เสรี สุวรรณภานนท์ หารือปัญหาความไม่เป็นธรรมในการประกันตัวผู้ต้องหา โดยเฉพาะกรณีประชาชนที่ถูกกล่าวหาโดยไม่ได้กระทำผิดจริงและต้องได้รับโทษยาวนานเกินควร พร้อมเสนอให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และยกประเด็นการตั้งข้อหาอั้งยี่ในคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ พร้อมเรียกร้องให้มีกระบวนการยุติธรรมที่เหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาโดยไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอเสนอความเห็น เกี่ยวกับรายงานของท่านกรรมาธิการที่เสนอมาเกี่ยวกับเรื่องกําไลหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จริง ๆ ก็คือที่ใช้อยู่แต่เป็นช่วงการทดลอง ต้องกราบเรียนว่าจริง ๆ ในเรื่องนี้ได้มีการเสนอให้ มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวดังกล่าวตั้งแต่สมัยช่วงเป็น สปช. ในคณะกรรมาธิการการ ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมซึ่งช่วงนั้นผมก็เป็นประธานอยู่นะครับ ซึ่งข้อเสนอ ดังกล่าวนี้ในกรรมาธิการในช่วงนั้นก็เห็นว่าในสภาพปัญหาของคนที่ถูกควบคุมตัวน่าจะเป็น เรื่องของการให้โอกาส ให้โอกาสคนที่บอกว่าถูกกล่าวเสมอว่าคนจนกับคนรวยมีการปฏิบัติ ที่ไม่เท่าเทียมกัน คนรวยหรือคนมีเงิน หรือคนที่มีความสามารถก็สามารถที่จะหาหลักประกันตัว มาประกันตัวเพื่อให้พ้นรอดคุกรอดตะรางได้ แม้กระทั่งในระหว่างพิสูจน์การกระทําความผิด แต่คนที่เป็นคนจนไม่มีโอกาสก็สามารถที่จะหาแนวทางนอกจากจะไปเช่าโฉนด เช่าหลักประกันแล้วซึ่งต้องเสียเงินมหาศาลแล้วหลายครั้งก็ถูกหลอก ก็น่าจะให้โอกาสของ พี่น้องประชาชนเหล่านี้ได้มีช่องทางในการที่ได้รับการปล่อยตัวในระหว่างที่ถูกดําเนินคดี ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงครับท่านประธาน มีคดีหลายคดีที่โดนข้อหาแล้วไม่ได้ กระทําความผิดหรือในระหว่างพิสูจน์ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเขามีความผิดเกิดขึ้น คดีเคยสู้กัน ในข้อหาลักทรัพย์สมัยผมเป็นทนายใหม่ ๆ ๒๐ ปี ๓๐ ปีแล้วลูกความผมโดนข้อหาลักทรัพย์ เป็นชาวบ้านอยู่ที่จังหวัดอยุธยา ในคดีดังกล่าวขอยื่นประกันตัวตั้งแต่ชั้นสอบสวนพนักงาน สอบสวนก็คัดค้านพอมาชั้นศาล อัยการก็ค้านอีก ไป ๆ มา ๆ สืบพยานอยู่ ๒-๓ ปี ในยุคก่อน สืบพยานยาวนานมากครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าในยุคนั้นลูกความผมติดคุกมาตลอดเลย อันนี้เป็นสิ่งที่มันเป็นปรากฏการณ์ว่าถึงแม้เราจะพูดแค่คน ๑ คนมันเป็นตัวอย่าง ในสังคมไทยครับ ปรากฏว่าพอไปศาลนี่นะครับศาลชั้นต้นสู้คดีมา ๒-๓ ปีศาลชั้นต้นยกฟ้อง ครับ พอยกฟ้องเสร็จโจทย์ก็ยื่นอุทธรณ์ พอยื่นอุทธรณ์ศาลก็ขังระหว่างอุทธรณ์อีก พอตัดสิน ศาลอุทธรณ์นี่นะครับ ศาลอุทธรณ์ก็ยกฟ้องอีกพอไปถึงศาลฎีกาก็ขังระหว่างศาลฎีกาอีก ไป ๆ มา ๆ ท่านประธานครับ ในที่สุดศาลฎีกาก็ยกฟ้องอีก ติดคุกมาตั้ง ๔-๕ ปีข้อหาลักทรัพย์ แต่เป็นลักทรัพย์เป็นโรงงานหรือเป็นอะไรโทษมันก็ถึง ๕ ปี อันนี้คือยกตัวอย่างให้เห็นนะครับว่า ประชาชนสังคมไทยที่อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถจะช่วยเหลือตัวเองได้ และต่อมาเขาพิสูจน์ได้ ว่าเขาบริสุทธิ์โอกาสที่เขาจะเยียวยาถามว่าให้เงินสักเท่าไรถึงจะเยียวยาพอ แม้กระทั่งช่วง หลัง ๆ ก็ออกกฎหมายชดเชยค่าเสียหายให้ถ้าพิสูจน์ได้ว่าตัวเองไม่ได้กระทําความผิดแต่มัน คุ้มไหมครับ ชีวิตทั้งชีวิตนี่นะครับอยู่ในนั้น ๔-๕ ปี โอกาสที่จะให้พ้นโทษออกมาหรือให้พ้น ในช่วงการพิสูจน์มันก็ยาก อันนี้คือแค่ตัวอย่างตัวอย่างเดียว แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนในสังคมมันเกิดขึ้นจํานวนมาก เพราะฉะนั้นโอกาสของการที่จะได้รับ การปล่อยตัวชั่วคราวเราก็ใช้อุปกรณ์นี่ อุปกรณ์ที่เราบอกใช้เป็นอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถจะนํา อุปกรณ์เหล่านี้มาติดตามตัวแล้วก็ให้โอกาสคนเหล่านี้ และผมก็เคยไปเชียงรายในคดีที่แม่ โดนข้อหาว่าจําหน่ายเฮโรอีนแต่เจ้าตัวบอกว่าไม่ได้จําหน่าย ตอนนั้นผมเป็นกรรมาธิการ ในกระบวนการยุติธรรมของสมาชิกวุฒิสภาขึ้นไปพบครับ ผบ. เรือนจําให้คุยกับจําเลยคนนี้ เขาก็เล่าว่าเขาไม่ได้ทําผิดเพราะอะไรครับเขาบอกว่าเขาเป็นคนเชียงใหม่ ปรากฏว่าในระหว่าง อยู่เชียงใหม่ก็มีหนุ่มคนภาคกลางที่กรุงเทพฯ ไปมาหาสู่ไปจีบเขา ไปจีบอยู่หลายเดือน จนกระทั่งตกล่องปล่องชิ้นแต่งงานเป็นสามีภรรยากัน ในระหว่างนั้นหลังแต่งงานไม่กี่เดือน ก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ปรากฏว่าผู้หญิงที่เป็นจําเลยมารถทัวร์ (Tour) ครับแต่ผู้ชาย ขึ้นเครื่องบินมากรุงเทพฯ ผู้หญิงก็ขนของพะรุงพะรังมีกระเป๋าเยอะแยะเลย ไม่รู้ทันนะครับ ไม่รู้ทันเขาครับ ปรากฏว่าในระหว่างเดินทางถูกจับครับ ในกระเป๋านั้นยาบ้ายาเสพติดนั้น เต็มกระเป๋าเลย พยานหลักฐานยันอย่างนี้ผู้หญิงก็บอกเขาแต่งงานแล้วเหมือนกับโดนหลอก ให้แต่งงานนะครับ พอแต่งงานเสร็จก็โดนหลอกให้ขนยาเสพติดอีก แต่หลักฐานมันยืนยัน มันจํานนต่อหลักฐานก็ติดคุกครับท่านประธาน ปรากฏว่าในระหว่างนั้นเขาก็ตั้งครรภ์ พอตั้งครรภ์แล้วก็คลอดลูกในคุกครับเวลาลูกเกิดมาก็ต้องอยู่ในคุกกับแม่ถามว่าและสภาพ แบบนี้ที่มันเกิดขึ้นคนที่อยู่ในคุกต้องเลี้ยงดูลูกในคุก ลูกมีความผิดไหม ไม่ผิดครับ แต่ทําไม ต้องโดนขังเพราะแม่โดนข้อหาและแม่เขาก็ยืนยันครับว่าเขาไม่ได้ทําผิดเขาไม่รู้ว่าผู้ชายแย่ ๆ คนนี้มันมาหลอกเขา อย่างนี้ครับ สภาพแบบนี้เกิดขึ้นเยอะ คนทางเหนือที่ผมไปพบผู้หญิง หลายคนถูกหลอกให้แต่งงานแล้วก็ไปทําความผิดลักษณะอย่างนี้ นี่คือสภาพเห็นว่าถ้าเรามี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดี ๆ และเราก็ดูแล้วข้อเท็จจริงมันน่าจะเป็นไปได้และน่าเชื่อได้ พฤติการณ์แห่งคดีมันเห็นว่ากรรมเป็นเครื่องชี้เจตนาและถ้าเรามีอุปกรณ์แบบนี้เราก็ช่วยได้ อย่างน้อยลูกเขาก็ไม่ต้องโดนขัง แต่สภาพที่เป็นอยู่ไม่มีอุปกรณ์นี่ลูกเขาโดนขังครับ ท่านประธาน นี่คือตัวอย่างที่มันเกิดขึ้นจริง
แล้วอีกเรื่องหนึ่ง สิ่งที่มันเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ผมนี่กราบเรียนท่านว่าผมไม่มี ส่วนได้เสียอะไรเลย ผมถามว่าอย่างอุปกรณ์เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบนี้ช่วยเหลือผู้ต้องคดี เรื่องคดีศูนย์เหรียญได้ไหม ทัวร์ศูนย์เหรียญที่พูดอยู่นี้ ผมพูดวันนี้นะครับ ผมกราบเรียน เลยว่าผมไม่รู้จักกับใครทั้งสิ้น แต่ผมติดตามเสพจากข่าวที่ปรากฏจากเหตุการณ์ที่เกิด จากเหตุการณ์ที่ผู้ต้องหาซึ่งผมไม่รู้จัก ไม่เคยพบ ไม่เคยคุย แต่ดูตามข่าวว่าหลังจากที่เขาถูก ตั้งข้อหาเกิดขึ้นเขาก็ถูกควบคุมตัวอยู่ แล้วอย่างนี้ ข้อหาแบบนี้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มา ได้ไหม ให้โอกาสเขาไหมนะครับ แต่สิ่งที่สําคัญไม่ใช่เรื่องการปล่อยตัวอย่างเดียว เรื่องปัญหา เศรษฐกิจที่มันเกิดขึ้นนะครับท่านประธานว่าจากทัวร์ศูนย์เหรียญที่เกิดนี้ ผมก็ไม่ทราบว่า มันมีผลกระทบกับการท่องเที่ยวไทยเรามหาศาลขนาดไหน แต่สิ่งที่มันเกิดก็คือคนที่ต้องหา ข้อหาอะไรครับท่านประธาน ข้อหาอั้งยี่ครับ โดนข้อหา ตั้งข้อหาอั้งยี่ ผมดูตามข้อมูลทางที่ ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ (Web site) อะไรต่าง ๆ นี่นะครับ จะเห็นได้เลยว่าข้อหาที่มันเกิดขึ้น ข้อหาอะไรครับ ถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับอั้งยี่ แล้วก็เกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยว แล้วก็ขายทัวร์ (Tour) โดยขายฟรี คือรถฟรี ที่พักฟรี อันนี้ก็ถูกคัดค้านครับว่าไม่ให้ประกันตัว นี่มันไม่ใช่ ข้อหาร้ายแรงถึงขนาดที่จะต้องปล่อยตัวไม่ได้ แต่อันนี้ถือว่าเป็นข้อกฎหมาย เป็นข้อเท็จจริง ที่อาจจะเกิดขึ้น แต่สิ่งที่มันสะท้อนให้เห็นเราเป็นนักกฎหมาย เราอยู่ในสภาขับเคลื่อน ด้วยความเข้าใจว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นผมคิดว่าถ้าจะดําเนินคดีหรือฝ่ายที่จะแก้ปัญหาบ้านเมือง ควรจะต้องดูให้ดีครับว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นหรือเรื่องที่เกิดขึ้นมีผลกระทบกับเศรษฐกิจโดยรวม ของประเทศหรือไม่ ตอนนี้เท่าที่ฟัง ๆ ดูนะครับท่านประธานก็พยายามที่จะมีแนวทาง ในการที่จะเห็นความจริงเกิดขึ้นว่าลักษณะของเรื่องที่เกิดขึ้น มันอาจจะมีผลกระทบกับ วิธีการแก้ปัญหา ดังนั้นผมก็ใช้โอกาสนี้เพื่อที่จะส่งสัญญาณไปว่าถ้าเกิดปัญหาของประเทศ ที่เกิดขึ้นแล้ว ถ้าหากว่าเราบอกเราจะใช้อีเอ็ม (EM) เราใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ทําไม ตัวอย่างของคดีที่เกิดขึ้นในปัจจุบันยังไม่สามารถที่จะเอาเรื่องเหล่านี้มาแก้ปัญหาประเทศได้เลย ก็พอดีเวลาจํากัดจริง ๆ ก็อยากจะอธิบายให้เห็นถึงว่านโยบายถ้าจะแก้ในเรื่องการทัวร์ศูนย์เหรียญ ก็แก้ให้มันตรงจุด ถ้าแก้แบบไปล้มกระดานเลยทั้งหมดคนที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่แค่คน โดนจับมันเป็นคนทั้งประเทศ มันเป็นเรื่องเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม มันเป็นเรื่องของ การท่องเที่ยว ความน่าเชื่อถือของคนต่างประเทศที่เขาจะต้องเข้ามาในประเทศไทย ก็ขอใช้ โอกาสนี้ที่จะเรียนว่าถ้าอีเอ็ม (EM) มีประโยชน์อย่างที่พูดถึงกันก็ควรที่จะต้องเอา กระบวนการยุติธรรมไม่ว่าจะชั้นสอบสวน ชั้นอัยการ ชั้นศาลเข้ามาใช้ในกระบวนการ แก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจังให้เห็นผล ให้ประสบความสําเร็จก็จะเป็นคุณูปการ แก่ประเทศชาติและประชาชนโดยรวมครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน