มนู ชี้ร่างรัฐธรรมนูญขาดกลไกส่งเสริมอุตสาหกรรม-บริการ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

มนู เลียวไพโรจน์ หารือเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่เน้นเพียงภาคเกษตร โดยเสนอให้เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อสะท้อนความสำคัญของทุกภาคส่วนต่อเศรษฐกิจอย่างรอบด้านและยั่งยืน

นายมนู เลียวไพโรจน์

เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่เคารพครับ กระผม นายมนู เลียวไพโรจน์ สปท. ลําดับที่ ๑๑๕ ในฐานะประธาน อนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมและบริการ ก่อนอื่นกระผม ต้องขอชื่นชมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ได้กรุณาจัดร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... (ร่างเบื้องต้น) ซึ่งเป็นร่างเบื้องต้นได้อย่างกระชับและไม่เยิ่นเย้อ ซึ่งก็เป็นส่วนดี ที่ผมขอชื่นชมนะครับ แต่ว่ามีบางเรื่องกระชับมากจนกระทั่งเรื่องสําคัญหายไปทั้งกระบิ ซึ่งกระผมคงต้องขออนุญาตถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกได้กรุณา รับทราบ ประเด็นสําคัญที่ผมอยากจะยกถึงก็คือหมวด ๖ ที่ว่าด้วยแนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา ๖๙ จนถึงมาตรา ๗๓ ในมาตรา ๖๙ นั้นค่อนข้างจะชัดเจนก็คือ รัฐพึงจัดให้มีมาตรการ หรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ผลผลิตมีปริมาณ และคุณภาพสูง มีความปลอดภัยโดยใช้ต้นทุนต่ําและสามารถแข่งขันในตลาดได้ นั่นก็เป็นประเด็น ที่กระผมอยากจะกราบเรียน แล้วก็มีมาตรา ๗๐ มาตรา ๗๑ มาตรา ๗๒ และมาตรา ๗๓ ซึ่งก็เกี่ยวเนื่องกันพอสมควรนะครับ ผมจะไม่อ่านทุกรายการ แต่ว่าจะขอเน้นในเรื่องสําคัญ ๆ มาตรา ๖๙ เห็นชัดเจนว่ารัฐพึงให้ความช่วยเหลือภาคเกษตรนะครับ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเรามองถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศ ประเทศไทยประกอบด้วยภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคบริการนั้นมีทั้งภาคท่องเที่ยว มีทั้งภาคขนส่ง และเรื่องอื่น ๆ เช่น โลจิสติกส์ (Logistics) การคมนาคม สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ปรากฏอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ เห็นแต่เฉพาะภาคเกษตรอย่างเดียว ท่านประธานครับ ประเทศไทยเราเริ่มพัฒนาจริงจังในด้านของการพัฒนาเกษตร อุตสาหกรรม และบริการนั้นเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๐๔ นะครับ ซึ่งสมัยนั้นขออนุญาต จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้จัดตั้งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็นสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตรงนี้ก็ได้ มีการจัดทําแผนพัฒนาเศรษฐกิจเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๐๔ ก็ ๖๐ ปีมาแล้ว ประมาณ ๕๔ ปี ซึ่งขณะนี้เราก็อยู่ในแผน ๑๑ กําลังเข้าแผน ๑๒ แต่ละแผนเริ่ม ๕ ปี ในเริ่มแรก ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเน้นทางด้านภาคเกษตรในเรื่องของการขนส่ง ในเรื่องของการส่งข้าวออกต่างประเทศ ส่งออกไม้สัก ยางพารา มันสําปะหลัง สมัยนั้น คงจะเป็นที่รู้จักกันดีนะครับ พอต่อมาแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๓ ฉบับที่ ๔ ก็เน้นทางด้านพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการเกษตร และต่อมาก็มีการเน้นในเรื่องของ การส่งเสริมอุตสาหกรรมทดแทนการนําเข้า ต่อมาก็ส่งเสริมอุตสาหกรรมในการส่งออก และในปัจจุบันนี้ก็มีอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงไปจนถึงในอนาคตนะครับ ก็จะมี การสร้างอุตสาหกรรมที่เพิ่มมูลค่าสูง ใช้เทคโนโลยีระดับสูง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของ ภาคอุตสาหกรรมโดยรวมทั้งหมด ซึ่งมีภาคเกษตรเป็นภาคหลัก และเราคงไม่ปฏิเสธว่า ภาคเกษตรนั้นเป็นภาคที่สําคัญของประเทศ แต่ในขณะเดียวกันในตัวของภาคอื่น ๆ ก็มี ความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนกัน เพราะฉะนั้นในภาคที่สําคัญของเศรษฐกิจก็จะมีทั้ง ภาคเกษตร ซึ่งก็ทราบดีว่าเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์เกษตร แล้วก็มีการส่งออก นํารายได้ เข้าประเทศเป็นจํานวนมากทีเดียว ในขณะเดียวกันมีภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ แล้วทั้งหมดนี้เป็นภาคที่สําคัญ และในขณะเดียวกันภาคนี้นะครับ ผมขออนุญาตอีกนิดหนึ่ง จะจบแล้วครับ ได้ไหมครับ ขอบคุณครับท่านประธาน วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม หรือที่เรียกว่าเอสเอ็มอี (SMEs) เป็นภาคที่สําคัญที่สุดในทั้งหมดนี้ ไม่ว่าในภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและบริการ มีเอสเอ็มอี (SMEs) อยู่ในนั้นทั้งนั้น และเอสเอ็มอี (SMEs) เป็นกิจการทั้งสิ้น ๒.๗ ล้านรายในประเทศ ประมาณ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ของกิจการทั้งหมด มีการจ้างงานประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๑๓ ล้านคน แล้วก็ส่งออกประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของการนําเข้าทั้งหมด นี่ก็เป็นเรื่องของภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และในภาคทั้งหมดนี้อยู่ในส่วนของเอสเอ็มอี (SMEs) หรือวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม เพราะฉะนั้นกระผมขอเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบว่าในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ควรกําหนด นอกจากภาคเกษตรแล้วควรจะต้องมีภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ซึ่งเป็นรากฐานของเศรษฐกิจของประเทศตามแนวนโยบายแห่งรัฐ หมวด ๖ ขอเพิ่มเรื่องเหล่านี้ด้วย เราจะเห็นได้ว่าภาคเกษตรนั้นถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ แต่ในขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และเอสเอ็มอี (SMEs) นั้นก็ถือว่าเป็นเส้นเลือด หล่อเลี้ยงสังคมเศรษฐกิจของชาติเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงขออนุญาตนําเสนอให้มีการกําหนด ภาคอื่น ๆ นอกจากภาคเกษตรที่กระผมได้กล่าวไปแล้วในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ครบทุกประการครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ