นิกร จำนง หารือการปฏิรูปโลจิสติกส์อย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลที่ชัดเจน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหลักที่ส่งผลต่อระบบโลจิสติกส์โดยเฉพาะค่าขนส่งสินค้า โครงสร้างพื้นฐาน และการขาดประสิทธิภาพของระบบขนส่งทางรางและทางน้ำ พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงความสัมพันธ์ของหน่วยงานใหม่กับแผนงานเดิมเพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนและให้การพัฒนาสอดคล้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการ แล้วก็กรรมาธิการครับ เกี่ยวกับเรื่องที่เสนอนี้เกี่ยวกับเรื่องโลจิสติกส์การปฏิรูป โดยภาพรวม ผมเห็นด้วยในหลักการเป็นอย่างยิ่งว่าจะต้องดำเนินการปฏิรูปด้านนี้อย่างเร่งด่วนมาก ไม่ทำเวลานี้จะไปทำเวลาไหนอันนี้ท่านกล่าวไว้ก่อนนะครับ เพราะถ้าหากสามารถดำเนินการได้ และทำให้ประเทศมีประสิทธิภาพมาก ทำให้เราสามารถแข่งขันสินค้าต่าง ๆ ได้มากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้มันใกล้เข้ามาทุกทีแล้วน่าเป็นห่วงมาก ประเด็นที่สำคัญในการจัดตั้งหน่วยงาน เพื่อกำกับดูแลก็ดูเหมือนว่าจะมีความจำเป็นอย่างมาก ทีนี้ผมเองซึ่งต้องขอท่านประธานด้วย ท่านประธานเองชำนาญเรื่องนี้มาก ผมเองในช่วงที่ดำรงตำแหน่งอยู่ที่กระทรวงคมนาคม ๓ ปี บังเอิญว่าที่กระทรวงแห่งนั้นเขามอบหมายให้ผมไปประชุมระหว่างประเทศทั้ง ๓ ปี หมายความว่าจริง ๆ แล้วผมดูเรื่องทางบกแต่ไม่ว่าจะเป็นทางน้ำไปประชุมที่ควิเบก ประชุม แลนด์ล็อกคันทรี (Landlocked Country) ของยูเอ็น (UN) ที่คาซัคสถาน หรือประชุมเรื่องอากาศ ผมเป็นตัวแทนไปหมดในช่วง ๓ ปี ไปถึงเปรูนั่งเครื่องบินไป ๓๐ ชั่วโมงก็ไป ผมจึงคิดว่า ในความรู้ด้านนี้ก็พอมีอยู่ ทีนี้ถ้าหากว่าผมไม่มาอภิปรายเรื่องนี้ต้องขออนุญาตท่านประธาน ไม่ให้ความเห็นแล้วก็ให้ข้อสังเกตดูเหมือนผมไม่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก็ต้องพูดกันในเรื่องนี้ แล้วก็อยากจะเรียนว่าในช่วงที่อยู่กระทรวงคมนาคม กฎหมายกระทรวงคมนาคม ผมเป็นประธานแก้กฎหมายอยู่ ๓ ปีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นในพระราชบัญญัติขนส่งต่อเนื่อง หลายรูปแบบ ปี ๒๕๔๘ ผมเป็นคนทำเอง เข้าใจชัดเจนว่าตอนนั้นเราศึกษาเรื่องอีสต์ เวสต์ คอริดอร์ (East West Corridor) นอร์ท เซาท์ คอร์ริดอร์ (North South Corridor) แล้วก็ มีปัญหาเรื่องขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบก็เลยออกเป็นกฎหมายฉบับนั้น ทีนี้ประเด็นที่เรา นำเสนอผมเองก็เข้าใจคล้าย ๆ กับที่ท่านเสนอมาว่ามันก็คงเป็นการส่งจากเรือมาบก จากบกไปอากาศ ที่จริงแล้ว พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้นสักเท่าไรเป็นส่วนหนึ่งเล็ก ๆ ของโลจิสติกส์เพราะจริง ๆ พระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นเพียงแต่ว่าถ้าใส่สินค้าไว้ในคอนเทนเนอร์ (Container) มาจากเรือพอขึ้นบกก็ไม่ต้องเปิดใช้ด็อกคิวเมนต์ (Document) มาตรวจสอบ แล้วก็รับรองกันมาหรือจะไปทางอากาศก็ไม่ต้องเปิดมันทำให้เร่งด่วนไม่ใช่ว่าออกมานับ ที่ท่าเรือทีหนึ่งแล้วมาใส่คอนเทนเนอร์ (Container) ในอินแลนด์คอนเทนเนอร์ (Inland Container) และขึ้นเครื่องบินไปอีกที จริง ๆ แล้วมันเป็นโพรเซส (Process) ทั้งหมด สำหรับเรื่องนี้นะครับ ก็คิดว่าอาจจะเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ทีนี้ต่อไปรายงานผมต้องกราบ ขออนุญาตท่านประธานกรรมาธิการเลยว่าผมคงต้องให้ลงความเห็นจากสายตาของการมอง ภาพรวมทางด้านคมนาคมในส่วนนี้ลงไปรายละเอียดบ้างว่าคงจะมีปัญหา ขอความชัดเจน เพราะอย่างที่เรียนแล้วว่าเราต้องการสิ่งที่สมบูรณ์ที่เสนอไป เพราะว่าเราไม่มีเวลา แล้วเราล้าหลังมาก เราตกลงไปตกไปเรื่อย ๆ เพราะว่าแค่เราอยู่กับที่คนอื่นไปข้างหน้า เราก็เสร็จแล้ว
ประเด็นที่อยากจะเสนอความเห็นก็คือว่าการเสนอปัญหาอยากให้มี ความชัดเจนเพิ่มขึ้น ท่านคงจำได้ว่าวันที่ ๑๑ นี้ ผมต้องไปนำเสนอต่อองค์การอนามัยโลก ต่อองค์ประชุมระดับโลก เรื่อง ความปลอดภัยทางถนน ซึ่งเราทำผ่านสภานี้ไปแล้ว เป็นปัญหาจริง ๆ แต่ที่ท่านยกเอาข้อนี้เป็นข้อแรกผมไม่เห็นด้วย เพราะปัญหาเรื่องโลจิสติกส์ มันจะสัมพันธ์กับค่าขนส่งสินค้าไม่ใช่อัตราการเสียชีวิตของบุคคล ผมกำลังจะไปเสนอ ดับบลิวเอชโอ (WHO) ว่าอัตราการเสียชีวิตในประเทศของไอ (I) ตายด้วยมอเตอร์ไซค์ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ขอหลักการในการแก้ปัญหานี้มา แต่ถ้าเป็นแบบนี้ก็คือคอนเทนเนอร์ (Container) ที่ออกแบบไปแล้วที่ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) มันร่วงลงมาเพราะคุณไม่ล็อก เพราะว่าปัญหาทางโลจิสติกส์ก็คือว่าระบบการประกันมันประกันได้ตรงนั้นและไม่ล็อกและ ล้มทับรถเขาตรงนี้ ใช่ เป็นปัญหาโลจิสติกส์ แต่ทีนี้การที่ท่านยกเอาข้อนี้เป็นข้อ ๑ ข้อ ๒ และรายละเอียดจริง ๆ เราตายอยู่วันละ ๖๐ กว่าคน ไม่ใช่ ๒๐ กว่าคน ข้อเท็จจริง ๒๔.๖ คนต่อแสนประชากรปัจจุบันนี้เมื่อปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นตัวเลขตัวนั้นไม่ถูกต้อง แต่ประเด็นก็คือว่าถ้าเราลำดับปัญหาถ้าเอาอุบัติเหตุขึ้นเป็นข้อแรกไม่ใช่ปัญหาโลจิสติกส์ เป็นปัญหาสวัสดิการสังคมเกี่ยวกับเรื่องความไม่ปลอดภัยทางถนนมันเป็นอีกส่วน เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านยกข้อแรกของท่านเลยก็คือข้อที่ว่าอัตราของค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เป็นอันดับเท่าไร ๆ ตรงนั้นใช่แน่นอน และเป็นข้อแรกที่มีความสำคัญที่ต้องหักให้ลง เพราะถ้าไม่ลงโลจิสติกส์ของเราจะเฟล (Fail) ก็คิดว่าที่พูดถึงอยู่ได้เพราะว่าผมดูแลเรื่อง ความปลอดทางถนนอยู่ แต่อยากให้อยู่ข้างหลังอย่าเอาไว้เป็นข้อแรกเลยมันจะกลายเป็น สับสนว่าพอเราวางเรื่องนี้เป็นข้อแรกหรือไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ปัญหาหลักมันเป็นปัญหารอง รองไปมาก ๆ เลยสำหรับเรื่องนี้ แต่สำหรับเรื่องสวัสดิการประชาชนเป็นปัญหาหลักนะครับ
ประเด็นต่อมาก็คือว่านี่คือการนำปัญหามานำเสนอนะครับ ปัญหาที่อยากจะให้ มีการนำเสนอก็คือปัญหาเรื่องพื้นฐานสมาชิกเอง เรื่องโลจิสติกส์เป็นเรื่องใหม่ที่ท่านยกขึ้นมา อยากจะให้เสนอความชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วความรู้พื้นฐานของสมาชิกส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหลายว่าเกี่ยวกับอะไรหลายคนยังสับสนอยู่ว่าโลจิสติกส์มันอะไรกันแน่ ที่ท่านเสนอมา เป็นตามราชบัณฑิตแล้ว อะไรแล้วก็ชอบแล้ว แต่รายละเอียดว่าสภาพปัญหามันคืออะไร ผมอยากให้อธิบายตรงนี้เพิ่มอีกนิดหนึ่ง เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ใหม่ที่ซ้อนอยู่นะครับ คนอาจจะเข้าใจ ที่จริงแล้วมันเป็นฮาร์ดแวร์ (Hardware) กับซอฟต์แวร์ (Software) นั่นแหละ ในส่วนปัญหานำมาเสนอ อยากจะให้เป็นปัญหาเฉพาะปัญหานะครับ เพื่อว่าเรื่องที่เรากำลัง คุยอยู่ผมยกตัวอย่างว่าที่ท่านยกตัวอย่างว่าน้ำถูกกว่า แต่ใช้ถนน ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งใช่ แต่ปัญหาทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เราเพียงแต่เสนอว่าแทนที่เขาจะใช้ถนนก็ควรจะไปใช้ ทางน้ำหรือทางราง แต่ปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่ว่าตัวปัญหาเขาไม่ใช้อย่างนั้น ปัญหามันลึกไปกว่านั้น ก็คือทำไมเขาไม่ใช้ราง ทำไมเขาไม่ใช้ทางน้ำ เพราะระบบทางน้ำไม่พัฒนาหรือ หรือว่า การที่ว่าประเทศเราสั้นระบบรางเรายกคอนเทนเนอร์ (Container) ขึ้นรถไฟครั้งหนึ่ง แล้วก็ วิ่งไปแล้วไปยกลง ค่ายกโดยใช้เครนมันทำให้แพง เพราะฉะนั้นยกใส่รถสิบล้อเป็นหัวลาก แล้วไปลงก็จะดีกว่าจะถูกกว่าสำหรับประเทศเราหรือเปล่า หรือว่าอย่างในอเมริกาเอง มันอีสต์เวสต์ (East West) เขายกใส่รถไฟแล้ววิ่งกัน ค่าเฉลี่ยของระยะทาง ตัวนี้เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นปัญหาจะได้รู้ว่าลักษณะของเรา เบาน์ดารี (Boundary) ของประเทศเรา เราต้องเอาออก แล้วก็ยกจากหาดใหญ่ต่อไปถึงยูนนานเลย ทีนี้มันก็เลยจะไปมีปัญหาว่า ลักษณะเกรดของรางที่มันเป็น ๑.๔๐ เมตร มันจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ เราเลยยกกันอย่างไร หรือว่าจะต่อกันอย่างไร เพราะว่านี่คือเหตุที่ทำให้เขาไม่ใช้รถบรรทุก และระบบทางน้ำ กว่าจะไปลง ลักษณะของเรือที่ลำเลียงไปมันเป็นปัญหา คือปัญหาไม่ใช่การใช้รางน้อย หรือน้ำน้อย ปัญหาคือทำไม ถ้าชี้ปัญหาตรงนี้เราจะได้รู้ว่าควรจะแก้อย่างไร ไม่อย่างนั้นเราแก้ไม่ได้ ก็ยังใช้อยู่แบบนี้เหมือนเดิมไม่มีทางแก้ได้นะครับเป็นปัญหาที่นานแล้ว เพราะฉะนั้นปัญหา อยากจะให้ท่านเสนอให้ชัดว่าโครงสร้างอื่น ๆ พื้นฐานขาดการรองรับอย่างไร ทำไมถึงใช้น้อย ทำไมถนนถึงใช้มากกว่า ปัญหาส่วนอื่น ๆ ที่ท่านเสนอแล้วก็คือว่าระบบศุลกากร ซิงเกิลวินโดว์ (Single Window) ที่ว่ามันมีปัญหาติดขัดเยอะแยะไปหมด ปัญหาตรงนี้ ใช่ ตรงนั้นคือปัญหา แต่ว่าลึกลงไปหรือละเอียดกว่านั้น ถ้าช่วยสรุปให้มากกว่านี้ซึ่งอาจจะแค่ขยายเท่านั้น มันจะช่วยได้เยอะจะได้แก้ถูกนะครับ
ปัญหาต่อมา คือการจัดตั้งสำนักงาน จริง ๆ แล้วผมเป็นคนอ่านละเอียดนิดหนึ่ง ก่อนที่ท่านจะเข้าสำนักงานท่านก็ยกตัวอย่างปัญหา ๒ ข้อ และท่านเข้าเลย มันขาดไปข้อคือว่า เลยจำเป็นต้องตั้งสำนักงาน และต่อจากนั้นจะต้องบอกว่าสำนักงานมีหน้าที่อะไร ๆ ท่านไปดูว่า ขาดอยู่ มันมิส (Miss) ไปจุดหนึ่ง คือลำดับ ๑ ๒ แล้วข้อ ๓ พูดถึงว่าสำนักงานจะต้องมีแล้ว ข้อนี้ขาดจะไปเป็นข้อ ๔ ที่ว่าอำนาจหน้าที่คืออะไรท่านลองไปดูในรายงานเถอะครับ เรื่องหน้าที่ เรื่องหน่วยงาน การจัดตั้งสำนักงาน สิ่งที่จะต้องมีรายละเอียดมาก นี่ผมแค่ตั้งข้อสังเกต เพราะอยากจะให้มีไม่ได้ไปคิดอย่างอื่นเลยนะครับ เป็นหน่วยงานประเภทใด ท่านไม่ได้บอก ส่วนเป็นราชการเป็นรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นองค์การของรัฐประเภทอื่น เป็นหน่วยงานสังกัด กระทรวงใดสังกัดไหม หรือสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี อันนี้แค่รายงานกับนายกรัฐมนตรี แต่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ถ้าสังกัดก็ชี้ให้ชัดว่าเป็นหน่วยงานชนิดไหนนะครับ การเสนอในการตั้งอนุกรรมการขึ้นมาระยะแรก ที่เสนอภาพยังไม่ชัดเจนเพราะกลัวว่าเขาจะไปลงมติกันไม่ถูกเวลาเราเข้า ๓ ฝ่ายว่า เราต้องการอย่างไร เมื่อชัดเจนแล้วในการร่างกฎหมายซึ่งต่อจากนี้มันจะมีร่างกฎหมายด้วย มันจะได้รัน (Run) ต่อกันไปได้ชัดเจน ท่านประธานขอเวลาอีกเล็กน้อยนะครับ อำนาจหน้าที่ ของสภาโลจิสติกส์ ที่เสนอมาเพียงแต่บอกว่าเรามีภาครัฐ ๖๐ ภาคเอกชน ๔๐ แต่อำนาจ ของสภาตรงนี้ความชัดเจนในเรื่องอำนาจว่ามีขึ้นมาเพื่อตัดสินใจเรื่องใด อย่างไร ไม่ชัด เพียงแต่เราบอก ๖๐ ๔๐ เป็นการแชร์โดยใช้ภาคเอกชนเข้ามาที่เสนอ แต่อำนาจชัด ๆ ของสภาตัวนี้อาจจะต้องการความชัดเจนมากขึ้น การเสนอให้สภาโดยออกกฎหมายเป็นการเฉพาะ ท่านเสนอให้แยกจากการตั้งสำนักงานซึ่งสภามีอำนาจ ในการคัดเลือก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนกรรมาธิการ ตรงนี้อยากจะให้เขียนให้ชัดเจน ทีนี้มันมีประเด็นอีกประเด็นหนึ่ง ที่สำคัญที่ท่านพูดแล้วเมื่อกี้ จริง ๆ แล้วหน่วยงานเรื่องนี้ไม่ใช่ไม่มี เรามีสำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดูแลและเป็นคณะกรรมการอยู่ในนั้นแล้ว ประเด็นที่ต้องถามกันตอนนี้ก็คือว่าเวลาเสนอถ้าเขาจะตั้งให้ เขาจะต้องถามว่าในนั้น หรือที่ไหนก็ตาม หรือใน ครม. ก็ตามว่าแล้วชุดนั้นจะไปอยู่ที่ไหน และชุดนั้นจะสัมพันธ์ กับตรงนี้อย่างไร คือเรากำลังจะไปดูดมาจะมาเป็นของเราเลยไหมหรือจะอย่างไร เพราะชุดนี้ เรื่องการที่จะเอาออกไปยากมาก เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์ระหว่างชุดนี้ถ้าเป็นแบบนี้ ขณะนี้ สศช. มีแผนของปี ๒๕๕๖-๒๕๖๐ อยู่ ผมอ่านแผนแล้วว่าจะให้ทำอะไรเท่าไร น้ำเท่าไร บกเท่าไร มีความสัมพันธ์ เป็นแผนที่ละเอียด มีฟังก์ชัน (Function) มาก แผนตรงนี้ ในการนำเสนอมีการกำหนดว่าให้ส่วนราชการรัฐวิสาหกิจทำอะไร ๆ ค่อนข้างละเอียด พอเราตั้งตรงนี้ขึ้นมาแล้วก็ สศช. เป็นผู้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ไว้แล้ว แผนมีอยู่แล้วขณะนี้ พอเราตั้งตรงนี้ขึ้นมาความเชื่อมโยงระหว่างที่มีอยู่เดิมเพราะยังไม่หมด กับสิ่งที่เราจะทำ มันจะมาต่อกันพอดีอันโน้นจะต้องอยู่ไหม ความสัมพันธ์เป็นอย่างไร ตรงนี้ผมมองว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกันที่จะต้องเคลียร์ให้ชัดตรงนี้นะครับ
ประเด็นต่อมาเรื่องการตั้งเป้าหมาย เป้าหมายที่นำเสนอขึ้นมา เป้าหมายลด การต้นทุน ต้นทุนมาจาก ๑๓ เปอร์เซ็นต์ที่ลดลงมา ในแผนยุทธศาสตร์ชอต (Shot) ๒ ที่ผม พูดแล้วเมื่อกี้จะกำหนดว่าให้ลดลงมาจากต้นทุนจากสินค้าเป็น ๑๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) นี่คือปี ๒๕๖๐ ที่จะถึงโดย สศช. ทีนี้พอเรากำหนดแผนตรงนี้มันจะเชื่อมกัน คือเรายืดไปข้างหน้าแต่ว่าองค์ประกอบที่ทำให้แผนมันสมบูรณ์คือเป็นไปตามนั้นเป็นอย่างไร เกี่ยวกับเพิ่มการขนส่งทางราง ใน สศช. กำหนดว่าในแผน ๒ ที่ผมพูดเมื่อกี้ ปี ๒๕๕๕-๒๕๕๙ จะเพิ่มจาก ๒.๒ เป็น ๕ แต่ทีนี้ของเราก็จะมีการเพิ่มขึ้นมาส่วนหนึ่ง ตรงนี้มีความเป็นไปได้ เพราะในแผนนี้มีโครงการรองรับอยู่แล้วคือรางคู่ ๘๗๓ กิโลเมตร เส้นทางบ้านไผ่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด มุกดาหาร นครพนม ทั้งหมดเป็นการเพิ่มขึ้นมา ดังนั้นแผนตรงนี้ มีความเป็นไปได้ ประเด็นของผมก็คือว่าแผนที่กำหนดในของ สศช. มีอยู่ พอเราไปวางตัวเลข ทับขึ้นมามันจะมีคำถามว่าตกลงจะยึดตามแผนไหน ของเราจะยืดไปเท่าไร มันทำให้เป็น ที่สงสัยเป็นคำถามอยู่ได้ทางน้ำในส่วนนั้นเรากำหนดให้เป็น ๑๗.๔ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ใน ๕ ปี เมื่อพิจารณาแผนยุทธศาสตร์นี่ช่วงที่ท่านกำหนด ในแผนยุทธศาสตร์ ของคมนาคม ปี ๒๕๕๕-๒๕๕๙ จะเพิ่มการขนส่งทางน้ำจาก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๙ เปอร์เซ็นต์ในปี ๒๕๕๙ คือปีนี้ ของเราไป ๕ ปีเพิ่มเป็น ๒๕ เรื่องนี้เป็นประเด็นมาก เพราะถ้าหากว่ามีการ