อลงกรณ์ พลบุตร หารือร่างรัฐธรรมนูญในหลายมิติ โดยสนับสนุนมาตราที่ห้ามการทรมานและทารุณกรรม พร้อมเสนอปรับถ้อยคำเพื่อความชัดเจนในการบังคับใช้ และเสนอให้พิจารณาเปลี่ยนโทษประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิตเพื่อสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมทั้งเน้นย้ำความสำคัญของการปิดกั้นนักการเมืองทุจริตจากการเมืองผ่านบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ การสร้างพรรคการเมืองที่ไม่ขึ้นกับทุน การตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส การแก้รัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงตามเสียงข้างมาก และสนับสนุนการปฏิรูปตำรวจตามมาตรา 268 โดยให้สภาเป็นผู้ดำเนินการต่อเนื่องเพื่อรักษาความเป็นอิสระจากการแทรกแซงทางการเมือง
ขอบคุณครับ ท่านเป็นรองเจ้ากรมพระธรรมนูญนะครับ เรากําลังพิจารณา เรื่องร่างรัฐธรรมนูญก็ได้ความรู้และมุมสําคัญก็คือเรื่องพันธกรณีต่อต่างประเทศ ก็เป็นเรื่อง ที่ฝากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญด้วย รวมทั้งบัญญัติเรื่องการส่งเสริมและคุ้มครองระบบสหกรณ์ เพราะว่าหายไปเลยจาก ๑๙ ฉบับที่ผ่านมา ต่อไป พันตํารวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ นะครับ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เชิญครับ
พันตํารวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ : กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พันตํารวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ สปท. ลําดับที่ ๕๐ กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ขออนุญาต อภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๘ วรรคท้าย เพียงมาตราเดียว ดังต่อไปนี้ครับ มาตรา ๒๘ นี้อยู่ในหมวด ๓ เรื่องสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ได้ระบุไว้ว่าบุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย วรรคหนึ่ง เป็นการอธิบาย ในเรื่องการจับและการคุมขัง วรรคสอง ในเรื่องการค้นตัวบุคคล ส่วนวรรคสาม ได้บัญญัติไว้ ดังนี้ครับ การทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรม จะกระทํามิได้ ผมขอแสดงความชื่นชมร่างรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวนะครับ เนื่องจาก ได้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากลและพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้มีอยู่ หลาย ๆ อนุสัญญาด้วยกันนะครับ ยกตัวอย่างเช่น กติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิ ทางการเมือง ที่ใช้ชื่อย่อว่าไอซีซีพีอาร์ (ICCPR) อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน หรือว่าแคท (CAT) อนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันบุคคลจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ หรือการอุ้มหายนั่นเอง ซึ่งชื่อย่อก็คือซีอีดี (CED) รวมทั้งยังได้สอดคล้องกับแผน สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ ซึ่งประเทศไทยได้ใช้อยู่ในปัจจุบันนะครับ ตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๕๕๗-๒๕๖๑ อย่างไรก็ตามการที่ระบุไว้ว่าการทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรม จะกระทํามิได้ โดยไม่มีข้อความ ต่อเนื่องนั้น อาจก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ๒ ประเด็นด้วยกันนะครับ
ประเด็นแรก คือประเด็นเรื่องการลงโทษประหารชีวิต ทุกท่านคงทราบว่า ปัจจุบันนี้ประเทศไทยเราได้มีการระบุให้มีการลงโทษประหารชีวิตในหลายมาตราด้วยกัน ทั้ง ๆ ที่ในแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับล่าสุดของเรานะครับ เราได้ถูกกดดันจาก นานาอารยประเทศที่ขณะนี้ ๓ ใน ๔ ของประเทศทั่วโลกประมาณ ๑๕๐ ประเทศเขาได้ยกเลิก การลงโทษประหารชีวิตไปแล้ว ประเทศไทยเราอยู่ในกลุ่ม ๑ ใน ๔ ของที่เหลือที่ยังไม่ได้ ยกเลิก อย่างไรก็ตามเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องหาความสมดุลภายในระหว่างการควบคุม อาชญากรรมกับหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งดุลยพินิจนั้นก็คงเป็นของฝ่ายบริหารร่วมกับ ฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างไรก็ตามจากการที่ประเทศไทยเราได้เป็นภาคีในกติกาสากลก็ดี อนุสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ดี เป็นผลให้ในแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) เราได้ระบุไว้ถึงการเปลี่ยนแปลงโทษประหารชีวิตให้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาเป็นโทษ จําคุกตลอดชีวิต ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อสานต่อวัตถุประสงค์ในการยกระดับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ สิทธิมนุษยชนภายในประเทศของเราให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสิทธิมนุษยชนสากล ทีนี้สิ่งที่ผมจะขออนุญาตนําเรียนเสนอก็คืออย่างนี้ หากเรายังไม่มั่นใจว่าจะมีการแก้ไขยกเลิก โทษประหารชีวิตได้ในระยะเวลาอันใกล้ การเขียนด้วน ๆ ว่าจะกระทํามิได้นั้นผมคิดว่า อาจจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการที่ศาลมีคําสั่งประหารแล้ว พ้นขั้นตอน การถวายฎีกาต่าง ๆ แล้ว ถึงที่สุดทางราชทัณฑ์อาจจะขัดรัฐธรรมนูญ อาจจะนําคนผู้นั้น ไปประหารชีวิต ซึ่งปัจจุบันเราไม่ใช้วิธีการยิงเป้าแล้วเราใช้วิธีฉีดยานะครับ ฉีดยาพิษ ทําให้เสียชีวิต ผมอยากขออนุญาตเรียนเสนอว่าหากจะให้ครบถ้วนและสอดคล้องไม่มีปัญหา ในทางปฏิบัติ ถ้าเราจะย้อนไปดูรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๕๐ มาตรา ๓๒ บุคคลย่อมมีสิทธิ และเสรีภาพในชีวิตร่างกาย ก็แทบจะเป็นถ้อยคําเดียวกันครับ มาตรา ๓๒ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้เขียนไว้ว่า การทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้าย หรือไร้มนุษยธรรม จะกระทํามิได้ ถูกต้องตรงกับมาตรา ๒๘ วรรคท้าย ที่ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ย่อมานะครับ หรือว่าจําลองมาทุกประการ เพียงแต่ว่าเขามีการเขียนต่อเข้าไป อีกวรรคหนึ่งคือ แต่การลงโทษตามคําพิพากษาของศาลหรือตามที่กฎหมายบัญญัติไม่ถือว่า เป็นการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมตามความในวรรคนี้ จึงขออนุญาต เรียนเสนอครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไป พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน อดีตผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค ๑
พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน สมาชิกลําดับ ๑๙๗ ไม่ได้มีตําแหน่งเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่อย่างใด แต่เป็นประธาน คณะกรรมการการเลือกตั้งประจํากรุงเทพมหานคร ดีใจมาก คาดหวังมากว่าในเร็ววันนี้ ตามโรดแมป (Road map) ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้กรุณาวางโรดแมป (Road map) ไว้อย่างชัดเจน ผมจะได้ทําหน้าที่ออกเสียงประชามติในกรุงเทพมหานครต่อร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมพูดไว้เมื่อเดือนที่แล้วว่าไม่มีสภาไหนในโลกใบนี้ที่จะรู้เรื่อง ปัญหาของประเทศไทยเท่ากับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ไม่มี ทําไม สภานี้ขับเคลื่อน และปฏิรูปประเทศไทยจําเป็นจะต้องรู้ปัญหาก่อน แล้วผมก็พูดต่อไปว่าจริง ๆ แล้วปัญหา ของประเทศที่นํามาสู่สภานี้ รัฐบาลนี้ อยู่ในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) มาตรา ๓๕ บัญญัติ ๑๐ ประการนะครับ เอามาฉายให้เห็นว่านั่นคือปัญหาของบ้านเมืองที่ต้องแก้ไข แล้วผมอภิปรายไว้ ๔ ประการ ขณะนี้ทั้ง ๔ ประการบรรจุอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ค่อนข้างจะสมบูรณ์
ประการที่ ๑ ในมาตรา ๓๕ ที่ผมพูดไว้ในสภาแห่งนี้ คือนักการเมืองที่ขี้โกง นักการเมืองที่ทุจริต จะต้องไม่มีสิทธิเข้ามาสู่เวทีการเมืองอีก ตัวแทนของประชาชนเป็นคนขี้โกง เรารับได้ไหมล่ะ ถ้าเป็นคนทั่วไป ไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่ตัวแทนของเราเราพอทนได้ แต่ถ้า คนโกงบ้านโกงเมือง ทุจริตการเลือกตั้ง แล้วมานั่งชูคอในสภาแห่งนี้ให้ผมตายเสียดีกว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ในมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๖ และมาตราที่เกี่ยวข้อง ขอบพระคุณครับ ต้องเข้มแข็งครับ เราอย่าหวั่นไหวครับ
เรื่องที่ ๒ ผมพูดไว้ในสภาแห่งนี้ก็ในบัญญัติ ๑๐ ประการนั้นละครับ พรรคการเมืองและนักการเมืองจะต้องเป็นพรรคการเมืองและนักการเมืองของประชาชน ไม่ใช่เป็นพรรคการเมืองของนายทุน อภิปรายกันนอกสภาบอกว่าทุนสามานย์ ไม่ใช่กดรีโมต (Remote) มาจากต่างประเทศหรือในประเทศ หรือตรงมุมตรงหลืบใดก็ได้ ถ้าเป็น พรรคการเมืองที่รับทุนมาจากนายทุน แน่นอนครับ ต้องสนับสนุนนายทุน ทุนสามานย์ละครับ มิฉะนั้นจะต้องเป็นพรรคการเมืองของประชาชน มีอยู่ในมาตรา ๔๕ มาตรา ๑๗๙ มาตรา ๑๘๑ ชัดเจน กราบขอบพระคุณคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ ท่านอาจารย์มีชัยที่เคารพไว้ ณ โอกาสนี้ครับ
เรื่องต่อมา ผมบอกว่าบ้านเมืองเราแตกระส่ําระสายเพราะการนํางบประมาณ แผ่นดินไปใช้อย่างอีลุ่ยฉุยแฉก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนํางบประมาณแผ่นดินไปหาเสียง อย่างแยบยล ด้วยการเขียนนโยบายประชานิยม จะต้องสร้างองค์กร จะต้องสร้างกลไก ในการป้องกันตรงนี้ให้ชัดเจนครับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ในมาตรา ๕๘ มาตรา ๑๘๐ ให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ให้ผม กกต. ให้ ปปง. เป็นองค์กรอิสระที่คอยตรวจสอบ เรื่องนี้ ชัดไหมล่ะครับ เป็นการแก้ปัญหาของบ้านเมืองที่ตราไว้ในมาตรา ๓๕ แล้วหรือยังครับ
ในเรื่องต่อไป คือเรื่องของการให้แก้รัฐธรรมนูญยากขึ้น ไม่ใช่จะไปแก้ ๔-๕ ประเด็น สวนกันกับคําพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ แก้อย่างไรก็ได้เมื่อมีเสียงข้างมาก ในสภา แก้รัฐธรรมนูญให้ตีลังกาถอยหลังก็ได้ จนกระทั่งศาลต้องเขียนว่า ถ้ารัฐธรรมนูญ เป็นอย่างนั้นเท่ากับถอยหลังเข้าคลอง เราเห็นภาพเหล่านี้ชัดเจนในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
มาในส่วนของผมนิดหนึ่งครับ ขอบพระคุณคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นอย่างสูงที่ได้ให้ความกรุณาให้ความสําคัญกับกิจการตํารวจ ท่านได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ ในมาตรา ๒๙๘ การปฏิรูปตํารวจแยกออกมาต่างหาก ผมขออนุญาตอ่านนิดหนึ่งครับ สั้น ๆ แล้วท่านจะเห็นภาพว่าตรงกันกับแนวทางที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทําอยู่ใน ๙ ประการ มาตรา ๒๖๘ ไม่ใช่มาตรา ๒๙๘ มาตรา ๒๙๘ เกินร่างรัฐธรรมนูญไปแล้วครับ มาตรา ๒๖๘ บอกว่าภารกิจตํารวจจะต้อง มีการปฏิรูป จะต้องมีการแก้ไข ปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสม ปรับปรุงเกี่ยวกับ การบริหารงานบุคคลของตํารวจให้เกิดประสิทธิภาพ มีหลักประกันว่าข้าราชการตํารวจ ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง โยกย้าย การพิจารณา บําเหน็จความชอบ เพื่อให้ข้าราชการตํารวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีอิสระ ผมต่อนะครับ โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ข้าราชการตํารวจปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีอิสระ ปราศจากการแทรกแซง จากบุคคลภายนอก โดยเฉพาะนักการเมือง ไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของบุคคลใด รวมทั้ง นักการเมือง เพื่อให้ข้าราชการตํารวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีความภาคภูมิใจ ต่อหน้าที่ของตน ฟังต่อครับ ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ในระหว่างยังไม่มีกฎหมายที่จะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ให้การแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ ดําเนินการตามลําดับอาวุโส ตรงนี้ที่ผมจะอภิปรายแล้วฝากไปยังกรรมการครับ เพื่อประโยชน์ ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้มีคณะกรรมการอิสระคณะหนึ่งมีหน้าที่ปฏิรูปให้สัมฤทธิผล ทั้งนี้ ตามที่กําหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา ขออนุญาตตรงนี้ครับ ปกติผมจะคล้อยตามใครยาก ถ้าชอบด้วยหลักการและเหตุผลผมจะเป็นคนใจง่ายมาก สภาแห่งนี้น่าจะอยู่ต่อไปอีก ๑ ปีหลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๒๖๙ จะต้อง ทําการปฏิรูปในทุก ๆ ด้าน ในทุก ๆ มิติให้เสร็จตามช่วงเวลา ดังนั้นในการปฏิรูปตํารวจ ก็ควรจะขับเคลื่อนด้วย สภาแห่งนี้ไม่ควรที่จะไปตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาปฏิรูปเฉพาะตํารวจอีก เพราะเดี๋ยวหน้าจะไม่เหมือนพ่อ ไม่เหมือนแม่ ไม่เหมือนกับแนวทางที่สภาแห่งนี้เคยมีมติไปแล้ว ดังนั้นผมขออนุญาตเสนอความเห็นตรงนี้ว่าใช้สภาแห่งนี้ครับ ใช้คณะกรรมาธิการชุด ที่มีท่านอาจารย์วิรัช ชินวินิจกุล ท่านไม่เชื่อท่านวิรัชหรือครับ ท่านเป็นประธานกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ผมเองท่านไม่เชื่อผมหรือครับ ท่านไม่เชื่อท่าน พลตํารวจเอก วรพงษ์ที่เป็นสมาชิกสภาแห่งนี้หรือครับ ท่านไม่เชื่อ สปช. ที่ทําการศึกษาเรื่องนี้แล้วมาสอดคล้องกันตรงนี้หรือครับ ท่านไม่เชื่อในคะแนนมติที่ผ่านไป เมื่อคราวที่แล้ว ๒๕๔ : ๖ หรือครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาเถอะครับ ท่านแก้อีกนิดเดียว เท่านั้นเอง แล้วผมจะทําประชามติให้ท่านในกรุงเทพฯ ท่านไปแก้เถอะครับ ไปแก้ให้เป็น เหมือนกันกับการปฏิรูปในมิติอื่น ไม่ต้องตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาปฏิรูปเฉพาะตํารวจเข้ามาขับเคลื่อน ผมขับเคลื่อนเป็นครับ ผมขับเคลื่อนได้ครับ แล้วไม่ผิดแนวทางแน่นอนครับ ด้วยความเคารพ อย่างสูง กราบขอบพระคุณครับ