สุรินทร์ ชี้บริหารงานบุคคลต้องโปร่งใส เน้นข้าราชการมีความสุข-เกียรติ-หวัง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๗ · ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือเรื่องการบริหารงานบุคคลในภาครัฐ โดยเน้นความสำคัญของการป้องกันปัญหา สร้างข้าราชการที่มีความสุข เกียรติ และความหวัง ตามแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 พร้อมเรียกร้องการปฏิรูประบบการแต่งตั้ง การพัฒนาข้าราชการอย่างมีจริยธรรม การนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงาน รวมถึงการทบทวนองค์ประกอบของ ก.พ. และ อ.ก.พ. ให้โปร่งใส มีส่วนร่วม และเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งการรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธานสภา สปท. ที่เคารพ กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๓ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการด้วยความเคารพว่า ผมได้อ่านเอกสารของท่าน ๕๘ หน้า ที่เป็นเนื้อหาจริง ๆ แล้วก็มีภาคผนวกอีกประมาณ ๒๐ หน้าแล้วก็รู้สึกว่าท่านพยายามจะสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับข้าราชการไม่ถูกแทรกแซงจากไม่ว่าฝ่ายไหน ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายการเมืองอย่างเดียวนะทุกฝ่าย บางคนก็ไม่ได้ผ่านทางการเมือง ผ่านผู้มีอิทธิพลหลายอย่าง พ่อค้าวาณิชร้อยแปดจิปาถะ นั่นก็เป็นสิ่งที่ดี แต่อย่างไรก็ตามถ้าท่านมองให้ไปลึก ๆ แล้วอยากจะเรียนท่านว่าท่านจะแก้ อย่างไรก็จะลําบากเพราะว่าการแต่งตั้ง แต่งตั้งด้วยคน ผู้ถูกแต่งตั้งก็คือคน มีอารมณ์ มีญาติ พี่น้อง มีร้อยแปดจิปาถะ แต่อย่างไรก็ตามก็ดีกว่าไม่ทําอะไรเลย ผมอยากกราบเรียน ด้วยความเคารพว่า ไม่ว่าจะข้าราชการก็ดี หรือประชาชนก็ดี เขาอยากอยู่อย่าง ๓ อย่าง ๑. เขาอยากอยู่อย่างมีความสุข ๒. เขาอยากอยู่อย่างมีเกียรติ ๓. เขาอยากอยู่อย่างมีความหวัง ใน ๓ เรื่องนี้สําคัญ ก่อนที่จะเข้าเรื่องผมกราบเรียนว่าเรื่องของการบริหารงานบุคคลก็ดี เรื่องของข้าราชการก็ดี ต้นเรื่องมาจากที่ไหน ผมขอน้อมนํากราบพระบรมรูปของรัชกาลที่ ๕ ขึ้นบนจอให้ท่านดู ในหลวงรัชกาลที่ ๕ ท่านได้กล่าวไว้ว่า ตํารวจที่จับโจรได้ไม่ถือว่า เป็นความชอบ ถ้าท่านเป็นตํารวจสมัยโน้นตํารวจก็ยังขึ้นกับ ก.พ. เมื่อสมัยโบราณนะครับ การจับผู้ร้ายนั้นไม่ถือเป็นความชอบ นี่เป็นพระบรมราโชวาท รัชกาลที่ ๕ พระราชทานให้กับ ตํารวจถ้าท่านเป็นตํารวจสมัยนั้นท่านต้องสะดุ้งแน่นอน ท่านกล่าวต่อไปว่าเป็นแต่นับว่าผู้นั้น ได้กระทําการครบถ้วนแก่หน้าที่เท่านั้น แต่จะถือเป็นความชอบต่อเมื่อได้ปกครองป้องกัน เหตุร้าย ทันสมัยไหมครับ ป้องกัน ปกครองป้องกันเหตุร้ายให้ชีวิตและทรัพย์สินของ ข้าแผ่นดินใช้คําว่าไม่ใช่ประชาชนนะ ข้าแผ่นดินในท้องที่นั้นอยู่เย็นเป็นสุขพอควร ไม่ใช่ดีเลิศ ผมอ่านพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ ๕ แล้วรู้สึกขนลุกในฐานะที่ผมเป็นข้าราชการ มาตลอดชีวิต ๔๑ ปีนะครับ

ต่อมาในหลวงรัชกาลปัจจุบันที่อยู่ในพระบรมโกศคือพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชท่านก็ตรัสไว้ต่อมาอีกว่า “ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและ คนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทําให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทําให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทําให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมความดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอํานาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้” เห็นไหมครับสอดคล้อง ต้องกันเลยกับในหลวงรัชกาลที่ ๕ นะครับ เพราะว่าข้อต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะ กราบเรียนว่าพระองค์ก็เห็นว่าการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อความผาสุกของประชาชน เมื่อพระองค์เสด็จประพาสต่างประเทศหลายครั้งท่านจะเห็นว่าต่างประเทศพัฒนาไปเยอะ ท่านก็ตรัสให้ส่งพระราชบุตร พระราชธิดาไปศึกษาต่างประเทศ และในประเทศท่านก็ตั้งโรงเรียน ฝึกหัดข้าราชการอย่างที่เห็นรูปต่อมาก็พัฒนาเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนที่จะพูดถึง เรื่องรายงานท่าน ผมกราบเรียนว่าผมอ่านหน้า ๑ แล้วก็ประทับใจท่านบอกว่าการแต่งตั้ง ข้าราชการมันไม่มีจริยธรรม ไม่มีคุณธรรม เล่นพรรคเล่นพวก ทุจริตซื้อขายตําแหน่ง คําว่า ทุจริตซื้อขายตําแหน่ง ผมอยากขีดเส้นใต้แรง ๆ ใช้คําว่าแรง ๆ อันนี้มันทําให้ระบบราชการ เสียหายอย่างร้ายแรงไม่ว่าจะเกิดกับใคร และท่านก็พูดถึงสภาพปัญหาว่าการบริหารงานบุคคล ภาครัฐ ท่านใส่ภาษาอังกฤษไปด้วยนะพับบลิก เพอร์ซันนัล แอดมินิสเทรชัน (Public Personal Administration) ผมอ่านแล้วผมคิดว่าก่อนจะถึงตรงนี้ท่านต้องมีคําก่อนหน้านี้คือเรียกว่า พับบลิกเซอร์วิส (Public Service) เสียก่อน การบริการสาธารณะซึ่งต่างกว่าต่างกับการเขาเรียก ทําธุรกิจเขาเรียกบิซิเนสแอดมินิสเทรชัน (Business Administration) อันนี้พับบลิก แอดมินิสเทรชัน (Public Administration) นะครับต่างกัน คือการบริการสาธารณะ ไม่คิดกําไร ขาดทุน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าท่านรับทราบว่ามีคนตกเหวอยู่บนยอดเขาถ้าท่านรู้ แม้จะต้องใช้เฮลิคอปเตอร์บินไปค่าใช้จ่ายเป็นแสนท่านต้องทํา แต่ถ้าเป็นเอกชนบอกว่า ให้ขับรถไปรับใครสักคนค่าน้ํามันเท่าไรต่างกัน เพราะฉะนั้นข้าราชการจะต้องคํานึงถึงตรงนี้ เป็นสําคัญ แต่นี่จะให้ข้าราชการที่ดีก็ต้องผ่านโรงเรียนฝึกหัดอย่างที่ว่าแล้วมาเป็นระบบ แต่นี่พอเป็นระบบแล้วก็เป็นเรื่องที่จะต้องมีกฎหมาย พ.ศ. ๒๔๗๑ มีพระราชบัญญัติ ข้าราชการพลเรือนเป็นครั้งแรก และหลังจากนั้นก็พัฒนาเรื่อยมาจนถึงท่านกําลังจะแก้ แก้เท่าไรมันก็ยังวังวนอยู่ในเขาเรียกอะไรล่ะวงจรใช้คําหยาบคายไปหน่อยก็ได้วงจรอุบาทว์อยู่ แต่เชื่อว่าหลังจากที่เรามีมติใน ๕๘ หน้านี้ไปแล้ววงจรอุบาทว์คงจะหมดไป ผมก็เชื่อเช่นนั้นนะครับ ผมอยากกราบเรียนว่าในปัจจุบันนี้การบริหารงานบุคคลไม่ว่าจะกระทรวง ทบวง กรมใดก็ตาม แม่บทคือพระราชบัญญัติระเบียบบริหารข้าราชการพลเรือน ที่ใช้อยู่ก็คือ พ.ศ. ๒๕๕๐ ถ้าผมจําไม่ผิด อันนี้กําลังจะแก้ไข พ.ศ. ๒๕๕๘ อีกครั้งหนึ่ง เป็นครั้งที่ ๒ ฉบับที่ ๒ และท่าน กําลังจะเสนอแก้ไข ถ้าท่านไปเห็นลึก ๆ แล้วของการบริหารราชการแผ่นดินรวมทั้ง บริหารราชการกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ หรือท่านใดที่เคยเป็น อ.ก.พ. แล้วจะรู้ว่า กฎหมายกําหนดไว้ว่าให้มี อ.ก.พ.กระทรวง ให้มี อ.ก.พ.กรม และมี อ.ก.พ.จังหวัด คําถาม ต่อไปว่า อ.ก.พ. นี่เขียนไว้สวยหรูนะท่าน หรูมากเลย ให้มีการพัฒนาคน การบริหารงานบุคคล ต้องดีเลิศร้อยแปดจิปาถะ อ่านแล้วก็ขนลุกอีก แต่การบริหารบุคคลผมอยากจะกราบเรียนว่าไม่ได้มีอะไรมากเลย มันเป็นเรื่องของการสรรหา ข้าราชการ หาคนดีมาทํางานอย่างที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านได้ตรัสไว้ ภาษาอังกฤษ เรียกว่าเอชอาร์เอ็ม (HRM) ฮิวแมน รีซอร์ซ แมเนจเมนต์ (Human Resource Management) ๒. การพัฒนาข้าราชการหรือเรียกว่าเอชอาร์ดี (HRD) ฮิวแมน รีซอร์ซ ดีเวลอปเมนต์ (Human Resource Development) ข้อ ๓ เป็นเรื่องของการให้ตอบแทน ให้เขาอยู่ได้อย่างที่บอกว่าอยู่ต้องมีความสุข ถ้าเป็นข้าราชการแล้วทํางานตัวเป็นเกลียว ไม่พอกินพอใช้อย่างระเบียบวาระที่แล้วผมมาไม่ทันไปเข้าเฝ้า แล้วก็จงอยู่อย่างมีเกียรติ มีความหวังว่าพรุ่งนี้เขาจะต้องดีกว่าวันนี้ วันนี้เขาบรรจุเป็นข้าราชการระดับ ๓ อีก ๒ ปีฉันก็ จะเป็นระดับ ๔ ระดับ ๕ เป็นไปตามครรลอง แต่ถามว่าแล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้นมันเป็นอย่างไร อ.ก.พ. ท่านครับ ๕ คน ผมเป็น อ.ก.พ. มาแล้ว ๓ กระทรวง กระทรวงแรงงาน กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการ ปีหนึ่ง อ.ก.พ.กระทรวง ประชุมบางทีครั้งเดียว หรืออย่างเก่งก็ ๒ ครั้ง ประชุมทําอะไรครับท่านประธาน ไปถามใคร ได้เลยลงโทษข้าราชการ เพราะว่าการลงโทษข้าราชการหลังจากที่สอบสวนกําหนดไว้ว่า จะต้องจัดการภายในกี่วัน เราเกือบจะไม่ได้มีการพัฒนาข้าราชการอย่างจริงจังเลย ผมอยาก กราบเรียนไปอีกนิดหนึ่งเพราะว่ามีเพื่อนที่เป็นข้าราชการทหารอยู่เยอะหลายคนที่นี่ เขาจบ โรงเรียนนายร้อย จปร. นะครับ ต้องไปเข้าโรงเรียนผู้บังคับหมวด จะเอาไปเป็นร้อยเอกต้อง ผ่านโรงเรียนผู้บังคับกอง ผบ. พัน แต่ข้าราชการพลเรือนไม่มีเลย ไปมีโน่นเลยสุดท้ายจะเป็น ข้าราชการระดับ ๙ รองอธิบดีที่ ก.พ. จัด เราไม่ได้มีการพัฒนาข้าราชการเป็นระดับ ๆ ชั้นว่า ถ้าเธอจะเป็นตําแหน่งอย่างนี้ ท่านประธานขออีกนิดเถอะครับ จะต้องพัฒนาอย่างไร เราไม่มี และไม่มีการวัดที่ดี ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่าผมอยากให้ท่าน ทําเรื่องนี้ให้ครบวงจร ไม่ใช่ท่านร่างพระราชบัญญัติไปแล้วก็ยังทําอะไรไม่ได้เหมือนเดิม อ.ก.พ.กรมประชุม ท่านอธิบดีนั่งอยู่ที่นี่เยอะ ประชุมปีละกี่ครั้ง ทําอะไร ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าผมพร้อมให้พิสูจน์ครับ ไปเอารายงานการประชุมของ อ.ก.พ.กระทรวง ทุกกระทรวงมา ไปเอาการประชุม อ.ก.พ.กรมมาว่าพูดกันเรื่องอะไร ท่านประธานที่นั่งอยู่ บนบัลลังก์นี้ก็เคยเป็นประธาน อ.ก.พ. มาแล้วก็จะรู้ว่าส่วนใหญ่คือลงโทษข้าราชการเสียเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ และถามว่าจะให้ข้าราชการดีได้อย่างไร การแทรกแซง การแต่งตั้งก็เช่นเดียวกัน ถ้าผมเป็นข้าราชการ ถ้าเป็นนักการเมืองผมก็ไม่บอก ผมก็ไม่สั่งตามกฎหมายใหม่ ผมไม่สะเหล่อ ถึงกับไปเลือกอธิบดี ปลัดกระทรวง ผมจะเอาคนนั้นคนนี้ ผมหาคนเดินตามผมตลอดเวลา ตั้งแต่ผมเข้าไปเป็นรัฐมนตรี และผมก็บอกมีอะไรเดี๋ยวบอกนาย ก คนนี้บอกมาเลยเดี๋ยวผม ก็จะบอกไป ก็ทําได้ ยิ่งกฎหมายแรงเท่าไร ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ และกฎหมาย ที่ท่านจะเสนอผู้ที่จะกระทําผิดคิดร้ายเขาจะต้องระมัดระวังมากขึ้น มีกลเม็ดเด็ดพรายมากขึ้น และถามว่าแล้วผมเสนออย่างไร ข้อเสนอผมนะครับ ท่านไปดูหน้าสุดท้ายของข้อเสนอผม

ข้อที่ ๑ ต้องให้ภาคราชการปรับกระบวนการที่จะให้บริการประชาชน ให้ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็ว เช่น การใช้ระบบไอที (IT) เข้ามาช่วย ผมยกตัวอย่างเลย ตาสี ตาสา ยายมารวมทั้งผมเคยไปคัดสําเนาทะเบียนบ้าน ต้องไปคอยเจ้าหน้าที่ ๙ โมง ท่านยังไม่มา ต่อไปไลน์ (Line) ไปเลยได้ไหมครับ ส่งไประบบไอที (IT) เสร็จแล้วท่านก็ส่งมาเลย มีเวลาให้ประทับเซ็น อย่างนี้เป็นตัวอย่างเลย หรือเรื่องอื่น ๆ ก็ตามใจเถอะที่จะบริการ ประชาชนด้วยเพื่อการลดค่าใช้จ่ายแล้วไม่ต้องเดินทางให้รถมันติดในหลาย ๆ เรื่อง อันนี้ยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดนะครับ

๒. ต้องทําให้ระบบของ อ.ก.พ.กระทรวง อ.ก.พ.กรม อ.ก.พ.จังหวัด มีความทันสมัยอยู่เสมอ ไม่ใช่ทําเรื่องเดียวใน ๒๐ ๓๐ เรื่อง คือเรื่องลงโทษข้าราชการ เพราะฉะนั้น การประชุม อ.ก.พ. ทีไรข้าราชการหนาวหมด ใครอยู่ในรายที่จะต้องถูกลงโทษนะครับ

๓. จะต้องมีการปรับองค์ประกอบของ อ.ก.พ.กระทรวง อ.ก.พ.กรม อ.ก.พ.จังหวัด ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ที่ผ่านมา ๕ ท่าน แต่งตั้งตั้งแต่ข้าราชการระดับ ๑๐ ลงไปเลยนะครับ มี ๕ ท่าน มีผู้แทนจาก อ.ก.พ. คนหนึ่ง จาก ก.พ. คนหนึ่ง ๒ คนนี้ โดยเฉพาะผู้แทนจาก ก.พ. พอถึงเวลาอันนี้ผู้ใหญ่ขอมา ผู้แทน ก.พ. ขอประทานโทษนะ จริง ๆ ก็คือแบ๊ะ ๆ เกือบทุกครั้ง ก็ต้องปรับปรุงใหม่ว่าให้มันมีผู้ดู ผู้เล่นมากกว่า ๕ คน

๔. ต้องกําหนดตัวชี้วัดผลการดําเนินงานเคพีไอ (KPI) แก่ข้าราชการทุกหมู่เหล่า ให้ทันสมัยและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ตรงนี้จะชัดเจนว่าข้าราชการบากหน้ามาเป็น ข้าราชการแล้วคือรับใช้ประชาชน หรือเรียกว่า พับบลิกเซอร์วิส (Public Service) ต้องอย่า ไปคิดถึงกําไรขาดทุนนะครับ ก็จะต้องทําให้ประชาชนเขาชื่นใจ แล้วจะทําอย่างไร ถ้าท่าน เป็นข้าราชการอยู่ต่างจังหวัดท่านจะรู้เลย หรือเป็นประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดจะรู้เลยว่า วันจันทร์เช้าถึงเที่ยงท่านไม่ต้องไปติดต่อราชการเพราะยังไม่มาทํางาน อันนี้ผมไม่ได้กล่าวใคร เป็นรายบุคคลนะครับ ขอประทานอภัย วันศุกร์บ่ายท่านอย่าไปติดต่อราชการ เพราะท่านจะ กลับบ้านกันแล้ว กลับบ้านไหน ถ้าผมอยู่แม่ฮ่องสอนผมก็จะต้องขับรถมาเชียงใหม่ เพราะครอบครัวอยู่เชียงใหม่ ถ้าผมอยู่ศรีสะเกษผมก็ต้องกลับไปอุบลราชธานี ถ้าผมอยู่หนองคาย ก็ต้องขับรถมาอุดรธานีหรือขอนแก่น จริงไหมครับ ถ้าไม่จริงท่านเอาผมไปตัดหัว ผมพร้อมนะครับ เพราะฉะนั้นต้องปรับใหม่ ประชาชนมาคอย ๘ โมงครึ่งต้องมีการบริการประชาชนแล้ว ยังไม่ถึง ๔ โมงครึ่งท่านจะออกจากที่ทํางานไม่ได้ ตัวชี้วัดแค่เคพีไอ (KPI) ตรงนี้ เราเคยทําได้ไหมครับ ตั้งแต่เรามีกระทรวง ทบวง กรมมาจนถึงปัจจุบัน ท่านประธาน ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าขอให้ท่านกรรมาธิการ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่าน กรรมาธิการว่าต้องพัฒนานะครับ ปรับปรุงระบบ และทําให้ข้าราชการมีจิตวิญญาณในการที่จะ บริการประชาชน ผมฟังวิทยุเมื่อวันเสาร์นี้ กล่าวถึงพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทั้งหมดมี ๔,๕๒๖ โครงการ ท่านไม่เห็นเหน็ดเหนื่อยเลย ไม่มีแผ่นดินตรงไหนที่พระองค์ ไม่ทรงไปเหยียบ ประชาชนที่คอยพระองค์จนถึงดึกดื่นเมื่อพระองค์จะเสด็จกลับเมื่อมี เจ้าหน้าที่ไปกราบทูลพระองค์ว่ายังมีคุณยาย คุณป้า คุณน้า คอยอยู่อีกคนสองคน ท่านเสด็จ พระราชดําเนินไปพูดคุยกับประชาชน แล้วถามว่าข้าราชการเราทําอย่างนั้นหรือเปล่า ในเวลาราชการยังเป็นเวลาราชการอยู่ไหม ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานว่าต้องปรับปรุง ทั้งระบบ การเข้าสู่ตําแหน่ง การสรรหา การดูแลให้เขาอยู่ในระบบอย่างมีความสุข อย่างมีเกียรติ และอย่างมีความหวัง นั่นก็คือเรื่องของการตอบแทนเขาว่าเขาควรจะได้ ยศตําแหน่งเมื่อไร เขาควรจะได้เงินเดือน ได้เบี้ยเลี้ยงอะไรเท่าไร อย่าได้ไป กระเบียดกระเสียรเขา ผมก็ขออนุญาตอาจจะทําให้ข้าราชการบางส่วนฟังผมแล้วก็มี ความรู้สึกว่าอยากจะตบผมสัก ๓-๔ ที ผมก็พร้อมให้ตบ แต่ผมพูดนี่พูดเพื่อก่อ เพื่ออยากจะ เห็นว่า ณ วันนี้ไปแล้วเราควรจะนึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ที่พระองค์ ทรงอยู่ในพระบรมโกศแล้ว เมื่อเช้าผมไปงานมา ผมเห็นชาวบ้านคนพิการเดินกะโผลกกะเผลก เด็กเล็กไปกราบพระบรมศพ ผมน้ําตาซึมแล้วก็ยังขนลุกมาถึงขณะนี้ ผมอยากจะกราบวิงวอน ท่านประธานไปยังกรรมาธิการว่าขอให้ท่านพัฒนาข้าราชการอย่างเป็นระบบให้ครบวงจร แล้วก็ กราบข้าราชการทุกหมู่เหล่าขอให้ดูแลประชาชนแทนพระองค์ท่านให้ดียิ่งขึ้น ที่กล่าวมาก็ดีแล้ว แต่ขอให้ดียิ่งขึ้น ด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ