วันชัย สอนศิริ หารือเรื่องความเป็นธรรมในการกำหนดเงินเดือนของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยชี้ว่าข้าราชการไม่อาจร่ำรวยได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว และหากใครร่ำรวยย่อมเกิดจากพฤติกรรมทุจริต จึงเสนอให้ปฏิรูประบบค่าตอบแทนควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม เพื่อเปลี่ยนค่านิยมในการรับราชการให้เน้นการรับใช้ประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว และสร้างความเป็นธรรมในการจ่ายตอบแทนระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ ผมเองไม่เคยรับราชการแต่เห็นเพื่อน ๆ ที่รับราชการแล้ว รวมทั้งมีญาติบางคนที่รับราชการ แล้วก็ปรารภให้ฟังหรือพูดให้ฟังว่าข้าราชการจน แล้วก็ข้าราชการนั้นเงินเดือนไม่พอกิน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะพูดและอภิปรายในวันนี้ครับท่านประธาน สิ่งที่ผมเห็นแล้วก็ว่าระบบ เงินเดือนที่เรามีอยู่เรื่องความเป็นธรรมกับความเหมาะสมเป็นเรื่องสําคัญ ผมลองพิจารณาดู ว่าข้าราชการระดับเล็ก ๆ ชั้นประทวน แล้วก็ข้าราชการระดับเล็ก ๆ ในส่วนอื่น ๆ บางที นั่งคิดดูแล้วว่าเอ๊ะเงินเดือนเขาจะพอกินหรือ เขาอยู่กันได้หรือในภาวะเศรษฐกิจบ้านเมือง มันเป็นอย่างนี้ เงินเดือน ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ๒๐,๐๐๐ บาท อยู่กันอย่างไร ในขณะเดียวกัน ก็มาลองพิจารณาถึงตําแหน่งของทางการเมืองเยี่ยงนายกรัฐมนตรีที่ท่านวิทยาได้กล่าวไป นายกรัฐมนตรีเงินเดือน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ในขณะที่ภารกิจต้องรับผิดชอบนั้นทั้งประเทศ สรุปแล้วว่ามันมีความเหมาะสมมากน้อยแค่ไหน เพียงใด ลําพังแค่อนุกรรมาธิการของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองลองกําลังพิจารณาและเสนอมาว่าน่าจะพิจารณาให้เงินเดือนกับบรรดา ส.ส. ส.ว. รวมทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าน่าจะเป็นอย่างนี้ ๆ ออกมาเท่านั้นแหละครับ สังคมโจมตีกันมากมายมโหฬาร ไป ๆ มา ๆ ผมทราบว่าประธานอนุถอยเรื่องนี้แล้ว เพราะฉะนั้นจึงดีใจเป็นอย่างยิ่งเลยครับที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้นําเรื่องนี้มาเสนอ แล้วก็ อยากให้เป็นภาพรวมทั้งมวลดังที่ท่านได้พูดกันมาแล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการประจํา ข้าราชการทหาร ตํารวจ หรือลูกจ้างระดับใดอย่างไรก็แล้วแต่รวมทั้งซีกการเมืองด้วย ท่านน่าจะเป็นกรรมการพิจารณาภาพรวมทั้งหมด ถึงเวลาบรรดา ส.ส. ส.ว. นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี เขาจะพูดเรื่องนี้ หรือเขาจะมีมติเรื่องนี้เมื่อไร เขากระอักกระอ่วนใจเต็มที ผมจึง เห็นว่าควรจะให้เกิดความเหมาะสมกับตําแหน่งหน้าที่ของเขาด้วย แต่ท่านทั้งหลายครับ สิ่งหนึ่งที่อยากจะพิจารณาเป็นข้อสังเกตหลาย ๆ ท่านได้พูดมาแล้วผมจะไม่พูดซ้ํา แต่อยาก เรียนว่าเป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับเล็กจนกระทั่งเกษียณเป็นปลัดกระทรวงก็ตาม ดูโดย ภาพรวมแล้วทั้งหมดอย่างไร ๆ ก็ไม่มีทางรวย เวลาผมไปพูดไปบรรยายที่ใดอันเกี่ยวกับเรื่อง คุณธรรมจริยธรรมให้กับข้าราชการฟัง ผมมักจะเน้นย้ําอยู่ตลอดเวลาว่าถ้าหวังว่ารับราชการ แล้วรวยไม่มีทาง อยากรวยลาออกไปประกอบอาชีพอื่น ใครที่รวยเพราะรับราชการ ใครที่ รวยเพราะรับราชการพูดแบบตรงไปตรงมาครับท่านประธาน โกง ทุจริต หรือไม่อย่างนั้น ไม่โกง ไม่ทุจริต ได้รับมรดก หรือประกอบธุรกิจอย่างอื่นโดยครอบครัวอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้า รับราชการอย่างเดียวเพียว ๆ (Pure) แล้วรวย ร่ํารวยมโหฬารมหาศาล ฟันธงได้เลยครับว่าโกงและ ทุจริตแน่นอนครับ เพราะฉะนั้นจึงเป็นค่านิยมกันมาโดยตลอดอย่างที่ท่านวิทยาพูด ผมขออภัย เอ่ยชื่อท่านถึง ๒ ครั้ง เวลารับราชการเราก็นึกถึงว่าจะไปเป็นตํารวจ เป็นตํารวจแล้วรวย เวลารับราชการก็อยากจะไปทํางานเป็นศุลกากรเพราะเป็นศุลกากรแล้วรวย เอ๊ะไปเป็น สรรพากรดีไหม รวย ไปอยู่ ตม. หรือที่ดินดีไหม รวย แปลว่าอะไรครับ แปลว่าค่านิยมนั้น ไม่ได้คิดกันเรื่องเงินดงเงินเดือนกันแล้ว คิดอย่างเดียวว่าไปอยู่หน่วยงานใดแล้วจะทําให้โกงกิน ทุจริตคอร์รัปชันได้ เพราะฉะนั้นผมว่าต้องเปลี่ยนค่านิยมโดยคณะกรรมการชุดนี้ หาความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นโดยการปฏิรูปเสียในคราวนี้ให้ได้ ข้าราชการระดับล่าง ระดับเล็ก ระดับชั้นประทวนให้เขาเกิดความเป็นธรรม พอมี พออยู่ พอกิน และระดับบนต่อไป ก็เหมือนกันครับเงินประจําตําแหน่งนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะว่าภารกิจหน้าที่ของเขา เงินเดือนอาจจะไล่เรียงไปให้เกิดความเป็นธรรมได้ แต่เงินประจําตําแหน่งย่อมแตกต่างกันได้ อันนี้ก็อยากให้คณะกรรมการชุดนี้นั้นได้พิจารณาให้เกิดความเป็นธรรม แต่อันหนึ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนกับท่านทั้งหลายเมื่อกี้นี้ครับ คนเป็นข้าราชการนั้นผมว่าสิ่งที่ได้เหนือกว่า คนที่รวยโดยทํางานทางด้านพ่อค้า นักธุรกิจหรือภาคเอกชน ผมว่าเขาได้สิ่งที่เหนือกว่าพ่อค้า นักธุรกิจหรือคนที่ทํางานภาคเอกชนเยี่ยงผมนั้นก็คือเขาได้ทํางานบริการเพื่อประชาชน เป็นความสุขทางใจยิ่งใหญ่กว่าคนที่มีเงินร่ํารวยมหาศาลประกอบธุรกิจแล้วรวย ๆ เพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัว เพื่อบริษัท บริวาร คนที่เป็นข้าราชการสิ่งที่ได้ตอบแทนนั้นก็คือเกียรติยศและ ศักดิ์ศรี ท่านได้รับเกียรติ ได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชน แล้วท่านมีศักดิ์ มีศรี มียศ มีบั้ง มีตําแหน่ง
และประการต่อมานั้น ท่านเหนือกว่าพวกผมมากนะครับ ภาคเอกชน คือ ท่านได้มีโอกาสทํางานรับใช้ประชาชน อันนี้เป็นความยิ่งใหญ่ของคนที่เป็นมนุษย์ นอกจาก จะทํางานให้กับประชาชนทุกวัน บริการทุกวัน มีความสุขทุกวัน แล้วท่านยังได้รับเงิน ค่าตอบแทนจากหลวงอีก ในขณะที่ภาคเอกชนเยี่ยงผมอยากจะไปบริการประชาชน อยากจะ ดูแลประชาชน รับใช้ประชาชน เสียเงินเอง เสียเวลาเอง ออกเงินเอง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้คือ สิ่งที่ข้าราชการได้
และประการต่อมานั้น ท่านเป็นคนคุมกฎ กติกาของบ้านนี้เมืองนี้ให้บ้านนี้ เมืองนี้มันเดินไปได้ด้วยความสงบเรียบร้อย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านได้นอกจากเงินเดือนที่ท่าน ได้พอมีพอกินและกินจนตายแล้วคือท่านยังได้มีความสุขทางใจอีก ซึ่งตรงนี้ผมว่า คณะกรรมการนอกจากมีการรณรงค์ให้เกิดความเป็นธรรมในเรื่องเงินเดือนแล้ว เหนือสิ่งอื่นใด ผมว่าน่าจะต้องมีการปลูกฝังให้เขาเข้าใจถึงเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งคณะกรรมาธิการ ชุดนี้โดยท่านยงยุทธได้ทํามาแล้วในหลายเรื่อง แต่ไหน ๆ จะพูดเรื่องเงินเดือนกันแล้วผมว่า สิ่งที่จะต้องตามมาและประกอบไปกับข้าราชการให้เขาสํานึกอย่างมาก ๆ ว่าตราบใดที่คิดว่า เป็นข้าราชการรวยนี่เลิกไปได้เลย คิดอย่างเดียวว่าเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุด ท่านทั้งหลายที่มียศ มีตําแหน่ง มีบั้งนั่งกันอยู่ตรงนี้เหนือกว่าทนายวันชัยแน่นอนเพราะมีสิทธิ มีโอกาสบริการ พี่น้องประชาชน ทํางานเพื่อประเทศชาติ ประชาชนทุกวัน เพราะฉะนั้นผมจึงสนับสนุนแนวคิด ของคณะกรรมาธิการที่มีคณะกรรมการเกี่ยวกับเรื่องเงินเดือนแห่งชาติแล้วอยากให้ท่าน ทําให้สัมฤทธิผล สําเร็จในยุคนี้ให้ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินเดือนของผู้ดํารงตําแหน่งทาง การเมืองก็เป็นส่วนหนึ่งของการประกอบการพิจารณาไปด้วย ไม่อย่างนั้นนักการเมืองเช่น ประธานอลงกรณ์ก็จะไม่มีสิทธิพูดเรื่องเงินเดือนของตัวเอง เพราะพูดเมื่อไรโดนถล่มทันที คณะกรรมาธิการชุดนี้และคณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาตินั้นจะช่วยรองรับ ให้เกิดความเป็นธรรมทั้งภาคการเมือง ภาคราชการประจําและในส่วนอื่น ๆ ด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ