ประสิทธิ์ แจงเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราว ยันทำตามกฎหมาย-ป้องกันปัญหาซ้ำ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๙ · ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ชี้แจงแนวทางการใช้อุปกรณ์ติดตามอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ภายใต้กรอบกฎหมายและเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว โดยย้ำความจำเป็นในการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศเพื่อลดต้นทุน และยืนยันความเหมาะสมของการติดตั้งที่ข้อเท้าแทนข้อมือเพื่อป้องกันการถอดหรือหลีกเลี่ยงการควบคุม พร้อมระบุถึงความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการดำเนินการ

นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกทุกท่าน ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ให้ข้อเสนอแนะแล้วก็ข้อคิดเห็น ต่าง ๆ ผมบันทึกไว้หมดแล้ว แล้วก็จะนําไปปรับก็มีด้วยกันทั้งหมด ๑๑ ท่าน ที่ให้ข้อเสนอแนะ แล้วก็ข้อคิดเห็นต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ แล้วก็ทางด้านเทคนิคก็ได้มีการตอบไปบ้างแล้ว กระผมจะตอบในภาพรวมแล้วกันนะครับ โดยเฉพาะหลายท่านที่ถามมาเกี่ยวกับเรื่อง การประกันด้วยการปล่อยชั่วคราว อันนั้นเกรงว่าไม่ได้มีการพิจารณาอย่างถ่องแท้และจะเป็น ปัญหาสําหรับบุคคลที่ได้รับการปล่อยตัวออกมาไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กระทําความผิดอุกฉกรรจ์ อย่างเช่นที่ท่านกษิตท่านได้เอ่ยขึ้นมานะครับก็ขออนุญาตเอ่ยนามท่านว่าท่านกังวลในเรื่องของ นักโทษอุกฉกรรจ์ โดยเฉพาะนักโทษฆ่า ซึ่งตรงนั้นการปล่อยตัวชั่วคราวหรือว่าการกําหนด เงื่อนไขอะไรต่าง ๆ จะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอยู่แล้วจะมี เช่นจะมีบัญญัติอยู่ใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาตั้งแต่มาตรา ๘๙/๑ มาตรา ๑๐๘ วรรคสาม มาตรา ๑๑๐ วรรคสาม อันนี้จะเป็นเงื่อนไขในการที่จะกําหนดให้ผู้ที่มีอํานาจในการปล่อย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานตํารวจ พนักงานอัยการหรือศาลยุติธรรม ตรงนี้จะมีกําหนดไว้ ในภาพรวมว่าจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะศาลจะมียี่ต๊อกด้วย จะมีแนวทางกําหนดไว้เลยว่า จะปล่อยอย่างไร ฉะนั้นถ้าออกไปแล้วจะไปสร้างปัญหาหรือไปเป็นภาระหรือไปสร้างความ ยุ่งเหยิงให้กับพยานหรือคู่กรณีตรงนั้นศาลเขาคงไม่ปล่อย โดยเฉพาะอุกฉกรรจ์ก็คงไม่ใช่ แม้ว่าจะสันนิษฐานตามระบบสากลว่าให้สันนิษฐานไว้ก่อนทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ก็จริงก็อย่างที่ มีหลายท่านยกตัวอย่างนะครับว่าปล่อยผู้กระทําความผิด ๑๐ คนยังดีกว่านําตัวผู้ที่ไม่ได้ กระทําผิด ๑ คนมาเข้าคุกเข้าตะราง อันนั้นก็เป็นแนวทางในการที่จะพิจารณาเบื้องต้น เรื่องของการใช้อีเอ็ม (EM) ตรงนี้ เนื่องจากว่าเดิมมีการใช้อยู่แล้ว แล้วก็ทางรัฐบาลโดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ขออนุญาตอ่านหนังสือเป็นข้อสั่งการที่ท่านประสงค์จะให้มีการพัฒนา ทางด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย แล้วก็มีหนังสือสั่งการไปที่ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ คือที่ สวทช. ขออนุญาตอ่านสั้น ๆ เป็นหนังสือสั่งการด่วนที่สุด ที่ นร ๐๕๐๕/ว ๒๘ ลงวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๙ เฉพาะข้อ ๗ ขออนุญาตที่เกี่ยวข้องโดยตรง ท่านจะบอกอย่างนี้ครับ บอกว่าให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติหรือ สวทช. เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคิดค้นเครื่องมือ ที่สนับสนุนการดําเนินงานของส่วนราชการ เช่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการผลิตติดตามตัว ที่อยู่ระหว่างการคุมประพฤติ อิเล็กทรอนิกส์มอนิเทอริง (Electronics Monitoring) หรืออีเอ็ม (EM) และอุปกรณ์ครุภัณฑ์ด้านการเกษตร อันนี้ซึ่งไม่เกี่ยว ทั้งนี้เพื่ออะไร เพื่อบอกว่าลดต้นทุน การผลิต อันนี้เป็นข้อสั่งการ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและการนําเข้าจากต่างประเทศ ฉะนั้น ทุกวันนี้เป็นการนําเข้าจากต่างประเทศแล้วก็เป็นการเช่าแล้วก็เมื่อครบสัญญาเช่า ๑ ปี ก็ไม่มีอะไร แม้กระทั่งอุปกรณ์ที่จะมาทําการศึกษาก็ไม่สามารถขอได้ก็ได้จากกรรมาธิการ บางท่าน อนุกรรมาธิการบางท่านที่ออกทุนให้เองแล้วก็ไปซื้อตัวอย่างมา ฉะนั้นที่หลายท่าน บอกว่าไปซื้ออุปกรณ์ที่แถวประตูน้ําหรือว่าราคา ๒,๐๐๐ บาทหรืออุปกรณ์ที่สายริสแบนด์ (Wristband) ตัวเครื่องวัดหัวใจมันคนละส่วนกันนะ อันนี้ราคาอย่างไร และยังถูกกว่ามากแน่นอน แล้วก็ขณะนี้ทางกรมคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรมก็ปรับแล้ว ไม่เช่าแล้ว ปีนี้ได้งบประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาทเศษใช้วิธีซื้อ แล้วก็ตอนนี้ส่งร่างสัญญาทีโออาร์ (TOR) กําหนดเรียบร้อย แล้วก็ส่งร่างสัญญานั้นไปให้สํานักงานอัยการตรวจซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจว่าคุณสมบัติ ครบถ้วนอย่างไร และอย่างที่ทางฝ่ายเทคนิคได้พูดไปนะครับว่ากรณีไอพี ๖๘ (IP68) นั้น จะสูงกว่าไอพี ๖๘ (IP68) แล้วก็กําหนดขั้นต่ําไว้ เพราะเกิดปัญหาครับว่าถ้าใช้ไอพี ๖๗ (IP67) น้ํากับฝุ่นจะเข้าได้ ถ้าหากว่าใช้ไอพี ๖๘ (IP68) นั้นจะเข้าลงน้ําไปได้ลึกเท่าไร ๒ เมตร เมตรเศษอย่างนี้ ระยะเวลาเท่าไรจะมีกําหนดนะครับ อันนั้นก็เป็นตัวอย่างซึ่งจะทําให้ ไม่เป็นปัญหาแล้วก็เรื่องอาการแพ้ อาการคันอันนั้นก็ได้มีการปรับ ส่วนที่หลายท่านอาจจะบอกว่าขอไปใช้ที่ข้อมือได้ไหม ก็แล้วแต่ เพราะว่าเท่าที่เก็บข้อมูลทาง กรมคุมประพฤติซึ่งใช้มาประมาณ ๒ ปี ทางกรมคุมประพฤตินั้นก็ยืนยันว่าถ้าใช้กับข้อเท้า จะมีความเหมาะสมแล้วก็การถอดหรือการจะแกะก็ยาก ถ้าข้อมือนี้อาจจะรูดง่าย แล้วก็ข้อเท้า ถ้าใส่กางเกงขายาวก็สามารถปิดบังแล้วก็ไม่น่าเกลียดอะไร อย่างที่ตัวอย่างตัวอย่างก็เพิ่งเสร็จ อันนั้นก็เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รวบรวม ส่วนข้อมูลต่าง ๆ หลายท่าน อย่างท่านสุวิระ ท่านบอกว่าได้หารือทางตํารวจหรือไม่ ไปหารือแล้วก็ไปพบกับทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มาตั้งแต่ต้น ๆ ปีเลย ไปรวบรวมข้อมูล แล้วก็ทางศาล ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมนี้จะมีตัวแทนเข้ามาในรูปของคณะกรรมการ ฉะนั้น ที่ท่านกษิต ขออนุญาตเอ่ยนามท่านอีกครั้งนะที่ท่านกังวลเกี่ยวกับเรื่องว่าไม่ต้องการที่จะให้ พ.ร.บ. แต่ละฉบับที่ออกมามีอธิบดี มีปลัดกระทรวงเป็นผู้ดําเนินการที่ไปออกกฎหมายลูก ตรงนั้นไม่ใช่ ตรงนี้เป็นรูปคณะกรรมการในการที่จะกําหนดนโยบายหรือกําหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ในการที่จะไปดําเนินการแล้วก็นําปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้วไม่สามารถดําเนินการนี้มาปรับได้ ซึ่งคณะกรรมการจะอยู่ในมาตรา ๖ พ.ร.บ. ระบบ แล้วอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ จะอยู่ในมาตรา ๑๐ ถ้าท่านพลิกดูในตัวกฎหมายซึ่งแนบร่างไว้แล้วนะครับ ตอนนี้จะเห็นชัด ฉะนั้นความกังวลต่าง ๆ ที่เกรงว่าจะไม่รอบคอบก็คิดว่าอาจจะไปปรับเพิ่ม แต่ส่วนใหญ่ หน่วยงานทุกหน่วยงาน แม้กระทั่งกรมพระธรรมนูญก็เชิญมาขอข้อมูลในการที่จะปรับใช้ ฉะนั้นในส่วนนี้ก็ต้องกราบขอบพระคุณทางท่านสมาชิกทุกท่านที่ให้ข้อแนะนําแล้วก็ข้อสังเกต อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการที่จะนําไปปรับเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นนะครับ ก็ขอขอบคุณทุกท่านครับ