วิทยา สนับสนุนปฏิรูปค่าตอบแทนข้าราชการ ชี้ต้องดูแลฐานะอย่างเป็นธรรม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๗ · ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

วิทยา แก้วภราดัย สนับสนุนการปฏิรูประบบค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ภาครัฐ โดยเสนอให้มีคณะกรรมการกลางกำหนดฐานเงินเดือนแห่งชาติอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส พร้อมเรียกร้องให้แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่ซื้อขายตำแหน่งและขาดธรรมาภิบาลในระบบราชการ

นายวิทยา แก้วภราดัย

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย ต้องขออนุญาตขอบคุณเพื่อนสมาชิกซึ่งเพิ่งอภิปรายลงเสร็จเมื่อสักครู่นะครับ ซึ่งข้อเท็จจริง ที่ท่านให้หลายประการผมคิดว่าจะทําให้รายงานฉบับนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ถ้าได้มีการปรับปรุง ให้ทันกับสถานการณ์เป็นจริง แล้วก็ได้เห็นทิศทางว่ารัฐบาลเขาเตรียมการดําเนินการอะไร ไปบ้าง อย่างไรก็ตามผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดินที่ได้ตั้งเรื่องการปฏิรูประบบค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ ภาครัฐ ซึ่งถ้าใช้ภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ก็คือท่านกําลังศึกษาเรื่องสิทธิประโยชน์ของพวกมนุษย์ เงินเดือนทั้งหลาย แล้วก็ยืนยันครับว่าเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายมาแล้วว่า ทุกฐานะตําแหน่งของคนที่เข้าสู่ความเป็นมนุษย์เงินเดือนควรที่จะต้องสามารถดํารงชีพได้ พอสมควรแก่ฐานานุรูป ไม่ใช่เริ่มต้นเป็นมนุษย์เงินเดือนแล้วก็เริ่มต้นจากการที่จะต้องเป็นหนี้ หรือไปแสวงหาประโยชน์อย่างอื่นซึ่งไม่ใช่ตําแหน่งหน้าที่หรือไม่ใช่ค่าตอบแทนที่ถูกต้อง เราปล่อยอย่างนี้อยู่นานครับประธานก็คือไม่ให้เงินเดือนมันมากหรอก มันค่อยไปหากินเอาเอง จนผมคิดว่ามันเป็นค่านิยมที่มันฝังอยู่ในหัวลึก ๆ ของคนในประเทศไทย ยกตัวอย่างง่าย ๆ พูดถึงเงินเดือนนายกรัฐมนตรี ๑๒๐,๐๐๐ บาท ไม่ต้องไปขึ้นให้มันหรอกคนอยากจะเป็น เยอะแยะไป ก็ลองถามไปลึก ๆ สิครับว่ามันอยากจะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเงินเดือน ๑๒๐,๐๐๐ บาท หรือมันอยากเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีเพราะอะไร ท่านก็จะ เจอคําตอบเองครับ ไม่มีมนุษย์หน้าไหนดิ้นรนเกือบเป็นเกือบตายเข้ามากินเงินเดือน ๑๒๐,๐๐๐ บาทในตําแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เชื่อเถอะครับว่ามันเข้ามาเพราะประโยชน์อย่างอื่น เพราะฉะนั้นเวลาจะมองในระบบ เงินเดือนสักทีผมก็คิดว่ารายงานของคณะกรรมาธิการเริ่มมองรอบด้านกว้างขึ้นครับมากกว่า มันอยากจะเป็นเยอะแยะไป มีคนอยากเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเยอะแยะเลยครับ ถามว่ามันทํา ธุรกิจปีละ ๑,๐๐๐,๐๐๐-๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่อยากมากินเงินเดือนผู้ว่าราชการจังหวัด ๘๐,๐๐๐-๙๐,๐๐๐ บาท อยากครับ อยากมาเป็นอธิบดีเยอะแยะเลยครับ อยากมาเป็น ตําแหน่งโน้นตําแหน่งนี้เยอะแยะไป จนบางครั้งเราเห็นการวิ่งเต้นตําแหน่งที่มันซื้อกัน ในอัตราที่มโหฬารครับ ไม่น่าเชื่อครับเงินเดือน ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท มันซื้อตําแหน่ง ด้วยอัตรา ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท เห็นเงินมาแล้ว และอภิปรายกันในสภานี้มาแล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าข้อเสนอของคณะกรรมาธิการเป็นข้อเสนอที่เมื่อฟังจากข้อเท็จจริง ที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ได้อภิปรายไปนะครับ เป็นข้อที่จะต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณา อย่างรอบคอบจริงจังครับ คือหลังจากเราปล่อยให้องค์กรต่าง ๆ บุคลากรภาครัฐต่าง ๆ หลุดไป จากระบบ เช่น เมื่อเกิดองค์กรอิสระขึ้นมา องค์กรอิสระก็แยกออกไป เมื่อแยกตุลาการ ออกไป ตุลาการก็เริ่มคิดเงินเดือนของตัวเอง เมื่อแยกอัยการออกมา อัยการก็ต้องตาม ประกบตุลาการเพราะจบเนติบัณฑิตเหมือนกันต้องไล่ติด ตุลาการขึ้นเมื่อไรอัยการลั่น ตามหลัง เมื่อแยกการศึกษาออกไป เมื่อแยกตํารวจออกไป ทุกหน่วยงานก็คิดฐาน เงินเดือนของตัวเองตามความปรารถนาของตัวเอง เพราะฉะนั้นเมื่อปล่อยออกไปเราก็เห็น องค์กรอิสระบางองค์กรครับเกือบติดคุกเพราะไปขึ้นเงินเดือนตัวเอง เพราะฉะนั้นการที่จะให้มี ฐานเงินเดือนระดับชาติโดยใช้ กงช. ซึ่งมีอํานาจจริง ๆ ผมจึงเห็นด้วยครับ แล้วก็มีฐานอิง ที่มาของแต่ละฐานเงินเดือนให้สอดคล้องตามฐานานุรูปของการดํารงตําแหน่งและการเข้าสู่ ตําแหน่งนั้น ๆ เพราะฉะนั้น กงช. ที่ท่านเสนอมาทั้งหมดผมติดใจนิดเดียวครับ ติดใจตรง องค์ประกอบซึ่งคิดว่าสมควรจะตัดออกสักตําแหน่งครับ องค์ประกอบที่ท่านเสนอมา ๑๕ คน เป็นตัวแทนราชการ ๙ คน ผู้ทรงคุณวุฒิ ๓ คน ภาคเอกชน ๓ คน ในองค์กรตัวแทนราชการ ๙ คน ท่านไปเอาคนที่ไม่ใช่ข้าราชการมา ๑ คนก็คือนายกรัฐมนตรีครับ เพราะคนที่เป็น นายกรัฐมนตรีครับวันไหนถ้าท่านขึ้นมาพูดเงินเดือนว่านายกรัฐมนตรีประเทศไทยควรจะ ๓๐๐,๐๐๐ บาทหรือ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ท่านจะเป็นคนตายคนแรกครับ ใครลองพูดดูสิครับว่า จะปรับเงินเดือนนายกรัฐมนตรีและให้นายกรัฐมนตรีพูดเอง จะไม่มีนายกรัฐมนตรีหน้าไหน ในประเทศนี้กล้าพูดครับ ขอเงินเดือนขึ้นเป็น ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วจะหยุดทุจริตคอร์รัปชัน เรากําลังปฏิรูปกันครับ เราเริ่มต้นว่าประเทศไทยมันมีปัญหาหมักหมมหนักที่สุดก็คือ การทุจริตคอร์รัปชัน การขาดธรรมาภิบาลมันขาดลึกไปจนถึงประชาชนก็ขาดธรรมาภิบาล ประชาชนคุ้นเคยกับการทุจริตคอร์รัปชันจนถือเป็นประเพณีปฏิบัติของสังคมไทย สภาปฏิรูป เกิดขึ้นมาเพราะเจตนารมณ์อยู่ตรงนี้ครับ ยุติการกระทําที่เป็นการทุจริตคอร์รัปชันตั้งแต่ ทางการเมืองทั้งหมด ต้องสร้างการเมืองที่ปราศจากการซื้อเสียง ต้องสร้างให้การเมืองปราศจาก การทุจริตคอร์รัปชันและต้องทําให้ระบบราชการปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะถ้า ท่านใส่ท่านนายกรัฐมนตรีไว้นะครับ ในฐานะเป็นประธานโดยตําแหน่งหรือจะตั้ง รองนายกรัฐมนตรีหรือใครก็ตามมาจากฝ่ายการเมืองครับ เพราะฉะนั้นท่านจะไม่ได้ตัวเลข ความเป็นจริงเลยครับ มีแต่บอกว่าคนอยากเป็นนายกรัฐมนตรีเพราะเงินเดือนน้อยกว่า ปลัดกระทรวงแล้ว และเราก็จะได้รู้คําตอบครับว่าที่มันอยากเป็นมันเข้ามาสู่การแสวงหา อํานาจและการแสวงหาประโยชน์มากขึ้นไป เพราะฉะนั้นผมคิดว่า กงช. ควรจะเป็นองค์กร ที่พิจารณาอย่างรอบด้านคลุมทุกองค์กรจริง ๆ กระทรวงศึกษาธิการจะเป็นตัวบ่งชี้ที่ท่าน เลขาธิการ ก.พ. จะบอกได้ชัดว่ากระทรวงศึกษาธิการมีอัตราเงินเดือนที่กระโดดเขย่งกันเยอะ ที่สุด กระทรวงศึกษาธิการคุมตั้งแต่มหาวิทยาลัยจนถึงโรงเรียนในชนบท อธิการบดี มหาวิทยาลัยไม่เท่ากันสักแห่งหนึ่งครับ ไม่มีใครเท่ากันสักแห่งหนึ่งครับ วันนี้เมื่อแต่ละ องค์กรเริ่มหลุดไปจากระบบครับ เราจะเห็นเงินเดือนนี้แตกต่างกันครับ เมื่อให้อิสระแต่ละคนไปกําหนดกันเองได้อาจจะเจออธิการบดีค่าตอบแทนปี ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท กับการไปเจออธิการบดีค่าตอบแทนปีละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ราชภัฏอาจจะได้ค่าตอบแทนเงินเดือนแล้วประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไปเจอมหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ เขาล่อกันเดือนละเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้น ถ้ามี กงช. ขึ้นมาก็ต้องเป็น กงช. ที่ทรงคุณธรรมและมีอํานาจจริง ๆ เพราะจะได้ อิงมนุษย์เงินเดือนทั้งหมดเข้ากับระบบความเป็นจริงของสังคม ถ้าซี ๓ เริ่มต้นเงินเดือนเท่านี้ จุดจบของมนุษย์เงินเดือนสูงสุดควรจะเท่าไร ไม่ใช่ต่างกัน ๑๐ เท่าอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคน อภิปรายขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนเห็นด้วยในการที่จะเสริมสร้างอํานาจให้กับ กงช. ติดใจนิดเดียวครับว่าเอาการเมืองออกไปจาก กงช. เถอะครับ สงสารคนเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะอยู่ไป ๆ นายกรัฐมนตรีจะเงินเดือนน้อยกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดแน่ครับ ถ้ายังอยู่ใน ตําแหน่งอย่างนั้นเพราะคนอยากเป็นนายกรัฐมนตรีกันเยอะแม้จะไม่มีเงินเดือนก็ตาม แต่เรา กําลังจะเลี้ยงดูมนุษย์เงินเดือนครับ เดิมเราคิดว่าสิทธิประโยชน์มนุษย์เงินเดือนเยอะมาก ค่ารักษาพยาบาลลูกเมีย วันนี้ไม่ต้องห่วงครับ สิทธิประโยชน์เรื่องค่ารักษาพยาบาลไม่ได้ ต่างจากประชาชน คนไทยทั้ง ๗๐ ล้านคน รักษาพยาบาลฟรีหมดแล้วครับ ข้าราชการครอบครัว รับจากเงินค่ารักษาพยาบาล ลูกจ้างเขามีเงินกองทุนเขาครับ นอกนั้น ๔๘ ล้าน รัฐบาล จ่ายรายหัวให้กับ สปสช. หมดแล้ว เพราะฉะนั้นสิทธิประโยชน์ที่ข้าราชการเคยภูมิใจว่า ได้ค่ารักษาพยาบาลวันนี้เท่ากันครับ ข้าราชการอาจจะน้อยกว่าด้วยซ้ําไป เช่น กรณีฉุกเฉิน สปสช. จ่ายค่ารถฉุกเฉินขนคนป่วยได้ ข้าราชการเบิกไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้น สิทธิประโยชน์ที่ว่าเรื่องของค่ารักษาพยาบาลจบแล้วครับ สิทธิประโยชน์ที่เห็นของข้าราชการ ก็คือบํานาญครับ ที่เห็นว่ายังคงอยู่ และสิทธิประโยชน์ที่แอบแฝงซึ่งมากกว่าบํานาญ เกษียณแล้ว ยังไปนั่งตรงโน้นตรงนั้น เพราะเคยมีบารมีอันนี้เยอะมากครับ แต่ถ้า กงช. คุมได้จริง ๆ อย่างนี้มันจะได้จบครับ ไม่ใช่เกษียณตําแหน่งปลัดแล้วยังไปโขยกกินบอร์ด (Board) ๔-๕ บอร์ด (Board) จนมองไม่เห็นอะไรเลยในสังคม เพราะฉะนั้นเอา กงช. ของท่านให้มีอํานาจ จริง ๆ เถอะครับ แล้วก็จะทําให้ระบบการเข้าสู่มนุษย์เงินเดือนอยู่อย่างสมแก่ฐานานุรูป เป็นจริงครับ ขอขอบพระคุณครับ