ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับร่าง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมการรับรองเศรษฐกิจและสังคมแห่งภูมิปัญญาของประเทศ พร้อมเรียกร้องการปรับปรุงร่างเพื่อสัมผัสความคิดเชิงวิทยาศาสตร์มากขึ้น และมุ่งพัฒนาประเทศตามหลักวิทยาศาสตร์
กราบเรียนท่านประธาน สปท. กระผม นายธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ สปท. ๐๖๙ ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้เวลาในการอภิปราย วันนี้ ปีนี้เป็นปีที่สําคัญที่รัฐธรรมนูญฉบับร่างได้ออกมา กระผมอยากจะเรียนว่าเป็นปีที่ ๗๐ ของการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะครบในวันที่ ๕ พฤษภาคม อาจจะ เป็น ๖๖ ปีของการครองราชย์ที่ยาวที่สุด แต่ ๗๐ ปีของรัชกาลปัจจุบันนั้น ผมคิดว่ามีความสําคัญ อย่างไรก็ตามการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยท่านศาสตราจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ก็เป็นเรื่องที่แสดง ให้เห็นว่าเป็นการเตรียมการเพื่อรองรับเศรษฐกิจและสังคมแห่งภูมิปัญญาที่ดีของประเทศ อยากจะนําเสนอเป็นภาพแผ่นสไลด์ (Slide) นะครับ ซึ่งเจ้าหน้าที่คงจะเตรียมไว้แล้ว อยากจะ เรียนว่าสังคมที่มีวุฒิธรรมนั้นเป็นสังคมที่อุดมปัญญา เราก็ผ่านกระบวนการในการขับเคลื่อน มาพอสมควร ในการมีเจเนอรัลเอดูเคชัน (General education) และจากนั้นก็มีความคิด เรื่องลิเบอรัล อาร์ตส เอดูเคชัน (Liberal Arts Education) เข้ามานะครับ ที่จริงแล้วในปัจจุบัน ก็มีการพูดถึงสเตม (STEM) ซึ่งหมายถึงต้นไม้หรือลําต้นนั่นเอง สเตม (STEM) นี้ตามความคิด ทั่วไปคนมักจะไม่เข้าใจอย่างฝรั่งคิดก็คือว่าเป็นวิทยาศาสตร์ เป็นเทคโนโลยีก็จริง แต่อี (E) กับเอ็ม (M) นั้นเป็นเรื่องของการสร้างสรรค์ การสร้าง หรือการปฏิรูปนั่นเอง ดังนั้นผมคิดว่า ใน ๗๐ ปีของรัชกาลปัจจุบันน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับการยอมรับ และผ่านไปอย่างง่ายดายนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือความคิดความอ่านเรื่องตัวเอ็ม (M) เป็นเรื่องที่สําคัญที่สังคม ทั่วไปมักจะไม่เข้าใจ จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แมเทอแมทิกส์ (Mathematics) แต่ว่าเป็นเรื่องของ การคิดอย่างแยบยลที่เป็นคณิตศาสตร์ เป็นตัวเลข ผมอยากจะเรียนว่าโลกยุคปัจจุบันนี้เป็นยุคของ สเตม (STEM) จริง ๆ ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศอังกฤษ หรือประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ใช้กระบวนการคิดแบบนี้ สเตม (STEM) เป็นเรื่องสําคัญ ดังนั้น อินโนเวชัน ดิฟเฟอเรนต์ อีโคโนมี (Innovation different economy) ที่นายกรัฐมนตรี ต้องการหรืออยากจะเห็นนั้นเป็นเรื่องที่น่าจะเกิดขึ้นตามกระบวนการคิดการสร้างร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ขึ้นมา ซึ่งเน้นความมีวินัย ไม่คอร์รัปชัน แล้วก็ต้องทําตามกฎหมาย ผมอยากจะให้ดูสไลด์ (Slide) แผ่นถัดไปนะครับ เป็นความต้องการของรัฐบาลปัจจุบัน คสช. ที่สั่งไว้วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ปีที่แล้วนะครับว่างานของเรามีอยู่ ๖ งานด้วยกันที่สําคัญ บังเอิญงานของผมเป็นงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม แล้วก็ สปช. วาระที่ ๒๑ ได้ดําเนินการไว้อย่างมากมายพอสมควร ผมมารับ ช่วงต่อ แต่บังเอิญงานนี้อยู่ในการศึกษา จึงอาจจะพูดแล้วท่านผู้มีเกียรติอาจจะฟังแล้วก็ ไม่เข้าใจว่าทําไมมาพูดในช่วงนี้ อย่างไรก็ตามระบบการวิจัยเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีกํากับมา ทางท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าต้องปรับปรุงคือท่าน พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ท่านดูแล เรื่องการปฏิรูประบบวิจัย ผมอยากจะเรียนว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ร่างมานี้ต้องยอมรับว่ามีการแตะหรือมีการสัมผัส ความคิดเชิงวิทยาศาสตร์ไว้มากมาย ในฐานะที่เป็นนักวิทยาศาสตร์และบริหารมหาวิทยาลัย ในระดับสูงพอสมควรทั้งในและต่างประเทศ ผมมีความคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีมาก ดีมาก ที่สัมผัสในมาตรา ๕๐ นี้พูดถึงการศึกษา แต่บังเอิญว่าการศึกษาที่พูดนั้นไม่ได้พูด วิทยาศาสตร์ไว้ทั้ง ๔ วรรคเลยนะครับ หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๑ พูดถึง สุขภาพ พูดถึงเรื่องการแพทย์แผนไทย สิ่งนี้เป็นวิทยาศาสตร์ครับ จากนั้นมาตรา ๕๓ ได้พูด ถึงทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายไบโอไดเวอร์ซิตี (Biodiversity) ไบโอไดนามิก (Biodynamic) ต่าง ๆ ซึ่งเป็นฐานของประเทศไทย เป็นแหล่งที่มีพันธุกรรมสูงสุดแหล่งเดียว หรือแหล่งที่ ๒ ของโลกก็ได้นะครับ อันนี้เป็นฐานที่เราจะพัฒนาประเทศไปสู่ประเทศ ที่มีความเจริญแล้วในกลุ่มโลกที่หนึ่ง จากนั้นมาตรา ๕๔ เป็นความสงบสุขต่าง ๆ ของสังคม บนฐานของสิ่งแวดล้อม ผมอาจจะกล่าวสั้น ๆ ย่อ ๆ นะครับ สิ่งแวดล้อมนี้เป็นเรื่องของ วิทยาศาสตร์ทั้งนั้นเลย เป็นความจริงตามธรรมชาติทั้งสิ้น ไม่ว่าจะร้อน จะหนาว จะเย็น หรือจะแล้ง หรือฝนมากมาย นี่เป็นสิ่งแวดล้อม พืชพันธุ์ทั้งหลายสิ่งแวดล้อมทั้งหมด จากนั้น ถ้าดูว่าหมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐนี้นะครับ เป็นนโยบายที่จะต้องทํา รัฐบาลชุดนี้คือ มาตรา ๖๕ ให้ความสําคัญเรื่องการวิจัย นวัตกรรม หรือความเข้มแข็งเป็นภาพรวมครับ มันจะไม่มีความลึกซึ้ง ผมจึงให้ความสําคัญกับสิ่งนี้ค่อนข้างน้อย แต่ก็รับได้ถ้าสังคมรับอย่างนี้ แต่ในใจผมแล้วกับคณะอนุกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ของผมมีความคิดเพิ่มเติมว่าควรจะ ปรับปรุงข้อมูลที่อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นบางส่วน ซึ่งอยู่ด้านหลังสไลด์ (Slide) อีกที มาตรา ๖๘ เช่นเดียวกันนะครับ เรานําเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม สปท. เพื่อจะผลักดันให้เกิด มหาวิทยาลัยการกีฬาขึ้นมา การกีฬา สุขภาพ สวัสดิการสังคมเป็นเรื่องสําคัญครับ และเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ ทุกคนทราบดีว่าในปัจจุบันเรากินไข่ได้แล้ว เราไม่สนใจคลอเลสเตอรอล (Cholesterol) สูงหรือต่ํา สิ่งนี้เป็นวิทยาศาสตร์ล้วน ๆ เลยครับ หมวด ๖ เช่นเดียวกัน มาตรา ๖๙ รัฐบาลนี้ให้ความสําคัญกับเรื่องอาหารการเกษตร ประเทศไทยเป็นประเทศเดียว ที่มีแผ่นดินแล้วก็ปลูกได้ทั้งปี แล้วส่งอาหารออก ในขณะที่ต่างประเทศหรือหลายประเทศ ด้วยกันใกล้ ๆ บ้านเรา ประเทศอินโดนีเซียนําอาหารเข้า ประเทศมาเลเซียนําอาหารเข้า คิดดูสิครับ ประชากรที่ปลูกอาหารคือชาวนาชาวไร่ได้รับความสําคัญจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างสูงเลย อันนี้เป็นวิทยาศาสตร์เบื้องต้นนะครับ วันนี้ถ้าไม่รับประทานอาหารมาคงมานั่ง ประชุมในห้องนี้ไม่ได้ แต่มีใครคิดถึงความสําคัญของเกษตรกรบ้าง การเกษตรบ้าง อาหาร ฟู้ด (Food) ฟีด (Feed) ไฟเบอร์ (Fiber) ฟูเอล (Fuel) แล้วก็อัลเทอร์เนทีฟ (Alternative) ทั้งหลายที่มาจากอาหารนี่มากมายเหลือเกินอาหารจึงมีความสําคัญและบนฐานวิชาการ วิทยาศาสตร์ จากนั้นเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมเป็นมาตรา ๗๑ บทเฉพาะกาลครับ บทเฉพาะกาล เป็นเรื่องสําคัญที่ผมเห็นแล้วดีใจมาก เพราะว่ามีการเปิดโอกาสให้เสนอแนวคิดในการสร้าง มาตราที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมขึ้นมา ผมขอข้ามไปเร็ว ๆ นะครับ เป็นสไลด์ (Slide) ถัดไปซึ่งเป็นภาพของโครงสร้างการวิจัย นวัตกรรม และวิทยาศาสตร์ ในประเทศไทยค่อนข้างจะสับสนนะครับ เจ้าหน้าที่เลื่อนสไลด์ (Slide) เร็ว ๆ ครับ ภาพนี้ครับ สับสนมาก เพราะมีหลายหน่วยงานหลายองค์กร คือผมอยู่ในมหาวิทยาลัยมา ทําการวิจัยมา วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเป็นเรื่องดีเราเข้าใจ เราต้องการองค์กรใหม่ ภาพสไลด์ (Slide) ถัดมา เป็นเรื่องที่จัดองค์กรการวิจัยของเสียใหม่ตามที่ท่านประจินมาควบคุม เราต้องการหน่วยงาน กําหนดนโยบายซึ่งปัจจุบันนี้สับสน เราต้องการหน่วยงานที่จัดสรรแล้วก็สนับสนุนวิจัยพร้อมทั้ง กําหนดโจทย์ หน่วยงานดําเนินการวิจัยหน่วยนี้เป็นหน่วยสําคัญครับ มหาวิทยาลัยของชาติ นี่มีเยอะมากเลย แล้วหน่วยงานวิจัยของชาติก็มีเยอะ จากนั้นหน่วยงานสําคัญถัดมาคือ การพัฒนาผลงานวิจัยไปสู่สังคม งานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ซึ่งผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการ เราดูแล ๒๐ ปีข้างหน้าว่าอินโนเวชันแลนด์สเคป (Innovation landscape) ของประเทศไทยนั้น เป็นฐานนวัตกรรมของชาติอย่างไร เราเรียนแบบอเมริกัน หรือญี่ปุ่น หรือจีน หรือเกาหลี ก็เช่นกัน ลักษณะจะคล้ายกันว่าฐานของเม็ดเงินทั้งหลายนี้มาจากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ บนฐานนวัตกรรม เราแข่งกับอเมริกันไม่ได้ เพราะว่าเทคโนโลยีอวกาศเขาไกลมาก อะไร ทุกอย่างเขาพร้อมหมด อย่างเช่นเราพูดเรื่องอินโนเวชัน (Innovation) ด้านนิวเคลียร์ (Nuclear) เราพูดแต่นิวเคลียร์ (Nuclear) เก่า ๆ ซึ่งสกปรกเลอะเทอะ แต่เราไม่เคยพูดถึง ฟิวชันนิวเคลียร์ (Fusion nuclear) ซึ่งมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือหน่วยงานของรัฐต้องปรับตัวเรื่องนี้ ฟิวชันนิวเคลียร์ (Fusion nuclear) เป็นนิวเคลียร์ (Nuclear) สะอาด อีก ๒๐ ปีก็จะมา เม็ดเงินทั้งหลายที่เกิดขึ้นตรงนี้เป็นฐานของเศรษฐกิจทั้งประเทศนะครับ อย่างไรก็ตามผมอยากจะข้ามไปสไลด์ (Slide) อื่นนะครับ ซึ่งเราได้เน้นว่าเมื่อเรามีนวัตกรรม เรามีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เรามีผลผลิตที่เกิดขึ้นในช่วง ๒๐ ปีนี้ก็คือว่าความรู้ ความเข้าใจ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยจะสูงขึ้นก็คือการผลิตคณาจารย์ไปสอนนักเรียน นักศึกษาทุกช่วงชั้น ถัดไปก็คือว่าความเข้าใจในเชิงวิทยาศาสตร์ของเรา ณ ปัจจุบันนี้เราหลง ไปในทิศทางที่อาจจะไม่เหมาะสม ขอสไลด์ (Slide) ที่เป็นภาษาอังกฤษนะครับ ภาพนี้ผม ฉายครั้งหนึ่งแล้วที่นี่ นี่คือระบบวิทยาศาสตร์ที่คนสงสัย สงสัยจีเอ็มโอ (GMOs) หรือ สงสัย พลังงานหรือ สงสัยไบโอไดเวอร์ซิตี (Biodiversity) หรือ อยู่ในภาพนี้ทั้งหมด ถัดมาก็คือว่า การให้ความรู้มหาวิทยาลัยเท่านั้นที่ต้องทําการวิจัยแล้วก็ทําการศึกษา บัณฑิตศึกษาของ มหาวิทยาลัยจะเป็นตัวหลักในการที่จะพัฒนาการศึกษาขั้นสูงของประเทศให้เป็นสังคม อุดมปัญญา สไลด์ (Slide) ถัดไปครับเจ้าหน้าที่ แผ่นนี้ครับ สังคมของโลก ของคน ชุมชน ทั้งหลายพัฒนาอย่างนี้มา ๒๐๐,๐๐๐ ปี ที่คนเดินได้ พูดได้ ๕๐,๐๐๐ ปี ๗๐,๐๐๐ ปี ที่คนเดินได้ครอบครองทั้งโลก มาจากความรู้ภาษา มีความรู้เรื่องกฎหมายทําให้สังคมสงบ จากนั้นก็ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ทําให้สังคมมีความสุข เทคโนโลยีก็ตามมา นวัตกรรมต่าง ๆ ก็เกิดมาจากฐานของการสร้างเอ็นจิเนียร์ (Engineer) แต่ไม่ใช่วิศวกรนะครับ และแมเทอแมทิกส์ (Mathematics) ซึ่งไม่ใช่คณิตศาสตร์ อันนี้เป็นสังคมอุดมปัญญาที่แท้จริงที่แย่ที่สุดของ สังคมไทยตอนนี้ก็คือว่าเราไปกดดันให้ ผมขอพูดพระนิดหนึ่ง พระของเรา ๒๐๐,๐๐๐ องค์ ไม่สนใจที่จะเรียนเปรียญธรรมขั้นสูง แต่ไปเรียนปริญญาต่าง ๆ ที่เป็นทางโลกทางตะวันตก แล้วเอาดอกเตอร์มาใส่ชื่อหน้าตัวเองเป็นดอกเตอร์พระเทพ พระธรรม อันนี้เป็นความผิดพลาด เพราะว่าเมื่อหลาย ๒๐ ปีก่อนสภาแห่งนี้ได้อนุมัติหรือได้ประกาศว่าเปรียญธรรม ๙ มีคุณวุฒิ แค่ปริญญาตรี อันนี้ผิดครับ ถ้าเราดูภาพนี้พระสามารถที่จะพัฒนาตนเองขึ้นไปสู่ระดับสูง แล้วก็ถ้าหากคิดจะสึกออกมารับราชการหรือทํางานพระก็ควรจะได้การเทียบชั้นเปรียญ ๙ เป็นระดับเท่า ๆ กับปริญญาเอก แต่ไม่ใช่พีเอชดี (Ph.D) หรือดอกเตอร์ ลิเทอเรเตอร์ (Doctor literature) ดอกเตอร์ ออฟ ลอว์ (Doctor of law) คณะกรรมาธิการทั้ง ๓ ชุดของผมก็ได้ เห็นชอบในกระบวนการคิดแบบนี้ จึงนําเสนอว่าในมาตรา ๒๖๙ ซึ่งทางร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปิดโอกาสไว้ให้ขอปรับปรุงข้อมูลเพื่อให้เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อรองรับ การศึกษาและความเจริญเติบโตของชาติเป็นอย่างนี้ ผมก็อ่านช้า ๆ ว่าคือการปฏิรูประบบวิจัย ระบบนวัตกรรม และระบบการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยมีสภานโยบายการวิจัยนวัตกรรม และการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กํากับดูแล ปฏิรูปโครงสร้างองค์กร ในระบบวิจัย ระบบ นวัตกรรม ระบบการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ปรับระบบบริหารจัดการ ระบบวิจัยและองค์กรวิจัย ในทุกระดับ ให้แต่ละองค์กรมีภารกิจหลักที่ชัดเจน ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานของระบบวิจัย และระบบนวัตกรรมให้มีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและกระจายตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในเรื่องการผลิตและพัฒนากําลังคน และสร้างความก้าวหน้า ในอาชีพ สร้างสังคม ชุมชน องค์กรฐานความรู้ ให้ทุกภาคส่วนเห็นความสําคัญของระบบ วิทยาศาสตร์และเป็นสังคมฐานความรู้ มีระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ทั้งหมดนี้เป็นแนวคิด ของชุดคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย เพื่อนวัตกรรม ซึ่งมีรองประธานเป็นอธิการบดีศักรินทร์ แล้วก็ท่านอดีตเลขาธิการ นายแพทย์สุทธิพร แล้วก็มีท่าน พลเอก วุฒินันท์ซึ่งได้ทํางานอย่างเข้มแข็ง และมีอาจารย์เขมทัตเป็นเลขานุการ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ