วิทยา แจงแนวทางปรับราคาไบโอดีเซล เสนอบูรณาการพลังงาน-เกษตรอย่างยั่งยืน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๘ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

วิทยา แก้วภราดัย หารือแนวทางการปรับโครงสร้างราคาไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม พร้อมเสนอให้บูรณาการนโยบายระหว่างพลังงานและเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน รวมถึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกำกับดูแลการบริหารสต็อกน้ำมันปาล์มเพื่อสร้างเสถียรภาพราคาและคุ้มครองเกษตรกรผู้ผลิต

นายวิทยา แก้วภราดัย

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย ก็ได้ฟังรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน โดยเฉพาะ ในเรื่องแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ เอทานอล (Ethanol) และ ไบโอดีเซล (Biodiesel) ผมขออนุญาตที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นนะครับ เอาเฉพาะกรณี ของไบโอดีเซล (Biodiesel) เพราะถ้าเอทานอล (Ethanol) ต้องมอบให้ท่านประธาน อลงกรณ์ท่านเป็นคนที่ติดตามเรื่องนี้มาเกือบ ๒๐ ปีเต็ม เรื่องไบโอดีเซล (Biodiesel) ผมต้อง ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่นอกจากท่านจะหาแนวทางปรับโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงแล้ว ท่านได้ศึกษาถึงที่มาของพลังงาน ศึกษาถึงที่มาของน้ำมันปาล์ม และท่านมีข้อเสนอแนะ สำหรับการปรับปรุงวิถีของเกษตรกรที่ปลูกน้ำมันปาล์ม ผมเรียนกับท่านประธานครับว่า เรื่องน้ำมันปาล์มคงจะใช้พลังงานโดยลำพังเข้าไปช่วยไม่ได้นะครับแล้วก็จะเอาแต่ กระทรวงพาณิชย์มาคุมสต็อก (Stock) ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ก็คงจะไม่ไหวครับ หรือจะปล่อยให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าดุ่ยไปอย่างเดียวผมจะมีบทเรียนที่จะถ่ายทอดให้ท่านฟังครับ ว่ามันต้องบูรณาการครับ ถ้าถือว่าปาล์มเป็นน้ำมันบนดินอย่างที่นายทุนบางคนเขาพูดไว้ เวลาจะส่งเสริมเกษตรกรปาล์มก็คือน้ำมันบนดินแล้วก็ถือว่าปาล์มนอกจากเป็นอาหาร สำหรับบริโภคแล้วมันคือพลังงาน ถ้าพูดว่าปาล์มมันคือพลังงานวันนี้พื้นที่การปลูกปาล์ม จริง ๆ ท่านโฟกัส (Focus) ได้เลยครับว่ามันอยู่ในภาคใต้ สูงสุดที่ปลูกปาล์มขึ้นมาผมเข้าใจว่า ติดมาเฉียด ๆ ประจวบคีรีขันธ์สักนิดหน่อยไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ มากลงไปก็ชุมพร ไประนอง ไปสุราษฎร์ธานี ไปพังงา ไปกระบี่ แต่ช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา พื้นที่การปลูกปาล์มขยายเพิ่มขึ้นเดิมพื้นที่การปลูกปาล์มเป็นการเปิดป่าใหม่ที่พวกทำไม้ทิ้งไว้ และเข้าปลูกปาล์มเราจะเห็นปาล์มขนาดแปลงใหญ่แต่เดิมขนาด ๕,๐๐๐ ไร่ ๑๐,๐๐๐ ไร่ ๒๐,๐๐๐ ไร่ ของกลุ่มทุนที่ไปลงทุนกันในภาคใต้ แต่ช่วงหลังเมื่อผลประโยชน์การตอบแทน จากราคาปาล์มค่อนข้างจะไปได้ เกษตรกรที่มีพื้นที่รายเล็กรายน้อย ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ ๓๐ ไร่ ๕๐ ไร่ ๖๐ ไร่ก็เริ่มเปลี่ยนการผลิตจากการทำสวนยางมาแซมด้วยการปลูกปาล์ม แต่ยิ่งนานวัน เข้ามาบางพื้นที่ที่อย่างท่านนิกร จำนง พูด พื้นที่นาที่ประสบความเสียหายเนื่องจากน้ำท่วม ภัยแล้ง ยกตัวอย่างเช่นพื้นที่ที่ท่านนิกรกล่าวมาและพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังในโครงการ พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนที่โครงการพระราชดำริจะเริ่มลงลุ่มน้ำ ปากพนังที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของภาคใต้ประสบกับน้ำท่วมทิ้งมา ๒ ปีก็ประสบภัยแล้ง ราคาข้าว ก็ตกต่ำเหลือเกวียน ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท เริ่มมีเกษตรกรถ้าพูดก็คือผมนะครับเริ่มหาทางออกว่า ถ้าชวนชาวบ้านมาปลูกปาล์มดูเขาจะมีชีวิตความมั่นคงอยู่ได้ไหม ผมก็ลงทุนปลูกของผมเอง ในพื้นที่นาที่ไม่ได้ทำประโยชน์ ๔๐-๕๐ ไร่ หลังจากนั้นการขยายพื้นที่การปลูกปาล์มเริ่มเข้าไปในพื้นที่นาที่เสื่อมสภาพ แล้วก็ได้ผลครับ แต่สิ่งที่จะเรียนกับท่านประการที่ ๑ ปลูกปาล์มคนแรกที่ต้องดูครับ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ พื้นที่การส่งเสริมการปลูกปาล์มเดิมอยู่ในพื้นที่ชายเขาเป็นพื้นที่ป่า แต่เมื่อเกษตรกร เริ่มปลูกลงไปในพื้นที่นา วันนี้ผมยังไม่เห็นนักวิชาการเรื่องปาล์มลงไปในพื้นที่นาเลยครับ ท่านอยากให้เขาเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้นกว่าเดิม วันนี้ผมอยู่ในพื้นที่ที่ปลูกปาล์ม เปลี่ยนจากนาข้าว ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นพื้นที่ปาล์ม ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นพื้นที่ปาล์มไม่ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ผลผลิตระหว่างนาข้าวกับปาล์มในลุ่มน้ำปากพนังใกล้เคียงกันแล้วครับ แต่ยัง ไม่เห็นนักวิชาการเรื่องปาล์มลงไปเดินให้ความรู้เรื่องนี้เลย เพราะฉะนั้นถ้าจะพูดเรื่องที่มา ของพลังงานด้านนี้ท่านก็ไล่ไปถูกทางนะครับว่าเพิ่มกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปด้วย

อันที่ ๒ ครับ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์คุมสต็อก (Stock) น้ำมัน อยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน และเป็นปัญหาบ้านเมืองมาตลอดครับ ช่วงฤดูไหนที่ปาล์มออกมาก ผลผลิตปาล์มออกมาก หลังฤดูฝนเสร็จสิ้น น้ำท่าสมบูรณ์ดี ผลผลิตปาล์มออกมาก ราคาปาล์ม ก็จะดิ่งจากกิโลกรัมละ ๔ บาท ๕ บาท จนเหลือ ๒ บาทกว่า ระหว่างนั้นก็ไม่มีใครมาดูแลครับ เพราะปาล์มเอาไว้บริโภคอย่างเดียว ขณะที่ปาล์มเหลือราคากิโลกรัมละ ๒ บาทกว่า บนห้างทุกห้างในประเทศไทย ราคาปาล์มน้ำมันบรรจุขวดยังยืนอยู่ที่ ๒๘-๓๐ บาท ไม่ได้ดิ่ง ลงมา แต่พอปลายฤดูที่ช่วงแล้งหนัก ๆ ผลผลิตปาล์มออกน้อย ราคาปาล์มเริ่มขยับจาก ๒ บาท ๓ บาท ๔ บาท ๕ บาท พอแตะ ๖ บาทเมื่อไร สิ่งที่ตามมาก็คือกระทรวงพาณิชย์ ขออนุญาตนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศทันที เพราะพ่อค้าเริ่มถีบราคาน้ำมันปาล์ม ในตลาดขึ้น น้ำมันบรรจุขวดเริ่มขึ้นราคา และมีแนวโน้มจะขาดแคลน สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ ทำก็คือขอนำน้ำมันปาล์มเข้าจากต่างประเทศ พอนำน้ำมันปาล์มเข้าจากต่างประเทศ นี่ผมเล่าให้ฟังนะครับ เพราะผมอยู่ภาคใต้ พ่อค้าปาล์มเขาเริ่มติดต่อรัฐมนตรี ราคาเท่าไร นำเข้ามากี่ตัน โควตาปีนี้เปิดให้นำเข้า ๒๐,๐๐๐ ตัน เอาโลละเท่าไร กว่าจะตกลงราคากันได้ครับ ว่าจ่ายรัฐมนตรีโลละเท่าไร ราคาน้ำมันปาล์มที่อยู่ในห้างทั้งหมดขึ้นราคาพรวดขาดตลาด พอคำว่า ขาดตลาด ความตื่นตระหนกของประชาชนก็เกิดครับ เราเคยเห็นมาแล้วครับ เอาน้ำมันปาล์มขึ้นห้างนาทีนี้ เดี๋ยวเดียวแม่บ้านขนออกกลับบ้านกันหมด ทุกคน ขนกลับบ้านคนละ ๕ ขวด ๖ ขวด ถามว่าขนไปทำไม ไม่มีบ้านไหนกินน้ำมันปาล์มอาทิตย์ละ ๕ ขวด ๖ ขวดหรอก ขนไปเพราะว่ากลัวน้ำมันจะไม่มี ลงห้างไหนก็ถล่มห้างนั้นหมดทันที เป็นวิกฤตเพราะเสถียรภาพน้ำมัน ๒๐๐,๐๐๐ ตันของกระทรวงพาณิชย์อย่างไรครับ ทีนี้ โควตามีอยู่แค่ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน บริหาร ๒๐๐,๐๐๐ ตัน เวลาผลผลิตออกมามากก็ปล่อยให้ ราคาเกษตรกรลดลง พอผลผลิตออกมาน้อย ไปนำข้างนอกเข้ามาทดแทน ฝากกรรมาธิการ ช่วยลงไปดูตรงนี้อีกนิดหนึ่งครับ อย่าให้กระทรวงพาณิชย์คิดคนเดียวเด็ดขาด ท่านต้องเข้าไปคิดด้วย เพราะพลังงานคือจุดแทรกของเสถียรภาพเรื่องราคาน้ำมันปาล์ม ท่านลองดูภาคใต้ ผมมาจากที่นั่น ขออนุญาตใช้การขับเคลื่อนนี้แทนอารมณ์ความรู้สึกของคนใต้ ภาคใต้คือ ด้ามขวาน เรามีพลังงานทั้งบนดินและใต้ดิน ทั้งแก๊ส ทั้งน้ำมันขุดในอ่าวไทย นั่งเรือไปจาก ภาคใต้ เฮลิคอปเตอร์ขึ้นฐานจากภาคใต้ทั้งหมดไปหลุมน้ำมัน น้ำมันใต้ดินอยู่ที่นั่นครับ น้ำมันบนดินยกเว้นเอทานอล (Ethanol) ของท่านประธานอลงกรณ์ ทั้งน้ำมันมะพร้าวที่ท่านอลงกรณ์เอาไปใส่เรือเฟอร์รี (Ferry) วิ่งมาแล้ว ทั้งน้ำมันปาล์ม ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านเคยใช้น้ำมันปาล์มสด ๆ วิ่งกับรถในกรุงเทพฯ มาแล้ว ผมก็เคยใช้แล้วครับ เอาน้ำมันปาล์มที่เขากลั่นเสร็จนะครับใส่ในรถตู้โตโยต้า ผมวิ่งจากภูเก็ต มาถึงนครศรีธรรมราชกลิ่นหอมครับ กลิ่นเหมือนทอดปาท่องโก๋มาตลอดทางเลยแล้วก็ วิ่งมาได้ตลอดครับ แล้วก็อย่างที่ท่านนิกร ขออนุญาตเอ่ยนามท่านพูดถึงน้ำมันปาล์มสด ๆ นะครับ ไม่ต้องผสมกับดีเซลเลยนี่ใช้กับเคลื่อนยนต์ที่เขาเรียกว่าเครื่องยนต์รอบช้าหมุนช้านะครับ เครื่องตีน้ำ เครื่องปั่นน้ำ เครื่องไถนาพวกนี้ใช้ได้เลยทันที เพราะฉะนั้นเมื่อน้ำมันปาล์ม เป็นพืชที่ยังทั้งขาเรื่องพาณิชย์ เรื่องอาหารมันก็ยังขาอีกข้างหนึ่งอยู่บนพลังงาน แต่ท่าน เชื่อไหมครับว่าภาคใต้เป็นแหล่งพลังงานทั้งหมดเรากำลังจะไปเอาถ่านหินมาจาก ต่างประเทศมาผลิตโรงงานไฟฟ้าที่ภาคใต้ น้ำมันก็อยู่ที่นั่นใต้ดิน น้ำมันบนดินก็อยู่ที่นั่น เรากำลังจะไปขนถ่านหินมาจากต่างประเทศมาเผาเพื่อทำไฟฟ้าที่นั่น ท่านต้องนึกถึง คนภาคใต้เขาจะคิดอย่างไร ฝากท่านกรรมาธิการพลังงานซึ่งท่านอาจจะต้องไปแตะดูตรงนั้น เป็นไปได้ไหมว่าจังหวัดกระบี่การท่องเที่ยวที่ใช้ครูพละคุมการท่องเที่ยวมาหลายปีแล้ววันนี้ การท่องเที่ยวกระบี่เขาบูม (Boom) แล้วจะไปสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่นั่นเหมาะหรือไม่เหมาะ จะไปสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่นครศรีธรรมราชที่อำเภอหัวไทรเหมาะหรือไม่เหมาะเมื่อเอกชน เขาไปติดตั้งกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้าจากลมขึ้นมาเต็มหมดแล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งที่ หารือกับท่านกรรมาธิการนะครับเป็นไปได้ไหมครับว่าเรื่องปาล์มนอกจากให้พาณิชย์ คุมสต็อก (Stock) ๒๐๐,๐๐๐ ตันแล้ว พลังงานมาช่วยดูด้วยครับท่าน ท่านประธาน กรรมาธิการท่านจะเชี่ยวชาญเรื่องนี้พลังงานมาช่วยดูด้วยแล้วก็เรียกเกษตรมาดูด้วย ตามรายงานของท่านว่าไปส่งเสริมให้ชาวบ้านมีผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นที่ต้องเอาทั้งพลังงาน ทั้งพาณิชย์มาคุยด้วย เพราะพวกผมรู้สึกครับว่าถ้าปาล์มมันเป็นพลังงาน ถ้าบริหารสต็อก (Stock) กันภายใต้การดูแลของพลังงานด้วยมันอาจจะโยกสต็อก (Stock) ได้ครับท่าน วันที่สต็อก (Stock) ไว้ ๒๐๐,๐๐๐ ตันเพื่อคุ้มครองคนบริโภคน้ำมันท่านอาจจะขยายเป็นสต็อก (Stock) ๑,๐๐๐,๐๐๐ ตันในช่วงที่น้ำมันในประเทศออกเยอะไว้บริหารโรงไฟฟ้าดีเซล ไบโอดีเซล (Biodiesel) ที่จะเกิด ซึ่งมันหาทางออกให้ได้แต่อย่าโยนภาระทั้งหมดกลับไปว่า จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพราะภาคใต้ขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า ประชาชนที่นั่น เขาดูอยู่ครับน้ำมันบนดินก็มี น้ำมันใต้ดินก็มี แต่บอกว่าขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า ประเทศ ที่อยู่ติดกันครับมาเลเซียน้ำมันปาล์มทะลักเยอะมากราคาต่ำกว่าไทยเพราะผลผลิตต่อไร่ เขาสูงกว่าเรามาก แหล่งน้ำมันทั้งดิบทั้งแก๊สในมาเลเซียเยอะมาก ทำไมเราต้องคะยั้นคะยอ ที่จะเอาถ่านหินเข้ามากองไว้ในภาคใต้ มาเลเซียพร้อมขายทั้งน้ำมันปาล์มมาทำโรงงานไฟฟ้า พร้อมทั้งขายแก๊สขายดีเซล ให้เราแต่เราไม่เอา ก็อย่างที่หลายท่านพูดนะครับว่าเสถียรภาพ เรื่องน้ำมันวันข้างหน้ามันเริ่มสั่นสะเทือนราคาน้ำมันมีทิศทางไต่ลง ถ้าเมื่อไร ที่ท่านกรรมาธิการพลังงานส่งเสริมให้อุตสาหกรรมรถยนต์หันมาใช้น้ำมันปาล์มได้อย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อวิ่งแทนดีเซล ทุกอย่างมันจะเปลี่ยน หรืออย่างที่ท่านนิกรกล่าว เมื่อสักครู่ครับว่าอีก ๕ ปีข้างหน้าเราใช้ไฟฟ้าแทนพลังงานน้ำมันได้หมดโครงสร้างพลังงาน มันก็เปลี่ยน แต่ที่เราเปลี่ยนไม่ได้เรากลัวธุรกิจบางประเภทล้มไปต่อหน้าต่อตา ถ้าส่งเสริม ใช้ไฟฟ้าเมื่อไรครับ อุตสาหกรรมยานยนต์ประเทศไทยที่ส่งออกไปนั้นไปทันทีครับ มันก็ต้อง ผ่อนตามระยะเวลาที่เป็นจริง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าทั้งหมดที่ผมหารือแลกเปลี่ยนกับ ท่านกรรมาธิการก็คืออย่าปล่อยให้กระทรวงพาณิชย์นั่งดูแลสต็อก (Stock) ๒๐๐,๐๐๐ ตัน อยู่คนเดียวครับ มันเป็นปัญหาการเมืองมาตลอดเอาพลังงานแหย่ไปด้วยครับ เพราะ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน เขาเอาไว้สำหรับคนบริโภค สต็อก (Stock) ลดจาก ๒๐๐,๐๐๐ ตัน กระทรวงพาณิชย์คิดออกอยู่แล้วครับนำเข้าจากต่างประเทศ แต่เวลาสต็อก (Stock) มาก พาณิชย์คิดไม่ออก เวลาน้ำมันปาล์มตกต่ำพาณิชย์คิดไม่ออกจะทำอย่างไร พลังงานช่วยคิดแทน ว่ามานี่เกินจาก ๒๐๐,๐๐๐ ตันมาเก็บไว้ที่พลังงาน พลังงานจะแทรกแซงอย่างไร ผมเชื่อ เงินพลังงานมีมากกว่าเงินพาณิชย์ครับ ก็ขออนุญาตที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ คณะกรรมาธิการครับ ขอขอบพระคุณครับ