มิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ หารือการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน โดยเน้นความจำเป็นในการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พืชพลังงาน พร้อมเสนอให้กำหนดพื้นที่เพาะปลูกอย่างชัดเจน ส่งเสริมการเกษตรยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยอ้างอิงแบบอย่างจากมาเลเซีย รวมถึงเรียกร้องให้มีการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อกำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษและจัดทำโมเดลวิเคราะห์นโยบายพลังงานและยานยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นบทบาทของทุกภาคส่วนในการสนับสนุนเกษตรกรและกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ สปท. ๑๑๖ นะคะ ก็ต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานที่ได้จัดทำรายงานฉบับนี้ขึ้นมานะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่า น่าจะเป็นรายงานที่สำคัญที่จะทำให้เกิดในเรื่องของจุดเปลี่ยนประเทศไทยอีกเช่นกัน เนื่องจากตามที่ทางท่านประธานได้กล่าวแล้วบอกว่าในเรื่องของไม่ว่าจะเรื่องของปาล์ม หรือว่าในเรื่องของพืชต่าง ๆ ที่จะเป็นทั้งพืชอาหารแล้วก็พืชพลังงานนี้เป็นจุดเด่น เป็นศักยภาพแล้วสิ่งที่ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตนะคะ แต่ดิฉันอยากกราบเรียนในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งอยากจะให้ข้อมูลเพื่อที่จะให้การจัดทำรายงานฉบับนี้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ดิฉัน ขอกราบเรียนว่าในเรื่องของวัตถุดิบ ในเรื่องของการผลิต ในเรื่องของพลังงานทดแทน ๕ พืชสำคัญซึ่งได้แก่ไม่ว่าจะเรื่องของปาล์ม ข้าวโพด ยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง พืชเหล่านี้ปรากฏว่าในอีกมุมหนึ่งก็เป็นเรื่องของที่ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของทางด้าน ทรัพยากร โดยเฉพาะในเรื่องของการบุกรุกที่ดินป่าไม้แล้วก็ทำให้เกิดในเรื่องของปัญหา เรื่องของไฟป่าหรือเรื่องของมลพิษทั้งหลาย ดิฉันเห็นในรายงานฉบับนี้แล้วที่ทาง คณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอแนะ ซึ่งดูในเรื่องทำอย่างไรในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิต และทำให้เกิดเพิ่มรายได้ในเรื่องของผลผลิตมาก ๆ ดิฉันก็อยากจะสนับสนุนแล้วก็ขอให้ทาง คณะกรรมาธิการช่วยกรุณาเน้นในเรื่องของวัตถุดิบในเรื่องของการผลิตเหล่านี้ เนื่องจากว่า ๕ พืชทั้งที่ดิฉันได้กล่าวมาแล้วเป็นพืชที่มีครึ่งหนึ่งในการที่จะไปปลูกในป่า ซึ่งจะทำให้เกิด การบุกรุกป่า เพราะฉะนั้นในข้อเสนอของท่านที่ได้มีกำหนดโซนนิง (Zoning) ในการที่จะ กำหนดเรื่องของการให้มีการจดทะเบียนของเกษตรกรในเรื่องของประเด็นที่ได้มีการกำหนด ไว้แล้ว
อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันอยากจะให้เกิดความเข้มงวดแล้วความจริงจังไม่ว่าในเรื่อง ของการโซนนิง (Zoning) ในเรื่องของการจัดระเบียบในเรื่องของการปลูกแล้วก็ในเรื่องของ การควบคุมเกษตรกรผู้ที่ปลูกพืชต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะที่สำคัญอยากจะให้มีการปลูกพืช ทั้ง ๕ ประเภทเหล่านี้ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดิฉันเคยไปดูงานที่มาเลเซียในเรื่องของ การปลูกปาล์มไม่มีการเผาป่า ไม่มีการที่นำเวสต์ (Waste) ออกจากในไร่ของเขาแล้วก็ได้มี การหมุนเวียนทั้งหมด ซึ่งทำให้เกิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเหล่านี้ดิฉันอยากจะเห็น อยากจะให้มีการกำหนดที่เป็นรูปธรรมนะคะ
ในเรื่องที่ ๒ ที่ทางท่านวิทยาได้กล่าวบอกว่าอย่าปล่อยให้กระทรวงใด กระทรวงหนึ่งในการที่จะดูแลในเรื่องนี้โดยเฉพาะ ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่า ในเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์แล้ว กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็มีส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย และที่สำคัญ นอกจากในเรื่องของการที่ประเทศไทยได้เป็นผู้ผลิตในเรื่องของไบโอดีเซล (Biodiesel) หรือ เอทานอล (Ethanol) ทั้งหลายทั้งปวงแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกเซกเตอร์ (Sector) ก็คือในเรื่องของ อุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งประเทศไทยก็ได้มีการผลิตในเรื่องของยานยนต์ออก ที่สำคัญ ในเรื่องนี้ดิฉันยังไม่เห็นในรายละเอียดของเปเปอร์ (Paper) ฉบับนี้ที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของ การกำหนดในเรื่องของมลพิษที่เกิดจากยานยนต์ที่มีการใช้ในเรื่องของไบโอดีเซล (Biodiesel) หรือว่าในเรื่องของเอทานอล (Ethanol) เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันอยากจะมี ข้อเสนอแนะอีกเรื่องก็คือในเรื่องของกระทรวงอุตสาหกรรมหรือว่าสภาอุตสาหกรรม ซึ่งตรงนี้ ที่จะมีการกำหนด โดยเฉพาะในเรื่องของมาตรฐานในการปล่อยมลพิษ ที่สำคัญในเรื่องของ อุตสาหกรรมภาคยานยนต์คงต้องใช้เวลาในเรื่องของการพัฒนา ในเรื่องของการที่จะผลิต อุปกรณ์ในเรื่องของเพื่อที่จะลดมลพิษ หรือว่าอุปกรณ์ใด ๆ ในการที่จะใช้ในเรื่องของบี ๕ (B5) บี ๑๐ (B10) หรือว่าบี ๑๐๐ (B100) ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ขอให้ได้มีการรับฟัง ได้มีการประชุมหารือกับทางของเซกเตอร์ (Sector) ที่ทางภาคยานยนต์ด้วยนะคะ เพราะว่า เซกเตอร์ (Sector) เหล่านั้นก็จะต้องมีการใช้ระยะเวลาใช้ในเรื่องของการศึกษาวิจัยและ ในเรื่องของการพัฒนา แล้วก็ใช้สิ่งเหล่านี้ก็มีความยุ่งยากเช่นกันค่ะ เพราะฉะนั้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของ การตั้งเป้าหมายเมื่อสักครู่ดิฉันได้ดูในเอกสารค่อนข้างที่จะมีข้อกังวลว่าการตั้งเป้าหมาย ในเรื่องของการใช้ไบโอดีเซล (Biodiesel) ในเรื่องของเอทานอล (Ethanol) ที่ผ่าน มานี่นะคะ คือประเทศไทยนี้ยังไม่ค่อยนิ่งในเรื่องของการที่จะกำหนด ทั้งนี้เนื่องจากว่า การจะใช้ไบโอดีเซล (Biodiesel) หรือเอทานอล (Ethanol) นี่เพิ่มได้มากขึ้นก็ต่อเมื่อราคา น้ำมันสูงขึ้น ฉะนั้นการกำหนดในเรื่องของบี ๕ (B5) ที่ท่านได้ตั้งเป้าหมายหรือได้เริ่มมา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ และกำหนดให้มีการใช้บี ๑๐ (B10) ในปี ๒๕๖๐ หรือจะเป็นบี ๑๐๐ (B100) อะไรก็ตามนี่นะคะ เป็นไปได้ไหมคะในการที่จะให้ศูนย์ที่ท่านเรียกว่าศูนย์ข้อมูลของทางด้าน พลังงานสามารถในเรื่องของมีแมตช์บาลานซ์ (Match Balance) เพราะว่าพืชเหล่านี้มันจะ สัมพันธ์กับในเรื่องของราคา ในเรื่องของการปริมาณที่จะใช้หรือว่าในเรื่องของปัจจัย หลายเรื่อง แต่ว่าสิ่งหนึ่งจากที่เคยมีประสบการณ์แล้วก็ดูในเรื่องของเป้าหมาย ในเรื่องของ การที่ตั้งเป้า ในเรื่องของการที่จะกำหนดเป็นบี ๕ (B5) บี ๑๐ (B10) หรือแม้กระทั่งบี ๑๐๐ (B100) ค่อนข้างที่จะแปรผันกับในเรื่องของราคาน้ำมัน เพราะฉะนั้นหากว่าทางศูนย์สามารถ มีแมปโมเดล (Map Model) ในการที่จะคำนวณทั้งมิติ ทั้งในเรื่องของทางด้านเกษตร ทางด้านพาณิชย์แล้วก็ในเรื่องของการกำหนดราคานี้ ซึ่งตรงนี้ดิฉันคิดว่าจะเป็นตัวช่วย ในเรื่องของการตัดสินใจของภาครัฐเป็นอย่างยิ่งนะคะ เพราะมิฉะนั้นแล้วเวลาน้ำมัน ๓ ลิตร ๑๐๐ ไบโอดีเซล (Biodiesel) เริ่มมา ในเรื่องของเอทานอล (Ethanol) เริ่มมา แต่ว่าในเรื่อง ของภาคผลิต เรื่องของยานยนต์ต้องใช้ระยะเวลาค่ะ แล้วก็มีค่าใช้จ่ายในเรื่องของ การปรับเปลี่ยน ในเรื่องของอุปกรณ์ยานยนต์มากมาย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าทางศูนย์ ที่ท่านคิดว่าน่าจะเป็นศูนย์ซัปพอร์ต (Support) ข้อมูลนี้นะคะ สามารถในเรื่องของ การคิดคำนวณในเรื่องของแมปโมเดล (Map Model) ในการดูทุกมิติได้ ดิฉันคิดว่าน่าจะ เป็นประโยชน์ยิ่ง
แล้วก็ที่สำคัญค่ะในเรื่องของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ในเรื่องของ การกำหนดค่ามาตรฐาน มาตรการในเรื่องของการสนับสนุนของทางด้านเกษตรกรก็ดี หรือว่า ในเรื่องของปัจจัยทั้งภายนอกและภายในของทั้งประเทศนี่ดิฉันคิดว่ายังมีความเสี่ยงในอีก หลาย ๆ มิติเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ารายงานฉบับนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของการที่จะมี ข้อเสนอแนะในการที่จะดูในเรื่องของเซกเตอร์ (Sector) ยานยนต์ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ยิ่งแล้วก็เป็นประโยชน์สำหรับภาครัฐหรือว่ารัฐบาล ชุดต่อ ๆ ไป ในเรื่องของการกำหนดราคา โดยเฉพาะในเรื่องของการถ้าหากอย่างที่เสนอ ได้ว่ามีแมปโมเดล (Map Model) อะไรในการที่จะสามารถใส่ข้อมูลต่าง ๆ แล้วจะสามารถ ตอบโจทย์ได้ทันท่วงทีดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งค่ะ ก็ขอขอบคุณค่ะ