กษิต ภิรมย์ กล่าวถึงความจำเป็นในการยึดมั่นจริยธรรมและคุณธรรมของข้าราชการ โดยเน้นบทบาทของผู้บริหารระดับสูงในการเป็นแบบอย่างและต้านทานการแทรกแซงทางการเมือง เพื่อสร้างระบบราชการที่โปร่งใสและยุติธรรม
ขอบคุณท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ ๗ เรื่องนี้กับเรื่องเมื่อเช้าน่าจะเป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนน่าจะสะดวกใจ สะดวกคอ เพราะว่าเรา ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการกันทั้งนั้น และส่วนใหญ่ก็เป็นผู้บริหารที่ต้องมีคุณธรรม และพวกเรา ก็เผชิญกับการแทรกแซงจากระดับการเมืองกันทุกคน คงจะปฏิเสธไม่ได้ เพราะฉะนั้น ในการปฏิรูปนี้เรา ๒๐๐ คนต้องทําให้มันสําเร็จครับ น่าจะเป็นความมุ่งมั่นและเราต้องทําตน ให้เป็นแบบอย่างด้วย ก็หวังว่าเรื่อง ส.ว. ๒๐๐ คนเราจะช่วยให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นโปร่งใส อันนี้อาจจะเป็นจุดที่จะแสดงว่าเราแน่จริงแล้วก็จริงจังในการที่จะให้เกิดจริยธรรม คุณธรรม หรือว่าหลักธรรมาภิบาลในสังคมไทยได้หรือไม่ ท่านประธานครับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีการสอบเข้ากระทรวงการต่างประเทศ และก่อนหน้านั้นผมก็ได้รับโทรศัพท์พ่อแม่ก็มาหาอะไร ต่าง ๆ บางคนก็เอาเบอร์สอบของลูกมาให้ดู ผมก็บอกว่าที่กระทรวงการต่างประเทศไม่มีครับ เรื่องวิ่งเต้น แล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นประเพณีปฏิบัติกันมาเป็นเวลานานที่กระทรวง การต่างประเทศ ผมเป็นกรรมการสอบมาเยอะแยะ มันก็อยู่ที่คณะกรรมการสอบนั้นจะมี จริยธรรมในตัว แล้วก็ ๒. มีคุณธรรมในการที่จะทําทุกสิ่งทุกอย่างให้มันยุติธรรมหรือไม่ ผมเคยสอบแล้วก็ไม่ให้ผ่านลูกของเสนาบดีแล้วก็มีการขอร้องให้เปลี่ยนคะแนน ก็ไม่รักกัน จนกระทั่งบัดนี้กับครอบครัวเสนาบดีอันนั้น และมันก็เลยทําให้เพื่อนข้าราชการบางคนรู้สึกอาย ที่ว่าพร้อมที่จะไปตามพลังอํานาจของการเมืองด้วย คราวนี้ประเด็นปัญหาว่าทําไมมันถึง มีการแทรก และจริยธรรมของข้าราชการและคุณธรรมของผู้ปกครองมันหายไป ก็อยากจะ เล่าอย่างนี้ครับว่า ผมโตขึ้นมาในระบบราชการแล้วก็มีเพื่อน ๆ ปลัดกระทรวงหลายคน ท่านปีติพงศ์ แล้วก็อื่น ๆ ช่วงที่เรายังเป็นข้าราชการชั้นโท ซี ๔ ซี ๕ มีปลัดชื่อวิจารณ์ นิวาตวงศ์ เถลิง ธํารงนาวาสวัสดิ์ ศิววงศ์ จังคศิริ ที่กระทรวงการต่างประเทศผมมีคุณอานันท์ ปันยารชุน มีหม่อมราชวงศ์เกษมสโมสร เกษมศรี มีท่านอาสา สารสิน ปูชนียบุคคลเหล่านี้ รวมทั้ง ท่านพ่วง สุวรรณรัฐ ที่กระทรวงมหาดไทย พวกเราข้าราชการเด็ก ๆ เรามองขึ้นไปแล้ว เราแสนที่จะมีความเคารพนับถือแล้วก็ภูมิใจ เพราะว่าท่านเหล่านี้ที่ผมได้กล่าวนามและ ที่ไม่ได้กล่าวให้หมดในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ช่วงผมเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยนั้น ท่านยืนอยู่กับจริยธรรมในตัวของท่านเอง และท่านมีคุณธรรมในการเป็นผู้บริหารสูงสุด และทั้งจริยธรรมและคุณธรรมของท่านเหล่านี้ทําให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงไม่ได้ ท่านปลัดกระทรวงเหล่านี้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับพวกเรา ปกป้องคุ้มครองพวกเราไม่ให้ การเมืองเข้ามารังแกพวกเราข้าราชการ การวิ่งเต้นมันก็ไม่เกิดขึ้น ผมก็จะต้องขอวิงวอน ให้มันอยู่ ผมได้พูดในที่นี้ไว้แล้วว่าไป ๆ มา ๆ มันอยู่ที่สัก ๓๐๐-๔๐๐ คนเท่านั้นที่เป็นซี ๑๑ ซี ๑๐ อาจจะมีซี ๙ บ้างที่จะต้องยืนหยัดกับความถูกต้อง แล้วก็ไม่โอนอ่อนต่ออํานาจ ทางการเมืองแล้วก็อามิสสินจ้าง มันไม่จําเป็นต้องไปอะไรที่ไหนมากมาย มันไม่ต้องไปยุ่ง ข้าราชการเป็นแสน ๆ ล้าน ๆ คนถึงขนาดนั้นครับถ้าเผื่อพ่อแม่เขาไม่ได้สั่งสอนที่บ้าน แล้วเขาไปที่โรงเรียนวัด ไปที่โรงเรียนคริสต์ ไปที่โรงเรียนสุเหร่าของอิสลาม ไปที่โรงเรียนของ พราหมณ์ ฮินดู ก็หมายความว่าระบบการศึกษาแล้วก็การฝึกสอนในครอบครัวให้เป็นคนที่อยู่ในศีลในธรรม มันล้มเหลว มันจะทําอะไรกันอายุ ๒๕ ปี ๓๐ ปี เข้าไปอยู่ราชการแล้วคุณยังไม่มีซึ่งจริยธรรม แล้วก็เราอยู่ในแผ่นดินนี้มา ๗๐ ปี ที่วันขึ้นครองราชย์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ บอกว่า เราจะปกครองสยามด้วยธรรม มันต้องไปชี้แจง ไปอธิบาย ไปตั้งกรรมการกันทําไม อะไรที่มันผิด ก็ต้องไม่ทําเราต้องมีความละอายละเว้นในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็ในการบริหารราชการ ท่านประยุทธ์ ท่านก็บอกว่าประชาธิปไตยไม่มีเพราะธรรมาธิปไตยไม่มามันก็ต้องหลักคุณธรรม ตรงนี้ ก็เพียงแต่เน้นเท่านั้นเองว่าอย่าให้มันเกิดขึ้นในข้าราชการระดับล่าง แต่ว่าข้าราชการ ที่เป็นหัวหน้างานต้องยืนหยัดครับ ผมเป็นนักเรียน วปอ. ปี ๒๕๓๒ ๓๕ ปีมาแล้ว มันเริ่มแว่ว ๆ เข้ามาแล้วว่าตําแหน่งนี้ที่มีโยธามากนี่มันเท่าไรและหลังจากนั้นมันก็กลายเป็นประเพณี ปฏิบัติว่าแต่ละตําแหน่งมันเท่าไรจะถามว่านักการเมืองเข้าไปแทรกแซงหรือ หรือว่ามี ข้าราชการนักวิ่งเต้นทั้งหลายเอาเงินไปถวายเพื่อขอให้ได้รับตําแหน่งและหลังจากนั้นพร้อม ที่จะขายวิญญาณและกายพลีชีพให้เพื่อการโกงกินบ้านเมือง มันก็ต้องเริ่มกันตรงนี้เสียก่อน ผู้ใหญ่ทั้งหลายเราต้องมาขจัดสิ่งเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้นแล้วก็ทําตัวเป็นแบบอย่าง แต่ว่า ที่สําคัญที่สุดคือต้องยืนหยัดต่ออํานาจการเมืองจะเป็นรัฐบาลทหารวันนี้หรือว่าจะเป็นรัฐบาล เลือกตั้งในอนาคตต้องไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาไม่ว่าจะรูปแบบใด ๆ อันนี้เป็นสิ่งที่พวกเรา ทุกคนต้องทํากันอยู่และต้องไม่อาย และต้องกล้าหาญในการที่จะต่อสู้ เราต้องเป็นแบบอย่าง แล้วเราต้องออกมาช่วยกันพูดอะไรไม่ดีต้องพูดครับ อะไรที่จะต่อต้านได้ต้องต่อต้าน เราก็พูดสวย เราออมชอม เราเกรงอกเกรงใจกันไปมันก็เป็นระบบอุปถัมภ์อีกอย่างหนึ่ง เพราะเรา ไม่อยากจะให้เสียหน้า เราไม่ค่อยพูดความจริงกันเพราะเราเกรงใจกันอย่างโน้นอย่างนี้ ผมคิดว่า ไม่ได้ครับ เรามาถวายงานล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ด้วยการปฏิบัติ เราจะสร้างสังคมใหม่ที่มัน จะต้องเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เราจะมีการเลือกตั้ง เรามีการปฏิรูป แต่ทั้งหมดนี้จะปฏิรูปเรื่อง พลังงาน เรื่องสิ่งแวดล้อมอะไรมันก็ไม่มีความสําเร็จนะครับ ถ้าเผื่อพวกเราทุกคนแล้วก็ ตัวของเรา แล้วก็เพื่อนข้าราชการข้างนอก ภาคเอกชนผู้นํามาทั้งหลายไม่เอาธรรมะเป็นตัวตั้ง แล้วก็ช่วยกันขับเคลื่อน ผมคิดว่านี่มันเป็นหัวใจของเรื่องไม่อย่างนั้นมันก็เป็นเรื่องของ การแก้ไขทางกายภาพของการแก้พระราชบัญญัติตั้งองค์กรโน้นนี้ขึ้นมาแต่มันไม่ได้ไปที่ การพัฒนาจิตใจของคนซึ่งอภิสิทธิ์ชน พวกเราดิเอสทาบลิชเมนต์ (The Establishment) พวกอภิสิทธิ์ชน ตามหลักจะต้องเป็นตัวนําแล้วจะมาบอกว่าต่อไปนี้ไม่เอาแล้วในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ และเราต้องเชิญชวนรัฐบาล คสช. ให้ร่วมกันทําได้ อะไรที่มันเป็นที่สงสัยอย่าเอา ข่าวนี้มาปิดข่าวนั้นแล้วก็บอกเรื่องนี้มันก็จบแล้วโดยที่ไม่รู้มันจบได้อย่างไร เราต้องมาสร้าง ความโปร่งใสแล้วก็มีศีลธรรม มีธรรมะในตัวของเราเองเราถึงจะแก้ปัญหาของบ้านเมืองได้ และผมขอฝากเพื่อน ๆ ไว้ทุกคนและเรามาร่วมมือร่วมใจทํากันอย่างจริง ๆ จัง ๆ และเรา ควรจะต้องเป็นแบบอย่างครับ แล้วก็ขอกราบวิงวอนท่านทั้งหลายที่ยังดํารงตําแหน่งอยู่สูงสุด ขององค์กรของท่านว่าเล่นพรรคเล่นพวกต้องยุติ การหาเบี้ยบ้ายรายทางต้องยุติ เราทําตนให้ เป็นแบบอย่างให้เป็นที่ที่เราข้าราชการชั้นผู้น้อยทุกคนสามารถที่จะกราบไหว้และอยากจะ ทํางานด้วย แล้วก็ร่วมกันพัฒนาองค์กรนั้น ๆ และในภาพใหญ่ก็คือของประเทศ ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ