สมพงษ์ สระกวี วิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญสามารถถอดถอนผู้แทนราษฎร วุฒิสมาชิก และคณะรัฐมนตรีได้ตามมาตรา 139 โดยเห็นว่าขัดกับหลักประชาธิปไตยและทำให้เกิดอำนาจล้ำเกินความคาดหมาย
ท่านประธานที่เคารพ ท่านคณะกรรมการ ตัวแทน คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ท่าน ผม สมพงษ์ สระกวี สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๖๑ ท่านประธานครับ ก่อนหน้าที่เราจะได้พิจารณาหรือให้ข้อเสนอความเห็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ในวันนี้นั้น ก่อนหน้านี้เมื่อวันพฤหัสบดี วันศุกร์ ผมก็ได้มีโอกาสฟังอีกสภาหนึ่งนะครับ ก็ให้ความคิดเห็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ก็สนุกดีครับ ก็รู้สึกว่าจะคิดอยู่แต่เฉพาะ สภาของตัว ครั้นมาวันนี้ถ้าเกิดสภาแห่งนี้เสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญเฉพาะที่เกี่ยวกับ สภาของตัวอีกผมก็คิดว่าเป็นเช่นนี้เอง ท่านประธานครับ ได้มีผู้คนบอกว่าเป็นถึง รองนายกรัฐมนตรี ผมได้ฟังข่าวเมื่อเช้านี้ได้วิจารณ์ว่าผู้ที่วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นมิได้ อ่านร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ท่านประธานครับ ผมได้อ่านทั้งฉบับและอยากจะเรียนว่าถ้าใคร ได้อ่านทั้งฉบับแล้วจะหนาว หนาวยิ่งกว่าอากาศเมื่อเช้านี้ ท่านประธานครับ บทบัญญัติสําคัญ บัญญัติไว้เป็นบทบัญญัติทั่วไปแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ กล่าวว่า อํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อํานาจนั้น ทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ก็ตีความได้ว่าอํานาจสูงสุดนั้นองค์พระมหากษัตริย์ ทรงใช้ผ่านทางรัฐสภา ทางคณะรัฐมนตรี และทางศาล และอํานาจสูงสุดนั้นเป็นของราษฎร ทั้งหลาย ไม่ใช่ของคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด แต่เมื่อได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว ผมอยากจะ เรียนท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญว่าเราจะได้พบอํานาจใหม่ที่แสนวิเศษสุดมาใช้อํานาจ แทนปวงชนชาวไทยอย่างน่าเกรงขาม ซึ่งผมจะพาท่านประธานไปดู ท่านประธานครับ ปกติเป็นที่เข้าใจว่าประชาชนเจ้าของอํานาจอธิปไตยนั้นได้ใช้อํานาจของตนผ่านการเลือกตั้ง สมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. เอาละ สภาใหม่นั้นอาจจะเหลือแต่ ส.ส. ส.ส. ก็ไปเลือกนายกรัฐมนตรีในสภา นายกรัฐมนตรีก็ไปเลือกคณะรัฐมนตรี ท่านประธานครับ การได้มาซึ่งตัวแทนอํานาจอธิปไตยของปวงชน หรือการได้มาซึ่ง ส.ส. นั้นก็มีการวิพากษ์กัน มากแล้วนะครับ วิจารณ์กันมากแล้วว่าการได้มาของ ส.ส. นั้นเป็นเช่นไร แต่อยากจะเรียนว่า ส่วนใหญ่แล้วเป็นการวิจารณ์นอกสภาแห่งนี้ ไม่ได้วิจารณ์กันในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ แต่การล้มล้างสิ้นสภาพของ ส.ส. ส.ว. และคณะรัฐมนตรี อันเป็นผู้แทนอํานาจอธิปไตย ของปวงชนนั้นกลับอยู่ในมือขององค์กรวิเศษที่ทรงฤทธานุภาพเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด นี่ครับ ที่ผมอยากจะเรียกว่าหนาว ท่านประธานครับ มาตรา ๙๖ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ้นสุดลงเมื่อ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัย ให้พ้นจากตําแหน่งตามมาตรา ๑๓๙ ไม่เคยมีมาก่อนนะครับ วงเล็บนี้ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใด เพิ่งมาโผล่ในรัฐธรรมนูญฉบับสวมหมวกนี่ละครับ เป็น (๑๐) ท่านประธานครับ ดูต่อไป นี่ ๑ ในอํานาจอธิปไตยที่เรียกว่ารัฐสภา สมาชิกภาพของ ส.ว. สิ้นสุดลงเมื่อใด ตามดูกันต่อนะครับ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) ศาลรัฐธรรมนูญ มีคําวินิจฉัยให้พ้นจากตําแหน่งตามมาตรา ๑๓๙ อีกเช่นเดียวกัน รัฐสภาไป ๑ แล้วนะครับ รัฐสภาที่ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาไป ๑ แล้ว หมดสมาชิกภาพไป ต่อมาคณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตําแหน่งเมื่อ (๑) (๒) (๓) (๔) (๔) ศาลรัฐธรรมนูญ มีคําวินิจฉัยตามมาตรา ๑๓๙ อีกเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ทั้งรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี อันเป็นผู้แทนอํานาจอธิปไตยของประชาชนต้องพ้นจากสภาพ พ้นจากหน้าที่ด้วยฝีมือของ ส่วนองค์กรวิเศษที่เรียกว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ตามคําวินิจฉัยมาตรา ๑๓๙ ท่านประธานครับ หายใจลึก ๆ นะครับ แล้วตามผมมา เพื่อนสมาชิกครับ ได้โปรดเปิดไปที่ มาตรา ๑๓๙ ได้โปรดเปิดไปอ่านที่มาตรา ๑๓๙ อ่านแค่ย่อหน้าเดียว ย่อหน้าที่ ๒ ในการพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณ ท่านประธานครับ ท่านรู้จักดี พ.ร.บ. งบประมาณ ความหนานี่นะครับท่านประธาน ๒ ฟุต น้ําหนัก ๓๐ กิโลกรัม บรรจุไว้ใน กล่องแข็ง ประกอบด้วยหนังสือไม่ต่ํากว่า ๒๐ เล่ม ความหนาถ้านับเป็นหน้า นับเป็น หมื่น ๆ หน้าในการพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณ ท่านประธานครับ ในการพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณนี้ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะกรรมาธิการ ในการเสนอ ๑ ในการแปรญัตติ ๑ หรือในการกระทําใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ท่านประธานครับ ท่านช่วยนิยามคําว่า ทางอ้อม ให้ผมแล้วคอยดูกันต่อไป ในการใช้งบประมาณรายจ่ายจะกระทํามิได้ ก็เข้าใจแล้วครับ ส.ส. ส.ว. หรือกรรมาธิการ จะไปมีส่วนในการใช้งบประมาณมิได้ ปรากฏว่า ถ้าเกิดคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีคนหนึ่งคนใด ส.ส. ส.ว. คนหนึ่งคนใดตุกติก เอางบประมาณ ไปใช้ในจังหวัดตนหรือร่วมส่วนในการแปรญัตติอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม เอางบประมาณลงไปจังหวัดตน ผมอยู่สงขลา ผมก็บอกว่าท่าเรือน้ําลึกสงขลา มีความจําเป็น ไปวิ่งเต้นเอางบประมาณท่าเรือน้ําลึกสงขลาไปไว้ที่สงขลา ท่านประธานครับ ส.ส. ๑ ใน ๑๐ คือ ๕๐ คน หรือ ส.ว. ที่จะมาจากการเลือกตั้งพิสดารนั้น ๑ ใน ๑๐ ส.ว. ๒๐ คน สามารถ เสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา และถ้าศาลรัฐธรรมนูญได้รับแล้วต้องพิจารณา ให้เสร็จภายใน ๗ วัน ท่านประธานครับ ๗ วันนะครับ ถามว่าอะไรจะเกิดขึ้นจากการวินิจฉัย ใน ๗ วัน ไม่ได้บอกด้วยนะครับว่าในการวินิจฉัยต้องทําอะไรบ้าง ต้องสืบพยานไหม ต้องสืบอะไรต่ออะไรไหม ท่านประธานครับ ปรากฏว่าภายใน ๗ วัน เมื่อรับแล้วศาลวินิจฉัย ภายใน ๗ วันว่า ส.ส. ส.ว. หรือคณะรัฐมนตรี ไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยประการใด ๆ ไม่ว่า ทางตรงหรือทางอ้อม ผลเป็นอย่างไรครับ ศาลรัฐธรรมนูญสามารถให้พ้นจากตําแหน่งได้ ตามมาตราที่ผมได้อ่านแล้ว เห็นไหมครับท่านประธานว่าเรื่องนี้ พ.ร.บ. งบประมาณที่หนัก ๓๐ กิโลกรัม ความยาวนับหมื่น ๆ หน้า คุณพลาดไปเรื่องเดียว ศาลรัฐธรรมนูญสามารถ เอาคุณออกจากตําแหน่งหน้าที่ได้ เอาออกได้แม้กระทั่งคณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจาก ตําแหน่งไปหลังจากคําวินิจฉัย ๗ วัน