ถวิลวดี บุรีกุล หารือประเด็นธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการบรรจุบทบัญญัติคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิชุมชน และบทบาทองค์กรอิสระอย่างชัดเจน พร้อมเสนอให้ย้ายหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีมาเป็นหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและสามารถเรียกร้องความรับผิดได้ตั้งแต่ต้นกระบวนการ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล สมาชิก หมายเลข ๖๑ ในฐานะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ดิฉันมีประเด็นที่จะนําเสนอต่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่สําคัญคือเรื่องของธรรมาภิบาล และการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่อาจจะเป็นประเด็นที่จะขอให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่มีการร่าง รัฐธรรมนูญได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ใส่เรื่องที่สําคัญไว้ในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารราชการแผ่นดิน อย่างไรก็ตามเพื่อจะให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนมีความภาคภูมิใจ และนําประเทศไทยกลับสู่การเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อย่างแท้จริงในอนาคต แล้วก็ป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น ดิฉันมีข้อเสนอ หลายประเด็น
ประเด็นแรก เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ จากเดิมในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ ได้กําหนดในเรื่องของศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ไว้อย่างชัดเจนในมาตรา ๔ ทั้ง ๒ ฉบับนะคะ แล้วในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในมาตรา ๔ เขียนไว้ชัดเจนถึงเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ คําว่าศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่อยู่ใน ตัวตนของมนุษย์ ทําให้มนุษย์รู้สึกว่าตัวเองได้รับการยอมรับนับถือ รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ในตัวตน มีความภาคภูมิใจ แล้วก็เป็นการสร้างพลัง ที่สําคัญคือสิทธิมนุษยชนก็ได้ใช้ศักดิ์ศรี ของความเป็นมนุษย์เป็นพื้นฐาน เป็นเรื่องที่รู้สึกได้เมื่อมีกฎหมายต่าง ๆ ให้ความสําคัญ ให้ความเป็นธรรมกับพวกเขา เพราะฉะนั้นการที่เราจะตัดคําว่า ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ออกไป ดิฉันคิดว่าเป็นประเด็นที่มีความหมายมากนะคะ เพราะว่าประชาชนก็มีความกังขา อยู่ในตรงนี้ ถึงแม้ว่าจะมีคําตอบเมื่อมีคําถามเรื่องนี้นะคะก็บอกว่ายังคงมีอยู่ แต่ว่าได้ไปอยู่ใน มาตราอื่น แล้วก็ซ่อนอยู่ แล้วก็ต้องให้คิดเอาเองว่าได้คํานึงถึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์แล้ว เพราะฉะนั้นขอให้เอามาตรานี้กลับคืนมานะคะ
อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องของธรรมาภิบาล คําว่า ธรรมาภิบาล ได้หายไป แต่มี คําว่า การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งก็ไม่เป็นไรเพราะว่าเป็นเรื่องเดียวกัน การบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดีได้รวมคําว่า ธรรมาภิบาลและการบริหารรัฐกิจแนวใหม่ ไว้ด้วยกัน ซึ่งความจริงแล้วธรรมาภิบาลเป็นกลยุทธ์ เป็นหลักการในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเชื่อว่า เมื่อนํามาใช้แล้วจะเกิดสังคมที่สันติสุข และประชาชนจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากภาครัฐ และประชาชนก็มีความสามารถ มีศักยภาพในการที่จะดูแลตัวเองได้ มีความสุข มีความพอใจ และยินดีกับการบริหารราชการแผ่นดินที่รัฐจัดให้มีขึ้น เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธา ในการบริหารราชการของผู้นําประเทศด้วย เพราะฉะนั้นจึงเป็นหลักการที่สําคัญที่เราจะต้อง ให้ความสําคัญ แล้วองค์ประกอบที่สําคัญก็คือเรื่องของความโปร่งใส สํานึก รับผิดชอบ การยึดหลักนิติธรรม คุณธรรม การมีส่วนร่วม และความคุ้มค่า ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ดูจะให้ความสําคัญกับเรื่องเหล่านี้อยู่บ้างพอสมควรนะคะ เพราะว่าก็มีการกําหนดไว้ใน หลายมาตรา ซึ่งหลายมาตรานั้นก็มีเยอะเลยที่เขียนว่ามีส่วนร่วมไว้ แต่ประเด็นที่สําคัญ คือการมีส่วนร่วมที่กําหนดไว้นั้นไม่มีความหมายเลย เพราะว่าประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ เริ่มแรก ซึ่งคําว่า การมีส่วนร่วม มีอยู่ในอย่างน้อย ๑๓ มาตรา แต่ว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ประชาชนโดยทั่วไปประมาณ ๙ มาตรา แล้วใน ๙ มาตรานั้นมี ๗ มาตราที่กําหนดว่าจะต้อง มีกฎหมายบัญญัติ เพราะฉะนั้นการมีส่วนร่วมจะเกิดขึ้นได้อย่างไรเมื่อจะต้องไปรอกฎหมาย ที่จะบัญญัติ ซึ่งไม่ทราบว่าจะบัญญัติเมื่อไร แล้วนอกจากนี้ในสาระของการมีส่วนร่วมเป็นประเด็นที่มีคําถามนะคะ เพราะฉะนั้น การที่จะให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้สร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย เดี๋ยวดิฉันจะเสนอว่า ในมาตราอะไรบ้าง เพราะการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงต้องมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มแรก ตั้งแต่ การริเริ่ม ตั้งแต่เรื่องของการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง เที่ยงตรง ทันการณ์ พอเพียง เข้าใจได้ง่าย และไม่มีค่าใช้จ่ายมาเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเหล่านั้น รวมทั้ง การรับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึงและก่อนที่จะพิจารณา เพราะว่าในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะเน้นการมีส่วนร่วมหลังจากการตัดสินใจไปแล้ว หรือเน้นในเรื่องของการให้ความร่วมมือ มากกว่าการที่จะให้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แต่คนที่จะทํากิจกรรมการมีส่วนร่วมคือรัฐ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมที่ตอนนี้เราจะใช้คําว่าประชารัฐนั้น จะต้องเป็นการบริหารงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ประชาชน เอกชน และภาคส่วนต่าง ๆ แทนที่จะให้รัฐเป็นผู้จัด แล้วก็ภาคส่วนต่าง ๆ เป็นคนเข้ามาในภายหลัง ซึ่งจริง ๆ แล้วคําว่า ธรรมาภิบาลจะเกิดขึ้นได้ยาก เพราะในเมื่อการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงเกิดขึ้นไม่ได้ ต้องรอรัฐจัด ต้องรอกฎหมายต่าง ๆ ออกมาเสียก่อน เพราะฉะนั้นมีประเด็นสําคัญที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ดิฉันขออนุญาตย้อนกลับไปนิดหนึ่ง หมวด ๘ ในมาตรา ๑๕๙ เขียนไว้ชัดถึงเรื่องของ พ.ร.บ. ที่จะต้องปฏิบัติตามหลักการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดีตรงนี้ดีมาก ดิฉันต้องชมว่ามาตรานี้ดีมาก แล้วก็มีมาตรา ๗๒ ซึ่งมีประเด็นคือไปอยู่ในแนวนโยบายแห่งรัฐ ทําให้ไม่สามารถที่จะเกิดการฟ้องร้องรัฐได้ แล้วก็ไม่ได้เป็นการบังคับรัฐว่าจะต้องพัฒนาระบบบริหารราชการแผ่นดิน ให้บริการประชาชน ที่มีประสิทธิภาพ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นเป็นไปได้หรือไม่ที่จะย้ายมาตรานี้ไปเป็นหน้าที่ ของรัฐ เพื่อให้ดําเนินการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน อย่างแท้จริง เพื่อให้เน้นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพราะว่าความมั่นใจในรัฐที่จะปฏิบัติตามธรรมาภิบาลเป็นไปได้ยากมาก เพราะว่าไม่รู้ เมื่อไรจะทํา ไปฟ้องก็ไม่ได้ ซึ่งตรงนี้คงจะต้องไปตัดข้อความที่บอกว่าไม่เป็นเหตุให้ฟ้องรัฐออก เพราะมิฉะนั้นก็จะทําให้ประชาชนมีความรู้สึกว่าอะไรจะฟ้องได้ อะไรจะฟ้องไม่ได้ และในที่สุดในเรื่องแนวนโยบายแห่งรัฐไม่จําเป็นต้องมีก็ได้ เพราะว่าถึงมีไปก็เหมือนกับรัฐ จะทําเมื่อไรก็ได้
คราวนี้กลับมาถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ดิฉันคงจะพูดเยอะหน่อย ในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นการกระจาย โอกาสให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสตั้งแต่ริเริ่มจนกระทั่งถึง ติดตาม ตรวจสอบ แต่ปรากฏว่าในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้การติดตาม ตรวจสอบโดย ภาคประชาชนได้ขาดหายไปในหลายเรื่อง ขาดหายไปเลย ซึ่งดิฉันคิดว่าคงจะต้องเอากลับมา เพราะว่ามิเช่นนั้นแล้วประชาชนก็จะกลายเป็นคนที่อยู่วงนอกหรือว่าเป็นผู้สังเกต หรือทําให้ ประชาชนไม่มีความเข้มแข็งแล้วกลายเป็นผู้ที่เฉื่อยชาต้องรอตลอดไป คราวนี้จะทําอย่างไร จึงจะให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในอนาคต ประเด็นที่สําคัญก็คือในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้ถูกตัดออกไป ที่บอกว่าการใช้อํานาจของรัฐจะต้องคํานึงถึง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หายออกไป น่าจะพิจารณาทบทวนเอากลับมา มาตรา ๒๖ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ นอกจากนี้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรา ๒๖ มาตราเดียวกัน แต่ว่าเขียนต่างกัน เพราะเขาบอกว่าการตรากฎหมายต้องคํานึงถึงเงื่อนไข ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ในกรณีที่ไม่บัญญัติต้องคํานึงถึงหลักนิติธรรม ดิฉันมีคําถามว่า ตามเงื่อนไขจะรู้ได้อย่างไร เขาบอกว่าถ้าไม่มีการกําหนดไว้ก็ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม เราก็ไม่แน่ใจว่าหลักนิติธรรมในความหมายนี้หมายถึงอะไร นิติธรรมในความหมายอย่างกว้าง หรือความหมายอย่างแคบที่เขาเรียกว่าธิค (Thick) หรือธิน (Thin) เพราะความหมาย อย่างแคบก็คือในเรื่องของแค่การออกกฎหมาย หรือบังคับใช้กฎหมาย ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ถ้าเป็นความหมายอย่างกว้าง เป็นความหมายอย่างลึกซึ้งที่เขาเรียกว่าธิค (Thick) จะคํานึงถึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ซึ่งตรงนี้คําว่าศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ไม่ค่อยมี อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราก็เลยไม่ค่อยแน่ใจสําหรับมาตรา ๒๖ ในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ นอกจากนี้มาตรา ๒๗ ซึ่งเคยมีมาตรา ๒๗ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ได้ถูก ตัดออกไป เพราะตรงนั้นเขาบอกว่าสิทธิและเสรีภาพมีผลผูกพันองค์กรอื่น ๆ แต่ว่าในร่างนี้ ดิฉันไม่เห็น นอกจากนี้มาถึงมาตรา ๔๓ ในร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๙ ก็ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้นี่ละค่ะ เขาบอกว่าในเรื่องของบุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิดําเนินการหรือร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือรัฐในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมอะไรอย่างนี้ก็ตาม ดิฉันถามว่าสิทธิชุมชนหายไปไหนจากที่เคยมีในมาตรา ๔๖ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาตรา ๖๖ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หายไป ซึ่งเดิมได้กําหนดให้ชุมชนได้มีส่วน ในการร่วมจัดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมาตรานี้ไม่ได้กําหนดในเรื่องของ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติเข้าไว้ แล้วก็สิ่งที่หายไปอีกเช่นเดียวกัน มาดูในมาตรา ๕๓ ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เรื่องของรัฐต้องอนุรักษ์ คุ้มครองอะไรอย่างนี้ ก็เป็นให้รัฐทําแต่ว่า ประชาชนไม่ต้องมาทํา และประชาชนก็คอยมาร่วมทีหลังก็เลยเป็นปัญหา แล้วก็จํากัดสิทธิ ของประชาชนในการที่จะมีส่วนร่วมเพราะต้องไปดูกฎหมายกําหนดอะไรอย่างนี้อีกนะคะ เพราะฉะนั้นทําอย่างไรที่จะเอาสิทธิของประชาชนเหล่านั้นคืนมา โดยเฉพาะเดิมที่เคยมี ในมาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ องค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค องค์กรอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อมนี้หายไป เพราะประชาชนเขาต่อสู้กันมานานกว่าจะได้สิทธิเหล่านี้ กว่าจะได้ คําเหล่านี้เข้ามาอยู่ในรัฐธรรมนูญ เป็นความภาคภูมิใจในการต่อสู้ของประชาชน แล้วก็ ๒ ทศวรรษในการมีความสุขกับการมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญท่านอย่าให้ความสุข ของประชาชนหายไปเลยนะคะ ดิฉันทราบว่าเวลาของกรรมาธิการนี้เหลืออยู่ไม่ทราบ ท่านประธานจะให้โอกาสดิฉันสัก ๕ นาทีไหมคะ