ชูชัย ศุภวงศ์ หารือเรื่องสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน และการปฏิรูป โดยเสนอให้นำสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชนกลับเข้าไปในรัฐธรรมนูญ ปี 2550 พร้อมเสนอ 6 ข้อเสนอในการปฏิรูป โดยมีหลักการสำคัญคือการกำหนดความรับผิดชอบของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานในการปฏิรูป และการสนับสนุนส่งเสริมประชารัฐให้เข้มแข็ง เพื่อการปฏิรูปที่ยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ สมาชิกหมายเลข ๔๐ ผมจะอภิปรายใน ๒ หัวข้อเท่านั้นนะครับ จะเชื่อมโยงกับ การศึกษาทีหลัง ๒ เรื่องที่สําคัญที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันสูงมากทั้งในโลกออนไลน์ (Online) และกระแสหลัก เรื่องแรกคือสิทธิ เสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชน เรื่องที่ ๒ คือการปฏิรูป
เรื่องแรกนั้น ผมมีความเป็นห่วงว่าระยะเวลาที่มีอยู่เรายากที่จะทําความเข้าใจ เมื่อวันก่อนเพื่อนสมาชิกคงได้ยินได้ฟังท่านประธานมาอธิบายในห้องประชุมแห่งนี้ ซึ่งทําให้ เรามีความเข้าใจมากขึ้น มีความคลางแคลงใจน้อยลง แต่ว่าในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก่อนทํา ประชามติ ผมขอย้ําว่าก่อนทําประชามตินะครับ เวลาไม่น่าจะมากพอที่จะทําให้ผู้คนกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม รวมทั้งชุมชนท้องถิ่น ชุมชนดั้งเดิมที่มีอยู่ทั่วประเทศนั้นจะเข้าใจดังที่เพื่อนสมาชิก ในสภานี้เข้าใจได้ การไปทําประชามติด้วยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนี้ผมคิดว่าอันตราย พอสมควรนะครับ เรื่องของการเขียนในรูปแบบใหม่ที่เขียนให้เป็นหน้าที่ของรัฐแทนการมอบ สิทธิให้ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งชุมชนท้องถิ่นนั้น ผมคิดว่าเป็นวิธีการเขียนแบบใหม่ ท่านประธานครับ สิทธินี่ถ้ามอบให้ผู้คน มอบให้ชุมชนแล้วยากแก่การเรียกคืนครับ แต่ว่า การเขียนทําให้คนเข้าใจว่าสิทธิของตัวเองโดนเรียกคืน อันนี้จะมีหลักประกันอะไร อันนั้น ก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็พยายามทําความเข้าใจอย่างหนัก แต่ผมอยาก เสนออย่างนี้นะครับ เพื่อไม่ให้มีความสุ่มเสี่ยงเกินไป ผมอยากเสนอให้นําหมวดสิทธิ เสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ผ่านประชามติแล้วครับ คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาแทนที่ อาจจะไม่เป็นที่พอใจทั้งหมดนะครับ แต่ว่าขณะที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ (Online) อย่างมากมาย เขาก็จะอ้างกลับไปที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ชุมชนก็ยังมีเครื่องมือในการที่จะ ปกป้องดูแลฐานทรัพยากรของตนเอง ที่ดอกเตอร์ถวิลวดีอภิปรายนี้ว่าสิทธิชุมชนหายไปไหน คําถามนี้เป็นคําถามที่กว้างและลึกนะครับ ไม่ใช่การอธิบายอย่างง่าย ๆ ว่า คําว่า สิทธิชุมชน อยู่ในมาตรานั้น อยู่ในหมวดนั้น แต่หมายความว่าเครื่องมือของสิทธิชุมชนตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง และมาตรา ๖๗ วรรคสาม ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หายไปทั้งหมด แล้วจะอธิบาย อย่างไรก็ยากที่จะทําให้ชุมชนต่าง ๆ มีความมั่นใจได้ ผมจึงเสนอให้นํากลับเข้ามานะครับ ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะพิจารณา เพราะว่า ไปเสนอแบบให้ยกของเดิมออก แล้วเอาของใหม่ที่ผ่านประชามติแล้วสวมเข้าไป มีอีกมาตราหนึ่ง ที่จําเป็นจะต้องเขียนเพื่อเป็นหลักประกันกับสิทธิของประชาชน ประเด็นนี้ถ้าไม่เขียนไว้ ก็อาจจะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต ที่จะต้องเขียนไว้และจะต้องบัญญัติเพื่อเป็นหลักประกัน ของสิทธิก็คือบุคคลย่อมสามารถให้สิทธิทางศาลเพื่อบังคับให้รัฐต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติ ในหมวดสิทธินี้ได้โดยตรง แม้ยังไม่มีการตรากฎหมายดังกล่าวบุคคลก็ย่อมสามารถใช้สิทธิ ทางศาลได้โดยตรงเช่นกัน อันนี้หมายความว่าร่างรัฐธรรมนูญมาตราต่าง ๆ ที่เขียนต่อเติมว่า ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่รัฐสภาไทยยังไม่ไปทํากฎหมายก็มีสิทธิเลย สิทธิตาม รัฐธรรมนูญ และเราก็เรียกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในหมวดสิทธิ เสรีภาพ การมีส่วนร่วม ว่าเป็น รัฐธรรมนูญที่กินได้เพราะว่าเกิดสิทธิทันที อันนี้ก็เป็นข้อเสนออีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของสิทธิ ที่ผมอยากจะเสนอมาถึงเรื่องของประเด็นปฏิรูป ท่านประธานครับ ผมขอเสนอ ๖ ข้อเสนอ ด้วยกันนะครับ
ข้อเสนอที่ ๑ เป็นข้อเสนอให้ยกระดับเป็นหมวดปฏิรูป ซึ่งก็เป็นที่น่ายินดี ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม ท่านบอกว่าเล็งที่จะยกระดับเป็นหมวดปฏิรูป และผมตรวจสอบข่าวเมื่อก่อนลุกขึ้นอภิปรายนี้ครับ ท่านประธานมีชัย ฤชุพันธุ์ ท่านก็บอกว่า ท่านไม่ขัดที่จะเสนอให้เป็นหมวดปฏิรูป การที่เป็นหมวดปฏิรูปมาตราต่าง ๆ มารวมกัน จะเห็นภาพความเชื่อมโยงของการปฏิรูป และถ้าไปอยู่ในบทเฉพาะกาลเรื่องการปฏิรูป ท่านประธานครับ ใช้เวลา ๕-๑๐ ปี หรือบางปฏิรูปใช้เวลา ๒๐ ปีนะครับ ก่อนที่ประเทศจีนจะรวมเป็นประเทศได้เขาใช้เวลา ปฏิรูปถึง ๒๐ ปี เจ้าแคว้นฉินไม่มีใครทราบเลยนะครับว่ามีคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ที่จะทําให้ จิ๋นซีฮ่องเต้รวมชาติได้ต่อมา อันนั้นใช้เวลาที่ทําให้แคว้นฉินที่เป็นแคว้นที่แร้นแค้น ความเหลื่อมล้ําสูงมาก ๒๐ ปีก็สามารถที่จะทําให้เข้มแข็งและสามารถรวมจีนได้เป็นหนึ่ง ในเวลาต่อมา
ข้อเสนอข้อที่ ๒ ในมาตรา ๒๖๙ ที่บอกว่าให้ใส่เพิ่มเติมปฏิรูปด้านต่าง ๆ ลงไป ผมก็คิดว่าให้กลับมาไว้ในหมวดปฏิรูป แล้วเสนอให้มีสาระหลักและแนวทางการปฏิรูป อย่างน้อย ๑๕ ด้านครับท่านประธาน ท่านประธานเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติมาก่อน จะต้องเห็น ได้ทราบความเป็นไปเป็นมานี้ดีทั้ง ๑๕ ด้านเป็นอย่างน้อย ผมจะเสนอเป็น ๔ กลุ่มด้วยกัน อาจจะ ๔ มาตราในหมวดปฏิรูป ซึ่งรายละเอียดถ้ามีเวลาผมจะพูดทีหลัง
ข้อเสนอข้อที่ ๓ กําหนดให้มีกลไกยุทธศาสตร์และการดําเนินการปฏิรูป อย่างต่อเนื่อง ผมหมายถึงกลไกหลังจาก สปท. พ้นหน้าที่ไปแล้วนะครับ ที่เขียนให้ สปท. ดํารงอยู่ได้หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ อันนั้น ๑ ปี แต่หลังจาก สปท. สิ้นสภาพไปแล้ว ต้องมีกลไกมารองรับนะครับ เวลาที่จะอธิบายเรื่ององค์ประกอบ บทบาท อํานาจหน้าที่ คงไม่มีเวลาพอแล้วละครับ
ข้อเสนอข้อที่ ๔ หลักประกันที่ทําให้การปฏิรูปประสบผลสําเร็จ ข้อนี้มีความสําคัญ สูงครับ ประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการปฏิรูปจะประสบผลสําเร็จ เมื่อตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญ ชุดอาจารย์บวรศักดิ์ เราไปรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ จะมีคําถามอย่างนี้ล่ะครับ เราก็เสนอ ข้อบัญญัติข้อหนึ่งว่า บทบัญญัติในหมวดปฏิรูปนี้ก่อให้เกิดความรับผิดชอบแก่รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานที่ต้องจัดให้มีการปฏิรูปตามหลักการที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการนั้น อันนี้ต้องเขียนนะครับ เพราะว่า ถ้าก่อให้เกิดความรับผิดชอบก็ต้องเกิดหน้าที่ หลักประกันแห่งความมั่นใจที่จะนําไปสู่การปฏิรูป มีความสําคัญมากที่สุด
ข้อเสนอข้อที่ ๕ ก็เป็นหลักประกันที่จะทําให้มีความมั่นใจว่าการปฏิรูปเกิดผล ผมก็เสนอว่ารัฐต้องสนับสนุน ส่งเสริมประชารัฐให้เข้มแข็ง เพื่อการปฏิรูปที่ยั่งยืน ขอเสนอให้ กําหนดคําว่า ประชารัฐ ลงในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ เพราะว่าประชารัฐรวมถึงองค์ประกอบ ที่สําคัญ ๓ ส่วน คือรัฐที่เข้มแข็ง คือรัฐต้องปฏิรูปถึงจะเข้มแข็งนะครับ ภาคธุรกิจจะต้อง รับผิดชอบต่อสังคม ที่เรารู้กันในนามซีเอสอาร์ (CSR) และที่สําคัญคือภาคประชาสังคม จะต้องพึ่งตนเองได้ พึ่งกันเองได้ และมีความเข้มแข็งพอที่จะไม่ต้องพึ่งนโยบายประชานิยม ใน ๓ ส่วนนี้คือประชารัฐ ถ้าประชารัฐมีความเข้มแข็ง การปฏิรูปก็เห็นอนาคตครับ อันที่จริง ท่านนายกรัฐมนตรีได้ย้ําเรื่องนี้ กลไกนี้หลายครั้งนะครับ ผมเสนอให้บัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญ
ข้อเสนอข้อที่ ๖ เป็นข้อสุดท้ายนะครับ ผมเสนอให้ สปท. จัดทําร่าง พ.ร.บ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ แล้วเสนอ สนช. ให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้หรือภายในรัฐบาลนี้ รัฐบาลนี้เกิดขึ้นมาจากข้อเรียกร้อง ท่ามกลาง ข้อเรียกร้องการเปลี่ยนใหญ่ของบ้านเมืองจากผู้คนกลุ่มต่าง ๆ ในช่วง ๑ ทศวรรษที่ผ่านมา สําหรับการปฏิรูป ๑๕ ด้านที่จําเป็นต้องกําหนดสาระหลักของการปฏิรูปแต่ละด้าน ตลอดจน แนวทางการปฏิรูปนั้น ผมจะลองยกตัวอย่างเร็ว ๆ นะครับ เพราะด้วยเวลาที่จํากัด อาจจะ ออกเป็น ๔ มาตรา หรือกลุ่ม
กลุ่มแรก ที่สําคัญคือให้มีการรวบรวมระบบเศรษฐกิจระดับมหภาค และรายภาค อันนี้เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ เพื่อลดความเหลื่อมล้ํา และสร้างความเป็นธรรมในสังคม เราพูดแต่ประชาธิปไตยของนักการเมืองนะครับ ละเลยเพิกเฉยที่จะพูดถึงประชาธิปไตยของ ประชาชน และที่ไม่พูดเลยก็คือประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ําจึงสูงมาก สูงที่สุด ในอาเซียน (ASEAN)
กลุ่มที่ ๒ ให้มีการปฏิรูปกฎหมายกระบวนการยุติธรรมการปฏิรูป บริหารราชการแผ่นดิน บริหารท้องถิ่น การป้องกันปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เรื่องนี้ผมเห็นว่ามีความพยายามที่จะทําให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นร่างรัฐธรรมนูญปราบโกง แต่ว่าอยากจะให้เพิ่มเติมมาตรการแสดงบัญชีทรัพย์สินนั้นอย่างเดียวไม่พอ ต้องแสดง ภาษีเงินได้ของทรัพย์สินนั้น ๓ ปีย้อนหลังนะครับ แล้วผู้สมัครทุกระดับทางการเมือง และองค์กรอิสระจะต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินย้อนหลัง ๓ ปีครับ เรื่องนี้เวทีทั่วประเทศ ที่ไปรับฟังความเห็นสนับสนุน ๕ ปี แต่ว่าตัดเหลือ ๓ ปี ผู้คนที่ต้องการเข้ามาในวงการเมือง หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้นต้องกล้าที่จะเปิดเผยสิ่งเหล่านี้ขึ้นมานับแสนคนทั่วประเทศ
กลุ่มที่ ๓ ให้มีการปฏิรูปการศึกษา สาธารณสุข สังคม ศิลปวัฒนธรรม และการคุ้มครองผู้บริโภค
กลุ่มที่ ๔ ให้มีการปฏิรูปบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การผังเมือง การปฏิรูปพลังงาน การปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่ศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์อภิปรายยืดยาวต้องการสรุปอย่างเดียวว่าการปฏิรูปการศึกษานั้น เป็นเรื่องใหญ่ และเรื่องที่ใหญ่เช่นกันก็คือการปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เราก็เสนอให้สิ่งเหล่านี้เขียนในหมวดปฏิรูปแทนเขียนไว้ในมาตรา ๒๖๙ ท่านประธานครับ ผมไม่มีเวลาที่จะลงรายละเอียดตามที่ได้เกริ่นไว้ในข้อเสนอ ๖ ด้าน แต่อยากจะเรียนว่า เรื่องการปฏิรูปนั้นยากในเบื้องต้น และสับสนในเบื้องกลาง ต้องอดทนให้สุดทาง จะงดงาม ทั้งแผ่นดิน ขอบคุณครับ