้พลังงานต่อจีดีพี (GDP) ได้นี่ภาคขนส่งจะต้องมี บทบาทสำคัญ แล้วก็มีโครงการต่าง ๆ ทั้งรถขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า ๑๐ สาย รถไฟรางคู่ ท่อส่งน้ำมัน แต่ปรับภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ที่กินน้ำมันแพงอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างว่าอยากให้คณะกรรมาธิการได้ใส่ในรายงานว่าประโยชน์ของโลจิสติกส์นี้ มันคืออะไร บางทีเราก็นึกว่าโลจิสติกส์เป็นเรื่องของพ่อค้า เป็นเรื่องของคนรวย แต่จริง ๆ แล้ว โลจิสติกส์มันจะทำให้เกษตรกรขายพืชผลได้ในราคาที่ดีขึ้นเพราะค่าขนส่งมันถูกลง ขณะเดียวกันผู้ส่งออกก็จะส่งออก ผู้ผลิตอย่างนี้ก็ส่งออกสินค้าได้ถูกลงเพราะค่าขนส่งมันถูกลง แต่มันต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการแข่งขันอย่างเสมอภาคเพราะฉะนั้นรัฐก็ต้องมีหน้าที่กำกับ ตรงนี้ ผมคิดว่าที่ท่านไปอารัมภบทรายงานของท่านว่ามันเกี่ยวกับไอเคโอ (ICAO) แล้วก็ไอยูยู (IUU) อะไรนี่มันเหมือนเขียนสร้างภาพให้วัวกลัวจริง ๆ มันไม่เกี่ยว เมื่อไม่เกี่ยวก็ไม่ต้องเกี่ยวนะ ท่านทำเฉพาะเรื่องเป็นนิช (Niche) พอ อย่าไปเอาทุกเรื่องถ้าท่านเอาทุกเรื่องท่านก็ ไม่สำเร็จสักเรื่องหนึ่ง อยากจะฝากด้วยนะครับ
ทีนี้มาดูในรายงานของท่านผมก็อยากจะคอมเมนต์ (Comment) หน่อยว่า คือผมอย่างไรสนับสนุนเปเปอร์ (Paper) ของท่านอยู่แล้วล่ะ แต่อยากจะให้ทำให้ดีเพื่อจะได้ มีโอกาสสำเร็จนะครับ
ประการแรกเอาเรื่องเล็กน้อยก่อน ท่านมีภาคผนวกมา ๓ ภาค พอผมดูแล้ว ชื่อดีนะ เรื่องคลังเก็บสินค้าการเกษตร กระจายสินค้า เรื่องโมเดิร์นทรานสปอร์ต (Modern Transport) เรื่องสารสนเทศ แต่ในรายงานหลักหรือในพรีเซนเทชัน (Presentation) ของท่านไม่ได้กล่าวถึงภาคผนวกเลย ตกลงให้ทราบหรือให้เห็นชอบ หรือให้ทำอะไรครับ จริง ๆ ผมอยากจะให้ภาคผนวกของท่านแต่ละเรื่องเป็นเรื่องที่กรรมาธิการเศรษฐกิจนำมาเสนอ หรือว่าจะทำโลจิสติกส์ เรื่องนี้อย่างไร จะดีกว่ามาตั้งสำนักงานโลจิสติกส์และโครงสร้าง พื้นฐานด้านโลจิสติกส์แห่งชาตินะครับ
สำหรับสำนักงานโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์แห่งชาติของท่าน ท่านก็เสนอว่าอยากจะให้มีเพราะว่ามันสำคัญ สำคัญเราเห็นด้วยว่าสำคัญ และท่านก็เสนอ ฟังก์ชัน (Function) ว่าให้มีตั้ง ๑๐ ฟังก์ชัน (Function) ผมก็อยากจะคอมเมนต์ (Comment) ว่า บางฟังก์ชัน (Function) มันเป็นเรื่องของงานประจำของราชการ มันเป็นเรื่องของการเรกูเลต (Regulate) ทีนี้สำนักงานของท่านผมคิดว่ามันน่าจะมีบทบาทเป็นทิงก์แทงก์ (Think Tank) มากกว่านะครับ คอยช่วยสภาพัฒน์ในสิ่งที่เขาอาจจะไม่มีเวลาหรืออะไร เพราะท่านมีมุมมอง ของภาคเอกชนเข้าไป เพราะสำนักงานมันก็ต้องมีเลขานุการนะครับ ต้องมีผู้อำนวยการ ท่านจะเป็นสำนักงานแบบเวอร์ชวลเรียลลิตี (Virtual Reality) ตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ ไม่ได้หรอก ท่านต้องมีเจ้าหน้าที่เป็นเลขานุการ ต้องเป็นหน่วยราชการถึงมีอำนาจตามกฎหมาย และผมก็ยังมองไม่เห็นเลยว่าท่านเอาใครเป็นเลขานุการ และในที่สุดท่านก็หนีไม่พ้นสภาพัฒน์ ท่านก็ควรจะปรึกษาสภาพัฒน์เขาหน่อยว่าเอาอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นบางอำนาจหรือ บางฟังก์ชัน (Function) ที่ท่านเสนอใน ๑๐ อันนี้ผมคิดว่าอย่าเพิ่งมีดีกว่า เช่นท่านจะบอก ให้สำนักงานท่านไปเฝ้าระวังความปลอดภัยในระบบถนน น้ำ ราง ทางอากาศ ท่านจะเอาคน สักเท่าไรครับอันนี้ ท่านจะรับเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ท่านไม่ใช่ส่วนราชการ ท่านไปรับเรื่อง ร้องเรียนได้อย่างไร แล้วก็กำหนดมาตรฐาน ผมก็คิดว่าต้องให้ชัดว่าเรื่องมาตรฐานอะไร โลจิสติกส์มีร้อยแปดนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากให้ท่านปรับปรุงตรงนี้ อยากให้ท่านสำเร็จ แล้วก็ข้อเสนอของท่านตอนนี้ก็บอกว่าตอนนี้มีคำสั่ง คสช. ตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบ บริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ กบส. อยู่แล้ว เพื่อให้ไปได้เร็วก็ขอให้ กบส. ตั้งอนุกรรมการที่จะเป็นสำนักงานโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์แห่งชาติ มาทำก่อน มีราชการ ๖๐ คน มีเอกชน ๔๐ คน โดยเรโช (Ratio) อย่างนี้ แล้วก็ทำ ๓ เรื่อง เสนอนโยบายแผนขับเคลื่อนโลจิสติกส์ อันนี้ผมเห็นด้วย ผลักดันให้มีสำนักงานโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์แห่งชาติ อันนี้ผมก็ขอติงไว้ น่าจะเป็นทิงก์แทงก์ (Think Tank) มากกว่าจะเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) ส่วนเรื่องจะตั้งสภาโลจิสติกส์ แห่งชาติ ผมว่าอยากจะให้รอดูผลงานของสำนักงานโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน ด้านโลจิสติกส์แห่งชาติก่อนว่ามีผลงานหรือเปล่าถึงจะผลักดันไปถึงสภาโลจิสติกส์นะครับ ไม่อย่างนั้นมันก็จะเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไปหน่อยนะครับ ทีนี้ก็อยากจะเรียนว่า จริง ๆ ภาคผนวกของท่านมีเรื่องที่ดีหลายเรื่องเลยผมก็เสียดายว่าท่านแนบมา คืออาจจะเป็น แบบเอกชนเขียน ถ้าเป็นราชการมันจะต้องยึดโยงให้เห็นเลยว่าท่านแนบภาคผนวกมา เพื่ออะไร ตกลงให้เพื่อทราบ หรือบอกว่านี่ท่านจะทำเรื่องนี้ หรือให้เห็นชอบแบบแอบ ๆ ยัดไส้มาไว้ให้เห็นชอบ มันไม่ได้นะครับ ก็ดีทั้ง ๓ เรื่อง แต่ว่าท่านไม่ได้พรีเซนต์ (Present) เลยว่าเรื่องนี้มันคืออะไร อยากจะให้ท่านเอาเรื่องนี้ไปทำและเสนอเป็นรายงานต่อไปกลับมา ก็จะเป็นประโยชน์กับเรื่องของโลจิสติกส์ของประเทศมากนะครับ
แล้วก็เรื่องอีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือเรื่องการค้าชายแดน ผมก็เห็นด้วย อย่างยิ่งเลยนะครับ เพราะว่าปัจจุบันมันมีด่านอยู่ตั้ง ๗๐ กว่าด่านหรือว่า ๕๐ กว่าด่าน ผมก็จำไม่ได้แล้วนะครับ แล้วก็การจะมีอยู่ที่จุดไหนที่เป็นจุดยุทธศาสตร์มันต้องมีความเชื่อมโยง ผมไปสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อหลายปีก่อนแล้วก็ดีใจมีรถเรลลิงก์ (Rail Link) ด่วนมาจาก สุวรรณภูมิมาลงที่สถานีมักกะสัน ผมก็ลองมาทีหนึ่งครับ ปรากฏว่าผมนั่งมาถึงรถแท็กซี่ก็ขึ้น ไม่ได้ ฝนก็ตก ต้องยืนลากกระเป๋ากางร่มมาเพื่อหารถ ตั้งแต่นั้นผมก็ไม่ขึ้นอีกเลยเรลลิงก์ (Rail Link) นี่คือบทเรียนของโลจิสติกส์ของประเทศ มันไม่เชื่อมโยงกัน สำนักงานของท่าน น่าจะทำเรื่องนี้ ทำเป็นทิงก์แทงก์ (Think Tank) ดีกว่า อย่าไปทำเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) แล้วก็เรื่องการค้าชายแดนผมอยากให้ท่านกลับไปทำรายงานเพิ่มเรื่องนี้มาเลยนะครับว่าโลจิสติกส์ ท่านจะวางแผนอย่างไร ช่วยสภาพัฒน์เขา แต่ว่าก็ต้องเรียนสักนิดหนึ่งนะครับ การที่ท่านเสนอให้กรรมการของท่านหรือสำนักงานนี้มีภาครัฐ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เอกชน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะคัดกันมาอย่างไร และมันก็สุ่มเสี่ยงเหมือนกันว่าเอกชนก็อาจจะมี ผลประโยชน์แอบแฝงทำไมไม่ตั้งจังหวัดฉัน ไม่ตั้งใกล้ที่ดิน ที่ดินฉันอยู่ถนนนี้ทำไมต้องมาตั้ง ตรงนี้ศูนย์สินค้าของท่านนี่ เพราะบางทีท่านคิดอยากจะให้มันประหยัด ๆ แต่บางทีมุมมอง พอขึ้นเป็นระดับชาติมีมิติของการเมืองท่านก็จะถูกโจมตีเปล่า ๆ เพราะฉะนั้นการคัดเลือก กรรมการก็เป็นเรื่องสำคัญ บางเรื่องมันเป็นเรื่องของราชการ บางเรื่องเอกชนให้วิวพอยต์ (View Point) ได้แต่ต้องให้ราชการเขาทำครับ ผมก็มีคอมเมนต์ (Comment) เท่านี้นะครับ อย่างไรยกมือให้ท่านอยู่แล้วครับ ขอบคุณครับ