สุวิระ ทรงเมตตา หารือแนวทางปรับโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงชีวภาพทั้งเอทานอลและไบโอดีเซล เพื่อสร้างความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยเน้นการผลิตพลังงานชีวภาพจากวัตถุดิบเกษตร พร้อมเสนอมาตรการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและกำหนดราคาประกันเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า และสร้างระบบสนับสนุนที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผม พลตำรวจโท สุวิระ ทรงเมตตา สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลำดับที่ ๑๗๖ ก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบคุณทางท่านคณะอนุกรรมาธิการการขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารและการกำกับ กิจการพลังงานและทรัพยากรปิโตรเลียมที่ได้กรุณาเสนอเรื่องแนวทางในการปรับปรุง โครงสร้างราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ เอทานอล (Ethanol) และไบโอดีเซล (Biodiesel) ขึ้นมา เสนอในที่ประชุมครั้งนี้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญกับประเทศชาติ แล้วก็เป็นเรื่องที่ อยู่ในภาวะที่เหมาะสมที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำเรื่องนี้ให้มีความโปร่งใสแล้วก็เป็นธรรม กับผู้ที่มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม แล้วก็ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี
เหตุที่มีความจำเป็นก็เพราะว่าตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศที่ทรงริเริ่มในเรื่องของน้ำมันไบโอดีเซล (Biodiesel) และเอทานอล (Ethanol) ผสมในน้ำมันเบนซินและไบโอดีเซล (Biodiesel) ผสมในน้ำมันดีเซล แล้วก็ใช้กัน อย่างแพร่หลายตามที่ท่านรองประธานอลงกรณ์ได้กล่าวเมื่อสักครู่นะครับ ประกอบกับ ในเรื่องของการดำเนินการผลิตไบโอดีเซล (Biodiesel) แล้วก็ผลิตเอทานอล (Ethanol) มันเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติทางด้านพลังงาน เพราะว่าเมื่อยามเกิดวิกฤติขึ้น ในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคที่มีการส่งปิโตรเลียมมาให้กับ ประเทศไทยนั้นก็จะเกิดการชะงักงันของการผลิตและส่งก็จะทำให้ประเทศของเรานั้น เกิดวิกฤติทางด้านพลังงานขึ้นมาได้ถ้าเราไม่มีการเตรียมพร้อมในเรื่องนี้
และประการที่ ๒ ก็คือว่าเป็นการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ก็เพราะว่าน้ำมันจากไบโอดีเซล (Biodiesel) มาจากชาวไร่ปาล์ม น้ำมันเอทานอล (Ethanol) ก็มาจากชาวไร่อ้อยและมาจากชาวไร่มันสำปะหลัง ดังนั้นทุกหยดที่เป็นน้ำมันก็คือกลับสู่ เกษตรกรของคนไทยแล้วก็กลับมาสู่เป็นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเป็นความมั่นคง ทางเศรษฐกิจของประเทศของเรา และที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือว่าเป็นการลดการนำเข้า เชื้อเพลิงในช่วงที่ค่าเงินบาทต่ำมาก ๆ อ่อนมาก ๆ การนำเข้าเชื้อเพลิงก็จะส่งผลกระทบต่อ เงินตราของเราที่ออกไปจ่ายไปยังต่างประเทศก็จะส่งผลให้เกิดความเสียหายในเรื่องของการ เราเสียดุลการค้า นอกจากเสียดุลการค้าแล้วเราก็ยังเสียดุลในเรื่องของการรักษาเสถียรภาพ ทางการเงินอีกด้วยเพราะเงินเราไหลออกทุกวัน ๆ และที่สำคัญเป็นการแก้ไขปัญหาพืชผล ทางการเกษตรซึ่งเป็นพี่น้องประชาชนคนไทยเป็นจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการปลูกอ้อย การปลูกมันสำปะหลังและการทำสวนปาล์ม เพราะฉะนั้น ตรงนี้แหละครับถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยทั้งในเรื่องของความมั่นคงทางด้านพลังงาน และช่วยทางด้านเศรษฐกิจของชาติด้วยนะครับ ทีนี้ในการดำเนินการที่ผ่านมานั้นในเรื่องของ ความโปร่งใสก็ยังไม่ใสเท่าที่ควร ในเรื่องของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียนั้นก็ยังไม่ได้เขาเรียกว่าได้รับ การดำเนินการอย่างถูกต้องและเหมาะสมและที่สำคัญการแข่งขันทางเสรีก็ยังเกิดขึ้นไม่เต็มที่ ด้วยเหตุนี้เองครับสิ่งที่ท่านนำเสนอนี่แหละครับจะทำให้ ๓ ส่วนนี้เกิดเต็มที่แล้วก็ขยายออกไป ทำให้เกิดความมั่นคงได้ในอนาคตนะครับ ขอเรียนเพิ่มเติมสิ่งที่ท่านทำจะแก้ไขปัญหาได้ ยกตัวอย่างเช่นนะครับว่าในอดีตที่ผ่านมาเราบอกว่าเราสนับสนุนเกษตรกรของ คนไทยโดยการที่ต้องการให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังของคนไทยนั้นได้ขายมันสำปะหลัง ได้ราคาดี เพราะมันสำปะหลังเอามาผลิตเป็นเอทานอล (Ethanol) และเอทานอล (Ethanol) นั้นราคาสูงกว่าน้ำมันเบนซิน ดังนั้นผู้ที่ใช้เติมน้ำมันเบนซินทั่วประเทศก็จะต้อง จ่ายเงินส่วนหนึ่งทางอ้อมบวกไว้ในราคาน้ำมันเบนซินที่เติมนั้นเข้าไปสู่กองทุนน้ำมัน และกองทุนน้ำมันนั้นก็มาจ่ายชดเชยให้กับผู้ผลิตและผู้ขายเอทานอล (Ethanol) ที่เอาไปผสมกับ น้ำมันเบนซิน ตรงนี้แหละครับในอดีตที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาเพราะว่าราคาต้นทุนที่แท้จริง ของการผลิตอาจจะยังไม่โปร่งใสนับตั้งแต่ราคามันสำปะหลัง ราคาโมลาส (Molasses) ก็ยังไม่ชัดเจนว่าต้นทุนเท่าไรกันแน่ และที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือว่าราคากระบวนการผลิต แปรรูปจากมันสำปะหลังเป็นเอทานอล (Ethanol) หรือแปรรูปจากโมลาส (Molasses) เป็นเอทานอล (Ethanol) มันต้นทุนเท่าไรกันแน่ คณะอนุกรรมการชุดนี้ก็ได้จัดทำให้มัน โปร่งใสแล้วถูกต้องชัดเจนขึ้น และที่สำคัญที่สุดก็คือว่าในอดีตที่ผ่านมาโรงงานเอทานอล (Ethanol) บางแห่งได้นำเข้ามันสำปะหลังจากต่างประเทศในราคาที่ถูกกว่าประเทศไทย เป็นอย่างมาก เช่น ราคาในประเทศไทยนั้นประมาณ ๕ บาทต่อกิโลกรัม มันตากแห้ง ๕.๕๐ บาทหรือ ๖ บาท แต่ว่าราคามันตากแห้งในกัมพูชาแค่ ๔.๒๐ บาท ในปี ๒๕๕๗ ประเทศไทยได้มีการนำเข้า มันสำปะหลังผ่านชายแดนจากประเทศลาวเข้ามายังประเทศไทยนั้น ๖๘,๐๐๐ ตัน ในปี ๒๕๕๘ นำเข้ามามากถึง ๑๗๗,๐๐๐ ตัน มาดูนำเข้าจากกัมพูชา ปี ๒๕๕๗ จากกัมพูชา นำเข้า ๔๙๖,๐๐๐ ตัน ในปี ๒๕๕๘ นำเข้า ๑,๔๖๐,๐๐๐ กว่าตัน รวม ๒ ประเทศนำเข้ามา ปี ๒๕๕๗ ๕๖๕,๐๐๐ ตัน ปี ๒๕๕๘ ๑,๖๔๔,๐๐๐ ตัน ตรงนี้แหละครับ ผมได้ให้เจ้าหน้าที่ ทดลองตามดูว่ารถมันสำปะหลังเหล่านี้ไปที่ไหน ก็เจอครับ เดสทิเนชัน (Destination) จุดสุดท้ายของรถนี้คือเข้าโรงงานผลิตเอทานอล (Ethanol) บางแห่ง ฉะนั้นเป็นตัวเลขที่ชี้ชัด ว่าต้นทุนเวลาคำนวณค่าน้ำมันเอทานอล (Ethanol) ใช้ประมาณ ๕.๕๐ หรือ ๖ บาท เพราะเอาราคาในประเทศไทยเป็นเกณฑ์ แต่ต้นทุนที่เขาใช้ผลิตจริง ๆ นั้นคือ ๔.๒๐ บาท จากกัมพูชา ตรงนี้แหละครับแทนที่คนที่เติมน้ำมันในประเทศไทยจะสนับสนุนเกษตรกร ผู้ปลูกมันสำปะหลังคนไทยกลายเป็นสนับสนุนผู้ปลูกมันสำปะหลังในประเทศรอบบ้านเรา ฉะนั้นตรงนี้ผมทราบว่าคณะกรรมการชุดนี้กำลังจะเสนอหลักเกณฑ์ตามที่ท่านมิ่งขวัญได้ให้ คำแนะนำว่าต่อไปนี้ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรครับ โรงงานเอทานอล (Ethanol) จะต้อง สั่งซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนจะได้ราคาเอทานอล (Ethanol) ที่ชัดเจน เพราะมีราคาประกัน เมื่อมีราคาประกัน ก็จะตัดปัญหาว่าต่อไปนี้เกษตรกรก็จะไม่ต้องไป ร้องขอชดเชยราคามันสำปะหลังจากรัฐบาลอีกต่อไป เพราะราคาประกันรู้ล่วงหน้าเป็นปี เกษตรกรจะตัดสินใจปลูกหรือไม่ปลูกเขารู้ล่วงหน้า แล้วเขารู้แล้วว่าราคานี้มีกำไร เพราะฉะนั้นก็จะเป็นราคาที่คงที่ เพราะฉะนั้นตรงนี้กระบวนการนี้จะโปร่งใส ต้นทุนวัตถุดิบ จะชัดเจน ส่วนกระบวนการผลิตเดี๋ยวก็จะชัดเจน เพราะฉะนั้น ๒ ชัดเจนมารวมกันทั้งต้นทุน และกระบวนการผลิตจะทำให้ราคาเอทานอล (Ethanol) ที่แท้จริงนั้นชัดเจนแล้วก็เป็นธรรม ยิ่งขึ้น แล้วก็เป็นธรรมกับผู้ที่เติมน้ำมันทั่วประเทศที่จะต้องไปอุดหนุนในทางอ้อมด้วยครับ อันนี้ในเรื่องของแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) หรือเอทานอล (Ethanol) ส่วนในเรื่องของ ไบโอดีเซล (Biodiesel) ก็เช่นเดียวกันครับ ก็จะต้องมีการขึ้นทะเบียนเช่นเดียวกัน เพราะถ้า ไม่ขึ้นทะเบียนแล้วเราบอกว่าเราอุดหนุนคนไทยแต่จะกลายเป็นน้ำมันปาล์มเถื่อนจาก ประเทศเพื่อนบ้านของเราทะลักเข้ามาในประเทศไทยหลายรูปแบบครับที่มีการจับกุมได้ เป็นจำนวนมาก รูปแบบง่าย ๆ ก็คือว่ารถบรรทุกที่เข้ามาในประเทศไทยวิ่งผ่านชายแดน เข้ามาใต้ท้องรถบรรทุกทำ ๒ ชั้นหนาครับ แล้วข้างใต้ก็เป็นน้ำมันปาล์ม บางทีก็ทำเป็นแท็งก์ เข้ามาเลย ตรงนี้ก็ถือว่าเกิดความเสียหายกับคนไทยทั้งชาวบ้านที่ปลูกสวนปาล์ม แล้วก็เป็น ความเสียหายทั้งผู้ที่เติมดีเซลแล้วต้องบวกเงินไว้ในกองทุนน้ำมันเพื่อไปจ่ายชดเชยให้ ไบโอดีเซล (Biodiesel) นอกจากนี้แล้วยังมีการลักลอบเป็นขบวนการที่เอาน้ำมันปาล์ม ใส่เรือบรรทุกสินค้าหรือเรือตังเกเข้ามาแล้วก็ส่งเข้าไปยังโรงงานบางแห่งที่สู่กระบวนการฟอก จากโรงงานหีบน้ำมันปาล์ม หีบน้ำมันปาล์มในประเทศไทยบางส่วน ลักลอบนำมา บางส่วนผสมกันก็กลายเป็นน้ำมันปาล์มจากโรงหีบหรือโรงสกัดแล้วก็เอาไปส่งยัง โรงงานผลิตไบโอดีเซล (Biodiesel) นี่แหละครับ มันก็จะกลายเป็นการส่งเสริมเกษตรกร ในประเทศอื่นแต่ใช้เงินของคนไทย เพราะฉะนั้นชุดนี้ท่านจะทำให้โปร่งใสจากนี้ไปครับ แล้วที่สำคัญในเรื่องนี้ถ้าดำเนินการได้ในช่วงนี้ก็จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อรัฐบาลในการที่จะ ขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้เป็นรูปธรรมชัดเจนตรงกับแนวนโยบายของรัฐบาลที่จะทำให้มัน โปร่งใส เป็นธรรม แล้วก็แก้ไขปัญหาในสิ่งที่ไม่ถูกต้องด้วยครับ ผมจึงขอสนับสนุนข้อเสนอ รายงานของท่านอนุกรรมาธิการที่เสนอในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณครับ