ทินพันธุ์ เสนอยุทธศาสตร์ชาติในรัฐธรรมนูญ ย้ำความต่อเนื่องพัฒนาประเทศ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

ทินพันธุ์ นาคะตะ สรุปการอภิปรายของกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติให้ชัดเจนและถาวรในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาประเทศจะมีความต่อเนื่อง โปร่งใส และมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน พร้อมเสนอให้บรรจุหลักการบริหารราชการแผ่นดินและธรรมาภิบาลไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นกรอบในการขับเคลื่อนการปฏิรูปภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ขอบคุณครับ เป็นอันว่าคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญเรียบร้อย แล้วนะครับ ขอบคุณคณะกรรมาธิการครับ ผมอยากจะเรียนว่าสําหรับการอภิปรายพรุ่งนี้ ก่อนปิดประชุมเราจะมีการลงมติกันในบางประเด็นนะครับ ก็เรียนให้ทราบเสียก่อน

ต่อไปเป็นการอภิปรายของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ขอเชิญประธานกรรมาธิการอภิปรายแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยใช้เวลาไม่เกิน ๒๐ นาทีนะครับ

พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ : กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ ในฐานะประธาน กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เบื้องต้นกระผม ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาให้เวลาคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดินเพิ่มขึ้น ๓๐ นาที แต่กระผมได้หารือในคณะกรรมาธิการแล้ว เราจะใช้เวลาอย่างประหยัดเพื่อไม่ต้องรบกวนสภาแห่งนี้จนเกินเหตุ เบื้องต้นอยากจะเรียนว่า ประเด็นที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน จะกราบเรียนท่านประธานมีอยู่ด้วยกัน ๔ ประเด็นหลัก แล้วมีผู้อภิปรายทั้งหมด ๙ ท่าน ประเด็นหลักที่จะขออภิปรายก็คือ ๑. ประเด็นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับ ประเด็นบริหารราชการแผ่นดิน ประเด็นที่ ๓ การผังเมือง และประเด็นที่ ๔ ความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และการมีส่วนร่วมของประชาชน

สําหรับในประเด็นยุทธศาสตร์ชาตินั้น อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านประธาน กรธ. ว่ากระผมและคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดินขอบพระคุณอย่างสูงที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ให้ความสําคัญกับยุทธศาสตร์ชาติ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านประชามติจะเป็นร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแรกที่ได้มีการบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติเป็นทางการไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ และเป็นฉบับแรก ใน ๑๙ ฉบับที่ผ่านมาที่มีการให้ความสําคัญในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ จึงขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านกรรมการที่เคารพด้วย กระผมชื่นชมเอกสารที่ทาง คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญโดยคณะอนุกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณาแจกในหัวข้อเรื่อง สรุปหลักการที่สําคัญ โดยเฉพาะในหน้า ๖ และหน้า ๗ ซึ่งแสดงว่าท่านกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเข้าใจและเห็นความสําคัญของยุทธศาสตร์ชาติเป็นอย่างยิ่ง กระผม ขออนุญาตอ่าน ระบุความตอนหนึ่งในหน้า ๖ และหน้า ๗ ว่า จัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นแนวทางเป็นเป้าหมายการพัฒนาของประเทศที่ชัดเจนเหมือนประเทศอื่น ๆ โดยยุทธศาสตร์ชาตินี้กําหนดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ชาติที่ทุกคนในชาติทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนต้องร่วมมือดําเนินการไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อมุ่งไปสู่ เป้าหมายเดียวกันคือความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนของชาติในระยะยาว และสําคัญที่สุดคือ ประชาชนต้องเห็นดีเห็นงามกับยุทธศาสตร์ชาติ และต้องร่วมมือกันกับรัฐเพื่อให้เกิดเป็น พลังผลักดันกันไปสู่เป้าหมาย โดยการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติต้องเป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ และกฎหมายดังกล่าวต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมและการรับฟังความเห็น ของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงด้วย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในร่างกฎหมาย ว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติที่ผ่านสภาปฏิรูปแห่งชาติไปเมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๘ มีหลักการ เช่นเดียวกับที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญกล่าวถึง ระบุถึงในเอกสาร ขณะเดียวกันขณะนี้ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินก็ได้ยกร่าง ปรับปรุงร่างเดิมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ก็ยังยึดหลักการ เนื้อหาและสาระคล้ายคลึงกับฉบับที่ผ่าน สปช. ไป และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งเมื่อฉบับที่ผ่าน สปช. ไปนั้น เมื่อผ่านไปวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๘ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กรุณากล่าวถึง ในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ และท่านให้ความสําคัญในเรื่องนี้มาก ในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ปีนี้ท่านก็ยังกล่าวถึง ฉะนั้นเรื่องยุทธศาสตร์ชาติจึงมีความสําคัญที่เรา จะต้องติดตาม และในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ชาติไว้หลายแห่ง แห่งแรกคือที่ร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๑ อยู่ในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ นอกจากนั้นแล้ว ได้มีกล่าวถึงในมาตรา ๑๕๗ ในเรื่องการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่เข้าบริหารราชการ แผ่นดินว่าจะต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และยุทธศาสตร์ชาติ ฉะนั้น จึงจะเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต้องสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนั้นแล้วในมาตรา ๑๕๙ ถ้ากระผมจําไม่ผิด ที่พูดถึงว่าคณะรัฐมนตรี ต้องบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายที่แถลงไว้ เมื่อเป็นเช่นนี้ถ้าไปโยงกับมาตรา ๑๕๗ ก็คือว่าการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แต่ที่ข้อกังวลสําหรับตัวกระผมเองหรือกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดินหลายท่านก็คือ ข้อความว่า รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาตินั้นไปบัญญัติไว้ในมาตรา ๖๑ ในขณะที่มาตรา ๖๐ ซึ่งเป็นมาตรานําในหมวดนี้พูดถึงว่า ข้อบัญญัติในหมวดนี้ไม่มีสิทธิฟ้องร้องรัฐ ถ้าในกรณี อย่างนี้ก็คือว่ารัฐจะทําก็ได้ ไม่ทําก็ได้ใช่หรือไม่ นี่เป็นประเด็นที่จะฝากไปที่ท่าน กรธ. ทั้งหลายนะครับ ในเมื่อท่านให้ความสําคัญกับยุทธศาสตร์ชาติแล้ว ฝากไปพิจารณาว่า จะกรุณาพิจารณาให้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นมาตราหนึ่งในมาตรา ๔๘/๑ ว่าเป็นรัฐต้อง จะได้ หรือไม่ จะเกิดความชัดเจน เพราะว่ารัฐบาลที่ให้ความสําคัญกับการพัฒนาประเทศ ให้ความสําคัญต่อการต่อเนื่องของนโยบายก็จะยึดถือตามยุทธศาสตร์ชาติ แต่ถ้าบางรัฐบาล อาจจะมีนโยบายบางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ สิ่งที่พยายามทําโดยสภานี้ หรือสิ่งที่ทําโดยรัฐบาลในขณะนี้ก็อาจจะไม่สัมฤทธิผล อยากกราบเรียนเพิ่มเติมไปด้วยว่า บางท่านอาจจะเป็นห่วงว่าถ้ายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีแล้วอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต เราไป กําหนดในสิ่งที่ยาวถึง ๒๐ ปีได้อย่างไร กราบเรียนว่าในร่างที่ผ่าน สปช. ไป หรือในร่างที่ สปท. กําลังทําอยู่ก็ตาม ได้ระบุไว้ชัดเจนว่ายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แต่อาจเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงได้ทุก ๕ ปี และในกรณีที่มีสถานการณ์ที่กระทบต่อยุทธศาสตร์ชาติในนัยสําคัญ ก็สามารถเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงได้ และที่สําคัญก็คือว่ายุทธศาสตร์ชาตินั้นต้องสอบถาม ความเห็นของประชาชนทุกภาคส่วน ไม่ใช่ประชาชนเท่านั้นนะครับ ทุกภาคส่วนในที่นี้ หมายถึงภาคการเมือง ภาคเอกชน และภาคประชาชนด้วย ฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียน ประเด็นนี้ไว้ว่าท่าน กรธ. กรุณารับพิจารณาด้วย นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของ ยุทธศาสตร์ชาติ

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่าเนื่องจากได้ให้ความสําคัญของ ยุทธศาสตร์ชาติไว้และได้มีการระบุไว้หลายมาตรา ฝากท่านพิจารณาว่ายุทธศาสตร์ชาตินี้ จะไปกําหนดเป็นหมวด ๑ จะได้หรือไม่เพื่อความสะดวกในการที่จะอ้างอิงในการพิจารณา นี่ก็คือประเด็นในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์ชาตินี้ความจริงมีอยู่อีกบางมาตรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๒๖๓ ซึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนดีอย่างมากที่ทางท่าน กรธ. ให้ความสําคัญไปบัญญัติไว้ว่ารัฐบาลจะต้องจัดให้มีกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติภายใน ๓ เดือน และให้ยุทธศาสตร์ชาตินั้นทําให้เสร็จใน ๑ ปี ซึ่งในรายละเอียดตรงนี้นะครับ เดี๋ยวท่าน พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ จะได้อภิปรายในส่วนนี้ ฉะนั้นกระผมจะผ่านในเรื่องของ ยุทธศาสตร์ชาติไป

ในประเด็นที่จะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทาง กรธ. ก็คือ ในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน ผมเชื่อว่าทุกท่านทราบอยู่ว่าการบริหารราชการแผ่นดินนั้น เป็นหลักสําคัญในการพัฒนาประเทศ ในการรักษาให้ประเทศคงอยู่ จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า ให้มีการบัญญัติในส่วนของบริหารราชการแผ่นดินไว้ในหมวด ๕ เช่นกัน อยากกราบเรียน ข้อเสนอ จึงขออนุญาตอ่านไว้ ๒ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ควรพิจารณาให้มีมาตราในหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ ข้อความ ทํานองว่า รัฐต้องจัดองค์กรภาครัฐให้สนองตอบภารกิจของรัฐ สนองตอบต่อยุทธศาสตร์ชาติ มีธรรมาภิบาล มีประสิทธิภาพ บริการประชาชนที่เป็นเลิศ นั่นคือประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝาก ท่าน กรธ. ไว้ว่าลองรับไปพิจารณาด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูง

ประเด็นที่ ๒ อยากฝากกราบเรียนพิจารณาว่าควรพิจารณาบัญญัติเป็น มาตรา ๒๖๗/๑ ข้อความทํานองว่า ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี ร่วมกันดําเนินการและผลักดันให้มีการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยเร็ว โดยจะต้องจัดทําแนวทางการปฏิรูปให้แล้วเสร็จ และเริ่มดําเนินการภายใน ๓ เดือน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เพื่อสนองตอบภารกิจของรัฐ สนองตอบยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อความมั่นคงของประเทศ ความมั่งคั่งของประชาชนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับหลักประชารัฐ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านบริหารราชการแผ่นดิน จะได้มีการอภิปรายต่อไป กระผมจะขอรบกวนเวลาของที่ประชุมเพียงเท่านี้ แต่ถ้ากรรมาธิการ อภิปรายแล้วมีเวลาเหลือนะครับ ถ้ากระผมเห็นว่ามีสาระสําคัญที่จะกราบเรียนเพิ่มเติม จะขออนุญาตสรุปในตอนท้าย ขอบพระคุณครับ