นิกร จํานง ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับมาตรา ๑๓๙ ของร่างรัฐธรรมนูญที่ห้ามฝ่ายการเมืองแทรกงบประมาณ โดยชี้ว่าอาจเป็นดาบสองคมที่ทั้งคุ้มครองและสร้างปัญหา หากจำกัดเกินไปจนขัดขวางการแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่ เช่น กรณีการขอสร้างสถานีขนส่งในจังหวัดชายแดนใต้ที่ต้องใช้งบแปรญัตติเพื่อตอบสนองสถานการณ์พิเศษ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้องขอบคุณทาง กรธ. ที่ได้มาร่วมฟังในวันนี้ด้วย ผมเองรับผิดชอบเกี่ยวกับหมวด ๑๕ ว่าด้วยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ว่ามีประเด็นถ้าจะพูดถึงมาตรา ๑๓๙ ที่ท่านสมพงษ์เพิ่งพูดเมื่อสักครู่นี้ ก็จะขอเพิ่มเติม สักเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะว่าจุดเด่นของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่ากันว่าเป็น ร่างรัฐธรรมนูญป้องกันการโกง แล้วก็มีการไปแถลงข่าวเป็นจํานวนมากว่าจุดเด่นก็คือ ไม่ให้ฝ่ายการเมืองมายุ่งกับงบประมาณเลยหลายครั้ง ผมเพียงแต่อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่เราทํานี้เป็นสิ่งที่ดีอย่างน้อยก็เป็นเกราะเรียกว่าเป็นลักษณะพิเศษของร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ที่พูดกันอยู่ตลอด แต่ทุกอย่างมีอีกด้านเสมอ เหรียญก็มี ๒ ด้าน กรณีนี้เหมือนกับ เป็นดาบสองคม คือส่วนหนึ่งทําให้เกิดสิ่งดี แต่เราต้องดูอีกคมหนึ่งด้วย ผมเปรียบเสมือน ดาบปลายปืนก็แล้วกัน ถ้าเราจะใช้กับอริราชศัตรูไม่มีปัญหาว่าคมไหนบาดก็ไม่เป็นไร แต่ว่าเราเอาสิ่งนี้มาใช้กับบ้านเมืองของเรา เราต้องพึงระวังอีกคมหนึ่งด้วย เพราะว่า ไม่อย่างนั้นจะบาดในสิ่งที่เป็นประโยชน์และจะสร้างปัญหา แล้วสุดท้ายจะกลายเป็นบาปบริสุทธิ์ สําหรับผู้ที่คิดค้นขึ้นมา ผมเรียนตัวอย่างเรื่องนี้ให้ชัด ๆ ก็ได้ มาตรา ๑๓๙ อยู่ในหมวด ๗ เรื่องรัฐสภา ว่าด้วยเรื่องสภาทั้งสอง ผมมีตัวอย่างอย่างนี้ให้ลองไปพิจารณากัน เมื่อปี ๒๕๔๖ ผมได้มีโอกาสเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วงนั้นมีปัญหาความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินรุนแรงมากในภาคใต้ แล้วรัฐบาลในขณะนั้นสั่งรัฐมนตรีทุกคนให้ลงไป ดูสิว่าจะทําอะไรได้เป็นการช่วยเหลือเพื่อจะแก้ปัญหาระยะยาว ผมเองชํานาญพื้นที่ ก็ไปดูขนส่งทางบกว่ามีขาดอะไรอยู่บ้างในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปรากฏว่าผมตกใจมาก ใน ๕ จังหวัดสถานีขนส่งที่มีอยู่ทั่วไปที่ภาคใต้มีที่จังหวัดสงขลาแห่งเดียว สถานีเดียว ในจังหวัดยะลาจังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล ไม่มีเลย ผมยังพูดในสภา ได้ตอบสมาชิกที่เขาพูดเรื่องนี้ขึ้นมาว่าประชาชนใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้เว้น จังหวัดสงขลาไปประเทศมาเลเซียง่ายกว่ามาประเทศไทย ผมก็เลยมีความเห็นเสนอ ต่อคณะรัฐมนตรีว่าถ้าอย่างนั้นเราต้องไปสร้างสถานีขนส่งที่นั่นขึ้นมาให้ได้ อย่างน้อย เขาจะได้เชื่อมต่อไม่อย่างนั้นจะขาดออกไปเลย เรารู้สึกว่าหวาดกลัวเรื่องแยกดินแดนอยู่ด้วย อะไรอยู่ด้วย ก็ปรากฏว่าไปเจอข้อจํากัดครับ ของขนส่งทางบกถ้าเราจะไปสร้างสถานีขนส่ง จะต้องมีงบประมาณเฉพาะสร้างสถานีเท่านั้นเอง ไม่มีที่ ทีนี้ท่านลองคิดดูตอนนั้นผมคิดว่า ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถ้าเราจะขอคือทําได้ในที่ที่มีการบริจาคเท่านั้นเอง ที่มีการบริจาค ต้องอยู่นอกเมืองในเมืองไม่มีใครให้ ถ้าอยู่นอกเมืองแล้วเราไปสร้างสถานีขนส่งและถามว่า ใครจะไปใช้ในเมื่อคุณวางระเบิดกันแบบนี้ มีการซุ่มยิงแบบนี้ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ผมเลยขอเสนอต่อ ครม. ว่าจะขอเงินซื้อที่ด้วย ในประเทศไม่มีลักษณะแบบนี้ ขอซื้อที่ดิน ๒๐ ล้านบาท แล้วก็ของบประมาณ ๒๕ ล้านบาท รวมแล้ว ๔๕ ล้านบาทของบประมาณ จากการแปรญัตติ เพราะว่าเรามาเริ่มตอนหลังแล้วนะครับ ก็ของบแปรญัตติปรากฏว่า ในปีที่ ๑ ได้มา ๓ แห่ง ผมก็ให้เขาไปสร้าง ไม่ได้ลงไปเกี่ยวข้องอะไรทั้งนั้นจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาสได้ครบ ตอนนี้มีแล้วอยู่กลางเมืองเราซื้อที่เพราะว่า ประชาชนได้ใช้จะได้ไม่หวาดกลัว ไปอยู่ข้างนอกไม่ได้ นี่เป็นการแก้ปัญหากรณีพิเศษ ปรากฏว่าในปีนั้นที่จังหวัดสตูลไม่ได้ ผมก็มาที่สภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดชายแดนภาคใต้เขาก็ร้องเรียนเรื่องนี้ในสภาว่าทําไมให้ไปไม่ครบ จังหวัดชายแดน ภาคใต้มีปัญหาอะไรนักหรือ ผมก็ไปตรวจสอบ แล้วสํานักงบประมาณก็มาชี้แจงต่อ ครม. ผมเป็นคนเชิญมา สํานักงบประมาณก็ให้ความเห็นว่าพิจารณากันแล้วจังหวัดสตูล ไม่มีการวางระเบิด จังหวัดสตูลไม่มีการซุ่มยิงใด ๆ เพราะฉะนั้นจังหวัดสตูลยังไม่มีความรุนแรง ไม่ให้ ยังไม่เข้าเกณฑ์ ผมโกรธมากนะครับ ผมพูดแรง ๆ ว่าคุณจะให้ฆ่ากันเสียก่อนใช่ไหม คุณจะให้มีเหตุการณ์รุนแรงแล้วค่อยให้เขาใช่ไหม ผมให้ความเห็นแบบนี้แล้วก็ด้วย ความไม่สบายใจมาก ครม. ในขณะนั้นก็เลยมีมติว่าถ้าอย่างนั้นเฉพาะจังหวัดสตูลที่ขอไป ในปีนั้นให้แปรญัตติเอางบประมาณมาทั้ง ๒ อย่างเลย ก็คือในปีถัดมางบ ๒๐ ล้านบาท ซื้อที่กลางเมืองจังหวัดสตูล แล้วก็ ๒๕ ล้านบาท สร้างสถานีขนส่งซึ่งใช้อยู่ในขณะนี้ ผมเรียนว่ากรณีนี้ถ้าเอามาตรา ๑๓๙ ของท่านมาจับจะเกิดอะไรขึ้น ๑. หากงบประมาณ ในชุดแรก ๓ จังหวัด ผมรับเรื่องมา ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภาคใต้ เป็นรัฐมนตรี แสดงว่าอยู่ในพื้นที่ผม การขอตรงนี้จริง ๆ ไม่เกี่ยว แต่เนื่องจากว่าผมรู้พื้นที่ก็เลยเสนอ เรื่องนี้ขึ้นมา ผมเองต้องถูกออกจากรัฐมนตรี ครม. ที่อนุมัติก็โดนเพราะว่าไปแปรญัตติ ตามคําเสนอของผมซึ่งเป็นคนในพื้นที่ เป็นรัฐมนตรี ทีนี้รวบกันหมดของจังหวัดสตูล ส.ส. ๒-๓ คน ซึ่งบางคนมาจากจังหวัดปัตตานี บางคนก็มาจากจังหวัดสตูลที่ให้ความเห็น บันทึกไว้ในสภา แล้วเราก็เอาไปเสนอ ครม. แล้วก็มีการแปรญัตติเพื่อส่งงบไปที่จังหวัดสตูลเพื่อจะ สร้างอันนี้ เพื่อจะแก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขณะนี้ใช้ในการท่องเที่ยวได้ดีมาก ส.ส. ๒-๓ คนนั้นก็ต้องถูกออกหมด ผมก็โดนด้วย ครม. ทั้งหมดถูกรวบทั้งคณะเลย นี่ละคืออีกคมหนึ่งถ้าเราคงตรงนี้ไว้ เพราะฉะนั้นลองไป พิจารณาดี ๆ ว่าตรงนี้เราป้องกันไม่ให้นักการเมืองมายุ่งเรากําลังป้องกัน ท่านรองประธาน เคยอยู่สํานักงบประมาณ ถ้ากรณีนี้ท่านโดนด้วย ถ้าในกรณีจังหวัดสตูลหรือ ๔ จังหวัด ท่านโดนประมาณ ๒๐๐ ล้านบาทที่ต้องช่วยกันจ่าย แต่ถ้าเป็นโครงการใหญ่ ๆ เพราะว่า ในร่างรัฐธรรมนูญนี้กําหนดว่าต้องให้จ่ายคืนด้วย ซึ่งข้อนี้เข้าแน่ ๆ เพราะว่า ส.ส. อภิปราย รัฐมนตรีก็ดันไปอยู่ภาคใต้ และถ้าหากว่ารัฐมนตรีเป็น ส.ส. ด้วยเราจะทําอย่างไรกัน กับการที่ว่า เขารู้ปัญหาบ้านเมืองทําขึ้นมาไม่ได้หวังผล เพราะรัฐบาลชุดนั้นก็ไม่ใช่รัฐบาลที่อยู่ในภาคใต้ ได้อนุมัติงบนี้ขึ้นมา นี่เป็นตัวอย่างที่ว่าอีกคมหนึ่งพึงระวัง ดูดีแต่มีปัญหาอีกด้านหนึ่ง เราจะลบคมด้านนั้น ถ้าเราใช้เป็นดาบไทยก็ไม่เป็นไร ให้มันมีคมข้างเดียว แต่เรากําลัง ใช้กระบี่หรือว่าดาบปลายปืนที่มีคม ๒ ด้าน เราจะทําอย่างไรกับคมอีกข้าง เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ก็เหมือนกันท่านประธาน รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดขณะนี้เท่าที่เราจํากันได้คือรัฐธรรมนูญฉบับ ประชาชน ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทํากันอย่างยากลําบากและตกลงกันว่าเราจะไป แก้ข้างหน้า แล้วก็ใช้กันอยู่ ๑๐ ปี ตอนที่ทําตอนนั้นผมก็อยู่ในสภาด้วย แล้วก็มีความเห็นกันว่า ไปแก้กันข้างหน้าดีที่สุดแล้วละปรากฏว่าสิ่งที่อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็คือว่าแก้ยาก ตอนช่วงที่มีปัญหารัฐบาลมีจํานวนมาก แล้วพวกผมไปเป็นฝ่ายค้าน พยายามที่จะอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาล ปรากฏว่าในรัฐธรรมนูญนั้นกําหนดให้เสียงอภิปรายมาก เสียงของพวกเรา รวมกัน ๑๒๕ เสียงไม่สามารถจะอภิปรายได้ ถ้าหากว่าเราสามารถอภิปรายได้ในคราวนั้น สภาจะจัดการกับปัญหาของตัวเองได้ มีการอภิปรายไป มีการนําเสนอกันไป แล้วสุดท้าย จะต้องมีการยุบสภาแล้วก็เลือกตั้งกันใหม่ ปรากฏว่าทําไม่ได้ ไม่สามารถทําได้ เราพยายาม กันอย่างมากที่จะแก้รัฐธรรมนูญในช่วงนั้นท่านประธาน ไม่มีโอกาสเลย ประชาชนก็ไม่มีสิทธิ มาปี ๒๕๕๐ มีโอกาสมาก ดังนั้นหลังจากนั้นมามีการยึดอํานาจ ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ แล้วก็รื้อกันใหม่ การเมืองเข้าทางตัน นั่นคือฉบับที่ดีที่สุด ฉบับนี้ไม่ใช่ฉบับที่ดีที่สุด แต่กําลัง จะมีปัญหา ฉบับนั้นแก้ยาก ฉบับปี ๒๕๕๐ ก็แก้ยาก ของอาจารย์บวรศักดิ์ที่เสนอขึ้นมา ฉบับนั้นแก้ยากมากเหมือนกัน แต่ฉบับนี้แก้ไม่ได้ ผมอยู่ในสภาผมรู้กลไกว่าข้อเท็จจริง เราทํากันอย่างไร ฉบับนี้ที่เขียนกันขึ้นมาเป็นลักษณะแบบแก้ไม่ได้เลย เป็นเหมือนค่ายกล ๗ ดาว ถ้าท่านที่ได้ดูมังกรหยกสมัยโน้นนะครับ ซึ่งเป็นค่ายกลของเฮ้งเต็งเอี้ยงแห่งสํานัก ช้วนจินก่า ท่านประธานก็คงทันนะครับ เป็นค่ายกลแบบ ๗ ชั้นในการจะแก้รัฐธรรมนูญ ผมจะเรียนให้ทราบว่าแต่ละดาวมีอะไรบ้าง ค่ายกลด่านที่ ๑ ในมาตรา ๒๕๓ (๓) บอกว่า ในการแก้รัฐธรรมนูญจะต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งในวาระที่หนึ่ง แต่ต้องมี ส.ว. เห็นชอบไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของ ส.ว. เดิมเราใช้เกินครึ่งหนึ่ง แต่ขณะนี้พอ ๑ ใน ๓ ของ ส.ว. หมายถึง ๗๐ คน ถ้าหากว่า ๓ ส่วนนะครับ คะแนน ส.ว. ต้องเป็น ๖๖ คนด้วย ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญ ส.ว. ไม่เห็นด้วยไม่ต้องแก้ ผมย้อนกลับไปว่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้นก็คือว่าตอนที่เราแก้รัฐธรรมนูญ ครั้งแรกโดยการที่ว่าให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นประธานรัฐสภา ตอนนั้น ๒ สภา เหมือนกัน ใช้รัฐสภา ก็ช่วยกันแก้ ช่วงนั้นสภาผู้แทนราษฎรลงมติเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ได้วุฒิสภามาบ้าง ผมมาเดินตรงนี้ผมยังจําได้ว่าพอรัฐธรรมนูญผ่านก็คือเราเปลี่ยนจาก ประธานสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นประธานรัฐสภา เราดีใจกันว่านี่เป็นอํานาจของประชาชน ส.ว. ตอนนั้นมาจากการสรรหา ผมยืนที่หน้าบัลลังก์นี้ก็คุยกับอาจารย์ชัยอนันต์ซึ่งท่านเป็น สมาชิกวุฒิสภาซึ่งเห็นด้วย ผมบอกว่าขอบคุณอาจารย์ อาจารย์ชัยอนันต์บอกว่าพวกคุณ ต้องขอบใจพวกคุณเองคือ ส.ส. ที่จับมือกันแล้วแก้รัฐธรรมนูญ ส.ว. เรามาลงคะแนนให้คุณ ไม่มากนัก ตอนนั้นเป็นครั้งแรก ถามว่าเรื่องนี้มีปัญหาตรงไหนในการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่มี แต่ถ้าเป็นแบบนี้ตามค่ายกลอันนี้แก้ไม่ได้ใช่ไหมครับ เพราะว่าเสียง ส.ว. ต้องได้ ๑ ใน ๓ เราไปผูกไว้ตรงนี้ทําไม เพื่อป้องกันอะไร ป้องกันการแก้รัฐธรรมนูญ นี่ด่านที่ ๑ มุมกลับก็ได้ สมมุติไป เรื่องนี้ยังไม่เกิด มีปัญหา รัฐบาลหน้า ๕๐๐ เสียง ต้องมีเสียงเกินครึ่งก็คือ ๒๕๐ ผมตีว่า ๒๖๐ แสดงว่ามีฝ่ายค้านอยู่ ๒๔๐ ถ้าวุฒิสภาทั้งหมดมีประเด็นใด ๆ ที่ต้องการ จะแก้รัฐธรรมนูญให้มีสิ่งที่ดีขึ้นเราเลยถือว่าวุฒิสภามีนัยสําคัญแห่งการแก้ ไปร่วมมือกับ ส.ส. ฝ่ายค้านแก้รัฐธรรมนูญได้ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ ส.ว. ทั้งหมดมาก็ไปเจอด่านที่ ๒ ก็คือว่า ส.ส. ต้องเห็นด้วยทุกพรรคเกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ที่มี ส.ส. เกิน ๑๐ คน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือ ด่านที่ ๒ ระบุไว้ว่าอยู่ในวาระที่สาม ในการจะดําเนินการแก้รัฐธรรมนูญในวาระที่สามต้องมี มติมากกว่ากึ่งหนึ่ง ทั้งนี้ต้องมี ส.ส. ของพรรคการเมืองที่มี ส.ส. ตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไปเห็นชอบ ไม่น้อยกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าถ้ามีพรรคการเมืองสักพรรคเดียวที่มีเสียงเกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หมายถึง ๑๐ คนขึ้นไปไม่เห็นด้วยสักพรรคเดียวไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งหมด ตรงนี้เสียงส่วนน้อยล็อก (Lock) เสียงส่วนใหญ่ อย่างเมื่อสักครู่นี้นะครับ จํานวนวุฒิสภาแค่ ๑๙.๑๔ เปอร์เซ็นต์ของ ๗๐๐ สามารถที่จะทําให้รัฐธรรมนูญไม่แก้ได้หมดเลย นี่ก็เหมือนยิ่งน้อยเข้าไปอีก ส.ส. ๑๐ คนจากพรรคที่มีเสียงเกิน ๑๐ คนไม่เห็นด้วยก็แก้ไม่ได้ นั่นคือค่ายกลที่ ๒ ค่ายกลที่ ๓ ไปอีกชั้นหนึ่ง สมมุติว่า ส.ส. ที่มีเสียงเกิน ๑๐ คนเห็นด้วยหมด แต่เขาให้รวมในมาตรา ๒๕๓ (๖) ส.ส. ที่ไม่ถึง ๑๐ คนไปรวมกันหมดแล้วต้องได้เสียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์จากเขาอีก ท่านลองดูว่า ถ้ามีใครไม่อยากให้แก้รัฐธรรมนูญไปล็อก (Lock) ตรงนี้ ๒-๓ ล็อก (Lock) ไม่ว่าจะเป็นด่านที่ ๓ หรือด่านที่ ๒ อยู่แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ด่านต่อไปด่านที่ ๔ รัฐธรรมนูญในวาระที่สามที่ ส.ว. เห็นชอบด้วย ส.ว. เองจะต้องมีเห็นด้วยเหมือนกัน เมื่อสักครู่วาระที่หนึ่ง ส.ว. ล็อก (Lock) อยู่ พอวาระที่สาม ส.ว.ต้อง ๑ ใน ๓ อีก นี่วาระที่สามนะครับ นี่เป็นด่านที่ ๔ ด่านที่ ๕ ค่ายกลด่านที่ ๕ ในค่ายกล ๗ ดาวที่ล็อก (Lock) เอาไว้ ด่านที่ ๕ ก็คือมาตรา ๒๕๓ (๗) บอกว่าเมื่อผ่าน ๓ วาระแล้วก่อนนําขึ้นทูลเกล้าฯ ถ้าหากว่าพิจารณาในวาระที่สามแล้วเห็นว่า ขัดกับรัฐธรรมนูญจะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวินิจฉัยอีก ส่วนอะไรบ้างที่เกี่ยวก็มาเป็น ด่านที่ ๖ ในส่วนที่มีการเขียนว่าส่วนพระมหากษัตริย์ ส่วนแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับศาล องค์กรอิสระ หรือที่ทําให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ การดําเนินการตรงนี้จะต้องลงประชามติ ถ้าท่านกําหนดว่าให้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ จะยิ่งแล้วใหญ่ นี่คือด่านที่ ๖ ที่ไม่ให้แก้ ก็คือว่าเอาไปลงประชามติ ไปถึงสุดท้ายก่อนที่จะ โปรดเกล้าฯ ก่อนที่จะนําขึ้นทูลเกล้าฯ ตามมาตรา ๒๕๓ (๙) บอกว่า ในเบื้องต้นถ้ามีลักษณะ เป็นประชามติแล้วแต่เมื่อมีการพิจารณาแล้วหมายถึงร่างรัฐธรรมนูญที่เมื่อสักครู่นี้ ถ้าจําเป็นจะต้องมีลักษณะตามหมวดทั่วไป หมวดพระมหากษัตริย์ หมวดการแก้ไข รัฐธรรมนูญ หรือจริง ๆ หมวดพระมหากษัตริย์ไม่มีใครไปแก้อยู่แล้ว แต่หมวดตรงนี้สาระ หรือนัยสําคัญก็คือองค์กรอิสระถ้าเราต้องการจะแก้องค์กรอิสระต้องผ่านประชามติ แต่ทั้งหมดแล้วบางเรื่องที่อาจจะไม่เข้าตามนั้นถ้าหากว่า ส.ส. หรือ ส.ว. รวมกันเสนอ ก็สามารถจะให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้วก็วินิจฉัยได้อีก ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นดังกล่าวที่ผมเรียนแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ของปี ๒๕๔๐ มีปัญหาถูกฉีกไปแล้วเพราะว่า แก้ไม่ได้ แค่ต้องการจะแก้จํานวนอภิปรายเท่านั้นเอง ไปแล้ว ฉบับนี้มีปัญหาอยู่ในหลายส่วน เวลาที่ผ่านไปร่างรัฐธรรมนูญแก้ปัญหาในอดีตและมาสร้างปัญหาใหม่ในปัจจุบัน และปัญหาใหม่ ที่ใหญ่กว่าในอนาคตเสมอทุกฉบับพอโลกหมุนไปแล้วทุกอย่างมันก็เปลี่ยน แต่ถ้าหากว่าเรา ไม่เตรียมไว้สําหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้บ้าง แรงอัดทั้งหลายจะไปอยู่ที่ตัวรัฐธรรมนูญเอง เหมือนกับฉบับปี ๒๕๔๐ สิ่งดี ๆ ที่เราจะทําในอนาคตไม่ต้องทํากัน อาจจะมีใครไปกระตุกเอาไว้ ไปล็อก (Lock) พรรคการเมืองสักพรรคหนึ่งก็อยู่แล้ว หรือว่ามีความขัดแย้งมันไม่มีทางออกเลย ดังนั้นผมเรียนว่าสิ่งนี้เป็นค่ายกล ๗ ดาวจริง ๆ ที่ว่าคนที่ผ่านได้ในอดีตมาก็คืออึ้งเอี๊ยะซือคนเดียว อึ้งเอี๊ยะซือก็คือเป็นพ่อของอึ้งย้งนั่นเอง ซึ่งเขาเป็นจอมยุทธ์บูรพา ทีนี้เราต้องการจอมยุทธ์บูรพา กันอีกหรืออย่างไร แล้วผมไม่ทราบว่าในการฝ่าด่านค่ายกลตรงนั้นอึ้งเอี๊ยะซือเขาทําอย่างไร เหมือนว่าจะใช้วิธีใด ๆ ก็ไม่รู้นะครับ ดังนั้นผมฝากประเด็นนี้ไว้ว่าผมเห็นด้วยที่มีการกําหนดว่า รัฐธรรมนูญต้องแก้ยากนิดเพราะเป็นกฎหมายแม่ แต่ไม่ใช่เขียนโดยที่แก้ไม่ได้เลย และสุดท้ายแม้แต่คนเขียนเองถ้าหลุดเข้าไปในค่ายกลนี้เขาออกไม่ได้ แล้วเราจะเขียนกัน แบบนี้อีกคมหนึ่งมันมีปัญหาเป็นดาบสองคม เราจะเขียนกันแบบนี้ทําไม เพื่ออะไร แล้วเรา ไม่มีโอกาสที่จะไปเลยหรือ หรือเราไม่มีโอกาสที่จะแก้ไขเลยหรือ ผมตั้งคําถามนี้ไว้เป็นคําถาม ที่สําคัญ แล้วก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรรมการด้วยว่าต้องขอให้ท่านที่ร่างซือแป๋ ทั้งหลายกรุณาโปรดรั้งมือไว้ไมตรีบ้าง ไม่อย่างนั้นมันจะมีปัญหากันไปทั้งยุทธจักรแน่ ๆ นําเรียนที่ประชุมครับ ขอบพระคุณครับ