เบญจวรรณ ชี้ควรมีหน่วยงานกลางกำกับจริยธรรมทางการเมือง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

เบญจวรรณ สร่างนิทร นำเสนอความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นความจำเป็นในการกำหนดแนวนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินอย่างชัดเจน เพื่อจัดวางบทบาทและอำนาจระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่นให้มีระบบ ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานกลางกำกับมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการ พร้อมผลักดันให้มีกฎหมายเฉพาะเพื่อส่งเสริมคุณธรรมและป้องกันการประพฤติมิชอบอย่างมีประสิทธิภาพ

นางเบญจวรรณ สร่างนิทร

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ดิฉัน นางเบญจวรรณ สร่างนิทร สมาชิก สปท. หมายเลข ๘๕ ดิฉันขอเสนอ ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญใน ๒ ประเด็น ดังนี้

ประเด็นแรก เกี่ยวกับเรื่องแนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ดิฉันเห็นว่าเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินเป็นเรื่องที่สําคัญ เพราะเป็นกลไกหลักในเรื่อง การบริหารประเทศ แต่ในครั้งนี้ในมาตรา ๗๒ ระบุเพียงว่ารัฐพึงพัฒนาระบบการบริหาร ราชการแผ่นดินและงานรัฐอย่างอื่น รวมตลอดทั้งการบริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และไม่เลือกปฏิบัติ ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เรื่องนี้ถ้ามองย้อนไป ที่ผ่านมาในปี ๒๕๔๐ เองก็ได้ปรากฏชัดแจ้ง ในมาตรา ๒๓๐ เรื่องการจัดตั้งกระทรวง ทบวง กรมขึ้นใหม่ ถ้าการดําเนินการนั้นมีการกําหนดตําแหน่งอัตราข้าราชการหรือลูกจ้างเพิ่มขึ้น ให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ แต่ถ้าไม่มีการเพิ่มอัตราของข้าราชการหรือลูกจ้าง การรวม โอน กระทรวง ทบวง กรม ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ทําให้มีหลักปฏิบัติในเรื่องนี้ ส่วนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ได้กําหนดเป็นแนวนโยบายด้านบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะ จะพูดถึงการจัดระบบการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ให้มีขอบเขต อํานาจหน้าที่ และความรับผิดชอบที่ชัดเจน เหมาะสมแก่การพัฒนาประเทศ และสนับสนุน ให้จังหวัดมีแผนและงบประมาณเพื่อพัฒนาจังหวัดเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ ส่วนเฉพาะที่ไม่ผ่านฉบับที่โดนคว่ําก็ระบุเรื่องการกระจายอํานาจ การจัดภารกิจอํานาจหน้าที่ และขอบเขตความรับผิดชอบที่ชัดเจนระหว่างราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น ท่านประธานคะ ก็ต้องยอมรับนะคะว่าการทํางานของทุกหน่วย มักจะขยายงานออกไปเรื่อย ๆ แน่นอนเมื่อขยายงานออกไปโอกาสที่จะทับซ้อนหรือบางหน่วย เขาบอกว่าซ้ําเสริม แต่ในการทําโดยทั่วไปจะไม่ซ้ําเสริมสิคะ จะกลายเป็นซ้ําซ้อน เพราะฉะนั้นเรื่องความซ้ําซ้อนย่อมเกิดขึ้นได้ จึงควรจะมีบทบัญญัติให้มีการทบทวน บทบาท ภารกิจของภาครัฐเป็นระยะ ๆ ตามความเหมาะสม โดยกําหนดเป็นหลักการไว้ใน รัฐธรรมนูญหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ เพื่อเป็นหลักในการบริหารราชการแผ่นดินให้มี ความถูกต้อง ชัดเจน และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะมีความจําเป็นที่จะต้องกําหนดบทบาท อํานาจหน้าที่และความสัมพันธ์ระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้ชัดเจน เพื่อลดความซ้ําซ้อน ความสิ้นเปลืองด้านงบประมาณ และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบราชการ โดยรวม หลักการสําคัญก็คือการแบ่งแยกให้ชัดเจนระหว่างผู้ดําเนินงาน จัดบริการสาธารณะ แก่ประชาชนก็คือเซอร์วิสโพรไวเดอร์ (Service provider) กับผู้กํากับดูแล การลดการรวมศูนย์ ของส่วนกลาง ปรับเปลี่ยนบทบาทของภูมิภาค และขยายบทบาทของท้องถิ่น จึงถือว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สําคัญควรจะตราเป็นมาตราเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องบริหารราชการแผ่นดินออกมา ต่างหากนะคะ

ประเด็นที่ ๒ เรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม ซึ่งที่ปรากฏในมาตรา ๗๒ เช่นเดียวกันว่า รัฐพึงจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นหลักในการกําหนด ประมวลจริยธรรมสําหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้น ๆ ซึ่งต้องไม่ต่ํากว่ามาตรฐาน ทางจริยธรรมดังกล่าว เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เดิมให้ความสําคัญมาก โดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาตรา ๗๗ บอกว่า รัฐต้องจัดให้มีแผนพัฒนาการเมือง จัดทํามาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ข้าราชการและพนักงานหรือลูกจ้าง เพื่อป้องกันการประพฤติมิชอบ และเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ เชื่อไหมคะแม้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กําหนดไว้เช่นนี้ แต่เมื่อตรวจสอบในรายละเอียดแล้วปรากฏว่าหน่วยงานทั้งหลายไม่ว่าจะ ที่กล่าวมา ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ แล้วก็เจ้าหน้าที่ของรัฐ มีการกําหนด มาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรมไม่มากเลย ถือว่าน้อยมาก แล้วรัฐธรรมนูญปีถัดมาคือ ปี ๒๕๕๐ ถือว่าให้ความสําคัญเรื่องนี้มาก ๆ โดยกําหนดเป็นหมวดหนึ่งเลย หมวดจริยธรรม ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยมาตรา ๒๗๙ กําหนดว่า มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ละประเภทให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่กําหนดขึ้น แล้วจากมาตรา ๒๗๙ นี้ ก็อาจจะที่ผ่านมาเมื่อปี ๒๕๔๐ ที่กําหนดมาไม่มีการกําหนดมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรม ออกมาเท่าที่ควร ในปี ๒๕๕๐ ก็เลยกําชับตามลงไปอีกในมาตรา ๒๘๐ บอกว่าเพื่อประโยชน์ ในการดําเนินการตามเรื่องนี้ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอํานาจหน้าที่เสนอแนะหรือให้คําปรึกษาในการจัดทําหรือปรับปรุง ประมวลจริยธรรม และส่งเสริมให้ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีจิตสํานึกในด้านจริยธรรม รวมทั้งรายงานการกระทําที่ฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมให้ผู้รับผิดชอบ มีการบังคับใช้ กรณีที่มีการดําเนินการไม่ถูกต้องจะต้องมีการรายงานต่อรัฐสภาด้วยนะคะ มาตรวจสอบดูร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในหมวด ๗ หมวดของรัฐสภา มาตรา ๙๖ (๑๓) สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงเมื่อฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และมาตรา ๑๐๖ (๗) สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลง เมื่อฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จุดนี้ตรงคําว่า มาตรฐานจริยธรรมนั้น เคยกําหนดไว้ที่ผ่านมาบอกว่าให้มีประมวลจริยธรรม แต่ตัวผู้กํากับดูแล หรือหน่วยงานกลางที่จะดูแลเรื่องนี้ไม่มีปรากฏชัดเจน ก็ได้ไปดู พ.ร.บ. ในส่วนอื่น ใน พ.ร.บ. ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินก็ไม่ปรากฏอีกนะคะ เดิมนั้นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะต้อง ไปตรวจสอบว่าหน่วยไหนได้ประพฤติปฏิบัติตามแค่ไหน เพียงไร แล้วถ้าฝ่าฝืนก็มีการรายงาน รัฐสภา แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ กําหนดไว้ชัดเจนในมาตรา ๒๗๙ ว่า ผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องประพฤติปฏิบัติตามมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรมตามที่กําหนดไว้ในประมวลจริยธรรม แต่เมื่อตรวจสอบดูแล้วปรากฏว่ามีข้าราชการ บางประเภทยังไม่ได้มีการจัดทําประมวลจริยธรรมเลย ในครั้งนี้ก็ได้ไปตรวจดูตรงหน้าที่ ของผู้ตรวจการแผ่นดินก็ไม่ได้ระบุนะคะ ไม่ปรากฏชัดเจนว่ามีอํานาจหน้าที่ในเรื่องนี้หรือไม่ หรือจะไปกําหนดไว้ในกฎหมายลูก ดิฉันก็อยากจะให้ดูตรงส่วนนี้ด้วยว่าจะต้องมี หน่วยงานกลางที่ดูแลตรงส่วนนี้ให้ชัดเจน จะต้องมีคนดูแลว่า ๑. หรือจะถือว่าเคยกําหนดมา ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เคยกําหนดมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วไม่ต้องมี หน่วยงานกลางที่จะดูแลในเรื่องนี้ ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่เราอาจจะขาดจุดนี้ไป อย่างไรก็ตาม ฝากดูตรงจุดนี้ด้วยว่าควรจะให้ใครเป็นหน่วยงานกลางที่จะดูแลในเรื่องนี้ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญ ถ้าบอกว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นร่างรัฐธรรมนูญปราบโกง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ สิ่งที่จะต้องเดินควบคู่ไปด้วยกันก็คือป้องกันหรือส่งเสริมด้านคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งดิฉันคิดว่า เรื่องคุณธรรมจริยธรรมเป็นเรื่องสําคัญนะคะ ไม่ว่าจะเป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถ้าคํานึงหรือประพฤติปฏิบัติตามมาตรฐานทางคุณธรรม ที่กําหนด แน่นอนค่ะ โอกาสในการประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่มิควรย่อมลดน้อยลงนะคะ ดิฉันถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้กําหนดออกมาเป็นการเฉพาะ เป็นกฎหมายที่แยกเฉพาะในเรื่องนี้เพื่อให้ทุกหน่วยตระหนัก แล้วก็ระบุไว้ให้ชัดเจนว่า ทั้งผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องคํานึงหรือว่า ประพฤติปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมค่ะ ดิฉันมีข้อเสนอแค่นี้ ขอบคุณมากค่ะ