สถิตย์ ชูร่างรัฐธรรมนูญเน้นสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ชี้ประเด็นความจำเป็นในการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายเศรษฐกิจในรัฐธรรมนูญอย่างสอดคล้องและครอบคลุมการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นให้รัฐต้องจัดระบบเศรษฐกิจให้เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมความมั่นคงทางสังคมและอาชีพอย่างรอบด้าน

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในฐานะประธาน กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นก้าวย่างที่สําคัญของพัฒนาการกฎหมายสูงสุดของประเทศที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญ โดยปกติทั่วไปรัฐธรรมนูญควรที่จะมีเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงอํานาจอธิปไตย รัฏฐาธิปัตย์ การแบ่งแยกอํานาจหน้าที่ การคานและดุลกันของอํานาจหน้าที่เท่านั้น แต่ในประเทศ ที่กําลังพัฒนาเช่นประเทศไทยจําเป็นจะต้องมีบทบัญญัติอื่นๆ ประกอบนอกเหนือไปจากนั้น เนื่องจากว่าพัฒนาการทางด้านการเมืองยังมิได้ถึงจุดที่รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ควรจะบัญญัติไว้เฉพาะในเรื่องของความสัมพันธ์ในทางการเมืองระหว่างประชาชน รัฐ อํานาจหน้าที่ การแบ่งแยกอํานาจหน้าที่ การคานและดุลกัน รัฐธรรมนูญที่ร่างฉบับนี้ก็อยู่ใน พัฒนาการอันหนึ่งที่จะก้าวไปสู่ความสมดุลต่อไปในอนาคต ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าพัฒนาการ ทางการเมืองที่นําไปสู่รัฐธรรมนูญในอุดมคตินั้นเราไม่เพียงแต่จะต้องสร้างประชาธิปไตย ทางการเมืองแต่จะต้องสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจด้วย เพราะประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจนั้น นําไปสู่โอกาสและสิทธิต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การสาธารณสุข สิทธิในทางการเมือง สิทธิของความเป็นอยู่ที่ดี สิทธิของการได้รับการประกันทางสังคม ทั้งในช่วงวัยทํางาน และในช่วงเกษียณอายุไปแล้ว ด้วยเหตุนี้เองร่างรัฐธรรมนูญจึงจําเป็นจะต้องกําหนดเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจไว้ในร่างรัฐธรรมนูญด้วยโดยได้กําหนดไว้ในแนวนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งอยู่ในหมวด ๖ ของร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องอยู่หลายมาตรา เช่น มาตรา ๖๑ ได้กําหนดว่า รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายของการพัฒนาของประเทศ และเป็นกรอบ ในการจัดทําแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกัน ไปสู่เป้าหมายดังกล่าว มาตรา ๖๙ รัฐพึงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกร ประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัยโดยใช้ต้นทุนต่ํา และสามารถแข่งขันในตลาดได้ มาตรา ๗๐ รัฐพึงส่งเสริม ให้ประชาชนมีความสามารถในการทํางานโดยเหมาะสมกับศักยภาพและวัย และพึงคุ้มครอง ผู้ใช้แรงงานให้ได้รับความปลอดภัยในการทํางาน โดยได้รับสวัสดิการรายได้และสิทธิประโยชน์อื่น ที่เหมาะสมแก่การดํารงชีพ และพึงจัดให้มีหรือส่งเสริมการออมเพื่อการดํารงชีพ เมื่อพ้นวัยทํางาน มาตรา ๗๑ รัฐพึงจัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์ จากความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกันอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน สามารถ พึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขจัดการผูกขาดทางเศรษฐกิจ ที่ไม่เป็นธรรม และพัฒนาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประชาชน และประเทศ กระผมมีข้อสังเกตที่สําคัญดังนี้ครับ ในมาตรา ๖๑ ที่ระบุไว้ว่ารัฐพึงจัดให้มี ยุทธศาสตร์เป้าหมายของการพัฒนา ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและสมาชิก ผู้ทรงเกียรติว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด เมื่อได้บัญญัติไว้แล้วกฎหมายอื่น ๆ จะต้องมี เนื้อหาสาระและวิธีการภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญนั้น การที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่า รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายของการพัฒนาของประเทศและเป็นกรอบ ในการจัดทําแผนต่าง ๆ นั้น ถ้าหากว่าไม่ได้นําหลักการใหญ่ ๆ ของยุทธศาสตร์นั้นมา กําหนดไว้ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ การที่บอกว่ารัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ของชาติ เป็นเป้าหมายของการพัฒนา การพัฒนายุทธศาสตร์นั้นอาจจะแตกต่างไปจากแนวนโยบาย แห่งรัฐที่กําหนดไว้ก็เป็นได้ จึงมีข้อเสนอประการแรกว่าควรจะได้มีการพิจารณาอย่างบูรณาการ ระหว่างแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐกับยุทธศาสตร์ของชาติ เพื่อให้มีความสอดคล้อง กลมกลืนกัน มิเช่นนั้นแล้วนโยบายแห่งรัฐอาจจะไม่ครอบคลุมไปในทุกเรื่องของยุทธศาสตร์ ที่ได้กําหนดไว้ หรือมิเช่นนั้นแล้วยุทธศาสตร์ของชาติก็อาจจะแตกต่างไปจากแนวนโยบาย ของรัฐ ทั้งนี้และทั้งนั้น แนวนโยบายแห่งรัฐที่กําหนดในรัฐธรรมนูญย่อมมีฐานะเป็น กฎหมายสูงสุดที่กฎหมายอื่น ๆ หรือแนวนโยบายอื่น ๆ หรือยุทธศาสตร์อื่น ๆ จะต้อง นําไปปฏิบัติ เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์หลักจะต้องนํามากําหนดไว้เป็นนโยบายแห่งรัฐ ในมาตรา ๗๑ ที่ได้กล่าวถึงการจัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์ จากความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อม ๆ กันอย่างทั่วถึง เป็นธรรมนั้น ได้ขาดสาระสําคัญอยู่เรื่องหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น ประการแรก ต้องเป็นการพัฒนาเพื่อให้เศรษฐกิจเติบโต ซึ่งได้มีการกล่าวถึงไว้ ประการที่ ๒ การพัฒนาเศรษฐกิจนั้นต้องเป็นธรรม ซึ่งได้มีการกล่าวถึงไว้ เศรษฐกิจที่เป็นธรรมนี้หมายถึง การขจัดความเหลื่อมล้ําทางด้านเศรษฐกิจด้วย แต่ที่มิได้กล่าวถึงก็คือการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่จะต้องทําให้ระบบเศรษฐกิจสอดคล้องกับเรื่องของ สภาพอากาศ สอดคล้องกับพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบเมือง และการคมนาคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบป่าไม้ การจัดการน้ําที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม เรื่องนี้ดูเสมือนหนึ่งว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่อยากกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องเหล่านี้จะต้องนํามาบูรณาการ กับเศรษฐกิจ เพราะการพัฒนาเศรษฐกิจที่นําไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้นจะต้องเป็น เศรษฐกิจที่ผูกพันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกกันว่าเศรษฐกิจสีเขียว หรือกรีนอีโคโนมี (Green Economy) ซึ่งเป็นการพัฒนาความเป็นอยู่ของมนุษย์ ลดความเสี่ยง ทางด้านสิ่งแวดล้อมและความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ การลดคาร์บอน การใช้ทรัพยากร อย่างมีประสิทธิภาพ การเติบโตสีเขียว ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษเรียกว่ากรีนโกรท (Green Growth) คือแนวทางสําหรับการปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจในปัจจุบันไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน เป็นการลดมลภาวะ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการปล่อยของเสีย รวมทั้งใช้ ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างความมั่นคง ทางด้านพลังงานการเติบโตสีเขียว จึงเป็นเรื่องแนวนโยบายที่สําคัญของรัฐเพื่อที่จะนําไปสู่ สิ่งที่เรียกว่าเศรษฐกิจสีเขียว หรือกรีนอีโคโนมี (Green Economy) กระผมจึงขออนุญาต เพิ่มข้อความในมาตรา ๗๑ หลังจากคําว่า ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน อย่างทั่วถึงเป็นธรรม ขอเพิ่มคําว่า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และต่อด้วยคําว่า และยั่งยืน เพื่อที่จะให้องค์ประกอบของการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้มีพร้อมกันทั้ง ๓ ด้าน คือเศรษฐกิจเติบโต เศรษฐกิจเป็นธรรม และเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้คณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่ได้ดําเนินการและนําเสนอ ให้เข้ามาอยู่ร่วมกันในการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เรื่องการขจัดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเป็นธรรม ทางเศรษฐกิจ เรื่องการพัฒนาที่อยู่บนรากฐานของเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เรื่องการเสริมสร้างวินัยการเงินและการคลังซึ่งกรรมาธิการท่านอื่น ๆ จะได้นําเรียนเสนอต่อไป กราบขอบพระคุณครับ