รัชกฤต ชี้ร่างรัฐธรรมนูญคลุมเครือ กฎหมายวินัยการเงินต้องชัดเจน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

รัชกฤต กาญจนวัฒน์ หารือประเด็นกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐ พร้อมเสนอแนะแนวทางการจัดทำหรือแก้ไขกฎหมายดังกล่าวให้ชัดเจนและสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันความกำกวมและเร่งรัดให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา

พลเอก รัชกฤต กาญจนวัฒน์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลเอก รัชกฤต กาญจนวัฒน์ สมาชิกลําดับที่ ๑๒๓ ครับ จะขออภิปรายในประเด็น ที่เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐครับ ขอแสดงความชื่นชมกับผลงาน ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้ ท่านได้ร่างมาอย่างดียิ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การคลังของรัฐ เช่น ท่านอุตส่าห์ใส่ไว้ในหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ ในมาตรา ๕๘ รัฐต้องรักษา วินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพ และมั่นคงอย่างยั่งยืน ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ท่านยังอุตส่าห์ใส่ไว้ในหมวด ๘ คณะรัฐมนตรี ในมาตรา ๑๕๙ อีกด้วยว่า คณะรัฐมนตรีจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ยิ่งกว่านั้นในบทเฉพาะกาล ท่านยังอุตส่าห์ เพิ่มเติมลงไปอีกด้วยว่า ในมาตรา ๒๕๙ ครับ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอยู่ปฏิบัติหน้าที่ ต่อไปเพื่อจัดทําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นที่จําเป็นให้แล้วเสร็จ ซึ่งก็มี ๙ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และลําดับที่ ๑๐ ที่ปรากฏขึ้นมาก็คือกฎหมาย ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ โดยเขียนไว้ด้วยว่าจะจัดทําขึ้นใหม่หรือแก้ไขเพิ่มเติมก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และต้องมุ่งหมายให้มี การขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ และที่สําคัญก็คือท่านยังร่างไว้อีกด้วยว่า ต้องทําให้แล้วเสร็จภายใน ๘ เดือน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ถ้าทําไม่เสร็จ ให้หัวหน้า คสช. ตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญใหม่จนกว่าจะแล้วเสร็จ สิ่งนี้นํามาสู่ความเป็นห่วง ที่กระผมมีต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้ เพราะอาจจะมีคนกล่าวหาได้ว่าท่านทําไม่เสร็จ แม้ท่านคิดว่าทําเสร็จแล้ว เพราะมีคําถามว่ากฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ หมายถึงกฎหมายอะไรบ้าง มีกี่ฉบับ เพราะว่าในร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นฉบับนี้ไม่ได้มีระบุไว้ ถ้าย้อนกลับไปดูรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งมีหมวด ๘ การเงิน การคลัง และงบประมาณ ในมาตรา ๑๖๗ วรรคสาม จะระบุไว้ว่า ให้มีกฎหมาย การเงินการคลังของรัฐเพื่อกําหนดกรอบวินัยการเงินการคลัง ซึ่งรวมถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ การวางแผนการเงินระยะปานกลาง การจัดหารายได้ การกําหนดแนวทางในการจัดทํา งบประมาณรายจ่ายแผ่นดิน การบริหารการเงินและทรัพย์สิน การบัญชี กองทุนสาธารณะ การก่อหนี้หรือการดําเนินการที่ผูกพันทรัพย์สินหรือภาระทางการเงินของรัฐ หลักเกณฑ์ ในการกําหนดวงเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น และการอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้อง ใช้เป็นกรอบในการจัดหารายได้ กํากับการใช้จ่ายเงินตามหลักการรักษาเสถียรภาพ พัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และความเป็นธรรมในสังคม นี่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ครับ แต่ว่าได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ถ้าย้อนมามองดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านการเงิน การคลังของรัฐมีอะไรบ้างครับ ส่วนหนึ่งเช่น พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ พระราชบัญญัติกําหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วย การบริหารงานจังหวัด และกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑ พระราชบัญญัติเงินคงคลัง พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พระราชบัญญัติบริหารทุนหมุนเวียน พระราชบัญญัติ กําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย แม้กระทั่ง พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ นี่เป็นตัวอย่างเท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านพูดว่าจะแก้ไข จะจัดทําร่างใหม่ หรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ถ้าท่านแก้ไขได้หมด อันนี้ ผมยังอ่านมาไม่หมดนะครับ ก็ขออนุโมทนาสาธุด้วยครับ สิ่งนี้ก็นํามาสู่ทางเลือกที่ทาง คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินใคร่จะขอ แนะนําก็คือท่านมีหนทางปฏิบัติที่จะทําได้หลายหนทาง หนทางปฏิบัติอันแรก ก็คือแก้ไข ในบทเฉพาะกาล คือแก้ไขมาตรา ๒๕๙ (๑๐) กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่จําเป็นจะต้องจัดทําขึ้นใหม่หรือแก้ไขเพิ่มเติมมีอะไรบ้าง ท่านจะได้ไม่ต้องตกโจทย์เมื่อถึง ๘ เดือนนั้น หรือหนทางปฏิบัติอีกอันหนึ่งก็คือท่านร่างไว้ในหมวดที่เหมาะสมว่า กฎหมายว่าด้วยวินัย การเงินการคลังของรัฐคืออะไร คล้าย ๆ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือถ้าไม่พอใจท่านสามารถ เลือกอีกหนทางปฏิบัติหนึ่งได้ก็คือแก้ไขมาตรา ๑๒๕ ซึ่งกําหนดให้มีพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญ ๙ ฉบับอยู่แล้ว ก็คือเพิ่มขึ้นมาเป็นฉบับที่ ๑๐ อีกสักฉบับหนึ่งเรียกว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ สิ่งนี้เป็นไปตามที่เสนอ โดยสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ เสนอมาในร่างรัฐธรรมนูญที่ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติลงมติ แต่เผอิญร่างนั้นไม่ผ่าน เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ในการดําเนินการนี้ ถ้าใช้วิธีแก้ไขให้เป็น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ได้มีการดําเนินการเพื่อสนับสนุนคณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว โดยกระทรวงการคลังนั้นได้ร่างพระราชบัญญัติการเงินการคลัง ของรัฐตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วนะครับ ร่างมาหลายปีแล้ว กฤษฎีกาได้ร่วมพิจารณา อยู่ส่วนหนึ่งแล้ว ส่งไปแก้ไขต่าง ๆ แม้กระทั่งคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดินก็ได้พิจารณาประเด็นข้อเสนอต่อการร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ด้วยแล้วว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐเพื่อเตรียมสนับสนุน หนทางปฏิบัตินี้ถ้าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเลือกหนทางปฏิบัตินี้ สิ่งต่าง ๆ ที่ทาง คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินได้เสนอไปนั้น ก็ได้ใส่ไว้แล้วเป็นส่วนใหญ่ในร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นฉบับนี้ เพราะฉะนั้นประเด็นเรื่อง งบประมาณและการคลังภาครัฐที่จะบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญนี้ได้เสนอไปแล้ว ขออนุญาต ไม่อ่านในรายละเอียด แต่ว่าเป็นไปตามหนังสือ ที่ สปท. ๖๖/๒๕๕๙ ที่คณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินได้เสนอต่อคณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว พร้อมที่จะสนับสนุนหนทางปฏิบัติในทุกหนทางปฏิบัติที่ท่านจะ บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ที่ดีที่สุดคือการกําหนดให้เป็นพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญเป็นฉบับที่ ๑๐ ที่เพิ่มขึ้นมาว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐนะครับ เพราะว่า สิ่งนี้ก็จะเป็นการสนับสนุนความมุ่งหมายที่ได้ระบุไว้แล้วในร่างนี้ก็คือการขจัดการทุจริต และประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ แล้วก็จะสนับสนุนให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ทําภารกิจให้สําเร็จได้ภายใน ๘ เดือนด้วย นี่คือข้อเสนอฉันกัลยาณมิตรที่มุ่งประสงค์ดีครับ ขอบคุณครับ