สุรินทร์ ชี้โครงการติดตามผู้ต้องขังต้องทบทวน ห่วงต้นทุนสูง-ขาดยั่งยืน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๙ · ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือร่างกฎหมายเกี่ยวกับระบบติดตามผู้ต้องโทษ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการป้องกันการกระทำผิดและการสร้างกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของงบประมาณในโครงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามผู้ต้องขังที่มีต้นทุนสูง และเสนอให้ทบทวนประสิทธิภาพของระบบรวมถึงวิเคราะห์ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ก่อให้เกิดอาชญากรรม เพื่อผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในระบบยุติธรรมอย่างยั่งยืน

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๓ ผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องนับ ๑ นี้ดีนะครับ แต่นับไปเรื่อย ๆ นี้ก็ขอให้ดีต่อไปก็แล้วกันเหมือนนักมวยนี้ ยกแรกนี้ฟอร์ม (Form) ดีมากเลย แต่ว่ากว่าจะถึงยก ๑๐ นี้สะบักสะบอม แต่ถามว่าผมสนับสนุนไหม ผมสนับสนุน เพราะเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของกระบวนทัณฑวิทยานะครับ การกระทําผิดของมนุษย์มันมีอยู่ ๒ สาขาเอง อาชญาวิทยาซึ่งพลตํารวจเอกท่านหนึ่ง ดอกเตอร์ที่นี่ก็เรียนมาจนเป็นพลตํารวจเอกนะครับ และทัณฑวิทยา ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการจําคุกนะครับ ๒ วิชานี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน ผมอ่านเอกสารของท่านกรรมาธิการ ๑๐๑ หน้า ตัวเลขสวยงามนะครับ แล้วก็ประทับใจ แต่ว่าผมนี้ไม่เคยเรียนหนังสือกับท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์หยุด แสงอุทัย เลย ได้แต่ อ่านหนังสือของท่าน ท่านมีชีวิตอยู่ เกิดเมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๔๕๑ และเสียชีวิต.เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๒๒ ท่านเป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ประจําที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านเขียนหนังสือไว้เยอะมาก ท่านเป็นอดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่านอาจจะงงว่า สุรินทร์พูดเรื่องอะไรทําไมต้องเอาท่านอาจารย์หยุด ซึ่งท่านไปเกิดสวรรค์ชั้นฟ้าไหนแล้วไม่รู้ มาพูดในที่นี้ ผมอยากจะกราบเรียนยกย่องท่านอาจารย์หยุดว่าท่านเป็นปรมาจารย์ในการร่าง กฎหมาย ท่านสอนเรื่องการร่างกฎหมาย ถ้าใครจะไปอ่านแล้วนี้จะเป็นนักร่างกฎหมายที่ดี ท่านบอกว่าก่อนจะดูเนื้อในของพระราชบัญญัติต่าง ๆ นี้ เธอต้องไปดูหลักการและเหตุผลก่อน ในหน้า ๔๑ ท่านนี้ เขียนหลักการและเหตุผลไว้ผมอ่านแล้วนี้มันสุดยอดเลย เอาเฉพาะที่สําคัญ ๆ ก็คือว่าเพื่อให้การใช้อุปกรณ์ติดตามตัวดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นอย่างไรครับ เกิดระบบบูรณาการและการประสานงานการปฏิบัติระหว่างองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ทางอาญาซึ่งมีหลายองค์กร สมควรกําหนดให้มีคณะกรรมการบูรณาการระบบติดตามตัว การใช้อุปกรณ์ ผมไปดูแล้วท่านมี ๒๓ คน ท่านออกแบบคณะกรรมการมามีบุคคลภายนอกเพียง ๕ คนคือ ผู้ทรงคุณวุฒินอกนั้นเป็นราชการทั้งสิ้น ประธานคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตกราบอัญเชิญน้อมนําพระบรมราโชวาทในหลวง รัชกาลที่ ๕ พระราชทานไว้นานมากกับข้าราชการตํารวจและผมเคยนําเสนอไปทีแล้วในเรื่องอื่น อ่านอีกครั้งหนึ่ง การจับผู้ร้ายนั้นไม่ถือเป็นความชอบ ถ้าท่านเป็นตํารวจฟังแค่นี้ใจหล่น เว้นแต่นับว่าผู้นั้นได้กระทําการครบถ้วนแก่หน้าที่เท่านั้น เห็นไหมครับ ความลึกมากนะครับ ท่านประธาน แต่จะถือเป็นความชอบต่อเมื่อได้ปกครอง ป้องกันเหตุร้าย ให้ชีวิตและ ทรัพย์สินของข้าแผ่นดินในท้องที่นั้นอยู่เย็นเป็นสุขพอควร เป็นอย่างไรฟังแล้วสะดุ้งไหม พอควรไม่ใช่ดีเลิศพอดูจากหนังสือของอาจารย์หยุดแล้วดูหลักการและเหตุผลท่านแล้ว และพระบรมราโชวาทแล้วท่านกําลังทําที่ปลายเหตุ เธอก็เข้าคุกกันมาเธอไม่เป็นอะไร เดี๋ยวจะจัดการให้ทางทัณฑวิทยา ตามจับแล้ว ศาลตัดสินแล้ว แล้วก็กี่ปีกี่ชาติก็แล้วแต่เถอะ โทษประเภทนั้นประเภทนี้ก็เรื่องอาชญาวิทยาคือคนกระทําผิดก็ต้องได้รับโทษถูกไหมครับ เสร็จแล้วก็มาเรื่องทัณฑวิทยาจะทําอย่างไร ถึงจะทําให้คนเหล่านี้ให้กลับเป็นคนดีได้ หลาบจํา ไม่ทําความผิดซ้ําแต่ก็ยังมีประมาณเกือบ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่ทําผิดแล้วเข้าอีก เข้า ออกไป ซ้ําแล้ว ซ้ําอีก เพราะฉะนั้นการที่จะทําอะไรกับผู้ต้องโทษไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพักโทษชั่วคราว ร้อยแปดจิปาถะ ต้องมีกระบวนการที่เป็นธรรม อธิบายได้ว่าคนนี้กฎเกณฑ์เป็นอย่างนี้ ให้ออกไปอยู่ที่บ้านได้ อันนี้เจ็บป่วยไปหาหมอได้ร้อยแปดจิปาถะเชื่อว่าท่านกรรมาธิการ รู้เรื่องนี้ดีผมไม่ต้องมากราบเรียนที่นี่ ทีนี้ถามว่าแล้วผมคิดอย่างไรภาษิตหรือคําพังเพยของ คนที่เรียนกฎหมายอาจารย์สอนกันมาเลยว่าถ้าเราเอาคนดีเข้าคุก ๑ คน สู้เอาคนที่ผิดและไม่ต้อง เข้าคุก ๑๐ คนดีกว่าเพราะว่าคนดีเข้าคุก ๑ คนมันบอบซ้ําต่อตัวเขา ครอบครัว และสังคม อย่างยิ่ง และนํามาซึ่งความเสื่อมของกระบวนการยุติธรรมที่ท่านกําลังจะพูดคือเป็นส่วนเสี้ยวหนึ่ง ของกระบวนการยุติธรรมที่เริ่มต้นจากคนกระทําความผิด ตํารวจไปจับ อันนี้พูดถึงคดีอาญา ไปจับ จับเสร็จอัยการส่งฟ้อง ส่งฟ้องเสร็จศาลก็จะไต่สวนและพิพากษา และถ้าเป็นคดี หนักหนาสาหัสก็ต้องตีตรวน ถ้าเป็นลหุโทษไม่เกิน ๓ ปีท่านก็รอลงอาญาได้ กระบวนการ อย่างนี้มีมาตั้งแต่โบราณมันอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา ป. วิ. อาญา จะลงโทษอะไร ศาลท่านใช้ดุลยพินิจ ศาลเป็นสิ่งที่เราเคารพมาตั้งแต่โบร่ําโบราณจนถึงปัจจุบัน ทีนี้ถามว่า แล้วผมเห็นอย่างไร ผมเห็นว่าการป้องกันไม่ให้คนทําผิดน่าจะดีกว่าไหมครับ ผมคิดว่าน่าจะดีกว่า ถ้าหากคิดว่าไม่ดีกว่าท่านกรรมาธิการเถียงผมได้เลย เมื่อเช้าผมคุยกับพรรคพวกข้างนอก พูดถึงบัดนี้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทําความผิดทางจราจรสูงมาก และผมก็เลยบอกและ ทุกคนก็เห็นด้วยกับผมหลายคนนั่งกันแต่ไม่ได้ออกรายชื่อ ตํารวจจราจรที่ดีและตํารวจ ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ดีแต่อาจจะมีสัก ๐๐.๑๑ เปอร์เซ็นต์ที่พิสดาร ตรงนี้ห้ามเลี้ยวขวา เธอก็ไปยืนอยู่ ขอประทานโทษนะครับ แล้วพอเลี้ยวขวามาปุ๊บ ขอใบขับขี่ครับ แต่ตํารวจที่ดี ก็มีเยอะที่ผมเห็น ตรงนี้เลี้ยวไม่ได้ครับ อันตรายครับ ต้องตรงไปครับ ไปถึงยูเทิร์น (U-turn) ข้างหน้าครับ ถามว่านี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นการป้องกันมากกว่าการที่จะมาเอาคนเข้าคุก พิพากษา เยอะแยะ คดีรกโรงรกศาลท่านประธานกรรมาธิการก็จะรู้ว่าคดีนี่รกศาลอยู่เยอะ มากมาย จนผู้พิพากษานี่ต้องใช้คําว่าทํางานจนหัวฟู ขอประทานโทษนะครับ ไม่ไหวจริง ๆ ถ้าเรายังไม่ ป้องกัน คุกหลายคุกท่านไปดูได้เลยเต็มไปด้วยนักโทษยาเสพติดหรือไม่จริง ท่านไปดูได้เลย ยิ่งภาคเหนือนี่เต็มไปด้วยผู้กระทําความผิดทางยาเสพติด อันนี้ผมเห็นด้วยก่อนนะ แต่ผมคิดว่า ท่านกรรมาธิการชุดนี้น่าจะคิดเลยไปถึงกระบวนการว่าจะทําอย่างไรที่จะป้องกันไม่ให้ คนกระทําผิด เกรงกลัวต่อบาป เริ่มต้นก่อน ไม่ทําบาป ไม่ว่าต่อหน้าและลับหลัง ไม่ใช่ไม่มี ตํารวจทําได้ ถ้าตํารวจมาทําไม่ได้ ต้องเกรงกลัวต่อบาปเสียก่อน นั่นคือมีศีล ๕ อย่างไรครับ ให้สอนกันมาตั้งแต่ประถม มัธยมเลยนะครับ แต่ไม่ใช่หมายถึงว่าพอท่านไปติดอีเอ็ม (EM) มีกระบวนอีเอ็ม (EM) เสร็จแล้วนี่ไม่เป็นไร คดีแค่นี้ เดี๋ยวท่านก็เอาอีเอ็ม (EM) มาใส่ให้ ชาวบ้านอาจจะไม่รู้ว่าอีเอ็ม (EM) คืออะไร นึกว่าสารสําหรับทําปุ๋ยเข้าไปโน่น อีเอ็ม (EM) ตอนแรกผมได้ยิน (EM) ก็งงนะครับ พออ่านเข้าไปลึก ๆ มันเป็นแมชีน (Machine) สักตัวหนึ่ง นี่นะครับ ไม่ใช่ที่ทําปุ๋ย อันนี้ผมกราบเรียนท่านด้วยความเคารพ

เรื่องต่อไปอาจจะเป็นเรื่องไม่สําคัญแต่ฝากกรรมาธิการไว้ ท่านอาจจะไม่ได้ รับผิดชอบโดยตรง แต่ผมคิดว่าก็เป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผมอยากจะนํากราบเรียน ด้วยความเคารพ ในหน้า ๙๒ ของท่านนี่ ท่านประธานขอเวลาอีกสักนิดเดียวครับ ท่านครับตาราง ของท่านในหน้า ๗๒ นี่ผมว่าดีมากเลย หาข้อมูลมาดีมากเลย ก่อนหน้านี้ท่านก็บอกว่าผู้ที่ถูก จําคุกอายุ ๗๐ ปีขึ้นไป มีเท่าไร ๆ ท่านก็เอามาเป็นตัวอย่างเลยว่าผู้ต้องขังชายที่เข้า กระบวนการอีเอ็ม (EM) ของท่านในอดีตมี ๓,๙๖๙ คน ผู้ต้องหาหญิง ๗๕๖ คน ก็จะเห็นเลย ว่าผู้ชายทําความผิดมากกว่าผู้หญิงเห็นไหมครับ ผู้หญิงนี่ทําจากวัตถุธาตุที่ดีก็ทําผิดน้อย รวม ๔,๗๒๕ คน ใช้งบประมาณไปนิดเดียว ๗๓ ล้านบาทเศษ พอมาดูตารางนะครับ อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวหรือที่ท่านเรียกว่าอีเอ็ม (EM) อิเล็กทรอนิกส์มอนิเทอริง (Electronics Monitoring) นี่ ๗๓ ล้านบาท ผมเฉลี่ยแล้ว หารแล้ว ตัวหนึ่ง ๑๕,๕๐๐ บาท ท่านไปเดี๋ยวนี้เลยที่ซอยรางน้ําหรือที่ไหนก็ตาม ตัวพวกนี้ซื้อเลยไม่ต้องเช่า คล้าย ๆ กับจีพีเอส (GPS) ที่ติดตามรถนี่ไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท อย่างดีที่สุด แต่นี่ ๗๓ ล้านบาท หารด้วย ๔,๗๒๕ ตัวละ ๑๕,๕๐๐ บาท ยังไม่พอ ยังไม่เป็นค่าเช่าวงจรอีก ๕,๕๐๐,๐๐๐ บาท เฉลี่ยคนหนึ่ง ไปใช้อุปกรณ์เขา ทางดาวเทียมอีก ๑,๑๖๔ บาท มีเจ้าหน้าที่เฉลี่ยแล้วคนหนึ่งก็ ๓,๓๘๖ บาท คอลเซ็นเตอร์(Call Center) ที่รับโทรศัพท์นี่นะครับ เฉลี่ยคนละ ๑,๑๖๔ บาท ผม ไม่เข้าใจว่าระบบซิงเกิลคอมมานด์ (Single Command) ของท่านนี่คืออะไร แต่ก็เฉลี่ยแล้ว คนที่ติดอีเอ็ม (EM) ที่แขนคนหนึ่งก็ต้องเสียเงินหลวง ๑,๒๖๙ บาท งบประมาณเบ็ดเสร็จ ๑๐๖ ล้านบาท ท่านแล้วต่อไปทําทั้งประเทศนะ นี่ทดลองนะ ทดลองนะ ทดลองนะ ต่อไป ทําทั้งประเทศนี่ผมคิดว่าเป็นพัน ๆ ล้านนะ ท่านคิดอย่างนี้ผมเห็นด้วย ทําไปเถอะ แต่ท่านไปดัก ข้างหน้าได้ไหมว่าทําอย่างไรถึงจะให้คนทําความผิดน้อยลง น้อยลง น้อยลง ------------------- ผมว่าตรงนั้นน่าจะสําคัญมากเท่ากับเรื่องนี้แต่ท่านทําคนเดียวไม่ได้ต้องบูรณาการอย่างที่ท่าน กําลังคิดบูรณาการเรื่องนี้นะครับ นี่ผมกราบเรียนท่านด้วยความเคารพอย่างยิ่งเลยนะครับว่า การที่จะดูแลคนไม่ให้เข้าไปโรงเรียนไม่ใช่ดัดสันดานนะครับ โรงเรียนที่ทําต่อกันมา ท่านอาจจะได้ยินข่าวนะครับถามว่าพอตํารวจจับมาบอกนี่คุณไปเรียนอย่างนี้มาที่ไหนไปเดาะ กุญแจร้อยแปดจิปาถะ ไปเรียนมาจากคุกครับ เพราะในคุกมีความสุดยอดหลายประการ โกงเก่งจนคนจับไม่ได้สุดท้ายจับได้เป็นหมื่นล้าน พันล้านก็อยู่ในคุก ท่านก็พิพากษาไปแล้ว ท่านประธานก็จะรู้นะครับประธานกรรมาธิการก็จะทราบดี คนที่ไม่มีจะกินยากจนข้นแค้น ต้องขโมยเขา หาอย่างไรก็ไม่มีก็อยู่ในคุก สันดานเป็นโจรโดยดีเอ็นเอ (DNA) ก็อยู่ในคุก เพราะฉะนั้นกิจกรรมที่ท่านกําลังทํานี่ผมขอสนับสนุนแต่ขอพ่วงเรื่องต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียน ท่านด้วยความเคารพไปด้วยนะครับ อย่าไปเสนอรัฐบาลว่าทุกอย่างมันเป็นดอกพุดมันอาจจะ ซ่อนไปด้วยดอกอุตพิดบ้างก็ได้ ผมอยากเห็นท่านเอาแต่ดอกพุดเสนอรัฐบาล เสนอประชาชน แล้วก็พ่วงสิ่งที่จะต้องระมัดระวังไปด้วย เพราะว่าถ้าท่านกรรมาธิการมีเรื่องที่ต้องระมัดระวัง ไปเขาต้องอ่าน เพราะท่านกําลังจะทําสิ่งที่ดีให้กับสังคม ให้กับชาติบ้านเมืองและทําให้เขา ทํางานง่ายนะครับคนก็ไม่ต้องตราหน้าว่าเป็นขี้คุกครับ เรียนด้วยความเคารพครับ