สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติและบทบาทของทหารในการพัฒนาประเทศ และขอให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มบทบัญญัติการพัฒนาประเทศไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐมีบทบาทในการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์

กราบเรียนประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่เคารพ กระผม พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หมายเลข ๔๓ ผมขอแสดงความคิดเห็นกับร่างรัฐธรรมนูญใน ๒ ประเด็นหลัก ๆ คือเรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติและบทบาทของทหารในการพัฒนาประเทศ ในประเด็นยุทธศาสตร์ชาตินั้น คงเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่ารัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้ให้ความสําคัญ กับเรื่องยุทธศาสตร์ชาติเป็นอย่างยิ่ง เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาประเทศในระยะยาว ท่านได้กล่าวถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด จะเห็นว่าถ้าท่านฟังรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทุกวันศุกร์ ท่านจะได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีมาโดยตลอด โดยเฉพาะในรายการคืนความสุขให้คนในชาติเมื่อคืนวันศุกร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ท่านได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีเป็นอย่างมาก แสดงว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านให้ ความสําคัญและมีความมุ่งมั่นต่อเรื่องนี้มาก ทั้งนี้เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติแต่งตั้งกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีขึ้น โดยมีท่าน พลเอก วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีคณะอนุกรรมการ ๒ คณะคือคณะอนุกรรมการ จัดทําร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และคณะอนุกรรมการจัดทําแผนปฏิบัติการหรือโรดแมป (Road map) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทําและอยู่ในขั้นตอนที่จะนําไปรับฟังความคิดเห็น จากภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ซึ่งจะไป ด้วยกันนะครับ ทั้งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้สั่งการให้เผยแพร่ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ฉบับย่อให้แก่คณะรัฐมนตรี หน่วยงานราชการ สื่อมวลชน ในการแถลงผลงานของรัฐบาล ประจําปีที่ผ่านมา และได้แจกจ่ายให้แก่สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปแล้ว ถึงแม้ว่ายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีจะอยู่ระหว่างการจัดทํา แต่ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ กระทรวงและหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยนําไปใช้เป็นกรอบในการจัดทําแผน ๒๐ ปี รองรับ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีไว้ เช่นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ และการจัดทํา งบประมาณของสํานักงบประมาณก็เป็นการจัดทํางบประมาณในแบบตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งกระผมทราบว่าสภาของเราเองก็มีการทําแผน ๒๐ ปีเช่นกัน ดังนั้นตามที่ผมกล่าวมาแล้ว จึงชี้ให้เห็นความสําคัญของยุทธศาสตร์ชาติ และต้องขอบคุณคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ได้บัญญัติเรื่องยุทธศาสตร์ชาติไว้ในมาตรา ๖๑ มาตรา ๑๓๗ มาตรา ๑๕๗ และมาตรา ๒๖๓ แต่เนื่องจากมาตรา ๖๑ บัญญัติไว้ในหมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐซึ่งเป็นแนวทางให้รัฐ ดําเนินการตรากฎหมายและกําหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ก่อให้เกิด สิทธิในการฟ้องร้องรัฐ และบัญญัติว่ารัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ ดังนั้นหากคณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่ายุทธศาสตร์ชาติมีความสําคัญอย่างแท้จริงก็ควรจะบัญญัติไว้ในหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ รัฐต้องจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดสภาพบังคับและสามารถ ใช้ได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ในบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๖๓ ได้บัญญัติให้คณะรัฐมนตรี จัดให้มีกฎหมายตามมาตรา ๖๑ วรรคสอง ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญนี้ และดําเนินการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติตามมาตรา ๖๑ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ แสดงว่าต้องรอให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ประกาศใช้ก่อนจึงจะมี พระราชบัญญัติว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์ชาติได้ แต่ตามที่กระผมกล่าวมาแล้วว่า รัฐบาลนี้ได้จัดทํายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีไว้แล้ว ดังนั้นจึงจะทําอย่างไรให้ยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีนี้ ของรัฐบาลมีผลในทางปฏิบัติต่อไป อีกทั้งคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก็กําลังดําเนินการจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติเพื่อให้มีผลบังคับใช้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ดังนั้น คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็ควรจะได้พิจารณาในประเด็นนี้ด้วย ซึ่งสามารถที่จะเพิ่มเติม ข้อความในมาตรา ๒๖๓ เพื่อให้การดําเนินการของรัฐบาลมีผลต่อไป และเปิดโอกาสให้พระราชบัญญัติว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติที่กําลังจัดทําอยู่มีผลบังคับใช้ต่อไปด้วย โดยเพิ่มเติมข้อความว่า กรณีที่ยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์ชาติ ตามมาตรา ๖๑ ให้คณะรัฐมนตรีจัดให้มีกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติภายใน ๙๐ วัน และดําเนินการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติภายใน ๑ ปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้

ประเด็นที่ ๒ ในหมวดหน้าที่ของรัฐ ในมาตรา ๔๘ บัญญัติไว้ว่ารัฐต้อง พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขต และเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิ และผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐพึงจัดให้มีการทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ตามความเหมาะสม จะเห็นว่าหน้าที่ของทหาร ในการพัฒนาประเทศซึ่งเคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ และ พ.ศ. ๒๕๕๐ ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญนี้เลย ซึ่งเดิมทหารก็มีบทบาทในการพัฒนาประเทศ มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ําท่วม หมอกควัน ไฟป่า ขุดเจาะบ่อน้ํา สร้างฝาย สร้างอ่างเก็บน้ํา สร้างถนน สร้างอาชีพ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีความสุข ซึ่งที่ผ่านมาทหารก็ทําหน้าที่นี้ได้ดีและมีกฎหมายรองรับ ดังนั้นจึงขอฝากไปทางคณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญให้เห็นความสัมพันธ์บทบาทของทหารในการพัฒนาประเทศ โดยกรุณาเพิ่ม บทบัญญัติการพัฒนาประเทศไว้ในมาตรา ๔๘ ด้วย กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศจะได้รับข้อเสนอของผมผ่านไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญต่อไป ขอบคุณครับ