นิกร จํานง หารือการจัดตั้งองค์กรทางศาสนาและห่วงผลกระทบจากการขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมและความขัดแย้งระหว่างศาสนา โดยเสนอให้พิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความล่อแหลมที่ไม่จำเป็น
ถ้าอย่างนั้นผมพูดแต่เบา ๆ ที่ไม่กระทบ จริง ๆ ผมจะขอ ประชุมลับจะได้คุยกันนะครับ ประเด็นที่จะพูดกันขึ้นมาคือเป็นอย่างนี้ครับว่าในกรณีที่เรา เสนอขึ้นมาแบบนี้ เมื่อเช้าผมก็เรียนถามท่านกรรมาธิการว่าจะมีการร้องขอเงินสนับสนุนจากรัฐ หรือไม่ ในกฎหมายนี้พอจดปั๊บมีโอกาสขอได้ทันที ถ้าไม่ขอจะกลายเป็นปัญหาเสียเปล่า ๆ หมายความว่าถ้าเราตั้งขึ้นมา การมาให้มีการรับรองให้มีการรับทราบเพื่อให้มีการขอ เพราะว่ารัฐมีกองทุน พอมีอํานาจเต็มก็ขอได้ แต่ทางกรรมาธิการท่านได้บอกผมว่า เป้าประสงค์ด้วยความกรุณาของท่านก็คือว่าอยากจะให้มีการแบบบริจาคไม่ต้องไปขอจากรัฐ ก็ได้ แต่จริง ๆ อํานาจมี แต่เวลาพิจารณาท่านประธานในประเทศนี้เป็นอิสระในเรื่องศาสนาจริง แต่น้ําหนักไม่เหมือนกัน เรามีปัญหาหลายอย่างมากที่มีความล่อแหลมจากเรื่องที่ว่า ไม่จําเป็นต้องล่อแหลมนะครับ มีปัญหาอยู่ตรงนี้เช่นในรัฐธรรมนูญเองที่มีการเขียน ผมไม่ลง รายละเอียด ท่านประธานทราบ ทุกคนทราบ ซึ่งจริง ๆ ไม่จําเป็นเลย มีประเด็นที่เป็น ตัวอย่างอยู่เวลาเราดูแลกันความรู้สึกของบางส่วนจะมีความไม่ค่อยเข้าใจอยู่แต่เดิม เพราะฉะนั้นกระทบนิดหนึ่งก็มีปัญหาได้ เมื่อปี ๒๕๓๔ ตอนนั้นมีสงครามอ่าวเปอร์เซีย ช่วงนั้นการไปแสวงบุญทําไม่ได้ไม่มีเครื่องบินบิน ท่านบรรหาร ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีการเรียกประชุมการบินไทยจัดเครื่องบินเหมาลําโดยรัฐเป็นคน จ่าย แล้วก็รับพี่น้องประชาชนมุสลิมจากทั่วประเทศไปทําบุญที่เมกกะ ช่วงนั้นท่านส่งผมไปผมเป็นที่ปรึกษาไปประชุม พอไปประชุมเสร็จช่วงนั้นมีหลาย ๆ ท่าน มีท่านเด่น โต๊ะมีนา ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ตอนนั้นเป็นตัวแทนกันอยู่หลาย ๆ คนมานั่ง แล้วก็คุยกัน มีผู้จัดการใหญ่การบินไทยไปนั่ง ท่านบรรหารไม่ได้ไปมอบให้ผมไป ปรากฏว่า คนที่มาดูแลให้มาดูแลคนที่เป็นแฮนเดิล (Handle) เรื่องนี้คือกรมการศาสนา ปรากฏว่า กรมการศาสนาผมว่าที่กลางวงเพราะผมไม่พอใจมากส่งเจ้าหน้าที่ระดับ ตอนนั้นเป็นซี ซี ๓ มา ผมก็เลยว่าว่าคุณรู้ไหม คือท่านเด่นก็ดี ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์เองไม่กล้าจะพูด เดี๋ยวกระทบความรู้สึกกัน ผมพูดผมเป็นไทยพุทธนี่ ผมก็ว่าเอากลางวงว่าทําแบบนี้ได้อย่างไร ผมไม่ได้ว่าคนที่มานะ แต่การให้ความสําคัญต่อเรื่องนี้ คนมุสลิมเขาจะไปเมกกะเขาถึงขั้นว่า ยอมทุกอย่าง เพราะว่าในชีวิตหนึ่งอาจารย์ก็คงทราบว่ามันเป็นเรื่องสําคัญที่สุดในชีวิต แต่ว่า คนที่มาตัดสินใจอะไรก็ไม่ได้ การช่วยเหลือกรมการศาสนาเป็นคนดูแลผมก็ว่าวันนั้นอยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้มันกระทบใจทั้งนั้นแหละ ในอนาคตต่อไปเราไม่ต้องไปพูดถึงว่า เงินเดือนที่เราคุยกันที่ได้รับการเราไม่พูดในรายละเอียดนะครับก็คือว่าที่เรารวบรวมเงินจาก สภาแห่งนี้ไปช่วยพี่น้องมุสลิมที่ประสบสาธารณภัยจมน้ํานี่นะหรือเรือจมได้ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ผมก็ไปที่สํานักจุฬาราชมนตรี ผมก็เพิ่งทราบว่าท่านจุฬาราชมนตรีเรื่องนี้ก็คงเป็นเรื่อง ข้อเท็จจริง ท่านได้เงินประจําตําแหน่ง ๒๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ผมเพิ่งรู้จริง ๆ และเงินค่า ดูแลในการจัดการ ดูแลทั้งประเทศ ๕๐,๐๐๐ บาท ผมมาพูดบ่น โต๊ะอิหม่ามที่ได้อยู่ขณะนี้ได้ หลายปีแล้วแหละ ในทั่วไป ๑,๒๐๐ บาท ถ้าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ๓,๐๐๐ บาท พอมาคุยก็มีการบอกว่าสมภารและเจ้าอาวาสไม่เห็นได้เงินเดือนเลย คนละประเด็นกัน โดยสิ้นเชิง เพราะว่าลักษณะครอบครัวก็เหมือนทางพุทธเราต้องการเพียงแต่ว่าการปล่อยวาง การที่ว่าการครองผ้าผืนเดียว การบริโภคอาหารที่แล้วแต่เขาจะใส่มาให้มันคนละหลักกัน โดยเด็ดขาด สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นที่มันคาบเกี่ยว ประเด็นของผมก็คือว่าถ้าเราเสนอตั้งสิ่งเหล่านี้ ขึ้นมา องค์กรที่ท่านว่า ได้ ใช่ มีการควบคุมดูแล แต่ถ้ามีสักองค์กรหนึ่งไปร้องขอเงินกองทุน มาช่วยงานที่ตัวเองอยากจะทําเพราะว่ามันไปเข้าระบบและถ้ามีการพิจารณากัน ความรู้สึกกัน เล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้มันจะกลายเป็นสมมุติว่ากองทุนนี้ไปอยู่ทีนี้ก็กลายเป็นว่าอย่างน้อยเงิน ที่จะมีปัญหากองทุนทางพุทธต้องเยอะกว่าเพราะว่ากว้างกว่า ใหญ่กว่า จํานวนมากกว่า มีการเทียบกันได้ไหม อะไรไหม สิ่งเหล่านี้จริง ๆ มีรายละเอียดแต่ผมจะไม่ลงตามที่ ท่านประธานได้กรุณานะครับ ก็เลยคิดว่าสิ่งเหล่านี้เองเป็นประเด็นมาก ถ้าหากว่าสิ่งที่เรา สร้างขึ้นมาไม่มีผลบวกเป็นจํานวนมากหรือเป็นสิ่งที่ขาดแคลนมาก ผมมองว่าเรากําลัง สร้างปัญหาความล่อแหลมขึ้นมาโดยไม่จําเป็น ถ้าได้แล้วก็กับที่เสียนี่นะครับและอย่างที่สําคัญ ในหลักแล้วก็คือของเราสวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจการปล่อยวางของพุทธ ทางมุสลิม ก็ยึดอัลกุรอานไม่เหมือนกันเลย เพราะฉะนั้นหลักตรงนี้เราไม่รู้ว่าการทําบุญหลักการ เป็นอย่างไร อย่างน้อยเงินดอกเบี้ยทางนี้ก็ไม่มีนะครับคือมันต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้น ถ้าเราดึงตรงนี้มาแล้วก็ยกขึ้นมาและมาเดินเข้าไปในระบบกฎหมายในระบบการจัดการของรัฐ ผมมองว่าไม่รู้ได้กับเสีย ผมด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าที่ท่านเสนอขึ้นมาเป็นการหาทาง ในการดูแลผมเคารพมากตรงนี้ แต่ผมเพียงแต่ขออนุญาตตั้งคําถามและขออนุญาตตั้งข้อสังเกต ที่ผมเห็นว่าล่อแหลมมากเหลือเกินในฐานะผมก็ศึกษาเรื่องนี้มาตามสมควรก็นําเรียนเพื่อให้ พิจารณาด้วยความเคารพเป็นอย่างยิ่งเลยท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ