วินัย ชี้ร่างรัฐธรรมนูญขาดกลไกคุ้มครองผู้บริโภค หนุนรวมชาติพันธุ์-ศิลปวัฒนธรรม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วินัย ดะห์ลัน แสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญในหลายมิติ โดยชื่นชมการให้ความสำคัญกับการศึกษา แต่เสนอให้เพิ่มความชัดเจนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมเน้นย้ำให้รัฐธรรมนูญมีลักษณะรุกในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยคำนึงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความเชื่อของประชาชนกลุ่มน้อย และการรับรองอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ต่างๆ รวมถึงการรวมผู้ไร้สัญชาติเข้าสู่อัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างเป็นธรรม อีกทั้งวิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญที่มีลักษณะกระชับเกินไปจนขาดกลไกสำคัญ เช่น องค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างสมดุลอำนาจและส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรม พร้อมเสนอให้ส่งเสริมบทบาทของศิลปวัฒนธรรมผ่านกลไกสมัชชาศิลปวัฒนธรรมระดับชาติและท้องถิ่น และหารือปัญหาการลดลงของประชากรที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขระยะยาว เช่น การขยายครอบครัว การให้สัญชาติแก่ผู้ไร้สัญชาติ และการพัฒนาคุณภาพประชากรกลุ่มน้อย เพื่อรองรับการขาดแคลนแรงงานในอนาคต

นายวินัย ดะห์ลัน

ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ ผม วินัย ดะห์ลัน หมายเลข ๑๔๓ ครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณทางท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนะครับ สําหรับงานต่าง ๆ ที่ท่านทําได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องประเด็นการปฏิรูป ด้านการศึกษา ก็ต้องขอเรียนว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญอันหนึ่งที่ให้ความสําคัญกับเรื่องของการศึกษา ได้อย่างสมบูรณ์นะครับ สิ่งที่ท่านได้เขียนไว้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดําเนินการให้เด็กทุกคน ได้รับการศึกษาภาคบังคับที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงโดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่าย เรื่องของการดําเนินการ แล้วก็เรื่องของการศึกษาก่อนวัยเรียน เรื่องของการกําหนดการศึกษาของประชาชน ตามความต้องการ แล้วก็เรื่องของการศึกษาตลอดชีวิต ทั้งหมดเป็นเรื่องที่พวกเราเห็นว่า เป็นสิ่งที่มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อเรื่องของการพัฒนาประเทศในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่ง ที่เรายังอยากจะเห็นก็คือการชี้ถึงเรื่องความสําคัญของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในส่วนนั้นเราเห็นว่ายังขาด แล้วก็น่าจะได้นําเอากลับเข้ามาในส่วนของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมขออนุญาตกล่าวถึง ๒ ประเด็น ในเรื่องที่ผมอยากจะนําเสนอ

เรื่องแรก เป็นเรื่องของการตั้งประเด็นคําถาม แต่ว่าไม่ต้องการที่จะมีคําตอบ หรือมีการเปลี่ยนแปลงในรัฐธรรมนูญแต่อย่างใดนะครับ เพียงแต่ว่าอยากจะให้ ทางกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้แสดงความชัดเจนในบางประเด็นอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ เรื่องที่อยากจะให้ร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะของการนําเสนอเชิงรุกในบางประเด็นนะครับ

ส่วนที่ ๑ ผมอยากจะกล่าวถึงสิ่งที่ร่างรัฐธรรมนูญได้กําหนดถ้อยคําต่าง ๆ ไว้ ซึ่งจําเป็นที่จะต้องมีการตีความให้ชัดเจน ทั้งนี้เราจะต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีความเป็นพหุสังคมสูง แล้วก็ พหุวัฒนธรรมสูง เราไม่ได้เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมเดี่ยว เพราะฉะนั้นมีเรื่องของความเชื่อ ที่แตกต่างหลากหลาย การกําหนดเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ อย่างเช่น ไม่เป็นอันตรายต่อ ความมั่นคงของรัฐ ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อันนี้ ก็กําหนดในรัฐธรรมนูญหลายฉบับ เรื่องของการแพทย์แผนไทย มีคําว่า แผนไทย อยู่ เรื่องของความภูมิใจในชาติ เรื่องของมาตรฐานสากล ร่างรัฐธรรมนูญควรกําหนดกลไกในการที่ จะให้เกิดการตีความอย่างเป็นธรรม โดยคํานึงถึงความเป็นพหุวัฒนธรรมของประชาชน ในชาติด้วย สําคัญคือจะต้องกําหนดกลไกให้ประชาชนในกลุ่มวัฒนธรรมส่วนน้อยที่มี ความเชื่อมั่นว่าสังคมนี้ให้ความเป็นธรรมกับเขา เรื่องของวัฒนธรรมความเชื่อเหล่านั้น ควรจะได้รับการปกป้อง ทั้งนี้เนื่องจากว่าประชาชนไทยกลุ่มน้อยเหล่านั้นอาจจะตีความหมาย ในเรื่องของความมั่นคงของรัฐก็ดี ความภูมิใจในชาติก็ดี ศีลธรรมอันดีที่แตกต่างออกไป ลักษณะของวิธีคิดต่าง ๆ เหล่านั้นอาจจะไม่เหมือนประชากรกลุ่มใหญ่ที่มีวัฒนธรรมเป็นไป ในลักษณะทิศทางเดียวกัน เพราะฉะนั้นอย่าให้ประชากรกลุ่มน้อยนั้นมีความรู้สึกที่ว่า เขาไม่ได้รับความเป็นธรรมในการตีความรัฐธรรมนูญจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาจมีอคติ หรือว่าขาดความเข้าใจ อีกส่วนหนึ่งคือคําว่า ไทย ควรจะต้องตีความให้ครอบคลุมความเป็นไทย ในชาติพันธุ์อื่น อย่างเช่น ไทยมอญ ไทยเขมร ไทยภูเขา ไทยมลายู นอกจากนี้ยังต้องไม่ลืมว่า ประชากรไทยส่วนหนึ่งนั้นอยู่ในสถานะของความไร้สัญชาติ คนกลุ่มนี้อยากให้คิดถึงเขาบ้าง เขารําลึกถึงความเป็นคนไทยอยู่ตลอดเวลา แต่เนื่องจากความผิดพลาดในประวัติศาสตร์ ดังนั้นก็อยากให้เราสามารถที่จะบ่งชี้แล้วก็พยายามที่จะดึงเอาคนเหล่านั้นกลับเข้ามาเป็นไทย ประเทศไทยนั้นเรายังขาดวัฒนธรรมในเรื่องของการสร้างสํานึกทางประวัติศาสตร์ในเชิง พหุวัฒนธรรมที่ค่อนข้างจะเป็นปัญหาอยู่เสมอนะครับ

ในส่วนที่ ๒ จะเห็นได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้ความพยายามในการลดเนื้อหา ที่เยิ่นเย้อ เป็นการก่อให้เกิดผลดี ทําให้มีร่างรัฐธรรมนูญที่ครบถ้วน มีเนื้อหาที่กระชับ อย่างไรก็ตาม ความกระชับดังกล่าวส่งผลให้เกิดส่วนที่เป็นประโยชน์ในส่วนที่พบในรัฐธรรมนูญเก่านั้นหายไป ตัวอย่างเช่น ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กล่าวถึงผู้บริโภคไว้ในหลายมาตรา มีการกําหนดกลไกการค้า เพิ่มความสามารถทางด้านการแข่งขันของภาคเอกชน ภาคประชาชน แล้วก็ภาคการป้องกัน การผูกขาด อย่างไรก็ตามการกําหนดในเชิงบวกเหล่านี้เป็นลักษณะของนามธรรม ซึ่งมีบทเรียน ในหลายประเทศว่าการกําหนดในเชิงนามธรรมเหล่านั้นแล้วในที่สุดไม่สามารถที่จะ ดําเนินการได้ เนื่องจากว่าเป็นธรรมชาติของภาคเอกชนที่มักประสงค์จะมีอํานาจเหนือตลาด การแก้ไขโดยการเพิ่มอํานาจให้กับภาคราชการแล้วก็ภาครัฐ หรือแม้กระทั่งภาคการเมือง ไม่เคยประสบความสําเร็จในการกํากับความต้องการสร้างอํานาจเหนือตลาดของ ภาคเอกชนได้ อันนี้มีบทเรียนที่เห็นชัดเจนในประเทศสหรัฐอเมริกา ในยุโรป ในประเทศญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งในประเทศอื่น ๆ ที่พัฒนาแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทําให้สังคมเหล่านั้นพยายาม จะแก้ไขปัญหาก็คือการเพิ่มอํานาจให้กับคนกลุ่มหนึ่งเพื่อที่จะทําให้สังคมนั้นเกิดความสมดุล นั่นก็คือการสร้างอํานาจให้กับผู้บริโภค ในส่วนของผู้ประกอบการนั้นเราจําเป็นที่จะต้องดึง ในบางช่วง ผู้บริโภคเขาไม่ค่อยรวมกัน ต้องผลักครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของการสร้างอํานาจ ให้กับผู้บริโภคในกรณีนี้ก็คือการสร้างองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ ฉบับปี ๒๕๕๐ นั้นมีการกล่าวถึงองค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะทําให้เกิดขึ้นนั้นเราจําเป็นที่จะต้องกําหนดกลไก เนื่องจากว่าทางราชการมักจะคิด อยู่เสมอว่าอํานาจของผู้บริโภคนั้นจะทับซ้อนกับอํานาจของราชการ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ถูกต้อง เรื่องขององค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภคจะทําให้การแข่งขันของภาคเอกชนนั้นดีขึ้น อันนี้เป็น สิ่งที่เราควรจะนึกถึงว่าถ้าสมมุติภาคเอกชนเขาไม่แข่งขันโอกาสที่เขาจะชนะ ในการแข่งขันนั้นมีค่อนข้างยาก การเพิ่มอํานาจให้กับผู้บริโภคนั้นจึงเป็นกลไกสําคัญ

อีกเรื่องหนึ่ง ร่างรัฐธรรมนูญกล่าวถึงศิลปวัฒนธรรมในเชิงนามธรรมไว้มากมาย มีเรื่องของการกล่าวถึงคุณค่า แต่อย่างไรก็ตามในสภาพการณ์ปัจจุบัน วัฒนธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัฒนธรรมความเป็นไทยที่หลากหลายและผสมผสานความเป็นพหุวัฒนธรรมนั้นเราควร จะต้องให้คุณค่าแล้วก็ให้มูลค่าไปในเวลาเดียวกัน รัฐธรรมนูญอาจเน้นเรื่องของการสร้าง มูลค่าเพิ่มทางด้านสังคมและเศรษฐกิจให้กับศิลปวัฒนธรรมไทยนะครับ อย่างไรก็ตามการกําหนด เชิงนามธรรมโดยให้ภาครัฐเป็นผู้กําหนดกิจกรรมหลัก ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ความสําเร็จนั้นเกิดขึ้นได้ยาก เพราะฉะนั้นในร่างรัฐธรรมนูญที่ได้ถูกล้มไปนั้นมีเรื่องของ การกําหนดในเรื่องของสมัชชาศิลปวัฒนธรรมในภาคส่วนทั้งระดับชาติ แล้วก็ระดับท้องถิ่น อยากจะให้ทางร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้นําเอากลับเข้าไป เพราะว่าจะเป็นเรื่องของการสร้าง การขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมในเรื่องการสร้างคุณค่าของมูลค่าศิลปวัฒนธรรม คนที่ทํางาน ทางด้านนี้จริง ๆ แล้วเป็นภาคประชาชนไม่อยากจะให้ลืมเขาไว้ข้างหลังนะครับ เรื่องของ วัฒนธรรมนั้นรวมถึงเรื่องของศาสนาแล้วก็ความเชื่อด้วย ก็อยากจะให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีลักษณะของร่างรัฐธรรมนูญที่กินได้นะครับ เรื่องของมาตรา ๖๖ ก็อยากจะให้เสริมเติมเข้าไป

อีกเรื่องหนึ่งที่ขาดหายไปแล้วก็เป็นส่วนที่มีความสําคัญ แล้วก็จะกลายเป็น สภาพปัญหารุนแรงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นก็คือเรื่องของสภาพการลดลงของประชากร ซึ่งปรากฏว่าวันนี้การลดลงของประชากรนั้นสูงที่สุดในเอเชียรองจากประเทศญี่ปุ่น เท่านั้น ปัญหานี้จะสร้างผลกระทบรุนแรง สิ่งที่จะตามมาก็คือการลดลงของรายได้จาก ภาษีอากร การลดลงของแรงงานคุณภาพ ซึ่งจะมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อเรื่องของการพัฒนา ประเทศ เราต้องยอมรับว่าการควบคุมประชากรของเราในอดีตนั้นได้ผล แต่อันนั้นเป็น สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต วันนี้สถานการณ์ของโลกนั้นเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศ เราจําเป็นที่จะต้องหาหนทางในการที่จะทําให้มีการขยายประชากร ยกตัวอย่างเช่น ในมาตรา ๖๘ เรื่องของการขยายสมาชิกครอบครัวที่มีความพร้อม อันนี้ก็เป็นแนวทางหนึ่ง ในการเพิ่มทรัพยากรมนุษย์ได้ นอกจากนั้นแล้วก็คือเรื่องของการให้สัญชาติแก่บุคลากร บุคคลที่ไร้สัญชาติ เรื่องของการพัฒนาคุณภาพของประชากรไทยกลุ่มน้อยในหลายพื้นที่ ซึ่งยังมีการขยายตัวของประชากรในระดับสูงอยู่ คนเหล่านี้จะเข้ามาทดแทนประชากร ที่ขาดหายไปได้ของเราในอนาคต อันนี้เป็นเรื่องที่อยากจะฝากให้ท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ได้ช่วยกรุณาพิจารณาด้วย รัฐธรรมนูญควรจะมีวิสัยทัศน์ในการมองไปข้างหน้าอีก ๒๐ ปี ๓๐ ปี ประเทศไทยมีปัญหาอย่างรุนแรงเกี่ยวกับเรื่องของประชากร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ เราฝันกันไว้เรื่องของความมั่งคั่ง เรื่องของความมั่นคง จะเป็นปัญหาอย่างยิ่งหากว่า เราไม่สามารถที่แก้ปัญหาในเรื่องของการขยายประชากรในวันนี้ได้นะครับ ยังมีอีกหลายเรื่อง ที่อยากจะนําเสนอ แต่อย่างไรก็ตามคิดว่าคงจะมีผู้นําเสนออยู่แล้ว ผมก็ขออนุญาต ฝากประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ไว้เพื่อให้ท่านได้กรุณาพิจารณา ขอขอบคุณครับ