นิกร จำนง หารือการปรับโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเห็นด้วยในหลักการแต่เสนอให้พิจารณาปัญหาการรับยอมรับจากผู้ใช้ ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อเครื่องยนต์ แนวโน้มการเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าในอนาคต และความจำเป็นในการวางแผนระยะยาวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของพลังงานทดแทนอย่างรอบด้าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง ลำดับที่ ๗๙ ผมอยากจะเรียนว่าเกี่ยวกับเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ แล้วก็ได้เน้นเอทานอล (Ethanol) และไบโอดีเซล (Biodiesel) ที่เสนอมา โดยรวมแล้ว เห็นด้วยในหลักการเป็นอย่างมากที่ได้มีการนำเสนอรายงานเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วมีการ ดำเนินการปรับปรุงเรื่องโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ เอทานอล (Ethanol) และ ไบโอดีเซล (Biodiesel) ก่อนที่จะมีพระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงานทดแทน เห็นว่าการศึกษา คราวนี้ที่ท่านทำมาครอบคลุมได้ดีมาก คือมีรายละเอียดอยู่เยอะทีเดียว ค่อนข้างจะเป็น ประโยชน์มาก อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการช่วย ๆ กันก็มีความเห็นอยู่บ้างที่อยากจะเพิ่มเติม เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น ผมมองเห็นว่าเรื่องนี้อาจจะมีปัญหาอยู่บ้างนะครับ เพียงแต่ว่า ถ้าเรามองไปให้ละเอียดหรือมองไปให้ไกล ในระยะสั้นเชื้อเพลิงที่ว่าเราต้องยอมรับว่ามีการใช้ กันน้อยมากในความเป็นจริง ซึ่งตรงนี้เองอาจจะเกิดจากความไม่เชื่อของผู้ใช้ สมมุติว่าเรา ใช้รถอีซูซุขึ้นมา แล้วก็คนที่ใช้เดิมยังมีความกังวลอยู่มากว่าถ้าใช้แล้วรถของเขามันจะเป็น อย่างไร เราถามตัวเองก็ได้ว่าถ้าเรามีรถดีเซลเราจะกล้าใช้ไหม ผมเองใช้รถดีเซลอยู่นะครับ แต่ว่าก็ยังไม่กล้าใช้สักเท่าไร เพราะว่าเกี่ยวกับเรื่องที่เขาบอกกันว่า ซึ่งตรงนี้มันเป็นเรื่องที่ ต้องพิสูจน์กันให้ชัด ๆ ว่ามันเป็นพลังงานทางเลือก ทีนี้ถ้าเราเลือกได้มันอยู่ที่คนเลือก เพราะถ้าเราเลือกได้เราก็คงไปใช้พลังงาน คือยอมรับความจริงว่ามันเป็นน้ำมันดีเซลที่อาจจะ เป็นบางยี่ห้อที่มีการกลั่นดี มีการเพิ่มแอดดิทิฟ (Additive) เข้าไปอะไร ในฐานะที่เป็นรถของเรา เพราะฉะนั้นจุดตรงนี้เองถ้าเรายอมรับความจริงว่าการใช้จริง ๆ ใช้ที่ไหน อย่างไร เราจะเพิ่ม เป็นบี ๑๐๐ (B100) ก็ได้ แต่ว่าถ้าคนไม่ใช้มันก็เหมือนกัน รวมทั้งเรื่องของแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ที่เราใช้กัน เป็นที่ยอมรับว่าเราได้ยิน ได้ฟังว่าทางอู่เขาก็บอกกันว่าถ้าเราจะใช้ แก๊สโซฮอล์ (Gasohol) แบบนี้ ใช้ไปสักพัก สัก ๑๐ ครั้ง เดือนหนึ่งเติมแบบที่ไม่ใช่สักครั้ง เพราะจะได้ช่วยล้างระบบ สิ่งเหล่านี้มันมีอยู่ในความเป็นจริงของคนที่สนใจเรื่องรถและ มีการใช้มันก็เป็นผลกระทบอยู่ได้ ดังนั้นความรู้เรื่องนี้จะต้องมีการเคลียร์ (Clear) เพราะว่า ขณะนี้ไม่ว่าเราจะเพิ่มอย่างไรก็ตามการใช้ก็ยังน้อยอยู่ เราจะเพิ่มจำนวนการใช้ขึ้นได้อย่างไร ปัญหาที่มีเราพูดถึงตอนที่น้ำมันแพง เวลานี้น้ำมันถูกยิ่งไม่ต้องไปพูดเลย เพราะฉะนั้นเรา มาเลือกว่าเอาละ ไม่ว่าจะอย่างไรเรามาใช้บี ๒๐ (B20) เพราะว่าถูกกว่ามีการผสม แล้วรัฐ เข้ามาช่วยส่งเสริม แต่ขณะนี้พอราคาน้ำมันมันถูกลงมาก ปัญหาก็คือมันจะยิ่งลดการใช้ลงมาก เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงตรงนี้เราจะทำอย่างไร ปัญหาที่จะตามมาในอนาคตระยะยาว เมื่อกี้ ระยะสั้นที่เป็นอยู่จริง ๆ ขณะนี้ ความเป็นไปได้ของการผลิตเรื่องรถไฟฟ้าเราก็ทราบกันอยู่ว่า มาอย่างไร มีความเป็นไปได้มากเหลือเกินที่ในอนาคตยานยนต์ทั้งหลายจะใช้พลังงานไฟฟ้า มากขึ้น แล้วก็มากขึ้น แล้วก็มากขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่กำลังจะเกิดก็คือว่าพลังงานในประเทศ อาจจะเป็นลักษณะที่ว่าพลังงานไฟฟ้าจะเป็นเรื่องสำคัญ ทีนี้ถ้ายานยนต์ทั้งหลายหนีไปใช้ตรงนี้กันเสียเยอะ ซึ่งมันพัฒนาขึ้นมาเองจากการพยายาม หนีจากครู้ดออยล์ (Crude Oil) หรือพลังงานฟอสซิล (Fossil) ที่มี ตรงนี้เราจะทำอย่างไร คือผลต่างราคาต่างหากที่เป็นตัวนำเป็นตัวเหนี่ยวนำ การวิเคราะห์ช่วงยาวว่า ณ ถึงขณะนั้น ผมยังเป็นกังวลอยู่ว่าในประเทศของเราเรามองกันไปไกล ๆ พลังงานปรมาณูเราคงไม่ค่อยได้ใช้ กันหรอก เพราะว่าเราอาจจะเป็นกังวล แต่เราห้ามรอบ ๆ บ้านเราได้ไหม เราเป็นเออีซี (AEC) สมมุติประเทศเพื่อนบ้านเราเห็นว่าลงทุนต่ำเขาผลิตเป็นโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ เป็นไฟฟ้าและส่งมาขายเรา มันมีโอกาสที่มันจะถูกลงเป็นการดิ้นหนีจากความเป็นจริง หมายถึงว่าการลดต้นทุนการใช้ในอนาคตมันเป็นการพัฒนาการ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น สมมุติ พลังงานทดแทนของเราขณะนี้ถ้าผลต่างมาร์จิน (Margin) มันไม่ต่างมากเราจะหาใครที่ไหน มาใช้ การศึกษาตรงนี้โดยยอมรับข้อเท็จจริงผมมองว่าเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ ไม่อย่างนั้น เราวางประเด็นไว้เหมือนกับว่าผมยกตัวอย่างหลายครั้งแล้วว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งเราพยายาม ให้เขาปลูกสน เพราะเราเชื่อว่าจะมีการปิดป่าและเข็มไม้จะต้องขาดแน่ เราลืมนึกไป ประเด็นหนึ่งว่ามีการทำเสาเข็มหกเหลี่ยมกลวงขึ้นมาแล้วถูกกว่าต้นสน สุดท้ายแล้วต้นสน ไปหมดเลยเพราะว่ารากของต้นสนกว้างและมันแผ่ทำให้ดินเสีย คนไม่มีการปลูกสนก็ล้มไป ตอนช่วงนั้น ผมเรียนด้วยความปรารถนาเป็นอย่างยิ่งแต่อยากจะให้มองว่ามุมตรงนี้เป็นมุมที่ เกิดขึ้นแน่เราจะดีล (Deal) กับมันได้อย่างไรผลต่างตรงนี้เอง นอกจากว่าในอนาคตไปไกล ๆ เราเป็นประเทศเกษตรเราย่อมได้เปรียบแต่มันเหมือนกับอีกอย่างที่เราต้องคิดระยะเวลา ท่านประธานคงทราบว่าเดิมประตูห้องน้ำมันมีคนคิดประตูเป็นพีวีซี (PVC) มาก่อนแล้ว เมื่อสัก ๒๐ กว่าปีที่แล้ว ผมเคยขายวัสดุก่อสร้างผมทราบ มีการคิดขึ้นมาแล้วตอนนั้น ผลิตออกมาเจ๊งหมดเลย เพราะขณะนั้นไม้ยังมีอยู่ ไม้สักทำได้ แต่พอตอนหลังระยะต่อมา ประตูพีวีซี (PVC) ขณะนี้ที่ใช้ห้องน้ำใช้ได้ดีมากใช้กันเยอะ มันเป็นเรื่องระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่เขาคิดไม่ได้ เขาคิดได้แต่ในเวลานั้นแต่ออกมาสู้กับไม้ไม่ได้ แต่ปัจจุบันนี้คนที่คิดแล้วเจ๊ง ไปแล้ว แต่คนปัจจุบันที่ทำได้กำไรมากเพราะเกี่ยวกับเรื่องเวลาความเหมาะสมแห่งเวลา ตรงนี้ผมอยากจะให้พิจารณาเรื่องเวลาสักนิดหนึ่งจะเป็นประโยชน์มาก ส่วนเรื่องถ้าเจาะลงไป ในรายละเอียด ผมคงจะไม่พูดถึงเกี่ยวกับเรื่องอ้อย เรื่องมันสำปะหลัง แต่จะมาพูดถึงเรื่อง ไบโอดีเซล (Biodiesel) ที่ท่านเสนอขึ้นมาเป็นครึ่งหนึ่งที่สำคัญ ดีมานด์ไซด์ (Demand Side) จริง ๆ แล้วก็ยังน้อยอยู่ตอนที่ผมได้กล่าวเมื่อกี้แล้ว จริง ๆ แล้วสามารถจะทำได้ รถอีซูซุ หรือว่ารถโตโยต้าดี ๆ ของเกษตรกรหรือว่าของคนในเมืองเขาไม่ใช้ แต่สิ่งที่จะใช้อย่าง รถอีแต๋น หรือเครื่องจักรกลด้านการเกษตรเป็นเรื่องที่สามารถจะใช้ได้เลย พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทำปาล์มร้อยเปอร์เซ็นต์ขึ้นมาแล้ววิ่งกับรถอยู่ใน กรุงเทพฯ ระยะหนึ่งก็เห็นชัดว่าเป็นประโยชน์มาก ประเด็นที่ผมนำเสนอก็คือว่าภาคเกษตรเอง ในเรื่องเครื่องจักรกลเครื่องสูบน้ำที่ไม่ใช่เป็นเครื่องเบนซิน ใช้เครื่องยันมาร์หรือรถอีแต๋น ส่วนใหญ่จะใช้ยันมาร์หมด พวกนี้ใช้ดีเซล (Diesel) ประเด็นที่สำคัญก็คือว่าถ้าเขาเอาตรงนี้ ไปใช้ความกังวลต่อหัวฉีดของรถเขา ความกังวลต่อระบบการเผาผลาญของรถที่เป็นรถราคาแพง ไม่ต้องกังวล ตรงนี้มันสอดคล้องปลูกแล้วใช้เอง ยิ่งจำนวนมากและที่สำคัญมันมีเรื่องเกี่ยวกับ เรื่องของการรีไฟเนอรี (Refinery) หรือการผลิตด้วย ผมเองได้มีโอกาสไปดูเครื่องผลิตปาล์ม ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง คือผลิตตรงนั้นเป็นเครื่องไม่ใหญ่นักของสงขลานครินทร์ ม.อ. สามารถจะทำได้ตรงนั้น สามารถจะแจกจ่ายคือใช้กันได้ตรงนั้น เครื่องขนาดนี้น่าสนใจมาก กับเราไปคิดถึงรีไฟเนอรี (Refinery) ขนาดใหญ่ ซึ่งผมเรียนท่านประธานว่าตรงนั้นเป็นด้าน ซัปพลายไซด์ (Supply Side) ซึ่งในการผลิตมีปัญหามาก เพราะว่าโรงสกัดน้ำมันปาล์ม ท่านประธานที่เคารพครับเป็นเรื่องที่เรามองกันไม่ออก จริง ๆ แล้วต้นทุนการผลิตของปาล์ม มีอยู่ ๒ อย่างขณะนี้ อย่างที่ ๑ ก็คือพันธุ์ พันธุ์เนื่องจากว่าเราเพิ่งเริ่มปลูกเราก็ไปขโมย มาบ้าง ไปเอามาบ้างพันธุ์เดิมจากประเทศเพื่อนบ้านเอามาใช้ ปรากฏว่ายุคนั้นเหมือนจะถูกหลอก ปรากฏว่าพันธุ์ที่เอามาใช้นั้นเป็นพันธุ์ไม่ดีเลย แต่ปาล์ม มีลักษณะที่ว่าคือเป็นไม้ยืนต้นที่อายุยืนมาก เกษตรกรที่ปลูกไปในยุคนั้นผลตอบแทนต่ำมาก แต่เขาต้องอยู่กับมัน คือเขาต้องอยู่กับปาล์มจนมันจะครบ ๑๕ ปีหรือ ๒๐ ปี ถึงจะล้มมันได้ เราพยายามเสนออยู่ว่าการเปลี่ยนแปลงพันธุ์ตอนหลังเราใช้พันธุ์คอสตาริกา (Costa Rica) ก็ถือว่าดีแล้ว แต่ตอนหลังมากรมวิชาการเกษตรของเราคิดพันธุ์ขึ้นมาอีกหลายอย่างซึ่งเป็นพันธุ์ ที่ผลตอบแทนดีมาก ประเด็นปัญหาคือเราจะทำอย่างไรที่จะไปล้มปาล์มที่เป็นจำนวนมาก ในภาคใต้พวกนั้นที่อยู่แล้วเหมือนกับว่าดูดเอาชีวิตของชาวบ้านไปด้วย เพราะว่าเขาปลูก ไปแล้วเขาไปจากมันก็ไม่ได้ ถ้าเขาจะโค่นแล้วเขาจะอยู่อย่างไร ตรงนี้เองเราพยายามเสนอ ก็อยากจะฝากกรรมาธิการไปด้วยว่า ยางไม่ค่อยเป็นไรเพราะว่ายางเราสามารถจะมี การปลูกทดแทนได้เรามีกองทุนสงเคราะห์สวนยาง แต่ในกองทุนสงเคราะห์สวนยางตาม พ.ร.บ. นั้น ขออนุญาตท่านประธานอีกสัก ๒ นาทีนะครับ ในกองทุนสงเคราะห์สวนยางนั้นเรามี ความพยายาม ๒ อย่าง ๑. ก็คือไปออกถ้าเราจะทำเรื่องนี้ กองทุนสงเคราะห์สวนปาล์มมาอีก ฉบับหนึ่งได้ไหม เพราะว่าจะได้ไปรื้อพันธุ์ปาล์มเก่าจะได้เปลี่ยนเสีย ผลตอบแทน ๑ ใน ๓ ขณะนี้กับพันธุ์ที่อยู่ที่มาเลเซีย ปลูกให้ตายก็ไม่ชนะเขาแล้วก็อยู่กับมันจนตายไปด้วย ถ้าจะรื้อไปแล้วเขาจะกินอะไร เขาจะอยู่อย่างไร ปาล์มนี้ใช้เวลาเยอะในการที่จะออกผลผลิต ดังนั้นทุนในการสงเคราะห์ก็คือให้เขาล้มปาล์มเก่า ระหว่างนั้นเป็นเงินที่จะพอมีกินอยู่บ้าง สำหรับเกษตรกรเขามีกันไม่เยอะหรอก แต่ว่าเราไม่มีกฎหมาย เราไม่มีกองทุนที่จะให้เงินเขา มันมี ๒ อย่างที่เราเคยศึกษาว่า ๑. ก็คือไปแก้ พ.ร.บ. กองทุนสงเคราะห์สวนยางนี้เขาใช้กับไม้ยืนต้น ยางเป็นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งในกองทุนนั้น แต่ถ้าเพิ่มเข้าไปปาล์มก็เป็นไม้ยืนต้น สามารถจะไปแก้ พ.ร.บ. ตรงนั้นเอากองทุนสงเคราะห์สวนยางมาใช้กับสวนปาล์มได้ ถ้าอย่างนั้นแล้วที่เขา จะต้องอยู่กับมันอีกประมาณสัก ๗-๘ ปีล้มเสียให้หมด เปลี่ยนพันธุ์ที่สู้กับเขาได้ไม่อย่างนั้น อยู่กับมันก็สู้ไม่ได้จุดตรงนี้สำคัญ อีกจุดหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ท่านประธานครับ ปาล์มไม่ใช่ อยู่ ๆ แล้วมันจะกลายเอามาใช้ได้ ที่เมื่อกี้ที่ผมเสนอว่าเราควรจะเอาไปใช้กันในภาคชนบท ก็คือในสหกรณ์เองเพราะว่าเราใช้โรงผลิต หมายถึงเครื่องจักรผลิตอย่างของ ม.อ. เครื่องละ ไม่กี่แสน ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาทแล้วก็ใช้กันเองตรงนี้ แล้วก็ใช้ระยะทาง ท่านประธานครับ มันเป็นอีโคโนมี ออฟ เลงท์ (Economy of Length) ของระยะทาง ประเด็นก็คือถ้าท่านประธานสังเกตว่าโรงสกัดน้ำมันปาล์มจะต้องมีพื้นที่ซัปพอร์ต (Support) ประมาณแสนไร่ เราลองไปทำแล้วที่บาเจาะ ๑ แห่งประมาณนี้ ปรากฏว่าขณะนี้ที่ปลูกกัน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เราไปเอานาร้างมาปลูกหรืออะไรมาปลูกไม่พอ พอไม่พอโรงงาน ตรงนี้ที่เป็นสหกรณ์ต้องผลิตครึ่งหนึ่งของกำลังผลิตแล้วก็หยุด ครึ่งหนึ่งแล้วก็หยุด ครึ่งหนึ่ง แล้วก็หยุด ปรากฏว่าต้นทุนแพงมาก ดังนั้นโรงงานในการผลิต ขณะนี้สมมุติท่านประธาน อยู่ที่จะนะท่านประธานปลูกปาล์มในนาร้างนี่แหละ ที่ทำนาไม่ได้ ราคาข้าวก็ไม่ค่อยดี พอปลูกไปเสร็จ คำถามก็คือว่าท่านประธานจะเอาไปขายที่ไหน ขับไปบาเจาะไหม พอขับไป บาเจาะนราธิวาส มันมีอีกแห่งก็คือที่นครศรีธรรมราชก็พอมีอยู่บ้าง แสดงว่าเราต้องเอาใส่ รถกระบะแล้วก็ขับไประยะทางที่ในการขับเพราะว่าราคาปาล์มเขานับชั่งที่หน้าโรงงาน ดังนั้นการให้โรงงานลงไปช่วยตรงนี้มันเป็นเหมือนกองทุนที่เราพยายามทำอยู่แต่ช่วยได้เยอะ แต่ว่าการออกแบบตรงนี้แสนไร่มันเป็นพืชที่ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ แล้วไปปลูกตามหัวไร่ปลายนาได้ มันมีเรื่องราวของมันเอง ดังนั้นจุดตรงนี้เองอยากจะเรียนท่านประธานว่าในการส่งเสริม กองทุนที่จะได้จากกฎหมายที่ท่านออกเอามาช่วยตรงนี้ได้ แต่ถ้าช่วยตรงนี้เป็นการลด อาจจะไปเพิ่มส่วนหนึ่งในการทำสหกรณ์ในการทำโรงสกัดที่ให้อยู่ในพื้นที่ แล้วก็ส่งเสริมปลูก ให้รอบให้พอกับกำลังผลิตของเขาประมาณแสนไร่ อาจจะอยู่ตรงกลาง อยู่ส่วนบนที่กระบี่ มีอยู่เยอะ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนนี้โรงงานมีแล้วแต่ว่าต้องไปเพิ่มให้เขาปลูกมากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยได้มาก ผมสรุปท่านประธานครับว่าอย่างไรก็ตามผมเห็นด้วยมากพลังงานทดแทน มันเป็นอนาคตของเรา แต่ว่าอนาคตเมื่อไร อย่างไรต้องพิจารณานิดหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม มันต้องมาเข้าทางเราสักวันแน่เราเป็นประเทศที่ผลิตทางชีวภาพตรงนี้อย่างไรเราก็ได้เปรียบ แต่ว่าถ้าเรามาผิดเวลาเราก็แย่นะครับ ผมอยากจะขออัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรซึ่งเรามีอยู่ขณะนี้มาในโอกาส พิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๒๙ ความว่า “ทุกวันนี้ ประเทศไทยยังมีทรัพยากร พร้อมมูล ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรบุคคล ซึ่งเราสามารถนำมาใช้เสริมสร้าง ความอุดมสมบูรณ์ และเสถียรภาพอันถาวรของบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี ข้อสำคัญ เราต้องรู้จักใช้ทรัพยากรนั้นอย่างฉลาด คือไม่นำมาทุ่มเทใช้ให้สิ้นเปลืองไปโดยไร้ประโยชน์ หรือได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หากแต่การระมัดระวังใช้ด้วยความประหยัดรอบคอบ ประกอบด้วยความคิดพิจารณาตามหลักวิชา เหตุผล และความถูกต้องเหมาะสม โดยมุ่งถึงประโยชน์แท้จริงที่จะเกิดแก่ประเทศชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันยืนยาว” ด้วยความเคารพท่านประธานและกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณครับ