สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วันชัย สอนศิริ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 93 และระบบการเลือกตั้ง โดยตั้งคำถามว่าระบบนี้จะส่งเสริมการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ และเสนอแนะว่าควรปรับแก้ระบบการเลือกตั้งให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังพูดถึงกระบวนการเลือกตั้งผู้ทรงเกียรติของวุฒิสภา และเรียกร้องการความโปร่งใสในการเลือกตั้ง และยังหารือเรื่องรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ โดยระบุว่า องค์กรอิสระบางแห่งมีการเลือกตัวแทนเข้าไปในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่เหมาะสม และเรียกร้องให้ไม่ให้ศาลมีอิทธิพลทางการเมืองมากเกินไป

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธาน ท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ ท่านประธานครับ เท่าที่ผม อ่านร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด ๒๗๐ มาตรา บอกได้ตรง ๆ เลยว่าผมโดนใจแล้วก็ถูกใจ ขออภัยนะครับ ถ้าจะให้คะแนนผมให้ถึง ๘๕ คะแนน มีบางประเด็นบางเรื่องที่อาจจะต้องแลกเปลี่ยนและให้ ข้อเสนอกันเพื่อทําความเข้าใจหรือเสนอไปยังท่านเพื่อโปรดพิจารณาทบทวนดูอีกสักครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหยิบคําพูดบางคนที่กล่าวหาร่างหารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอ่านอยู่บ้างหรือเปล่าครับ ขออภัยนะครับ บางคนหาว่าเป็น รัฐธรรมนูญห่วยแตก ขออภัย บางคนพูดแรงหาว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับหมาขี้เรื้อน ขออภัยนะครับ อย่างนี้กล่าวหากันโดยอย่างที่ท่านว่าจริง ๆ ไม่ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด ผมดูแล้วว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ปราบคนห่วยแตกและเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ปราบ ขออภัยนะครับ หมาขี้เรื้อน จริง ๆ ผมอ่านดูแล้วมันแรง มันใช้ได้โดนใจผมครับ แต่สิ่งที่ผมจะกราบเรียน ซึ่งวิตกกังวลและคิดว่าท่านน่าลองพิจารณาทบทวนดูนะครับ ท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ ท่าน กรณีที่การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) และเป็นหัวใจหลักของประชาธิปไตย ท่านทราบแล้วว่าเมื่อการเลือกตั้ง สุจริต เที่ยงธรรมเสียแล้วผมเชื่อเหลือเกินว่าทั้งคนแพ้คนชนะก็ยอมรับกันได้ครับ ท่านประธาน ทุกวันบ้านเมืองที่วิกฤติมีปัญหาเพราะคนแพ้ก็ไม่ยอมรับหาว่าแกซื้อสิทธิ ขายเสียง คนชนะก็อหังการทั้ง ๆ ที่มาจากธุรกิจการเมือง เหล่านี้จึงก่อให้เกิด ความไม่ปรองดองสมานฉันท์ แต่ถ้าสุจริต เที่ยงธรรมแล้วคนดีก็มีโอกาสมีที่ยืนในสภาครับ ท่านประธาน คนดีมีโอกาสมาบริหารประเทศนี้ เพราะฉะนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ท่านตัวแทนกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ๓ ท่านนั่งอยู่ ถ้าท่านร่างแล้วทําให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรมได้ผมเชื่อเหลือเกินว่าจะทําให้เราได้ ส.ส. ดี ได้ ส.ว. ดี ได้นายกรัฐมนตรีดี ได้ อบต. อบจ. เทศบาลดี ถ้าได้คนอย่างนี้ดีเสียแล้วเรื่องอื่น ๆ ผมว่าเป็นเรื่องเล็กครับ ท่านประธาน คนดีนี่เรื่องอื่น ๆ แทบจะไม่ต้องพูดอะไรกันมาก แต่ทุกวันที่เราร่างรัฐธรรมนูญ กันมานี้เพื่อป้องกันไม่ให้คนดีเข้ามามีสิทธิ มีเสียง มีบทบาททางการเมือง เอาละเรามาดู ประเด็นตรงนี้ท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญครับว่าท่านร่างแล้วทําให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรมได้ไหม

อันดับแรก ในมาตรา ๙๓ เรียนตรง ๆ ว่าผมให้เต็ม ๆ ท่านจัดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามไว้เข้มถึงใจพระเดชพระคุณจริง ๆ การลงโทษท่านก็กําหนดไว้แรงที่เรียกว่า เป็นยาแรง และกระบวนการของท่านเร็วใช้ได้ครับ เมื่อเป็นอย่างนี้จะทําให้คนที่ประวัติไม่ดี มีด่าง มีด้วง มีแมง มีร่องรอย เจ้าพ่อ เจ้าแม่ บ้านเล็ก บ้านใหญ่ หลุดไปได้ในระดับหนึ่ง ทีนี้ สิ่งหนึ่งท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญครับ ผมตั้งเป็นข้อสังเกตเล็ก ๆ แต่ถือว่าใหญ่มาก คนที่เคยถูกถอดถอนหรือถูกศาลพิพากษาให้พ้นจากตําแหน่งทําไมไม่เขียนไว้ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ฉบับอื่นเขียนไว้ แต่ท่านเองมีเหตุผลกลใด ผมคิดว่าแม้แต่ราชการที่ศาลพิพากษาท่านยัง ไม่ให้เข้ามาสมัคร แต่นักการเมืองที่ศาลพิพากษาให้พ้นจากตําแหน่งทําไมไม่เขียนไว้ ชุดที่แล้วกําหนดไว้ว่าจะต้องแสดงหลักฐานการเสียภาษี ท่านตัดเขาไปทําไม ผมว่าก็เป็น มาตรการหนึ่ง เอาละผมถือว่าคุณสมบัติต้องห้ามหรือคุณสมบัติที่กําหนดนี้เป็นการร่อน ตะแกรงที่ทําให้ได้นักการเมืองดีเข้ามาได้ในระดับหนึ่ง ตอนนี้มายืนเรียงแถวกันแล้วครับ ท่านประธาน คนดีทั้งนั้นที่มีสิทธิจะลง แต่มาดูว่าระบบการเลือกตั้งสามารถสนับสนุน ให้สัมฤทธิผล ให้คนดีมีโอกาสหรือเปล่า ระบบเลือกตั้งบางท่านได้อภิปรายไปแล้ว กาบัตร ใบเดียว เขตเดียวเบอร์เดียวทรี อิน วัน (Three in one) ครับท่านประธาน กาบัตรใบเดียว ได้อะไรครับ ส.ส. เขต ส.ส. บัญชีรายชื่อ นายกรัฐมนตรี ๓ คนเลยครับ ประเด็นแรกที่ผม อยากตั้งข้อสังเกตว่าระบบนี้สนับสนุนให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมไหม เฉพาะใจผม ก็ไม่เที่ยงธรรมแล้วครับท่านประธาน เป็นการบังคับข่มขืนใจผมเกินไป แม้ว่าวันนั้นผมนั่งฟัง ท่านประพันธ์ชี้แจงแล้ว บอกว่า ๑. คะแนนไม่ทิ้งน้ํา ป้องกันบัตรเสียประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าใบ ประหยัดงบประมาณ ประหยัดคนนี่ละครับ แต่ถามว่ามันข่มขืนจิตใจผมไหมครับท่านประธาน ภาคใต้ผมชอบ พรรคประชาธิปัตย์ แต่ผมอยากได้พรรคเพื่อไทยไว้ถ่วงดุล ทําไมต้องบังคับผมล่ะครับ ว่าเลือกวิทยา แก้วภราดัย แล้วต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทําไมต้องบังคับผม ภาคอีสาน ผมเลือก ส.ส. ท่านนี้ แต่ผมชอบพรรคประชาธิปัตย์ แล้วท่านไปดูคะแนนคราวที่แล้ว คะแนน พรรคประชาธิปัตย์ในระดับบัญชีรายชื่อหวุดหวิดใกล้เคียงกัน ถามว่าทําไมกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญต้องมาข่มขืนจิตใจผม เหตุผลบอกว่าไม่ต้องการคะแนนทิ้งน้ํา แล้วสนับสนุน ให้พรรคเลือกคนดีที่สุด บริบทสังคมไทยสถานการณ์ขณะนี้และเดี๋ยวนี้ยังไปไม่ถึงตรงนั้น เพราะฉะนั้นกระบวนการดังกล่าวนี่ถามว่าบัตรใบเดียว เขตเดียว เบอร์เดียว สนับสนุนให้ การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรมไหม ผมฟันธงตรงไปตรงมาครับท่านประธาน ไม่ เพราะเลือก ๑ ใบได้ ๓ อย่าง ท่านประธาน เวลาดูผู้ร้ายหรือโจรเวลาจะปล้นมันต้องคิดแล้วว่า ปล้นบ้านนี้คุ้มไหม ถ้าปล้นบ้านนี้แล้วไม่ได้อะไรถามว่าผมจะปล้นไปหาอะไร แต่คราวนี้คุ้มครับ ท่านประธาน เพราะมูลค่าในบัตรใบเดียวที่ผมจะปล้นหรือผมซื้อได้ ๓ อย่างครับ ได้ทั้งเขต ได้ทั้งบัญชีรายชื่อ ได้ทั้งนายกรัฐมนตรี คุ้มที่ผมจะต้องซื้อ คุ้มที่ผมจะเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง และที่สําคัญหลายท่านพูดไปแล้วครับ เขตเดียวเบอร์เดียวครับท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ อิทธิพลท้องถิ่น มันอําเภอกว่า ๆ อย่างเก่งไม่เกิน ๒-๓ อําเภอ บางทีเป็นญาติกันทั้งอําเภอ มองตาก็รู้ใจกันแล้ว มันอิทธิพลท้องถิ่น อํานาจ อิทธิพลของอํานาจ อิทธิพลของเงินครอบงําได้ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นระบบนี้เรียนตรง ๆ ด้วยความเคารพครับ ได้ไม่คุ้มเสียครับ ท่านกีระณา เพราะฉะนั้นถ้าท่านต้องการไม่ให้คะแนนทิ้งน้ํา และต้องการให้อิสระ ป้องกัน การทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงทําไมไม่ทําอย่างที่ท่านวิทยาเสนอครับ อันนี้ท่านได้ ๓ อย่างเลย เอาจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เขตเดียวเบอร์เดียว เป็นอย่างไรครับ ถ้าจังหวัดนี้มี ๑๒ คน ๑๕ คน ๓๐ คน ก็ซอยเป็น ๕ คน ๕ คน ๕ คน ๕ คน อิสระไหมครับ ผมดูแล้วผมชอบ นายคนนี้มาก แต่พรรคนี้นายคนนี้มันเหนือ ก้ํากึ่งกันนะครับ ทําให้ผมมีโอกาสเลือก แต่ระบบ แบบที่ท่านวางไว้ในร่างรัฐธรรมนูญที่ท่านเขียนนี้ข่มขืนแล้วสําเร็จเลยครับ แต่อย่างนี้ ยังมีโอกาสทําให้ผมเลือกได้ ทําไมท่านไม่คิดครับ เพราะท่านทําแบบนี้ ๑. ทําให้ผมมีอิสระ ในการโหวต คะแนนตกน้ําไหมครับท่านอมร คะแนนไม่ตกน้ํา เพราะทุกคนเบอร์ ๑ เบอร์ ๒ เบอร์ ๓ เบอร์ ๔ เบอร์ ๕ เอามาคํานวณได้หมด ทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงยากไหมครับ ยาก เขตใหญ่ปล้นแล้วไม่คุ้มครับ ลงทุนสูง เพราะฉะนั้น ผมจึงกราบเรียนว่าท่านเขียนคุณสมบัติต้องห้ามไว้ดี แต่วิธีการที่จะทําให้การเลือกตั้ง สุจริต เที่ยงธรรมยังไม่สัมฤทธิผลครับ ปรับแก้เสียเถอะครับ เพราะไม่ใช่ผมพูดแค่คนเดียว สนช. เขาก็พูด ใครก็พูด ทั้งประเทศเขาก็พูด เพราะฉะนั้นน่าจะนําไปพิจารณาอย่างสําคัญ แค่นี้ก่อนเอาเฉพาะเรื่องนี้

มาดูต่อครับ ส.ว. สั้น ๆ นิดเดียว ท่านกีระณาเคยเป็น ส.ว. กับผมรุ่นเดียวกัน รู้เห็นอะไรกันมาหมดแล้ว กระบวนการตามมาตรา ๑๐๒ นี้มันสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน สับสนอลหม่านไปหรือเปล่าครับ อย่าไปอายเลยว่าไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ถ้าเรามีเจตจํานง มีความประสงค์ดี และต้องการผู้ที่มีวุฒิภาวะ รู้กันแบบตรงไปตรงมาอยู่แล้วว่าการเลือกตั้งนี้ ไม่สามารถจะได้ดังที่ประสงค์ ก็ตรงไปตรงมาครับ อย่าไปบอกว่าเลือกตั้งทางอ้อม เลือกตั้งทางสาขาอาชีพ ก็สรรหาเสียตรงไปตรงมาเลยครับ ที่พูดทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวกับผม เพราะเลือกตั้งผมก็พร้อมจะลงเลือกตั้ง แต่ต้องการจะพูดให้เห็นว่าประโยชน์และความถูกต้อง และความที่ควรจะเป็น ตรงไปตรงมาเลยครับ ถ้ามีปัญหาที่กรรมการสรรหาเราก็แก้ กรรมการสรรหาเสีย ๑๑ คน ๑๕ คน ให้โปร่งใสตรวจสอบได้ว่าเลือกนายคนนี้เพราะอะไร เพราะรุ่นเราบางทีบางครั้งยังสงสัยว่าผู้ทรงเกียรติท่านนี้เข้ามาได้อย่างไร ประวัติท่านอย่างนี้ พิลึกพิลั่นขนาดนี้ ท่านมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาได้อย่างไร แต่คราวนี้เอาให้โปร่งใสตรวจสอบได้เลย บันทึกหลักการ เหตุผลกันให้ชัด สังคมตรวจสอบได้ จะได้รู้ว่าท่านผู้นี้เข้ามาเป็นเพราะอะไร เอาละครับ ตรงนี้สั้น ๆ ผมว่าท่านลองไปพิจารณาแล้วลองฟังหลาย ๆ เสียงแล้วปรับเสีย ด้วยความเคารพจริง ๆ ทั้งหมดที่พูดนี้เป็นกัลยาณมิตรต่อกันนะครับ

มาดูอีกสักเรื่องหนึ่งครับ ผมอยากจะพูดเรื่องศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ท่านประธาน ท่านกรรมการ และสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ถ้าท่านอ่านบทมาตรานี้แล้ว จะเห็นได้ว่าศาลไม่ธรรมดา ท่านวิรัชก็อยู่นี้กระมัง คราวนี้ศาลไม่ธรรมดาเลยนะครับ กรรมการสรรหาชุดนี้ที่ท่านเขียนไว้เป็นชุดถาวรเป็นชุดมาตรฐานแน่นปึก มีประธานศาลฎีกา เป็นประธานโดยตําแหน่ง มีประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นกรรมการ แล้วมีองค์กรอิสระอีก ๕ องค์กร เลือกตัวแทนแต่ละองค์กรมา ประธานสภาผู้แทนราษฎรกับผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรแจม (Jam) เข้าไปหน่อยเดียว เอาละอ้างว่าเพื่อจะยึดโยง ถามว่า กรรมการสรรหาชุดถาวรนี้ ผมดูแล้วว่าประธานศาลฎีกากับประธานศาลปกครองสูงสุด เลือกกรรมการอิสระ องค์กรอิสระอื่น ๆ ถามว่าท่านก้าวก่าย ก้าวล่วง ล้วงลูก มีอํานาจเหนือองค์กรอิสระอื่นได้ไหม ได้ เกากันไปเกากันมา ขออภัยนะครับ ผมนึกศัพท์อื่น ไม่ออก ใน ๙ คนศาลว่าเข้าไป ๒ คนซึ่งเป็นกรรมการโดยตําแหน่งแล้วอิสระเขาก็เลือกด้วย เอาละจะเห็นได้ว่าเอาศาลเข้ามาเกี่ยวข้องทางการเมืองมากเกินไป นอกจากนี้ท่านไปดู กรรมการในองค์กรอิสระ ศาลฎีกาก็เลือกกันมา ๒ คน ในบางตําแหน่งผู้เป็นหัวหน้าคณะ ในศาลฎีกา คือพูดง่าย ๆ ว่าสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านทั้งหลายนั้นก็คือไปดึงศาล เขามายุ่งเกี่ยวทางการเมืองมากเกินไปทําไม คราวที่แล้วศาลเขาเจ็บปวดมาก ผมมีเพื่อนฝูง อยู่ในวงตุลาการเขาบอกว่าวันชัยช่วยไปพูดไปบอกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้ไหมอย่าให้ ศาลเข้าไปเกี่ยวทางการเมือง ปี ๒๕๕๐ เป็นเรื่องเฉพาะที่เขามีเหตุผลบางเรื่องจากปี ๒๕๔๐ ก็นี่เราเห็นศาลเจ็บปวดมา ๒ มาตรฐาน ศาลไม่เป็นธรรม ท่านเจ็บปวดทําให้องค์กรเขาเสื่อม ทําให้องค์กรเขาเสียหาย วางตําแหน่งแห่งหนไว้ให้เขาเป็นที่ยอมรับของประชาชนมากกว่า บริหาร นิติบัญญัติไว้เถอะครับ ปรับเสีย เปลี่ยนเสีย ผมไม่ค่อยเห็นด้วย ด้วยความเคารพ จริง ๆ ครับ ถามว่าศาลท่านเห็นด้วยไหม ศาลท่านบอกว่าถ้าไม่ดึงท่านมายุ่งทางการเมืองได้ จะดีที่สุด ท่านประธานครับ ผมหมดเวลาแล้ว แต่ท่านประธานเสรีบอกว่าต่ออีกสัก ๕ นาที ได้ใช่ไหมครับ แล้วเดี๋ยวเวลาก็ไปเฉลี่ยกับท่านอื่นนะครับ อีกนิดเดียวจะจบแล้ว ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมพูดเล็ก ๆ ทิ้งไว้แค่นี้ความจริงมีรายละเอียด อีกมาก แต่อยากจะบอกเป็นประการสุดท้ายต่อท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ท่าน ชีวิตผมนะครับท่านประธาน ท่านอลงกรณ์ด้วยนะครับ นั่งอยู่ข้างบน ท่านไม่ได้เป็นอธิบดี ท่านไม่ได้เป็นศาสตราจารย์ ท่านไม่ได้เป็นหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ชีวิตผม ชีวิตท่านรองประธาน คนที่หนึ่ง ไม่มีสิทธิที่จะไปดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระทั้งสิ้น ถามว่าคนบางคนทํางานมา ๒๐-๓๐ ปีในองค์กรบางองค์กร โง่ ไม่มีความรู้ ประวัติไม่ดี สู้อธิบดีไม่ได้หรือครับ ไม่ได้หมายความว่าอธิบดีไม่ดีนะครับ ทําไมจะต้องเป็นหัวหน้าคณะ ในศาลฎีกาเท่านั้นจึงจะมาเป็นบุคคลในองค์กรอิสระได้ ทําไมต้องเป็นอธิบดีเท่านั้น ทําไมต้องเป็นศาสตราจารย์เท่านั้น ผมว่ารัฐธรรมนูญน่าจะรวมภาคส่วนอื่น ๆ ให้เขามีส่วนร่วม ให้เขามีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง คนเหล่านี้เหนือกว่าคนอื่นอย่างไรครับ อยากพูดเยอะเหมือนกันนะครับ แต่เอาเบา ๆ แค่นี้

สุดท้ายบทเฉพาะกาลครับ ช่วงเปลี่ยนผ่านถ่ายโอนอํานาจ ผมเห็นท่าน จะเขียนไว้ให้ สปท. ทําอะไร สนช. ทําอะไร คสช. ทําอะไร โน่นนี่ทําอะไร ถามว่าทําอย่างไร จะให้มี รัฐบาลที่ประสานต่อการปฏิรูป สร้างความมั่นคงและความปรองดองให้มีอยู่ต่อไป แบบเนียน ๆ ท่านก็รู้อยู่นะครับ นายกรัฐมนตรีก็พูดอยู่เลือกตั้งแล้วก็จะกลับมาเหมือนเดิม ท่านก็รู้อยู่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็รู้อยู่เลือกตั้งแล้วก็จะมาเหมือนเดิม ประชาธิปไตย ต้องมี เพราะเผด็จการแบบนี้โลกเขาไม่ยอมรับ ประชาธิปไตยจ๋าเราก็กลับไปเหมือนเดิม หาความสมดุลระหว่างความพอดีของการเปลี่ยนถ่ายโอนอํานาจช่วงให้มีรัฐบาลในการปฏิรูป รัฐบาลปรองดอง มีเลือกตั้งสัก ๓๕๐ คนก่อนได้ไหม ในระยะ ๒ ปี ๔ ปี ความมั่นคง เข้ามามีส่วนจะเป็นสรรหามา ๒๐๐ ร่วมกันเป็นรัฐบาลขับเคลื่อนการปฏิรูป ประคับประคอง ให้บ้านเมืองเดินไปในระยะเปลี่ยนผ่านทําได้ไหม ผมว่าตรงนี้สําคัญยิ่งกว่าท่านไปเขียนให้ คนนั้นเป็นอย่างนี้ ให้คนนี้เป็นอย่างนั้น ลองเขียนหาวิธีการในระยะเปลี่ยนผ่านให้บ้านเมืองมีทั้ง ความมั่นคง มีทั้งประชาธิปไตย ช่วยกันในระยะ ๒-๔ ปีนี้ ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าคน ๓๕๐ คน ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็จะได้มีส่วนซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนมาร่วมกัน ปฏิรูปและขับเคลื่อน ส่วนความมั่นคงก็จะได้ช่วยกันในการประคับประคองให้บ้านเมือง ไม่กลับไปเป็นแบบเดิม ถ้าทําอย่างนี้ได้ผมเชื่อเหลือเกินว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ท่านออกมานี้ มีเจตจํานง มีความประสงค์เพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ แก้ปัญหาในอดีตเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในอนาคตจะยังให้เกิดความสัมฤทธิผลได้จริง ๆ ครับ ปรับ แก้ เติม เสริม แต่งบางส่วน กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน