เลิศรัตน์ สนับสนุนจัดตั้งสถาบันวิทย์กีฬา ชูรวม NADO เพิ่มศักยภาพนักกีฬา

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๘ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

เลิศรัตน์ รัตนวานิช อภิปรายสนับสนุนการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับการพัฒนานักกีฬาอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการใช้กลไกภายใต้พระราชบัญญัติการกีฬา พ.ศ. 2558 ปรับโครงสร้างองค์กรโดยไม่ต้องแก้กฎหมายเพิ่มเติม พร้อมเสนอให้รวมสำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามเข้ากับสถาบันเพื่อเสริมขีดความสามารถในการดูแลนักกีฬาและป้องกันข้อผิดพลาดจากการใช้สารกระตุ้น รวมถึงให้ข้อเสนอในการแต่งตั้งอนุกรรมการที่ควรมีตัวแทนจากสมาคมกีฬาร่วมด้วยเพื่อสะท้อนปัญหาอย่างแท้จริง พร้อมย้ำถึงคุณค่าน้ำใจนักกีฬาจากพระบรมราโชวาทเป็นหลักยึดเหนี่ยวในการดำเนินงาน

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้โอกาสในการอภิปราย เรื่องการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย ก่อนที่ผมจะอภิปราย ผมใคร่ขออัญเชิญพระราชดำรัสที่เกี่ยวข้องนะครับ ความตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอล ส.ส. มหากุศล ณ พระตำหนัก จิตรลดารโหฐาน วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๑๒ ความว่า “การกีฬานั้นจะต้องมีการฝึกซ้อมให้ดีทั้งในทางวิชาการคือเทคนิค และในทางกาย คือความแข็งแรงสมบูรณ์ ถ้าขาด ๒ อย่างนี้จะทำให้ไม่สามารถปฏิบัติภาระของตัว ให้ได้ชัยชนะ จึงต้องเตรียมตัว เตรียมกายของตนให้ดีเพื่อที่จะได้ไม่ต้องปราชัย” เป็นพระบรมราโชวาทที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาด้านร่างกายของนักกีฬาที่จะ เข้าแข่งขัน ผมได้ศึกษาเรื่องที่กรรมาธิการได้เสนอในการขอยกระดับจากฝ่ายขึ้นเป็นสถาบัน วิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย ถ้าถามว่ายุทธศาสตร์การกีฬามีความสำคัญหรือไม่ แน่นอนครับคงจะไม่มีคำตอบอื่น นอกจากที่จะกล่าวว่าวิทยาศาสตร์การกีฬามีความสำคัญ อย่างยิ่งทั้งต่อการพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ทั้งต่อการพัฒนาร่างกาย จิตใจของคน ทั้งประเทศ ผมเองได้ยินท่านชาญวิทย์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านบอกว่าท่านเป็นคนกีฬา ผมก็เป็นคนกีฬาคนหนึ่ง อยู่ในวงการกีฬามานาน เห็นท่านประธานโอลิมปิก เห็นท่านชาญวิทย์ ทำงานมา ผมอยู่ในสมาคมกรีฑาสมัครเล่นแห่งประเทศไทยร่วม ๓๐ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ ๒๐ กว่าปีที่เป็นเลขาธิการและเป็นอุปนายกของสมาคมกรีฑานั้นได้มีส่วนได้เห็นการพัฒนา ของนักกรีฑาไทยและของนักกีฬาแบบตามมีตามเกิด แบบไทย ๆ ประมาณปี ๒๕๒๗ ปี ๒๕๒๘ ผมได้ไปจ้างชาวอเมริกันคนหนึ่งเป็นนักเพาะกายจากแคลิฟอร์เนีย รูปร่างใหญ่โต มโหฬาร กล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ให้เขามาช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้กับนักกรีฑาของผมก็เป็น พัฒนาการที่ดี เราเริ่มต้นด้วยการซื้อเวต เทรนนิง อีควิปเมนต์ (Weight Training Equipment) มามากมายมาจัดตั้งเป็นศูนย์เทรนนิง (Training) อยู่ใต้อัฒจรรย์สนามศุภชลาศัย ที่มีความเปลี่ยนแปลงคือนักกีฬาผมต้องรับประทานวิตามินสารกระตุ้นต่าง ๆ เม็ดเท่านิ้วโป้ง วันละ ๑๐ กว่าเม็ด เช้า กลางวัน เย็น ซึ่งเราสั่งซื้อตรงมาจากสหรัฐ และนั่นเป็นเรื่องของ การพัฒนานักกีฬาเพราะว่าเรื่องของการแข่งขันนั้นถึงแม้จะเป็นเรื่องของกิฟต์ (Gift) เป็นเรื่องของทาเลนต์ (Talent) แต่ที่สำคัญการสร้างร่างกาย การเตรียมร่างกายให้ถูกต้อง ในระยะเวลายาวนานก่อนถึงวันแข่งขันนั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง นักกีฬาหรือนักกรีฑา แต่ละประเภทนั้นมีความต้องการการสร้างกล้ามเนื้อ การสร้างความแข็งแรง การสร้างระบบ การหายใจ การสร้างระบบเม็ดเลือดต่าง ๆ ที่แตกต่างจากกัน นักวิ่งระยะไกลต้องไปเทรน (Train) ไปฝึกในที่สูง ๆ ก็เพื่อที่จะให้เคยชินกับสภาพอากาศที่มีออกซิเจนน้อย ๆ เพราะฉะนั้นการสร้างกล้ามเนื้อของนักกีฬาแต่ละประเภทจึงต้องใช้เทคนิค ใช้ความ เชี่ยวชาญ ทั้งการฝึก ทั้งการบำรุงด้วยอาหารและสารอาหารต่าง ๆ ถ้าเรายังจะต้องการ มีชัยชนะในการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติ วิทยาศาสตร์การกีฬาคือหัวใจที่สำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นผมจึงสนับสนุนการส่งเสริมในการที่จะให้งานด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ได้พัฒนาอย่างจริงจัง มีการบูรณาการ มีการรวมศูนย์ มีการสนับสนุนจากภาครัฐ ในชั้นนี้ ทางคณะกรรมาธิการได้เสนอยกระดับจากฝ่ายที่เป็นสถาบัน แต่ที่จริงถ้าดูในพระราชบัญญัติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ปี ๒๕๕๘ ซึ่งเพิ่งผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อปีที่แล้วนี้เอง ได้ให้อำนาจไว้พอสมควรกับคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยในการที่จะปรับองค์กร จัดตั้ง แบ่งหน่วยงานภายในของการกีฬาแห่งประเทศไทย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จึงฝากเป็น ข้อสังเกตว่าไม่เห็นมีข้อเสนอในการแก้พระราชบัญญัติก็อาจจะเป็นโดยที่ว่าพระราชบัญญัติ การกีฬาแห่งประเทศไทยฉบับที่เพิ่งผ่าน สนช. เมื่อปีที่แล้วนั้นได้ให้อำนาจแก่คณะกรรมการ การกีฬาแห่งประเทศไทย ในการดำเนินการที่จะปรับหน่วยงาน ปรับการแบ่งหน่วยงานได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องออกเป็นพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติเดิมนะครับ อันนี้ก็ฝากเป็น ข้อสังเกตว่าอำนาจอยู่ที่ตรงไหน อย่างไร ผมดูการจัดใหม่ก็เป็นแนวคิดที่ไม่ต้องการที่จะ ขยายหน่วยงาน ไม่ขยายตำแหน่งมากนัก ในอดีตรองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ท่านหนึ่งก็รับผิดชอบฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬาก็จึงให้ตั้งท่านจากรองผู้ว่าให้เป็นผู้อำนวยการ สถาบันเสียนะครับก็ไม่ได้เพิ่มอัตราตรงนั้น ในสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย ในรูปแบบใหม่นั้นรวมศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติเข้าไปด้วย ซึ่งเดิมก็อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ รองผู้ว่าคนเดียวกัน อันนี้ก็ไม่ได้ถึงกับเป็นการขยายอัตรากำลังมากมายนัก เป็นการรวม ให้เป็นหน่วยงานเดียวกัน ซึ่งก็ถือว่าสอดคล้องกับภารกิจ การสร้างศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาตินั้น ก็ควรที่จะมีในเรื่องของด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นหัวใจจึงจะนำไปสู่ชัยชนะได้อย่างที่ผม ได้กราบเรียนไปแล้ว เพียงแต่ว่าสิ่งที่อยากจะฝากไว้ก็คือยังเห็นพัฒนาการของศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ ไปได้อย่างช้ามากเราพูดกันเรื่องนี้ตั้งแต่เราจัดเอเชียนเกมส์ที่ธรรมศาสตร์ว่าจะให้ที่นั่น เป็นศูนย์ฝึก เสร็จแล้วฝันก็สลายไปก็ยกสนามกีฬาเอเชียนเกมส์ที่ธรรมศาสตร์ให้ธรรมศาสตร์ไป และทุกวันนี้ก็ต้องค่อย ๆ เก็บหอมรอมริบจากงบประมาณแต่ละปีเพื่อมาสร้างศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติขึ้น ซึ่งก็ยังไม่เป็นรูปธรรมจากที่ไปดูงานกันมาในหลาย ๆ ประเทศก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ มีความสำคัญยิ่งถ้าเรามุ่งหวังในชัยชนะของการแข่งขันกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ

อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนคือในเรื่องของสารกระตุ้น การกีฬา แห่งประเทศไทยมีหน่วยงานชื่อว่าสำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ใช้ชื่อ ภาษาอังกฤษว่านาโด เอ็นเอดีโอ (NADO) สำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา อันนี้มีความสำคัญที่จะทำให้นักกีฬานั้นใช้สารที่ต้องใช้ต้องเสพในแต่ละวันนั้นได้อย่างถูกต้อง หรือแม้แต่การป้องกันไม่ให้สารที่อยู่ในตัวยาบางอย่างเข้าสู่ร่างกายน่าจะกลายเป็นโดนข้อหา ว่าใช้สารกระตุ้นหรือโด๊ป (Dope) ได้ เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นว่าให้นำหน่วยงานนาโด (NADO) มาอยู่ในสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาเสียเลยเพื่อที่จะได้ทำหน้าที่ควบคู่ไปกับ ด้านพัฒนานักกีฬา ความสำคัญของการใช้สารเพื่อสร้างกล้ามเนื้อนั้นมีความสำคัญยิ่ง นักกีฬาทุกคนต้องใช้ ไม่มีนักกีฬาระดับชาติ ระดับนานาชาติ ระดับโลกคนไหนที่ไม่ใช้ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนนะครับ นางฟ้าเทนนิสที่เราชื่นชม คุณมาเรีย ชาราโปว่า เมื่อต้นปีที่แล้ว โดนตัดสิน ๒๔ เดือน ข้อหาใช้สารกระตุ้นใช้ตัวยาที่เรียกว่าเมลโดเนียม (Meldonium) ที่จริงเธอใช้มา ๑๐ กว่าปีแล้วเป็นตัวยาที่อยู่ในยาช่วยในเรื่องของการทำงานของหัวใจ แต่ทางองค์การที่ควบคุมสารกระตุ้นโลกวาดะ (WADA) เพิ่งประกาศให้สารตัวนี้ เป็นสารต้องห้ามเมื่อต้นปีนี้เองและ ๒ เดือนต่อมาเธอก็ถูกจับว่าใช้สารต้องห้ามและชื่อ ก็คนละชื่อด้วย ชื่อที่เธอใช้อยู่ที่หมอให้ใช้กับเมลโดเนียม (Meldonium) เป็นชื่อใหม่ที่ใช้ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นเรื่องของเทคนิค เรื่องของความรู้ เรื่องของการต้องติดตามถ้าเรา จะไปดูในลิสต์ (List) ของสารกระตุ้นที่ต้องห้ามไม่ให้นักกีฬาใช้มี ๕๐๐-๖๐๐ ชนิดขึ้นไป และเพิ่มขึ้นทุกปีก็เหมือนกับโปลิส (Police) จับขโมย เมื่อมีคนพยายามพัฒนาสารมากระตุ้น ระบบหรือกระตุ้นกล้ามเนื้อ ฝ่ายควบคุมก็ต้องพยายามตามหาแล้วก็ประกาศเป็น สารต้องห้าม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือประเทศรัสเซีย นักกีฬากว่า ๓ ใน ๔ ถูกห้าม ไปแข่งขันโอลิมปิกที่ประเทศบราซิลเมื่อกลางปีที่ผ่านมาก็เพราะว่าไม่ยอมให้ตรวจ ไม่ยอมให้ วาดะ (WADA) เข้าไปตรวจร่างกายของนักกีฬายกเว้นแต่พวกที่ไปสมัครแข่งเอง ผ่านสมาคมกีฬา ระดับโลกที่เขาเห็นว่านักกีฬาน่าจะปลอดจากสารกระตุ้นเขาก็ให้ไปแข่ง เพราะฉะนั้นเป็นตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าการใช้สารเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ การใช้ สารเพื่อสร้างระบบการหายใจการหมุนเวียนของโลหิตต่าง ๆ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่ต้อง อาศัยผู้ที่เชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้นผมขอเสนอให้ท่านรวมองค์กรที่เรียกว่านาโด (NADO) นี้ไว้ ในสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อเป็นประโยชน์ในการที่จะจัดตั้ง ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติขึ้นด้วย

ประเด็นสุดท้ายก็อยากให้ท่านดูที่การจัดของอนุกรรมการ อนุกรรมการ สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทยท่านได้เสนอมา ๒๑ ท่าน ๒๑ ตำแหน่ง ซึ่งท่านที่อภิปรายก่อนหน้าผม ขออนุญาตเอ่ยนามท่านคือท่านสุรินทร์ก็ได้กล่าวถึง รายละเอียดของ ๒๑ คนนี้แล้ว ที่ผมอยากจะเรียนเสนอคือผมอ่านดูแล้วยังขาดบุคคล ที่มีความสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือผู้แทนจากสมาคมกีฬา เรามีสมาคมกีฬาอยู่ประมาณ ๖๐-๗๐ สมาคมทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นพวกเขาเป็นผู้ที่ต้องใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ การกีฬา เป็นผู้ที่ต้องรับรู้และเป็นผู้ที่รู้ปัญหา เพราะฉะนั้นผมจึงอยากให้ผู้แทนของ สมาคมกีฬาสัก ๓ คน ซึ่งไม่ยาก เราก็บอกให้เขาจัดประชุมกันแล้วก็เลือกมา ๓ คนก็จะได้ เข้ามาเป็นตัวแทนเพิ่มในนี้ ถ้า ๓ คนมันจะทำให้กลายเป็นเลขคู่ก็เอา ๔ คน จะได้เป็น ๒๕ คน อันนี้ก็จะช่วยทำให้การทำงานของคณะอนุกรรมการชุดนี้หรือบอร์ด (Board) ของสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทยนั้นรู้ถึงปัญหารู้ถึงต้นตอแห่งการทำงาน แล้วจะได้ทำงานให้สอดประสานกับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยด้วย ก็คงจะมีเรื่อง กราบเรียนเพื่อเป็นข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะแล้วก็สนับสนุนการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์ การกีฬาแห่งประเทศไทย ก่อนจบผมก็คิดว่ามีพระบรมราโชวาทอีกส่วนหนึ่งที่ได้ ทรงพระราชทานไว้ แล้วก็น่าจะเป็นประโยชน์แก่คนกีฬาที่อาจจะลืมไปแล้ว ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาทในพิธีเปิดการแข่งขันกรีฑาประจำปี ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๘ “การกีฬานั้นย่อมเป็นที่ทราบกันอยู่โดยทั่วไปแล้วว่าเป็นปัจจัย ในการบริหารร่างกายให้แข็งแรง และฝึกอบรมจิตใจให้ผ่องแผ้วร่าเริง รู้จักแพ้และชนะ ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน มีการให้อภัยซึ่งกันและกัน สามัคคีกลมเกลียวกันอย่างที่เรียกกันว่า มีน้ำใจเป็นนักกีฬา” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานไว้ตั้งแต่ปี ๒๔๙๘ ที่สนามศุภชลาศัย ขอบพระคุณครับ