สุรินทร์ ตั้งคำถามสถาบันกีฬา ห่วงซ้ำซ้อน-ขาดผู้เชี่ยวชาญ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๘ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ ตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาความซ้ำซ้อนในการจัดตั้งสถาบันการกีฬาและการบูรณาการงานระหว่างหน่วยงาน พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของโครงสร้างบุคลากรและคณะกรรมการที่ขาดผู้เชี่ยวชาญเพียงพอ เน้นย้ำความจำเป็นในการพัฒนาเวชศาสตร์และวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างบูรณาการ โดยต้องมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือที่เพียงพอ และการประสานงานที่ไร้ซ้อนซ้อน รวมถึงผลักดันระบบกีฬาของประเทศอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงชาติ เพื่อสร้างนักกีฬาคุณภาพและก้าวสู่ความสำเร็จในเวทีโลก โดยเฉพาะการพัฒนาฟุตบอลไทยให้ก้าวสู่การเป็นทีมในฟุตบอลโลก

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

ผมจะพูดต่อไปอีกสักเล็กน้อย รายงานของท่าน นี่นะครับ ในแผนผังที่ท่านนำเสนอไปแล้วในข้อ ๒ หน้า ๑๒ ระยะการพัฒนาปฏิรูป ท่านก็บอกเลยว่าเมื่อตั้งการกีฬาแล้วจะพัฒนาคนจากเดิม ๗๒ คนเพิ่มอีก ๑๙ คนรวมเป็น ๙๑ คน ตั้งหน่วยงานใหม่ขอเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมว่าไม่รู้จะไปทำอะไร น้อยมาก ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทนี่นะครับ พอหน้าถัดไปเป็นแผนผัง ท่านดูต่อไปจากหน้า ๑๒ ก็เรียกว่า หน้า ๑๓ ก็แล้วกันของท่าน เพราะมันไม่มีตีหน้า ในแผนผังท่านดูสิครับ ในสถาบัน การพลศึกษามีศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาอยู่ ๑๗ วิทยาเขต มีศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา โรงเรียนกีฬาอีก ๑๓ แห่งก็เป็น ๓๐ แห่ง ในกรมพลศึกษามีสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ผอ. การกีฬาแห่งประเทศไทยท่านกำลังจะตั้งสถาบันยกขึ้นมาจากแผนกแล้วก็เพิ่ม อัตรากำลัง ผมอยากกราบเรียนถามท่านเลยว่าท่านจะบูรณาการอย่างไรมันมีอยู่ ๓ ที่ แล้วในอนาคตก็อาจจะมีโอกาสทำงานซ้ำซ้อนกัน ทุกที่ถ้าเป็นกรมแล้วฉันใหญ่หมด ในลักษณะของสังคมไทย ท่านจะบูรณาการกันอย่างไร จะทำอย่างไร จะอยู่ที่ไหน ท่านอาจจะตอบผมว่าสถาบันพลศึกษาในอนาคตจะเป็นมหาวิทยาลัยอย่างที่ผมบอก ที่ผมบอกว่านำมาทุกอย่าง ที่ผมนำมาเกี่ยวข้องกับการอภิปรายและเพื่อประโยชน์ของ สังคมไทยทั้งสิ้น เรื่องของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติที่ผ่านไปแล้วนะครับ แล้วผมก็ ชื่นชมที่จะมีสักแห่งหนึ่งก่อนไม่ใช่ ๔-๕ แห่งหรือ ๑๐ แห่ง แล้วในที่สุดก็จะเหมือนกับ สถาบันหลายแห่งที่มีกัน ๕๐-๖๐ แห่งแล้วก็มีปัญหา เท่านี้ไม่พอท่านประธาน พอไปดู กรรมการของท่านระดับชาติ มีตั้งแต่รัฐมนตรีเลย เราก็ใช้รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง หน่วยราชการต่าง ๆ มากมาย ๒๓ ท่าน แต่จริง ๆ แล้ว ๒๓ ท่านมีผู้รู้ผู้เล่นจริง ๆ เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา ๕ ท่าน มีผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาก็คือกายวิภาคศาสตร์ ๑ ท่าน มีผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการการกีฬา ๑ ท่าน มีผู้เชี่ยวชาญจิตวิทยาการกีฬา ๑ ท่าน ผู้เชี่ยวชาญชีวกลศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา อันนี้สำคัญนะครับอีก ๑ ท่าน มีผู้ทรงคุณวุฒิเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬาอีก ๑ ท่าน อันนี้โผล่มาผมก็สงสัยเหมือนกัน ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย กฎหมายที่เกี่ยวกับยาของท่านที่ว่าหรืออย่างไร ผมไม่แน่ใจ เพราะยาปัจจุบันไม่ว่ายาอะไรครอบจักรวาลต้องใส่สเตอรอยด์ (Steroid) แล้วมันก็มีปัญหา ในการตรวจแล้วถูกจับฟาวล์ (Foul) อันนี้เป็นระดับชาติ พอระดับเล็กลงมาเปลี่ยนจาก รัฐมนตรีเป็นปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธาน แล้วก็มีผู้แทน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทยเยอะแยะ ไปหมดเลย ถามว่าผู้แทนเหล่านั้นส่งใครมา โน่นอธิบดีก็ไม่มา ไล่ไปจนถึงข้าราชการ ระดับเล็ก ๆ ผมไม่มั่นใจว่างานของท่านดีแต่ว่าจะประสบความสำเร็จได้สักเพียงไร แต่ทีนี้ ถามว่าแล้วผมเสนออย่างไรเอาสั้น ๆ เดี๋ยวเวลาจะเกินไป

ข้อ ๑ ผมอยากจะบอกว่าถ้าท่านจะทำให้ประสบความสำเร็จ ท่านต้อง คำนึงถึงต้องมีนักวิชาการด้านเวชศาสตร์การกีฬามากพอ คนที่เรียนกายวิภาคศาสตร์และ สรีรวิทยา คนที่เรียนมากที่สุดก็คือหมอ ท่านจะหายากมาก

ข้อ ๒ ต้องมีแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิชาวิทยาศาสตร์ฟื้นฟู ท่านครับในต่างประเทศท่านไปดูได้เลยสาขานี้สำคัญมากสำหรับกีฬาทุกประเภท ยิ่งกีฬา ที่ต้องใช้ความเร็ว เช่น บาสเกตบอล หรือฟุตบอลอเมริกัน วิชาวิทยาศาสตร์ฟื้นฟูข้อและ กระดูกเป็นหัวใจเลยครับเพราะมันมีการกระแทก การสูญเสีย

ข้อ ๓ ต้องมีนักวิชาการโภชนาศาสตร์ ที่เก่งที่สุดก็คือมหาวิทยาลัยมหิดล ท่านจะตั้งเองไหม ท่านเชี่ยวชาญจริงไหม

ข้อ ๔ ต้องมีนักวิชาการพลศึกษา อันนี้ผมไม่เถียงท่านมีแน่นอน โดยเฉพาะ ท่านอาจารย์ชาญวิทย์ก็ใช่

ข้อ ๕ ต้องมีเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์การกีฬามากพอ แพงนะครับ ถ้าท่านมีทุก ๆ แห่งอย่างที่ผมบอกไปสักครู่นี้นะครับมีกันทุกแห่งเลยถามว่างบประมาณ แผ่นดินจะมากพอไหม ลำบากและจะแบ่งปันใช้กันอย่างไร

ข้อ ๖ หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน ที่ผมกล่าวไปแล้วคือศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา สถาบันพลศึกษา สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ของกรมพลศึกษา สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทยของการกีฬาแห่งประเทศไทย ต้องไม่ซ้ำซ้อนกันและไม่ทะเลาะกัน อันนี้ผมอาจจะใช้คำพูดไม่สุภาพไปนิดหนึ่ง ก็ขออภัยนะครับ

ข้อสุดท้ายผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่า เรื่องของเวชศาสตร์การกีฬาหรือวิทยาศาสตร์การกีฬามันเป็นเรื่องของสหสาขาวิชาจึงต้อง คำนึงถึงการบูรณาการทั้งหน่วยงานภายในกรมเอาแค่ ๓ หน่วย รวมเสร็จประมาณ ๔๐-๕๐ หน่วยให้ดีและจะต้องประสานกับหน่วยงานข้างนอก เช่น คณะแพทยศาสตร์ต่าง ๆ สถาบันโภชนาการของมหาวิทยาลัยมหิดล รวมทั้งโรงพยาบาลต่าง ๆ

มีอีกข้อหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าเราทำไมไม่ทำเรื่องของ การกีฬาให้มันเป็นระบบมากกว่าจะทำเป็นเรื่อง ๆ คราวก่อนโน้นก็ตั้งมหาวิทยาลัย คราวนี้ ก็ตั้งสถาบัน ทำไมเราไม่คิดที่จะทำพัฒนาเรื่องของระบบของกีฬาทั้งชาติให้มันเป็นระบบเลยว่า อบต. ต้องพัฒนากันอย่างไร ขยับมาจาก อบต. มาถึงจังหวัดอย่างไร คัดเลือกกันอย่างไร และมาถึงการกีฬาแห่งประเทศไทย เราจะได้คนที่มีคุณภาพไม่ใช่พอถึงเวลาก็โค้ช (Coach) เข้าไปว่าใครอยากจะเป็นนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติให้มาสมัคร อันนั้นคือปลายเหตุและในที่สุด เราก็ไม่ถึงดวงดาว ผมฝันว่าหลังจากที่มีสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแล้วผมจะได้เห็น ขอประทานโทษนะครับฟุตบอลไทยสู่ฟุตบอลโลกในชีวิตผมก่อนจะจากโลกนี้ไป ด้วยความเคารพครับ