ชูชัย สนับสนุนใช้ EM ลดเหลื่อมล้ำ-เพิ่มโอกาสเข้าถึงความยุติธรรม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๙ · ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

ชูชัย ศุภวงศ์ หารือการใช้ระบบติดตามอิเล็กทรอนิกส์ (EM) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมและเรียกร้องการปฏิรูปโครงสร้างเรือนจำ โดยเสนอให้แยกผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมดีออกจากเรือนจำเพื่อหลีกเลี่ยงความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวและสังคม พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิผลของการจับกุมผู้เสพยาเสพติดที่ทำให้เรือนจำล้นโดยไม่แก้ปัญหาต้นเหตุ

นายชูชัย ศุภวงศ์

กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการและเพื่อน สมาชิกที่เคารพรักทุกท่านครับ ผม นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ สมาชิกหมายเลข ๔๐ อยากจะ เท้าความหลังนิดหนึ่งนะครับไม่ใช่เป็นเพราะว่าสูงวัยนะครับ แต่ว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องที่กรรมาธิการได้นําเสนอในวันนี้นะครับ เมื่อกว่า ๒๐ ปีที่แล้วผมมีโอกาสไปเรียนอยู่แถว มลรัฐแมสซาชูเซตส์ ที่นั่นผมได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับเรื่องการใช้อีเอ็ม (EM) นั่นกว่า ๒๐ กว่าปีแล้วนะครับอย่างน้อย ๒ เรื่องด้วยกันเท่าที่จําได้ เรื่องหนึ่งก็คือการใช้ติด บริษัทเอกชนเขาจะติดมอนิเทอร์ (Monitor) คนขับรถไม่ให้ขับในความเร็วที่สูง และไม่มี ปัญหาเรื่องอุบัติเหตุนะครับ เพราะว่ามีระบบเฝ้ามองพฤติกรรมและบันทึก คนเราเมื่อถูก เฝ้ามองพฤติกรรมโดยสาธารณะจะมีพฤติกรรมอีกอย่างหนึ่ง ท่านทั้งหลายลองคิดดูสิครับ ถ้าอยู่คนเดียวในห้องที่ปิดเราก็จะมีพฤติกรรมอีกแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะท่านั่ง ท่านอน ท่าอะไรต่าง ๆ แล้วก็มีเรื่องของอีเอ็ม (EM) นี่แหละครับที่ผมได้ฟังแล้วก็รู้สึกชื่นชมนะครับ แต่ว่าไม่ได้ มีความคิดว่าทางบ้านเราสามารถที่จะทําเรื่องเหล่านี้ได้ แต่ว่าวันนี้มาได้ยินสิ่งที่กรรมาธิการ นําเสนอสิ่งที่น่าชื่นชมนี้ก็ต้องขอบคุณนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามเดี๋ยวตอนท้ายผมอาจจะมี ประเด็นคําถามหรือประเด็นคําถามของท่านกษิต ภิรมย์ ถ้าตอบได้กระจ่างชัดในทุกประเด็น โครงการนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมากแก่สังคมไทยแล้วก็ผมอยากจะเรียนว่าอันนี้เป็นการปฏิรูป เป็นการเปลี่ยนระบบครั้งสําคัญ แล้วก็เป็นการลดความเหลื่อมล้ําในสังคมทีเดียวนะครับ ผมได้ยินการอภิปรายเรื่องข้อมูลที่ผ่านมาก็เน้นเรื่องการลดความเหลื่อมล้ําก็อยากจะเรียนต่อ นะครับว่าเวลาพูดถึงความเหลื่อมล้ําก็พูดใน ๕ มิติด้วยกัน เรื่องความเหลื่อมล้ําทางรายได้ ความเหลื่อมล้ําทางโอกาส ความเหลื่อมล้ําทางสิทธิ ความเหลื่อมล้ําทางอํานาจและ ความเหลื่อมล้ําทางศักดิ์ศรี กรณีของอีเอ็ม (EM) สามารถตอบคําถามเรื่องลดความเหลื่อมล้ําได้เกือบหมดถ้าลองไล่ดู แต่ว่าผมคงไม่มีเวลารายละเอียดที่มาไล่นะครับ เรื่องของคนยากคนจนที่ยังเป็นผู้ต้องหาหรือ แม้กระทั่งคนที่ศาลเห็นมีความประพฤติดีแล้วก็ให้ไปควบคุมความประพฤติออกมาได้ อันนี้ ล้วนกระทบต่อความเหลื่อมล้ําทั้งสิ้น เขาไม่มีเงินประกันตัว แต่ว่ามีพฤติการณ์ที่ดี ไม่มี พฤติกรรมที่หลบหนีหรือว่าไปทําลายพยานหลักฐานก็สามารถที่จะออกมาได้ แท้ที่จริงแล้ว ออกมาได้โดยที่ไม่ต้องมีอีเอ็ม (EM) ด้วยซ้ําไปนะครับ แต่ถ้ามีอีเอ็ม (EM) เพื่อความมั่นใจ ก็เป็นเรื่องที่ดีเกิดประโยชน์กับสังคมไทย แล้วหัวหน้าครอบครัวคนหนึ่งที่ถูกข้อหาบุกรุกที่ดิน ทํากินของตัวเองแล้วจะต้องไปอยู่ในคุก ครอบครัวเดือดร้อนแสนสาหัสทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ถูกชี้ขาด ว่ากระทําผิดจริง มีความทุกข์ยิ่งกว่าคนไข้ที่ผมเผชิญมาในชนบท เพราะว่าคนไข้เหล่านั้น สมัยก่อนมีสถานีอนามัยตอนนี้เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล เขามีอาสาสมัคร อสม. เขามีคลินิกเอกชนถ้าพอมีเงินไปนะครับ มีโรงพยาบาลชุมชน มีโครงสร้างรองรับได้ที่จะไปแก้ ทุกข์ทางร่างกายที่เจ็บป่วย แต่ว่าทุกสภาวะ ทุกขภาวะทางสังคมที่ถูกกระทําด้วย กระบวนการยุติธรรมมันแสนสาหัสในทุกมิติ ดังนั้นการเสนอการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและมี ลักษณะใช้อิเล็กทรอนิกส์ ใช้ระบบเฝ้าระวังตรวจสอบติดตามนั้น ผมคิดว่าช่วยลด ความเหลื่อมล้ําและลดทุกขภาวะในสังคมอย่างยิ่งนะครับ อันนั้นโดยหลักการ ผมเคยมีโอกาส ไปเยี่ยมเรือนจําหรือคุกและสถานพินิจทั่วประเทศเมื่อครั้งดํารงตําแหน่งเป็นเลขาธิการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเพื่อทํารายงานเสนอรัฐบาลเสนอรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และมี งานวิจัยรองรับ ผมเสนอต่อท่านรองนายกรัฐมนตรีที่นั่งใกล้ ๆ ผมนี่ครับ ตอนนั้นท่านเป็น รองนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแล้วไปนําเสนอ นําไปสู่ การปรับเปลี่ยนสภาพในคุกและสถานพินิจ อันนี้คือกระบวนการทํางานร่วมกัน ไม่ใช่ไปเรียกร้อง สิทธิแบบที่ใช้การด่าทอเป็นหลัก แต่ว่าเป็นกระบวนการทํางานโดยใช้ความรู้ มีข้อเสนอที่ถ้า มีงานวิจัยรองรับ ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายล้วนต้องการที่จะแก้ปัญหาทั้งสิ้นต้องขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีชิดชัย วรรณสถิตย์ วันนี้มีโอกาสมาทํางานกับท่านอีก มีสิ่งที่ผมพบ มีการเสนอแล้วว่าในคุกทั่วประเทศ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ตอนยุคนั้นสมัยนั้นมีประมาณ ๒๐๐,๐๐๐-๒๕๐,๐๐๐ คนนะครับ แล้วปริมาณที่เหมาะสมควรจะเป็นประมาณ ๙๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ คน ปรากฏว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์เรื่องยาบ้าครับ ประเด็นคําถามของผม ก็คือว่าขณะนี้มีเรื่องกระท่อม กัญชาอะไรต่าง ๆ ซึ่งในต่างประเทศเขาปรับว่าในปริมาณ ที่เหมาะสมไม่ผิดกฎหมาย ประเด็นยาบ้าผู้เสพกับผู้ใช้ผมเชื่อว่ามีปัญหาไม่รู้ตรงไหน ถ้าแก้ปัญหาตรงนี้จะลดทุกขภาวะได้อย่างยิ่ง เพราะว่าจับให้ล้นคุก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ก็ไม่ได้แก้ปัญหา แสดงว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นนะครับ ประเด็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะ ยกตัวอย่างให้มันสุดขั้วไปเลยนะครับ ท่านทั้งหลายคงรู้จักเครื่องคอมพิวเตอร์ ท่านทราบไหม ครับว่าบิดาที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาให้กําเนิดของคอมพิวเตอร์นี่คือโพรเฟสเซอร์แอลัน ทัวริง แอลัน ทัวริง นี่ต้องเรียกว่าเป็นวีรบุรุษสงครามหลังจากที่ท่านเสียชีวิตไปนานแล้วเป็นผู้ ถอดรหัสนาซีได้ และมีการคํานวณว่าทําให้สงครามโลก ครั้งที่ ๒ ยุติเร็วไป ๒ ปี ช่วยชีวิตผู้คนไป ๑๔ ล้านคน แต่สิ่งที่ท่านโดนกระทําก็คือว่ากฎหมายในอังกฤษขณะนั้นประมาณปี ๑๘ กว่า ๆ ผมจํา ตัวเลขไม่ได้แต่ยกเลิกในปี ๑๙๖๗ คือข้อหาอนาจารรักร่วมเพศบอกว่าเป็นข้อหาที่โหดร้ายมาก เป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นอาชญากรต้องมีทางเลือก ๒ อย่าง ๑. เข้าคุก ๒. บําบัด การบําบัด อันโหดร้ายเขาบันทึกไว้อย่างนั้นคือฉีดฮอร์โมน ฮอร์โมนที่เรียกว่าเอสโตรเจน (Estrogen) เขาเชื่อว่าเพื่อลดความใคร่ทางเพศ โพรเฟสเซอร์แอลัน ทัวริง เป็นโพรเฟสเซอร์ (Professor) ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ท่านก็ยอมรับว่าท่านมีพฤติกรรมอย่างนั้น แต่ว่าสิ่งที่ท่านเลือก ก็คือว่าเลือกที่อยู่นอกคุกแล้วก็ฉีดฮอร์โมนและฮอร์โมนนั้นส่งผลกระทบให้ในที่สุด ท่านเสียชีวิตยังเป็นปริศนาว่าฆ่าตัวตายหรือเป็นอย่างไรเพราะว่าพบสารไซยาไนด์ หลังจากที่ แม่บ้านได้พบศพและมีการชันสูตร จนในที่สุดรัฐบาลอังกฤษเองต้องย้อนหลังนะครับ ตอนหลังองค์การอนามัยโลกก็ยอมรับว่าการเบี่ยงเบนทางเพศอะไรต่าง ๆ มันเป็นเรื่อง เป็นการดีวิเอต (Deviate) เป็นการเบี่ยงเบนไม่ใช่เป็นเรื่องอาชญากรหรืออะไรต่าง ๆ คนที่ได้รับ การยกโทษก็คือประมาณเกือบ ๕๐,๐๐๐ คน ประมาณ ๔๙,๐๐๐ กว่าคน ย้อนหลังอาจจะ ด้วยกรณีของโพรเฟสเซอร์แอลัน ทัวริง หรืออะไรก็ตามแล้วก็ได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ สงคราม อันนี้ประเด็นที่ผมอยากจะชี้ก็คือว่ากฎหมายบางครั้งตามไม่ทันสถานการณ์และไป ทําลายคนที่ไม่สู้จะเป็นธรรมเท่าไรนักเมื่อเรามองย้อนหลังนะครับ ท่านประธานครับ ผมขอ อีกนิดหนึ่งครับประเด็นที่ผมอยากจะพูดก็คือว่าข้อเสนอนี้นําไปสู่การแบ่งเบา เบาบางคนในคุก ให้ลดลง อันนี้จะเป็นตัวชี้วัดที่สําคัญนะครับว่าประเทศใดก็ตามที่คนในคุกลดลงจะด้วย วิธีการใดก็แล้วแต่ ความเหลื่อมล้ําลดลงทําให้คนในคุกลดลงหรือว่ามีกลวิธี มีข้อเสนออย่างที่ อีเอ็ม (EM) นะครับ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ขณะนี้มีการประกาศทยอยปิดคุกเพราะว่า ความเหลื่อมล้ําเขาน้อย ในประเทศญี่ปุ่นหรือสแกนดิเนเวียไปสํารวจเลยครับท่านประธาน คนผู้ต้องจําคุกลดลงต่อประชากรเพราะความเหลื่อมล้ําเขาห่างกันประมาณ ๔ เท่ากว่า ๆ คน ๒๐ เปอร์เซ็นต์คนข้างบนกับคนข้างล่างนะครับ แต่ประเทศไทยมันห่างกันสูงที่สุดในอาเซียน บ้างก็ว่า ๑๒ เท่า บ้างก็ว่า ๑๕ เท่า แต่แน่นอนห่างมากที่สุดในอาเซียน โครงการนี้เป็น โครงการลดคนที่จะเข้าคุกลง อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมากนะครับ ประเด็นที่จะต้องตอบ ก็คือตอนท่านกษิตอภิปรายผมก็นึกตามนะครับว่ามีข้อมูลพยายามฟังข้อมูลว่าปีหนึ่งสามารถ ลดได้ประมาณกี่หมื่นคนที่ไม่ต้องเข้าไปในคุกโดยที่ยังไม่ได้ตัดสิน เขาบริสุทธิ์หรือว่าศาลปล่อยแล้ว แล้วก็เขาสามารถที่จะอยู่นอกคุกได้สักกี่หมื่นคนจากจํานวนตั้ง ๓๐๐,๐๐๐ คน ประเด็นที่มี ปัญหาเรื่องกฎหมายนั้นก็ไปว่าอีกที จํานวนจะมีคําถามว่าจะแย่งชิงงบประมาณกันก็จะต้อง มาคํานึงถึง ขอประทานโทษนะต้องใช้ศัพท์ของเศรษฐศาสตร์เรื่องคอสต์เบเนฟิต (Cost Benefit) ว่าโครงการนี้ลงทุนและจะให้ความคุ้มค่ามากเท่าไร ตัวเลขต่าง ๆ รวมทั้ง คําถามอื่น ๆ ที่ท่านกษิตได้ตั้งคําถามผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่ง แต่โดยรวมแล้วผมคิดว่า ข้อเสนอของกรรมาธิการนี้เป็นข้อเสนอที่น่าชื่นชมครับ เป็นข้อเสนอที่เป็นการปฏิรูปและ เปลี่ยนใหญ่ในระบบกระบวนการยุติธรรมและเป็นข้อเสนอที่นําไปสู่การลดความเหลื่อมล้ํา ในสังคมครับ ผมคิดว่าต้องขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ