ถวิลวดี ชี้ร่างรัฐธรรมนูญลบบทบัญญัติคุ้มครองสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ ห่วงโปร่งใส

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

ถวิลวดี บุรีกุล ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่ตัดทอนบทบัญญัติคุ้มครองสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งอาจจำกัดความโปร่งใสและสิทธิของประชาชน โดยเสนอให้ทบทวนมาตราเดิมเพื่อคืนเสรีภาพในการมีส่วนร่วมทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มบทบัญญัติส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบการทุจริต การร้องทุกข์ และการเสนอกฎหมาย รวมถึงผลักดันการกำหนดสัดส่วนหญิงไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามในทางการเมือง การบรรจุคำว่า "เพศสภาพ" ในรัฐธรรมนูญ และการนำเจนเดอร์บัดเจตติงมาใช้เพื่อสร้างความเสมอภาคและสังคมที่เป็นธรรมบนพื้นฐานของความแคร์และความร่วมมือ

นางถวิลวดี บุรีกุล

ขอบพระคุณค่ะ นอกจากนี้ในเรื่องของการดําเนินการ ของรัฐที่จะอนุญาตโครงการหรืออนุญาตกิจกรรมอะไรก็ตามที่จะมีผลกระทบต่อ ความสงบสุขวิถีชีวิตของประชาชนต่าง ๆ ปรากฏว่าในมาตรา ๕๔ ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็รู้สึกว่าจะตัดสิ่งที่เคยมีในอดีตออกไป เช่น ในการจัดทํารายงานวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อม ผลกระทบทางสุขภาพนี้หายไป แล้วก็ไปใช้เกณฑ์ในเรื่องของระมัดระวัง แล้วก็ เรื่องของการยอมรับ ก็เลยถามว่าคําว่า ระมัดระวัง หมายถึงอะไร เพราะฉะนั้นจะดีกว่าไหม ถ้าจะทบทวนนํามาตรา ๖๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้กลับมาใช้

ส่วนประเด็นต่อไปดิฉันมีหลายเรื่อง เรื่องของการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเป็นเรื่องของความโปร่งใสในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ในมาตรา ๕๕ ที่รัฐจะต้องเผยแพร่ข้อมูล แต่ก็มีข้อจํากัดอีกเช่นเดียวกัน เขาบอกว่าก็มีข้อยกเว้น เรื่องความลับของราชการ เรื่องของความมั่นคง อันนี้เข้าใจได้ แต่ว่ามีคําที่เพิ่มมาก็คือ ความลับของราชการ อันนี้ก็เป็นที่สงสัยว่าใครจะเป็นคนตัดสินว่าอะไรเป็นความลับ และสุดท้ายทุกอย่างก็เป็นความลับประชาชนเลยไม่ต้องทราบนะคะ

นอกจากนี้ประเด็นการมีส่วนร่วมที่ดิฉันอยากจะเสนออีก ๒-๓ เรื่อง ก็คือ เรื่องของการมีส่วนร่วมในทางการเมือง การมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายในกระบวนการ ทางนโยบาย ซึ่งหายไปหลายเรื่องในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๘๗ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้ดิฉันเข้าใจว่าอาจจะไปอยู่ในภาคอื่น ๆ หรือว่าทําให้กระชับ แต่ว่าทําให้สั้น แต่สิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่มีความรู้สึกว่ามีหายไปดิฉันคิดว่า เอากลับมาดีกว่า ในเรื่องของการส่งเสริม สนับสนุน ดําเนินการทางนโยบาย เรื่องเหล่านี้เป็นต้น

แล้วอีกเรื่องหนึ่งคือการฟ้องรัฐ ก็ไม่ค่อยมีความสุขเลยที่ประชาชน ไม่สามารถจะดําเนินการตรงนี้ได้ เพราะเรื่องของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนี้ ประชาชนก็ไม่รู้จะทําอย่างไรในเมื่อประชาชนทําอะไรไม่ได้เลยจริง ๆ แล้วรัฐไม่ต้องทําก็ได้ นอกจากนี้สิ่งที่ขาดหายไปทําอย่างไรดีคะท่านประธาน แล้วท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สิ่งที่สําคัญคือเรื่องของการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบได้หายไปแล้ว ท่านลองพิจารณา ดูในมาตรา ๕๙ ขอให้เพิ่มเติมว่า ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบด้วย แทนที่จะให้ ประชาชนรับรู้ข้อมูลแต่เรื่องการทุจริตเท่านั้น ซึ่งก็แปลกประหลาดว่าเราจะเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับปราบโกง แต่ว่าจะให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ องค์กรอิสระ ทําเรื่องปราบโกง แต่เพียงลําพังคงไม่ได้หรอก คําว่า ประชารัฐ ต้องให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนในการปราบโกง แจ้งเบาะแส หรือว่าพยายามที่จะห้ามคนที่จะทําการโกงนี้ยุติการทําการโกงก็ได้ เขาเรียกว่า มีส่วนร่วมในการตรวจสอบด้วยนะคะ

แล้วอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องของการร้องทุกข์ สิทธิในการร้องทุกข์นี้รู้สึกว่า จะมีปัญหาในมาตรา ๔๑ ลองพิจารณาดูว่าทําอย่างไรประชาชนถึงจะเข้าใจว่าขอบเขต แห่งสิทธินี้อยู่ที่ไหนนะคะ

อีก ๒ เรื่องสุดท้าย การมีส่วนร่วมในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายมีน้อยมาก จากเดิมที่ประชาชนมีความภาคภูมิใจว่า ๑๐,๐๐๐ ชื่อเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ และมีกลไก ที่จะช่วยประชาชนในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ รวมทั้งประชาชนก็จะมีตัวแทนของเขา เข้าไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญอย่างน้อย ๑ ใน ๓ ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา สิ่งที่ยังขาดคือในกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญที่สมัยกรรมาธิการ ๓๖ ท่านทํานี้ ก็จะมีเรื่องนี้เข้าไว้ แต่ปรากฏว่าเรื่องเหล่านี้ได้ขาดหายไปนะคะ เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไร ให้มีความชัดเจนในเรื่องนี้เพราะเราไม่แน่ใจในกฎหมายที่จะต้องไปแก้นะคะ กฎหมายเข้าชื่อจะต้องไปแก้ให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เขียนอะไรไว้เลย ก็ต้องรอว่าในร่าง ครม. ที่จะต้องไปแก้นั้นจะออกมาอย่างไร เพราะฉะนั้นน่าจะเอาเรื่องนี้ใส่กลับเข้าไปนะคะ

ประเด็นเกือบสุดท้าย เรื่องของสัดส่วน สัดส่วนของสตรีในทางการเมือง ดิฉัน ต้องขอขอบคุณนะคะ ในมาตรา ๘๕ วรรคสาม ที่ได้ใส่ไว้ในเรื่องของการจัดทําบัญชีรายชื่อ ของพรรคการเมืองซึ่งจะต้องมีผู้สมัครที่ให้คํานึงถึงความเสมอภาคอะไรพวกนี้ แต่ว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทําให้เกิดผลในทางที่เป็นจริงได้ เพราะว่าข้อความที่เขียนไว้นั้นไม่ทําให้ พรรคการเมืองใดที่จะไปสรรหาผู้สมัครที่มีความเหมาะสมที่เป็นสตรีเข้ามาอยู่ในปาร์ตี้ลิสต์ (Party list) เลยนะคะ เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไร ก็เขียนให้ชัดเจนเลยดีกว่าไหมว่า ต้องมีสัดส่วนของผู้หญิงหรือเพศตรงข้ามในกรณีที่มีเพศใดเพศหนึ่งมากกว่าเพศหนึ่ง ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ทําไมถึงเป็น ๑ ใน ๓ ดิฉันไม่ได้ขอ ๕๐ ๕๐ เพราะว่าหลายประเทศ เขาก็พิจารณามาแล้วว่าเทสต์ ฟอร์ ลิมิต (Test for limit) หรือขีดที่จะทําให้ผู้หญิงมีสิทธิมีเสียง และจะทําให้เกิดนโยบายที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนก็อยู่ประมาณอย่างน้อย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็จากการสํารวจ ๑๑๘ ประเทศทั่วโลก ๖๐ ประเทศใช้กฎหมาย กําหนดให้มีโควตาผู้สมัครผู้หญิง ๓๖ ประเทศระบุว่าต้องสํารองที่นั่งให้กับนักการเมืองผู้หญิง แต่ว่าเราเรียกร้องแค่มีโควตาผู้สมัครก็ยังดีนะคะ ก็ขอให้ท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ลองทบทวนดู

ประเด็นสุดท้าย การมีส่วนร่วมในการจัดทํางบประมาณที่คํานึงถึง ความเสมอภาค เจนเดอร์บัดเจตติง (Gender budgeting) ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านประธาน กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ท่านมาชี้แจงให้พวกเราทราบเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านบอกว่าจะทบทวน จะไปพิจารณาเอาเรื่องเจนเดอร์บัดเจตติง (Gender budgeting) ใส่เข้าไปนะคะ ดิฉันต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างมาก เพราะเรื่องนี้จะทําให้เกิด ความเสมอภาคอย่างแท้จริง ไม่ได้ของบประมาณ ๕๐ ๕๐ แต่เป็นงบประมาณที่เวลา พิจารณาแล้วอย่างน้อยก็ได้ไปช่วยเยียวยาแก้ปัญหาให้คนกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความต้องการ แตกต่างกัน มีเพศสภาพที่แตกต่างกัน สุขภาวะที่แตกต่างกันด้วย ตรงนั้นดิฉันถือว่า เป็นเรื่องที่สําคัญมาก

แล้วอีกเรื่องหนึ่งคือคําว่า เพศสภาพ ลองพิจารณาดูว่าจะเอากลับมาใส่ให้เขา จะดีไหมคะ เพราะว่าในร่างรัฐธรรมนูญที่ตกไปนั้นก็มีคํานี้อยู่ ดิฉันอยากจะส่งท้ายดังนี้นะคะ เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นําไปสู่ความเป็นธรรม นําไปสู่การนําประเทศกลับสู่สังคมที่มี ความปรองดอง ดิฉันอยากจะขอบคุณท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่คํานึงคําว่า แคร์ (Care) ในที่นี้หมายถึงการเอาใจใส่ประชาชน คํานึงถึงสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ท่านแคร์ (Care) ความรู้สึกของประชาชน ท่านแชร์ (Share) ในที่นี้หมายถึงท่านให้โอกาส ของภาคประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ในการมีส่วนร่วมในการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านคํานึงถึงการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ท่านคํานึงถึงการนําคําว่า ประชารัฐ มาสู่ การปฏิบัติให้เป็นผล มีการกระจายอํานาจ มีการแบ่งปันการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นธรรม ให้กับทุกคน ทุกหมู่ ทุกเหล่า ไม่ว่าจะเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม คนไร้รัฐ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มผู้พิการ คนด้อยโอกาส เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ กลุ่มเพศสภาพ เป็นการสร้างพลังของประชาชน ให้เข้มแข็ง และสุดท้ายคําว่า แฟร์ (Fair) แฟร์ (Fair) ในที่นี้คือการสร้างสังคมที่ยอมรับกัน ว่าแฟร์ (Fair) การได้รับความเป็นธรรมจากการมีร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต้องขอขอบคุณค่ะ